เครื่องบิน Cessna Citation Bravo เป็เครื่องบินเจ็ทขนาดเล็ก (light-jet) ที่ประหยัดนํ้ามันและสามารถบินเส้นทางกรุงเทพฯไปยังเชนไนประเทศอินเดียได้โดยไม่ต้องหยุดพัก นอกจากนี้เครื่องบิน Citation Bravo มีความสามารถในการลงจอดบนรันเวย์ระยะทางสั้นที่ดีเยี่ยม พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเช่น โต๊ะทำงานพับเก็บได้ หน้าจอส่วนตัว ปลั๊กไฟสำหรับอุปกรณ์ต่าง ๆ หน้าจอส่วนตัว ห้องนํ้า เนื้อที่ในการเก็บ
สัมภาระที่กว้างขวาง และที่นั่งจำนวน 7 ที่ ที่ตอนนี้ถูกจับจองโดยถังหลินเมิ่งฮ่าวและฉงติ่งเท่านั้นมาพร้อมกับนักบินมืออาชีพสองคนพร้อมแอร์โฮสเตสที่พร้อมดูแลตลอดการบินและจุดหมายปลาทางของพวกเขาคือเมืองหลวงโฮโนลูลูเกาะฮาวาย หรือเรียกว่า เกาะใหญ่ เป็เกาะใหญ่สุดในหมู่เกาะฮาวาย ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้สุด มีพื้นที่ 10,430 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่าทุกเกาะในหมู่เกาะฮาวายรวมกัน และเป็เกาะใหญ่สุดในสหรัฐอเมริกา เกาะนี้มีขอบเขตเทียบเท่าเคาน์ตีฮาวายในรัฐฮาวาย เกาะฮาวายรู้จักกันในชื่อ "เกาะใหญ่" เพื่อลดความสับสนระหว่างชื่อเกาะกับรัฐ
“เออแล้วแกได้จองโรงแรมไว้ยังวะ”ถังหลินพูดขึ้นมา
“จองแล้วๆ Mauna Lani Bay Hotel & Bungalows ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันมีเ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก และรูมเซอร์วิสให้บริการ อ้อแล้วเราจองห้องสวีทสามห้องนะ”เมิ่งฮ่าวกล่าวตอบพลางเลื่อนอ่านข่าวของถังหลินไป
“ก็ดีเออจริงสิฉันว่าจะสร้างบริษัทเครื่องประดับพวกแกคิดว่าไงวะ”ถังหลินพูดขึ้นมาไหนๆเขาก็ได้เหมืองหยกมาแล้วเลยคิดว่าควรทำให้มันเกิดประโยชน์สักหน่อยอย่างเช่นการประมูลหยกหรือว่าการทำเป็เครื่องประดับออกมาขาย
“ก็เอาดิก็ดีเหมือนกันฉันก็คิดว่านะ่นี้พวกเราทำตัวว่างไปหน่อยจนพ่อฉันบอกว่าจะลองยกบริษัทในเครือให้มาลองบริหารดูพอดีเลยแกพูดเื่นี้ขึ้นมา”เมิ่งฮ่าวพูดขึ้นมา
“แล้วถ้าแกไม่มีที่ดินละก็ฉันก็พอมีทำเลดีๆในตัวปักกิ่งอยู่แต่ราคาก็มหาโหดใช่ได้ละนะเพราะมันเป็ของตระกูลติง”ฉงติ่งพูดขึ้นมา
“ว่าแต่อยู่ดีๆพูดขึ้นมางี้แกมีเหมืองหยกรึไงวะ”เมิ่งอ่าวถามออกมาด้วยความสงสัย?
“ก็มีนะฉันได้มาเหมืองหนึ่งนะ”ถังหลินพูดขึ้นมา
เมิ่งฮ่าวกับฉงติ่งขมวดคิ้วทันทีเพราะพวกเขาก็พึ่งได้รับข่าวๆหนึ่งมาเหมือนกัน
“เฮ้ๆแน่ใจนะเว้ยว่าแกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกระตระกูลถังจริงๆนะ”เมิ่งฮ่าวถามออกมาตรงๆ
“ก็นะมีหรือไม่มีสุดท้ายมันก็ไม่ต่างกันหรอกจริงไหมละ?”ถังหลินพูดขึ้นมาอย่างสบายๆไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากบอกเพื่อนของตนหรืออะไรเพราะพูดไปสุดท้ายสถานะเขาก้ไม่ได้เปลี่ยนอยู่ดีแล้วอีกอย่างด้วยความฉลาดของพวกมันสองคนคงประติดประต่อได้อยู่แล้วแล้วเขาจะนั่งเล่าเื่ให้เปลืองน้ำลายทำไมเล่า?
“ก็จริงของเอ็ง”ฉงติ่งพยักหน้าออกมาเพราะไม่ว่าถังหลินจะเป็นายน้อยตระกูลถังหรือไม่ได้เป็สุดท้ายพวกเขาก็ยังคงเป็เพื่อนกันอยู่ดีแต่ด้วยอะไรๆหลายๆอย่างในใจเขาก็พอเดาคำตอบได้อยู่แล้ว
กริ๊ง กริ๊ง เสียงโทรศัพท์ของถังหลินดังขึ้นเขาจึงหยิบขึ้นมาดูแล้วต้องขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเพราะเบอร์ที่โทรมาคือเบอร์แปลก
“สวัสดีไม่ทราบว่านี้คือใคร”ถังหลินพูดขึ้นมาหลังจากกดรับสาย
“ฮ่าๆน้องห้าเป็น้องห้าจริงๆหลังจากที่ลุงถังิโดนไล่ออกตระกูลไปเราก็ไม่เคยเจอกันอีกเลยตอนเด็กๆนั่นพี่ชายจำได้แค่ใบหน้าลางๆของน้องเท่านั้น”ปลายสายพูดขึ้นมาทำให้ถังหลินขมวดคิ้วทันทีเพราะเขาจำได้ว่าั้แ่เกิดเขาก็อยู่แต่ร้านขายของชำอยู่แล้วจะไปอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลถังได้ยังไง?
“เอาละพูดจุดประสงค์คุณมาเถอะผมไม่้าเสียเวลา”ถังหลินตอบกับไปอย่างเอือมๆไม่เห็นต้องสร้างเื่ขนาดนี้ก้ได้มั่ง
“อืมอย่างที่น้องสี่บอกจริงๆด้วยนายเป็คนตรงๆงั้นสินะเอาเถอะฉันแค่จะโทรมาเตือนนายหน่อยนะเพราะว่า่นี้นายทำตัวเด่นไปหน่อยละนะอ้อฉันขอบอกตรงๆนะฉันกับน้องสี่นะถอยออกจากการแย่งชิงโง่ๆนี้แล้วละเพราะฉะนั่นตอนนี้เหลือแค่นายกับพี่รองและพี่สองแล้วละ”ปลายสายพูดขึ้นมาด้วยความจริงจังก่อนจะพูดต่อว่า
“อย่างที่บอกไปเนื่องจากนายทำตัวเด่นเกินไปเื่ที่คุณปู่นั้นยกบริษัทเทียนหยวนให้นายจึงแดงออกมาพร้อมๆกับเื่ที่นายทำอย่างเอิกเกริกภายในตระกูลอย่างการแย่งชิงทรัพยากรมาเป็ของตัวเองนั่นแหละแล้วไอ้สองคนนั้นก้ไม่พอใจแต่ก็ร้องเรียนไม่สำเร็จแต่ดูจากนิสัยของพวกเขาทั้งสองคนแล้วคงไม่ปล่อยไปง่ายๆแค่นี้หรอกนายก็ระวังตัวไว้ดีๆแล้วกัน”
“ฮ่าๆนี้คุณคิดว่าผมโง่งั้นเหรอนี้คือจะเล่นบทที่พี่ชายที่แสนดีว่างั้น?”ถังหลินหัวเราะออกมาอย่างเสียงดังจนแม้แต่เมิ่งฮ่าวและฉงติ่งยังหันมามองอย่างสนใจมันคุยกับใครวะทำไมดูตลกขนาดนั้นทั้งสองคิดในใจส่วนที่ถังหลินตลกนั่นเนื่องจากเขาตัดสินใจแล้วว่าจะเล่นเกมชิงเก้าอี้นี้เขาจึงให้ซุนหยางไปสืบทุกอย่างเกี่ยวกับตระกูลถังไว้หมดแล้วเื่ที่เขาควรรู้เขาก็รู้หมดแล้วเหมือนกันเพราะคนที่ถอนตัวมีแค่นายน้อยลำดับที่สี่เพียงคนเดียวเท่านั้น!!
ปลายสายเงียบไปสักพักก่อนที่จะพูดออกมาอย่างเ็าว่า
“ดูเหมือนทุกคนจะดูถูกนายไปหน่อยจริงๆนั่นแหละแต่สิ่งที่ฉันพูดก็ไม่พูดขึ้นมาลอยๆหรอกนะเพราะฉันยังไม่อยากให้นายตายเร็วๆแค่นั่นแหละ”ตู๊ด ตู๊ด หลังจากพูดจบเขาก็วางสายทันที
ถังหลินขมวดคิ้วพลางใช้ความคิดภายในหัวของเขาตอนนี้กำลังคิดได้หลายทฤษฎีและหลายทางมากว่าที่พี่สี่ของเขาพูดอออกมานั้นหมายความว่ายังไงแต่ก็มีสิ่งหนึ่งแล้วที่เขามั่นใจจากบทสนทนานี้ว่า
“พวกนั้นไม่รู้การมีอยู่ของระดับ SS งั้นเหรอแต่นั้นก็จริงเพราะยังไงระดับ SS ก้เป็กำลังรบสูงสุดของตระกูลไม่ควรให้ใครรู้ง่ายๆขนาดนั้นแต่ที่เขารู้ได้ก็คงเพราะเป็ผู้ถือหุ้นร้อยเปอเซ็นแล้วอีกอย่างพวกเขาก็ยอมสวามิภักดิ์เอง”ถังหลินคิดในใจก็เพราะถ้ารู้การมีอยู่ของระดับSSพี่สี่ของเขาคงไม่ต้องเล่นละครปาหี่แบบนี้หรอกแต่สิ่งที่พี่ชายของเขาคนนี้พูดก็น่าคิดเหมือนกันยังไงสะเื่แบบนี้ก้เป็เื่ธรรมดามากที่พี่น้องจะห่ากันเองเพียงแค่เพราะสมบัติโดยเฉพาะสมบัติที่ชื่อว่าตระกูลถังที่มีมูลค่ามากกว่าหนึ่งล้านล้านหยวน!!
“อะไรวะถังหลินเกิดไรขึ้นเปล่าวะทำไมหลังวางสายแกทำหน้าเครียดแบบนั้น”เมิ่งฮ่าวกล่าวถามขึ้นมาอย่างเป็ห่วง
“อ้อเปล่าหรอกเื่เล็กน้อยๆ”ถังหลินบอกปัดไปส่วนเมิ่งฮ่าวและฉงติ่งเห็นว่าถังหลินไม่อยากพูดเลยไม่เซ้าซี้เพื่อนตัวเองต่อ
หลังจากนั้นทั้งลำก็เกิดความเงียบขึ้นจนแม้แต่แอร์โฮสเตสยังรู้สึกกดดันแต่การเดินทางก็ผ่านไปได้ด้วยดีจนถึงรัฐฮาวาย!
หลังจตากถึงพวกเขาทั้งสามคนก็ไปเช็กอินที่โรงแรมที่จองไว้ก่อนพากันแต่งตัวอย่างสบายๆด้วยเสื้อแขนสั้นปลดกระดุมทำให้เห็นซิคแพคเรียงกันอย่างสวยงานโดยเแพาะถังหลินอาจเป็เพราะเขาได้รับสุดยอดร่างกายมาจึงทำให้หุ่นของเขานั่นดูสมบูรณ์แบบสุดๆส่วนกางเกงก้เป็กางเกงขาสั้นธรรมดาๆ
“เฮ้ยถังหลินเกินไปรึเปล่าวะนอกจากหน้าตาดีแล้วหุ่นเอ็งจะดีไปถึงไหนวะ”ฉงติ่งกล่าวขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์เพราะตลอดการเดินเล่นอยู่บนหาด ไวกิกิ ไม่มีสาวคนใดเหลียวแลเขาเลยแม้แต่น้อยมีแต่ส่งสายตาให้ถังหลินกันทั้งนั้น!
“ของแบบนี้มันแข่งกันไม่ได้จริงๆวะเพื่อน”ถังหลินพูดขึ้นมา
“เออว่าแต่มีใครเล่นโต้คลื่นเป็เปล่าวะ”เมิ่งฮ่าวถามขึ้นเพราะจุดประสงค์หลักๆในการมาที่นี้ของเขานั้นมีอย่างเดียวคือการโต้คลื่น!
“เอาดิฉันกก็ว่าน่าสนใจเหมือนกัน”ถังหลินพูดขึ้นส่วนฉงติ่งก้ไม่ได้ขัดอะไรเพราะมาที่นี้ถ้าไม่ได้ไปโต้คลื่นก็เหมือนยังมาไม่ถึงนั่นแหละ!! ก่อนที่พวกเขาทั้งสามจะไปหาที่เช่ากระดานโต้คลื่นแถวๆนั้นก่อนที่จะพากันวิ่งลงทะเลไปโต้คลื่นถึงจะไม่มีใครเล่นเป็แต่นั้นก็ไม่ใช่อุปสรรคเลยแม้แต่น้อยเพราะว่ามันไม่ได้มีคลื่นลูกใหญ่อะไรแค่ดูคนอื่น ๆเขาทำกันแล้วก็ทำตามเท่านั่นเอง!
ในขณะที่ถังหลินกำลังเที่ยวอย่างสบายใจเชิบนั้นอีกด้านหนึ่งที่คฤหาสน์ของเขากำลังเกิดาขนาดย่อมๆกันเกิดขึ้นเลยก็ว่าได้
“หัวหน้าไม่ไหวหรอกครับเรามีกันแค่สิบคนส่วนอีกฝั่งมีเป็ร้อยและแถมดุเหมือนว่าจะมีความสัมพันธ์กับรับบาลด้วยพวกนั้นถึงสามารถเอารถหุ้มเกราะออกมาวิ่งกลางเมืองแบบนี้ได้แถมยังติดอาวุธหนักอย่าง AK-47มาด้วย”ชายคนหนึ่งที่กำลังหลบอยู่ตรงแนวป้องกันเล็กๆที่พวกเขาสร้างขึ้นมาพูดกับหัวหน้าที่ตอนนี้กำลังพยายามติดต่อหาใครบางคนอยุ่
“ทนไว้ก่อน B-1 ตอนนี้ฉันกำลังติดต่อท่านกังหยูและท่านซุนหยางอยู่”B-0 พูดขึ้นมาเพราะขณะที่ปฎิบัติภารกิจอยู่พวกเขาจะได้รับโค้ดเนมมาเท่านั้นไม่มีชื่อเพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล!
“ดีหน่อยที่พวกนั้นยังไม่เริ่มยิงแสดงว่า้าอะไรบางอย่างสินะ”B-2พูดขึ้นมาหลังจากเ้าตัวใช้สายตาสาดส่องตรงรูเล็กออกไปเพราะพวกนั้นแค่ลงมายืนและเล็งปืนมาทางนี้แค่นั้น
ก่อนที่จะมีชายคนหนึ่งที่แต่งตัวดูภูมิฐานเดินออกมาและเอาโทรโข่งขึ้นมาจ่อปากและพูดขึ้นมาว่า
“นายน้อยห้าออกมาคุยกันดีเถอะครับผมไม่อยากใช้กำลังหรอกนะ”เขาพูดออกมาอย่างสบายๆและดุไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อยเพราะตามข้อมูลที่เขาได้รับมานั่นที่นี้มีคนป้องกันแค่12คนเท่านั้นและทั้งหมดนี้เป็แค่พวกระดับBแต่เขาพาระดับAมาด้วยถึงสองคนถึงคนอื่น ๆจะเป้นคนธรรมดาก็เถอะแต่แค่นี้ก็ถือว่าพอแล้ว!
“พวกนายเป็ใครแล้วอีกอย่างนายจ้างของพวกเราไม่ได้อยู่แล้ว”B-0ตอบกลับไปแต่เขาก้ไม่ได้โผล่ตัวออกไปเลยแม้แต่น้อยเพราะเขาไม่อยากประมาท!
ถังจูขมวดคิ้วทันทีนายน้อยห้าไม่อยู่งั้นเหรอแต่เขาออกไปตอนไหนกัน?ถังจูยิ่งคิดยิ่งลนลานเพราะเขาได้รับคำสั่งจากนายน้อยสองให้มาที่นี้และให้ใช้ทุกวิทีทางทำยังไงก็ได้ให้นายน้อยห้ามอบเหมืองหยกออกมาแต่อย่างพึ่งฆ่าเพราะนายน้อยสองยังไม่อยากเริ่มา!สุดท้ายถังจูก้ได้ตัดสินใจออกมาในเมื่อไม่อยู่ก็ต้องไม่เห็นคน
“บุกเข้าไปสะค้นทุกห้องและหาตัวให้เจอถ้าไม่อยู่จริงๆก้ต้องไม่มี-”แต่เขายังไม่ทันได้สั่งจนจบก็ไดมีเสียงดังสนั่นลั่นทั้งถนนสายนี้ขึ้นมาสะก่อน
ปัง!! ะุพุงตรงที่กลางหัวใจเขาทันทีก่อนตายถังจูก็ไม่เคยคิดเลยว่าคนที่เขาพามาด้วยจะเป็คนทรยศใบหน้านั่นเขาไม่มีทางลืมและไม่มีทางพลาดไปได้เพราะตอนตัดสินใจและออกคำสั่งเขาได้หันกลับมามองกองกำลังที่เขาพามาด้วยเสี้ยววินาทีก่อนที่เขาจะหมดลมหายใจมีความคิดหนึ่งขึ้นมาว่า
“ศัตรูไม่น่ากลัว เพราะเรารู้ว่าศัตรูคือศัตรู ที่น่ากลัวที่สุดคือสหายที่อยู่ข้างกายที่เราไม่รู้ว่าเขาคือใคร?”