ผู้จัดการยังรักษารอยยิ้มธุรกิจเดินนำคู่หูแปลกประหลาดไปยังห้องหมายเลข 2716 ชี้ไปยังป้ายที่ห้อยไว้ตรงหูประตูห้องว่า ‘กรุณาอย่ารบกวน’ แล้วพูดว่า “หลังจากแขกท่านนี้เข้าห้องแล้ว ส่วนใหญ่จะแขวนป้ายนี้เอาไว้ พนักงานของเราได้เข้าไปทำความสะอาดแค่สองครั้งเท่านั้น และทุกครั้งแขกก็อยู่ด้วย” เมื่อพูดจบก็เคาะประตู เมื่อแน่ใจว่าไม่มีคนอยู่ก็ให้ผู้รับผิดชอบชั้นนี้ปลดกลอนประตูห้อง
แม้ว่าห้องนี้จะไม่ค่อยมีพนักงานโรงแรมเข้ามาทำความสะอาดนัก แต่ก็ไม่ได้สกปรกและรกเลย ผ้าห่มถูกพับเก็บเหมือนพับที่บ้าน ส่วนข้าวของก็วางไว้เป็ระเบียบ
เวลส์เอาตัวขวางคนอื่นๆ ที่หมายจะก้าวเท้าเข้าไป จากนั้นก็ส่ายหน้ามองตำรวจน้อย สุดท้ายเ้าโง่นั่นก็คิดจะเดินอ้อมตัวเขาไป เวลส์จึงจำต้องงับขากางเกงของเ้าโง่นั่นเอาไว้
“เอ๋” ตำรวจน้อยยืนทรงตัวให้มั่น เมื่อได้สติภายในไม่กี่วินาที จึงค่อยตบหน้าผาก แล้วพูดว่า “พวกเราต้องระมัดระวังเื่เล็กๆ น้อยๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ทุกคนห้ามแตะต้องของในห้องแม้แต่อย่างเดียวนะครับ...ทางที่ดีอย่าแตะต้องอะไรจะดีกว่า...ให้ยืนอยู่ที่โถงทางเข้านะครับ” ขณะที่พูดเขาก็ควักถุงคลุมรองเท้าและถุงมือจากกระเป๋าสะพายหลังออกมาสวม
ขาอ่อนเปลี้ยอยู่แล้วไม้เท้ายังมาหักครึ่งอีก พอจะถือก็ไม่ใช่จะโยนทิ้งก็ไม่เชิง ทำเอาเวลส์ถอนหายใจเงียบๆ
เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าเด็กที่ไร้ปัญญาแบบนี้ จะทำ ‘คะแนนยอดเยี่ยม’ และเป็ตำรวจ CIB สำเร็จได้อย่างไร ถ้าเขาเป็ครูฝึก คืนนี้จะให้เ้าเด็กโง่คนนี้คัดกฎการติดต่อหน่วยงานภายนอก และมาตรฐานการรักษาหลักฐานพันจบแน่
เวลส์ใช้สายจูงดึงตำรวจน้อยให้ไปเปิดประตูทุกตู้ในห้อง จึงพบว่ามีกระเป๋าเดินทางสองใบและมีกระเป๋าสะพายหลังหนึ่งใบในห้อง ภายในกระเป๋าเดินทางว่างเปล่า เสื้อผ้ากับของใช้ถูกแขวนและวางเอาไว้ในตู้เสื้อผ้าอย่างเป็ระเบียบ ของใช้ชนิดต่างๆ วางในที่ที่เหมาะสมตามนิสัยการใช้
เขาคิดว่า ดูแล้วโรเบิร์ตคงจะเป็คนเ้าระเบียบมากทีเดียว ซึ่งตรงกับข้อมูลที่ได้มาจากบรรณาธิการ ว่าโรเบิร์ตนั้น ส่งต้นฉบับตรงเวลาเสมอ ทุกครั้งที่นิตยสารพูดคุยปัญหาเกี่ยวกับต้นฉบับ โรเบิร์ตก็จะตอบกลับด้วยความกระตือรือร้นและมีประสิทธิภาพเสมอ
กระเป๋าสะพายหลังใบไม่ใหญ่อะไรนัก นอกจากมีกล้องเอสแอลอาร์[1]และขาตั้งกล้องแบบมืออาชีพในกระเป๋าแล้ว ยังมีของจุกจิกที่ใช้ประจำยามออกข้างนอก แต่ไม่มีกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือ
เวลส์ตบกระเป๋าเดินทางและกระเป๋าสะพายหลัง แล้วชี้ไปยังโถงทางเข้า จากนั้นก็มองตำรวจน้อยด้วยสีหน้าอับจนหนทางและหมดหวัง โชคดีที่ครั้งนี้เ้ามือใหม่สมองไวขึ้นมาหน่อย จึงเดินออกมาจากห้องนอนแล้วถามว่า “พวกคุณยังจำได้ไหมครับว่าแขกท่านนี้นำกระเป๋ามาด้วยกี่ใบ แล้วก็ ปกติเวลาเขาออกไปข้างนอกเขาเอากระเป๋าไปด้วยไหมครับ”
“ตอนที่เช็กอิน ดูเหมือนจะมีกระเป๋าเดินทางสองใบนะคะ แล้วก็...แล้วก็...” สาวน้อยที่เป็พนักงานต้อนรับขมวดคิ้วคิดอยู่นาน แล้วพูดอีกว่า “เหมือนว่าจะมีกระเป๋าสะพายหลังด้วยหนึ่งใบ แต่ปกติเวลาออกไปนั้นพกอะไรออกไปด้วยไหมฉันไม่ทราบค่ะ ห้องนี้เป็ห้องที่จ่ายเงินล่วงหน้า แขกจ่ายเงินสำหรับพักหนึ่งเดือนไว้แล้ว แล้วยังรูดบัตรเครดิตที่มีวงเงินสูงเอาไว้ด้วย ดังนั้นพวกเราเลยไม่ค่อยสนใจนักว่าแขกจะทำอะไร”
“ดูจากกล้องวงจรปิดได้ครับ ผมจะให้แผนกรักษาความปลอดภัยช่วยจัดการให้ ให้ทำสำเนาบันทึกวิดีโอการเข้าออกของแขกท่านนี้ั้แ่หลังเช็กอิน” ผู้จัดการเสนอความคิดอย่างให้ความช่วยเหลือเต็มที่ จากนั้นก็ใช้วิทยุสื่อสารในมือติดต่อแผนกรักษาความปลอดภัย
ถึงแม้ว่านับั้แ่วันเกิดเหตุจนถึงตอนนี้ การหายตัวไปของโรเบิร์ตยังไม่ถือว่าเป็คดีอาญา แต่การหาตัวคนในต่างประเทศก็ไม่ใช่เื่ง่าย เนื่องจากไม่สามารถทราบถึงขอบเขตกิจกรรมที่โรเบิร์ตทำและผู้คนที่โรเบิร์ตติดต่อด้วยได้โดยง่าย
บันทึกกล้องวงจรปิดให้ข้อมูลไม่น้อยก็จริง แต่บันทึกเทปที่ทั้งยืดยาวและไร้จุดหมายก็เป็การเพิ่มภาระงานมหาศาล ทั้งไม่ใช่สิ่งที่จะดูจนจบในเวลาอันรวดเร็ว จึงจำเป็ต้องให้แผนกเทคโนโลยีของสอบสวนกลางช่วย หากรีบร้อนไปก็ไร้ประโยชน์
ถ้าไม่ติดว่าของคุณภาพต่ำบนคอนี่น่ารำคาญ เวลส์ที่มีความชำนาญในเื่นี้ก็ไม่มีทางร้อนใจอย่างในตอนนี้หรอก
โชคดีที่เ้าตำรวจน้อยยื่นมือมาทันท่วงที คอยลูบขนตรงคอเขาให้อยู่หลายครั้ง ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะอยากกลิ้งตัวไปมาบนพื้นพรมแล้วก็เป็ได้
แต่เมื่อเวลส์สงบลงแล้ว เขาก็รู้สึกว่าเ้าตำรวจน้อยคนนี้บังอาจล่วงเกินกันไปหน่อย ทำไมถึงยังลูบไม่เลิกสักทีนะ ขนฉันมันน่าลูบ แต่ก็ไม่ควรลูบไปถึงส่วนที่ไม่มีขนปกคลุมสิ นี่นายลูบคนที่ตำแหน่งสูงกว่าเหมือนลูบหมาจริงๆ งั้นหรือ
ดังนั้นเขาจึงส่ายหน้าด้วยความรำคาญ ตำรวจน้อยจึงผวาชักมือกลับ จากนั้นก็ชี้ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือ ถามว่า “อันนี้ก็ต้องเปิดดูด้วยใช่ไหมครับ”
เมื่อผู้จัดการหน้าประตูได้ยินเข้าก็ชะงัก ก้มหน้าลงมองตัวเอง จากนั้นหันไปมองลูกน้องข้างหลัง ไม่เข้าใจว่าเ้าหน้าที่เหยากำลังถามใครอยู่กันแน่
สุนัขตำรวจตัวนั้นขยับทันใด จูงเ้าหน้าที่เหยาไปยังโต๊ะเขียนหนังสือ จูงหรือ ผู้จัดการรู้สึกว่ามันขัดกันแปลกๆ ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าสุนัขตำรวจเป็คนจูงเ้าหน้าที่ตำรวจเดินก็ไม่รู้
เมื่อเปิดใช้แxคบุคซึ่งพกพาสะดวกและบางเบา ก็น่าเสียดายที่ตั้งรหัสเข้าระบบเอาไว้ มันเป็งานที่ต้องใช้เ้าหน้าที่เทคนิคอีกแล้ว! หากไม่ใช่เพราะแตะไม่ถึง เวลส์ที่เริ่มรำคาญใจก็อยากจะกัดปลอกคอที่ตัวเองใส่ให้ขาดๆ ไปเสียที
เ้าตำรวจโง่คนนั้นกลับยกมือขึ้นจะไปแตะแป้นพิมพ์ แต่เวลส์กัดแขนเสื้อไว้ทันเวลา อีกฝ่ายจึงร้องเสียงเบาเสมือนถึงบางอ้อ “อ้อ อ้อ! ใช่แล้ว! อย่าแตะมั่วซั่ว ต้องนำกลับไปให้สารวัตรก่อนถึงจะถูกกฎ”
ฉับพลันนั้นผู้จัดการก็คิดออก หรือว่าเมื่อสักครู่เ้าหน้าที่เหยาถามเ้าหมาตัวนั้นกันนะ
เชิงอรรถ
^ ย่อมาจาก digital single lens reflex หมายถึง กล้องสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว เป็นกล้องฟิล์มที่มีระบบเลนส์เดียวที่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้