สุดยอดนักฆ่ากลายมาเป็นลูกเขย

    บทที่ 35 หนิงเย่ากังงั้นเหรอ?

    บทที่ 35 หนิงเย่ากังงั้นเหรอ?


    จางเฉารอสายไม่นานปลายสายก็มีคนรับสาย จางเฉาพูดขึ้นทันที “พี่กวา ไอ้เวรนั่นมันกล้าแม้แต่ตบหน้าผม! ยังลงมือกับพวกการ์ดอีก! ฝีมือมันไม่เลว รีบพาคนมา!”


    “ใครมันกล้าขนาดนั้นวะ  ไม่น่าเชื่อเลยจริง ๆ มีแต่พวกเราที่ไปหาเรื่องคนอื่น ตอนนี้มีคนกล้ามาหาเรื่องพวกเรางั้นหรอ แค่เสือไม่คำราม มันคิดว่าพวกเราเป็นแมวป่วยรึไง?” 


    หลังจากที่วางสายพี่กวารีบออกไปทันที ส่วนคนอื่น ๆ ก็ตามออกไปด้วย


    ตอนนั้นเองก็มีคนพูดขึ้น “พี่กวา เมื่อกี้จางเฉาบอกว่าฝีมืออีกฝ่ายไม่เลว พวกเราลงไปแบบนี้จะโดนกระทืบรึเปล่า? ไม่งั้นพวกเราไปตามคนเพิ่มอีกหน่อยดีไหมพี่?”


    ได้ยินแบบนั้นพี่กวาก็พยักหน้าทันที จากนั้นก็โทรศัพท์ออกไปอีกสาย คราวนี้ไม่ได้โทรหาคนอื่น แต่โทรหา ‘หนิงเทียน’ ลูกชายของหนิงเย่ากัง!


    พวกเขาทั้งหมดเป็นลูกสมุนที่คอยตามหนิงเทียน ปกติถ้าพวกเขาก่อเรื่อง พอแจ้งชื่อหนิงเทียน เพียงแค่ได้ยินชื่ออีกฝ่ายจะกลัวจนหัวหด


    เพราะนั่นคือลูกชายของหนิงเย่ากัง เจ้าพ่อแห่งวงการมืดในเจียงหนาน!


    ไม่นาน หนิงเทียนก็รับสาย พี่กวารีบทำหน้าประจบประแจงทันที 

    “พี่เทียน! ตอนนี้พวกเราอยู่ที่คลับเสวียนอู่ มีคนมาหาเรื่องพวกเรา พี่ช่วยพวกเราหน่อยได้ไหม? ดูเหมือนไอ้เวรนั้นฝีมือจะไม่เลว”


    หนิงเทียนได้ยินแบบนั้น น้ำเสียงที่ออกมาจากโทรศัพท์ก็รู้ได้ในทันทีว่าเขาโมโหขนาดนั้น


    “ว่าไงนะ! มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ? พวกแกคอยอยู่ตรงนั้น! ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้!”


    เมื่อพี่กวาได้ยินดังนั้น ก็ดีใจจนเนื้อเต้น “จริงเหรอครับ! ได้เลยครับ!”


    จากนั้นก็วางสาย เขาก็หันไปบอกน้องชายทั้งหลาย “หึ! ไอ้เวรนั่นตายแน่! พี่เทียนบอกว่าจะมาเดี๋ยวนี้!”


    ไม่นาน หนิงเทียนก็มาถึง ลูกน้องทั้งหลายรีบเข้าไปต้อนรับ พี่กวาพูดขึ้นทันทีว่า “พี่เทียน ลำบากคุณจริงๆ”


    สีหน้าหนิงเทียนดูไม่ดีเอามาก ๆ ไม่มีท่าทีจะสนใจเลยสักนิด เขาตะโกนเสียงดัง “ผู้จัดการอยู่ไหน? ตาบอดรึไง? ฉันมาไม่เห็นรึไง?”


    พอพูดจบ ก็มีชายวัยกลางคนวิ่งหน้ายิ้มแย้มมาหาทันที พร้อมกับโค้งคำนับไม่หยุด “คุณชาย พูดอะไรแบบนั้นล่ะครับ ผมแค่กำลังยุ่งอยู่ ขอโทษจริง ๆ คุณชายยต้องอะไร สั่งมาได้เลยครับ!”


    “ข้างล่างมีคนจัดการลูกน้องฉัน แกยังไม่รู้จะทำยังไงอีกเหรอ?” 


    หนิงเทียนขมวดคิ้ว


    “ครับ ผมจะไปจัดการเดี๋ยวนี้” 


    ผู้จัดการปาดเหงื่อที่หน้าผาก ไม่กล้าแสดงท่าทีเฉื่อยชา รีบหันไปตะคอกใส่การ์ดที่เหลือ “ยังยืนเซ่ออะไรกันอยู่? ไม่ได้ยินที่คุณชายพูดเหรอ? รีบตามฉันมา!”


    พวกการ์ดไม่กล้าชักช้า รีบวิ่งตามหลังผู้จัดการไปที่ชั้นล่างทันที


    แม้พวกการ์ดจะมีไม่กี่คน แต่ล้วนเป็นคนที่ทักษะการต่อสู้มาทั้งนั้น ปกติต่อสู้กับคน 7-8 คนพร้อมกันก็ยังหายใจสบาย ๆ


    ส่วนชั้นล่างจางเฉายังคงพูดจาข่มขู่ เขากลัวว่าหลัวเซิงจะหนีไป จึงจ้องมองหลัวเซิงตาเขม็ง “แกคอยดู! อย่าคิดว่าจะหนีไปไหนได้!”


    “ฮ่า ๆ  ฉันจะหนีทำไม? ที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรแก เพราะไม่คู่ควรให้ฉันลงมือ!” 


    หลัวเซิงทำหน้าดูถูก


    “ไอ้เวร! ได้ เดี๋ยวแกก็รู้ว่าแกจะตายยังไง!” 


    จางเฉาถึงกับพูดไม่ออก เขาไม่คิดเลยว่าบนโลกนี้จะมีคนที่ไม่กลัวคลับเสวียนอู่จริง ๆ หรือว่าไอ้เวรนี่จะไม่รู้จักชื่อเสียงของคลับเสวียนอู่!


    ตอนนั้นเอง ก็มีเสียงดังโวยวายดังขึ้น ทันใดนั้นในฝูงชนก็ส่งเสียงร้อง

     “แย่แล้ว! คนของคลับเสวียนอู่มากันเต็มเลย!”


    “ฉันว่านะ วันนี้ชายนี่ได้ตายแน่!”


    “ใช่แล้ว! เจ้านี่ตายแน่! กล้าหาเรื่องกับคนของคลับเสวียนอู่ ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ!”


    ฝูงชนที่มุงดูต่างพูดขึ้น พวกเขาไม่เข้าข้างหลัวเซิงเลยสักนิด


    ผู้จัดการร้านถอนหายใจเฮือกใหญ่ หลัวเซิงจบเห่แล้ว ถึงจะมีเงินมากแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์


    ผู้จัดการคลับเสวียนอู่พาพวกลูกน้องเดินเข้ามาหา จางเฉามองดูฉากนี้ก็ตื่นเต้นจนตัวสั่น “พวกนายต้องจัดการมันให้สาสม!”


    ผู้จัดการก็จำจางเฉาได้ จึงพูดขึ้น “ไม่ต้องห่วง คุณชายสั่งให้พวกเราลงมาเอง”


    “อะไรนะ? นายหมายความว่าพี่เทียนก็มาด้วยเหรอ?” 


    จางเฉาดีใจจนแทบจะเป็นลม ชื่อเสียงของพี่เทียนดังกระฉ่อนขนาดไหน นั่นคือลูกชายของหนิงเย่ากังเชียวนะ!


    “ไอ้เวร แกจบเห่แล้ว!” 


    จางเฉาตบมือด้วยความสะใจ มองหลัวเซิงด้วยสายตาดูถูก


    เฉวียนซินเฟยก็ตื่นเต้นเช่นกัน เธอหันไปบอกจางเฉา “ที่รัก คุณนี่สุดยอดไปเลย! แม้แต่พี่เทียนยังมาช่วยคุณเลย!”


    เหยาเหยาเห็นว่ามีคนมาเพิ่มอีกมากมาย ใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอีกครั้ง แต่หลัวเซิงกลับยังคงยิ้มอย่างใจเย็น “ไม่เป็นไรลูก พ่ออยู่ที่นี่แล้ว”


    ผู้จัดการคลับเดินตรงมาที่หน้าหลัวเซิง แล้วพูดว่า “คุณชายเทียนสั่งให้แกขึ้นไปข้างบน ถ้าไม่ไป อย่าหาว่าฉันรังแกแล้วกัน”


    พวกลูกน้องล้อมหลัวเซิงไว้ ทุกคนคิดว่าหลัวเซิงตายแน่ ๆ


    ผู้จัดการร้านตั้งใจจะโทรแจ้งตำรวจแล้ว แต่ไม่นานเธอก็นึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายคือคนของหนิงเย่ากัง ถึงตำรวจมา ก็คงไม่มีประโยชน์อะไร เธออาจจะซวยซ้ำซ้อน


    พอคิดได้แบบนั้น เธอก็วางโทรศัพท์ลงอย่างเงียบ ๆ


    งั้นเธอคงช่วยอะไรไม่ได้ อย่างนั้นก็โทษที่หลัวเซิงอวดดีเกินไป ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเอง


    แต่หลัวเซิงกลับทำสีหน้าเรียบเฉย เขาไม่ได้อยากจะทำให้เรื่องบานปลาย สำหรับการขึ้นไปข้างบน เขาก็ไม่ได้หวาดกลัวแม้แต่น้อย


    “ไม่มีปัญหา ฉันขอโทรศัพท์ก่อน” 


    หลัวเซิงพูดอย่างใจเย็น


    “ฮ่าๆ นายจะโทรหาใคร? บอกให้นะ ในเมื่อพี่เทียนออกหน้าแล้ว ต่อให้นายโทรหาใครก็ช่วยนายไม่ได้หรอก! ยอมรับชะตากรรมซะเถอะ!” 


    จางเฉาเยาะเย้ยทันที


    “ใช่แล้ว! ตอนนี้นายโทรหาใครก็ไม่ทันแล้ว! รอตายได้เลย!” 


    เฉวียนซินเฟยตะโกน


    ผู้จัดการคลับเองก็ไม่อยากให้เรื่องบานปลาย ที่นี่มีคนพลุกพล่าน รอไปถึงคลับแล้วค่อยจัดการเขายังไงก็ได้ เขาจึงพูดขึ้น


    “ได้ ไม่เป็นไร โทรสิ โทรเสร็จแล้วก็ไปกับฉัน”


    หลัวเซิงไม่ลังเลเลยสักนิด เขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาโจวสุ่ยหนิว ไม่นานโจวสุ่ยหนิวก็รับสายด้วยน้ำเสียงนอบน้อม


    “ท่านหลัว มีอะไรให้รับใช้ครับ?”


    “ย่านการค้า นายรู้จักไหม?” 


    หลัวเซิงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย


    “อ่า? นั่นมันเป็นอสังหาริมทรัพย์ของตระกูลโจวผม! ท่านหลัว ท่านหมายตาที่ดินผืนนั้นงั้นเหรอ? ไม่มีปัญหา เดี๋ยวนี้ผมจะให้เลขาเตรียมสัญญาโอนให้ท่านเดี๋ยวนี้เลย!” 


    โจวสุ่ยหนิวรีบพูดอย่างร้อนรน กลัวว่าจะทำให้ท่านผู้นี้ไม่พอใจ แค่ทำให้หลัวเซิงพอใจ ถึงจะให้เขามอบตระกูลโจวให้ เขาก็ไม่มีวันปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว!


    “ไม่ต้องหรอก หนิงเย่ากังนายรู้จักไหม?” 


    น้ำเสียงหลัวเซิงเย็นชา เขาไม่ได้ชอบใจพวกที่อยู่ในวงการมืดเลยสักนิด ไม่สนว่าจะเป็นเจ้าพ่อแห่งเจียงหนาน เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาพวกนี้ก็แค่แมลงสาบตัวหนึ่ง แค่บี้ก็ตาย!


    พอได้ยินคำพูดของหลัวเซิง โจวสุ่ยหนิวก็รู้ได้ทันทีว่าหนิงเย่ากังน่าจะไปหาเรื่องท่านผู้นี้เข้าแล้ว!




    คล้ายกับเรื่องสุดยอดนักฆ่ากลายมาเป็นลูกเขย ที่คุณอ่าน