ระบบร้านอาหารสุดยอด กับภารกิจพลิกชีวิต พิชิตเงินล้าน

    บทที่ 35 โครงไก่รมควัน

    บทที่ 35 โครงไก่รมควัน 


    ลูกของเจียงหลานก็คือไป๋เยี่ย ส่วนลูกของซุนชุ่ยจวนก็คือจางสือเลี่ยง


    อาจกล่าวได้ว่าทั้งสองครอบครัวนี้ แม้จะเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดกัน แต่ก็แข่งขันกันมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นสะใภ้ทั้งสองคน จนถึงตอนนี้ที่เป็นไป๋เยี่ยและจางสือเลี่ยง ไม่เคยญาติดีกันเลย


    ตอนนี้เมื่อได้ยินสามีของตนพูดว่าลูกชายของตนไม่ดี และไป๋เยี่ยที่อยู่บ้านข้าง ๆ ดี ซุนชุ่ยจวนจะทนได้ยังไง


    “เหลวไหล!” ลุงจางนั้นแตกต่างจากภรรยาของเขา เขาเป็นคนซื่อตรง มีความสัมพันธ์อันดีกับพ่อของไป๋เยี่ย เพียงแต่ภรรยาคนนี้นี่แหละที่ทำให้เขาปวดหัว


    “ฮึ คุณก็อย่าเอาแต่มองว่าเด็กหนุ่มแซ่ไป๋คนนั้นดีไปซะหมด ฉันได้ยินมาว่า เมื่อไม่กี่วันก่อนมีคนพูดว่าหมูหมักซอสของบ้านพวกเขามีปัญหา ที่บอกว่าทุกคนชอบกิน ฉันว่าแปดในสิบส่วนน่าจะใส่สิ่งที่ไม่ควรใส่ลงไป”


    “ชุ่ยจวน เธอจะพูดจาส่งเดชแบบนี้ไม่ได้!” ลุงจางรีบขัดคำพูดของภรรยา “ไม่มีหลักฐานจะพูดมั่ว ๆ ไม่ได้”


    “ทำไมจะไม่มีหลักฐานล่ะ?” ซุนชุ่ยจวนเห็นสีหน้าของลุงจางที่ไม่อยากฟัง ก็โกรธถึงขั้นคว้าเอาเมล็ดแตงโมหนึ่งกำมือ แล้วหันหลังเดินจากไป


    หลังกินข้าวกลางวันเสร็จ ไป๋เยี่ยและเจียงฮ่าวก็เริ่มเตรียมหมูหมักซอสสำหรับวันนี้


    พ่อและแม่ของไป๋เยี่ยก็ยุ่งอยู่กับการจัดการโครงไก่กองนั้น


    โครงไก่บางส่วนยังทำความสะอาดได้ไม่ดีนัก ทั้งคู่จึงตรวจดูขณะล้างไปด้วย และจัดการทำความสะอาดไปด้วย


    หลังจากใส่เนื้อหมูและโครงไก่ลงในหม้อแล้ว ไป๋เยี่ยก็พาเจียงฮ่าวไปที่ตัวอำเภออีกครั้งเพื่อขนโครงไก่กลับมา


    ใกล้ถึงวันตรุษจีน อากาศก็ยิ่งหนาวเย็นลง ไป๋เยี่ยถึงได้กล้าซื้อทีเดียวหนึ่งร้อยลัง


    ตามยอดขายในตอนนี้ วันหนึ่งขายได้ประมาณสิบลัง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คาดว่าก่อนถึงวันตรุษจีนจะสามารถขายได้หมดพอดี


    ช่วงนี้ขายหมูหมักซอสได้ดี พ่อของไป๋เยี่ยก็เริ่มคิดหาวิธีใหม่ ๆ


    เมื่อก่อนครอบครัวของพวกเขาจะทำเต้าหู้แผ่นรมควันหรืออะไรทำนองนั้นทุกครั้งที่ถึงฤดูหนาว โครงไก่ก็สามารถนำมาทำเป็นแบบรมควันได้เช่นกัน


    ตอนบ่ายจึงไปค้นหาแกลบที่ได้จากการสีข้าวที่บ้าน


    “พ่อ กำลังทำอะไรเหรอครับ?” ไป๋เยี่ยขับรถเข้ามาในบ้าน ก็เห็นพ่อของเขากำลังถือถุงออกมาพอดี


    “พ่อจะทำโครงไก่รมควันน่ะ”


    ดวงตาของไป๋เยี่ยเป็นประกาย “ผมทำเอง ๆ!”


    ของรมควันนั้นอร่อย และทำไม่ยาก สองวันที่ผ่านมาตอนขายโครงไก่ มักจะมีลูกค้าถามว่ามีแบบรมควันไหม


    “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ พ่อจะไปทำความสะอาดเตาข้างนอกก่อน”


    ไป๋เยี่ยและเจียงฮ่าวขนโครงไก่ลงมา กองไว้ในลานบ้าน


    ลานบ้านกว้างใหญ่ เปรียบเสมือนโกดังเก็บของตามธรรมชาติ น้ำหยดกลายเป็นน้ำแข็ง น้ำกระเซ็นกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ไม่ว่าอะไรที่วางไว้ข้างนอกก็จะไม่เสียหาย


    หลังจากขนโครงไก่ลงมาทั้งหมดแล้ว พ่อของไป๋เยี่ยก็ล้างหม้อจนสะอาด และเตรียมน้ำตาลทรายแดงกับแกลบไว้พร้อมแล้ว


    พ่อของไป๋เยี่ยล้างเตาขนาดใหญ่ในลานบ้าน บ้านนอกก็แบบนี้แหละ มีเตาเยอะ เผื่อไว้ทำอาหารมื้อใหญ่ หรืออาหารที่มีควันเยอะ ก็จะทำกันในลานบ้าน


    ตอนนี้เหมาะที่จะทำโครงไก่รมควันพอดี


    เกี่ยวกับวิธีการรมควัน ไป๋เยี่ยมีความคิดของตัวเอง


    นอกจากแกลบและน้ำตาลทรายแดงธรรมดาแล้ว เขายังเตรียมลองวิธีอื่นด้วย


    หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากป่า และฟืนที่พวกเขาใช้ก็ส่วนใหญ่เป็นกิ่งไม้แห้งที่ลากมาจากบนภูเขา


    นี่ก็เป็นความสะดวกสบายของหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้

    ไป๋เยี่ยคิดว่าจะลองใช้น้ำตาลทรายแดงก่อน แล้วค่อยลองใช้กิ่งสนและไซเปรส แต่ตอนนี้ไม่อนุญาตให้ตัดไม้ทำลายป่า พวกเขาจึงทำได้เพียงเก็บกิ่งไม้แห้ง ๆ มา ไม่รู้ว่าจะพอใช้หรือไม่


    และยังมีเป็ดย่างแบบเมืองหลวงที่เล่าลือกันว่าใช้ไม้ลิ้นจี่ เป็ดที่ย่างออกมาจึงมีกลิ่นหอมของผลไม้ตามธรรมชาติ เขาอาจจะลองทำดูบ้างก็ได้


    ถึงตอนนี้เขาจะไม่มีไม้ลิ้นจี่ แต่บริเวณใกล้ ๆ นี้มีป่าไม้โอ๊กอยู่ผืนหนึ่ง เพียงแต่ป่าแห่งนั้นดูเหมือนจะมีคนเช่าอยู่ ไม่รู้ว่าพวกเขาจะแบ่งกิ่งไม้แห้งให้บ้างหรือไม่


    ถ้าเป็นไปได้ เขาจะไปขอบ้าง ถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็จะซื้อมาเลย


    ขณะที่คิดเช่นนี้ มือของไป๋เยี่ยก็ไม่ได้หยุดทำงาน เขาตักโครงไก่ที่หมักซอสจนได้ที่แล้วออกมาส่วนหนึ่ง ลองทำแบบใส่น้ำตาลทรายแดงกับแกลบก่อน

    เร่งไฟให้แรงขึ้น ใส่แกลบและน้ำตาลทรายแดงลงไปที่ก้นหม้อ วางตะแกรงขนาดใหญ่ไว้ด้านบน แล้ววางโครงไก่ประมาณยี่สิบกว่าชิ้นลงไปให้ทั่ว จากนั้นก็ปิดฝาหม้ออย่างรวดเร็ว


    เพียงครู่เดียว ควันหนาทึบก็เริ่มพวยพุ่งออกมาจากขอบฝาหม้อ


    เจียงหลานเดินออกมาจากในบ้านพอดี เมื่อเห็นภาพนี้ก็ด่าขึ้นมาทันที 

    “เจ้าลูกบ้า ทำเนื้อรมควันแบบนี้ไม่ได้ รีบไปหาผ้าขนหนูมาปิดขอบฝาหม้อให้หมด!”


    ขณะนั้นไป๋เย่ก็นึกขึ้นได้


    เขาก็ว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง ที่แท้ก็ลืมขั้นตอนนี้ไปนี่เอง


    เขารีบไปหาผ้าขนหนูสามผืนมาชุบน้ำ แล้วนำมาอุดขอบฝาหม้อทั้งหมดอย่างระมัดระวัง


    “โธ่ ผมลืมเรื่องนี้ไปเลย” ไป๋เยี่ยยิ้มแหย ๆ 

    “ยังจำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เคยเห็นพ่อทำอยู่เลยแต่ช่วงนี้ไม่ได้เห็นเลย”


    พ่อของไป๋เยี่ยก็ยิ้ม “พ่อก็นึกว่าลูกชายคนนี้จะปีกกล้าขาแข็งแล้วซะอีก”


    ทุกคนในบ้านต่างก็หัวเราะออกมา


    ไม่นาน โครงไก่หม้อนี้ก็รมควันเสร็จ


    ตอนเปิดฝาหม้อ ไป๋อันอันยืนยันจะทำเอง ไป๋เยี่ยและพ่อของเขาต่างก็รู้กันจึงไม่ได้พูดอะไร แต่เมื่อไป๋อันอันเปิดฝาหม้อออก ควันที่เหลืออยู่ก็พวยพุ่งออกมา ทำให้เธอสำลักทันที


    ไป๋เยี่ยกลั้นหัวเราะไม่อยู่


    ไป๋อันอันเพิ่งจะรู้ตัวก็หันไปมองไป๋เยี่ยด้วยสายตาเคือง ๆ “พี่! พี่รู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าจะเป็นแบบนี้? พี่ใจร้ายที่สุด!”


    พูดจบก็ยกหมัดน้อย ๆ ขึ้น ไล่ทุบตีไป๋เยี่ยจนวิ่งหนีไปรอบ ๆ ลานบ้าน 

    ไป๋เยี่ยวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว แต่ไป๋อันอันนั้นแข็งแรงมาตั้งแต่เด็ก วิ่งได้ไม่ช้าไปกว่าไป๋เยี่ยเลย


    เมื่อเห็นท่าไม่ดี ไป๋เยี่ยจึงวิ่งไปทางประตูใหญ่


    ไม่คิดว่าจะมีคนเดินเข้ามาทางประตูบ้านของเขาพอดี ไป๋เยี่ยเกือบจะหยุดไม่ทัน “ลุงจ้าว!”


    แถวนี้ไม่มีพิธีรีตองอะไรมากนัก โดยเฉพาะบ้านที่มีลานบ้านกว้าง และหน้าหนาวก็มักจะขลุกตัวกันอยู่ในบ้าน ดังนั้นคนในหมู่บ้านเดียวกันส่วนใหญ่จึงผลักประตูเข้ามาได้เลย 


    และตะโกนเรียกสองสามครั้งเพื่อแจ้งให้เจ้าของบ้านทราบ


    ดังนั้นไป๋เยี่ยจึงไม่แปลกใจที่เห็นคนเดินเข้ามาทางประตูใหญ่ และยังยิ้มทักทาย


    แต่ไป๋เยี่ยหยุดฝีเท้าได้ทัน ทว่าไป๋อันอันนั้นหยุดไม่ทัน ชนเข้ากับหลังของไป๋เยี่ยอย่างจัง


    ไป๋เยี่ยสูดหายใจเข้าลึก เด็กคนนี้ ทำไมถึงได้เหมือนกับจรวดเลยนะ?


    เขาเจ็บ ไป๋อันอันที่อยู่ข้างหลังเขาก็ยิ่งเจ็บกว่า เธอเอามือกุมจมูก น้ำตาคลอเบ้า


    “พ่อ แม่ คุณลุงจ้าวมาครับ!” ไป๋เยี่ยยังตะโกนไม่ทันจบ ก็เห็นว่ามีคนเดินตามเข้ามาอีกหลายคน


    พ่อของไป๋เยี่ยรีบออกไปต้อนรับ “พี่จ้าว? ทุกคนรีบเข้ามาในบ้าน ขึ้นไปนั่งบนผิงไฟให้อุ่น ๆ กันก่อนเถอะ”


    ทุกคนทักทายกับพ่อของไป๋เยี่ยแล้ว สายตาก็จับจ้องไปที่เตาขนาดใหญ่ในลานบ้าน


    เพราะเมื่อครู่พี่น้องตระกูลไป๋วิ่งเล่นกัน โครงไก่รมควันในหม้อนี้จึงยังไม่ได้นำออกมา


    ตอนนี้ควันจางหายไปหมดแล้ว จึงทำให้เห็นโครงไก่ที่วางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบอยู่ในหม้อ แต่ละชิ้นมีสีแดงราวกับพุทรา ไม่เพียงแต่หน้าตาดีเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นความอยากอาหารอีกด้วย


    ประกอบกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ยังไม่จางหายไปในลานบ้าน ทุกคนจึงกลืนน้ำลายพร้อมกัน


    “มา ๆ โครงไก่รมควันของบ้านเราสุกพอดี มาช่วยชิมกันหน่อย! ไป๋เยี่ย!” พ่อของไป๋เยี่ยเชื้อเชิญทุกคนให้เข้าไปข้างใน


    ไป๋เยี่ยขานรับ แล้วเดินไปตักโครงไก่หม้อนี้ใส่ลงในอ่าง แล้วให้ไป๋อันอันนำเข้าไปในบ้าน ส่วนเขากับเจียงฮ่าวก็ทำเพิ่มอีกหนึ่งหม้อ

    คล้ายกับเรื่องระบบร้านอาหารสุดยอด กับภารกิจพลิกชีวิต พิชิตเงินล้าน ที่คุณอ่าน