“พี่ต้องช่วยให้ผมฟื้นคืนร่างเหมือนไอ้ธูป หรือจะให้ผมปล้ำพี่โชว์คนรักที่เป็นผู้สูงศักดิ์ของพี่ดีนะ” หัวของร่างโปร่งแสงเริ่มก้มลงซุกไซ้ซอกคอของทีปกรอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันจะถึงจุดหมายปลายทางก็ต้องผละตัวออกจากชายร่างบางที่ตนกำลังนั่งทับอยู่
ยมทูตตวัดเชือกโปร่งแสงที่อยู่ในมือเข้าที่คอของวิญญาณไอ้ชัช มือของวิญญาณนั้นจับไปที่คอของตนร้องโหยหวน ดิ้นพล่านทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดจากความแสบร้อนที่แผ่ออกมาจากเชือกเส้นนั้น ยิ่งดิ้นมากเท่าไรเชือกโปร่งแสงก็ยิ่งรัดแน่นมากขึ้น จนรู้สึกเหมือนวิญญาณแทบจะแตกสลาย
“ท่านรัตติกาลช่วยผมด้วย…” เสียงอันอ่อนแรงออกจากปากของวิญญาณที่เริ่มไร้พิษสง
“เรียกรัตติกาลงั้นรึ ช่างไร้ประโยชน์ยิ่งนัก เจ้าได้กระทำในสิ่งที่มิสมควรทำแก่ข้าและนางอันเป็นที่รักของข้า ข้าได้แจ้งแก่เจ้าแล้วว่ารัตติกาลไม่สามารถช่วยเจ้าได้ แต่เจ้าก็ยังท้าทายในอำนาจของข้า เจ้าวิญญาณโสโครกมิรู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเยี่ยงเจ้า จงลงไปรับกรรมของเจ้าในนรกเสียเถิด” เมื่อสิ้นเสียงอันน่าเกรงขามของเขมทัต ยมทูตก็กระตุกเชือกโปร่งแสงตรงคอไอ้ชัชและหายวับไปทันที
ทีปกรที่กำลังเหลือกตามองเหตุการณ์ตรงหน้าไปมา สูดลมหายใจเข้าดังเฮือกด้วยความเหนื่อยหอบและชันตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งทันที รู้สึกโล่งใจที่ตอนนี้กลับมาขยับตัวได้อีกครั้ง
“เจ็บตรงไหนหรือไม่เจ้า” เขมทัตก้มลงกอดทีปกรที่นั่งอยู่บนพื้น
“ขอบคุณนะครับที่มาช่วยผม” ชายร่างบางซุกศีรษะลงหน้าอกของฝ่ายตรงข้ามทันทีที่ได้รับอ้อมกอด และสวมกอดชายคนรักจนแน่นด้วยความกลัวกับเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ กลิ่นหอมจาง ๆ ที่โชยออกมาจากตัวของเขมทัตทำให้รู้สึกถึงความผ่อนคลาย
“ข้าจะอยู่กับเจ้าตรงนี้มิห่างกายเจ้าไปไหนอีก จงหลับเสียเถิดเด็กน้อยของข้า” เขมทัตประทับริมฝีปากหยักหนาลงบนหน้าผากของชายร่างบาง และประคองร่างนั้นให้เอนลงนอนอย่างทะนุถนอม มืออันหยาบกร้านลูบบนศีรษะของเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้า ความหวาดกลัวที่ได้รับเริ่มจางลงไปเข้ามาแทนที่ด้วยความสบายใจ จึงทำให้ทีปกรรู้สึกปลอดภัยและเคลิ้มหลับไปในที่สุด
ถึงแม้ว่าทีปกรจะเข้าสู่ห้วงแห่งนิทราไปแล้วก็ตาม แต่สายตาแห่งความรักของเขมทัตยังคงส่องประกายออกมามองชายร่างบางอย่างไม่คลาดสายตา จนทำให้ผู้ที่แอบมองเหตุการณ์ต่าง ๆ อยู่ในมุมมืดนั้นเกิดความริษยาจับจิตจับใจ
“รักกันเหลือเกินนะเจ้าคะท่านพี่” สาวปากแดงปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ครั้งนี้นางมาในชุดลูกไม้สีดำแนบเนื้อปลายกระโปรงบานลากยาวลงพื้น ซึ่งเข้ากับร่างที่ดูสะโอดสะองได้รูปของนางยิ่งนัก
“ในที่สุดก็เผยตัวออกมาเสียทีนะเจ้า เจ้าหลอกวิญญาณเด็กหนุ่มผู้นั้นให้มาทำร้ายนาง วิญญาณของเด็กนั่นเกือบแหลกสลาย และสิ่งที่มิสมควรเกิดขึ้นมากที่สุดก็คือการทำให้นางต้องตายก่อนเวลาอันควร"
“ก็เจ้านั่นมันอยากโง่เชื่อข้าเองนี่เจ้าคะ แล้วข้าก็อยากกำจัดชายผู้นี้ให้สิ้นซาก ริอ่านมาแย่งความรักของข้าไปก็ต้องโดนดีเช่นนี้แหละเจ้าค่ะ” แววตาของรัตติกาลมองไปยังทีปกรด้วยความอาฆาตมาดร้าย
“ข้ามิเคยมีความรักให้แก่เจ้าแม้เพียงเสี้ยวกระผีก รัตติกาล”
เขมทัตเงยหน้ามองรัตติกาลด้วยสีหน้าและแววตาที่เรียบเฉย ถึงแม้จะรู้สึกขยะแขยงนางที่อยู่ตรงหน้ามากเพียงใด ก็ได้แต่อดกลั้นความรู้สึกนั้นเอาไว้ให้อยู่ภายในก้นบึ้งของจิตใจ เนื่องด้วยบิดาของนางเป็นถึงจ้าวผู้ปกครองนรก มีศักดิ์และสิทธิ์เป็นหัวหน้าของตน จึงยังต้องให้เกียรติกันอยู่บ้างเพราะเห็นแก่บิดาของนาง
“แววตาที่ท่านพี่มองข้ากับแววตาที่มองชายผู้นี้ช่างต่างกันราวฟ้ากับนรกนะเจ้าคะท่านพี่ หากท่านมองข้าด้วยความรักบ้างข้าคงมิคิดริษยาเช่นนี้” น้ำใส ๆ เริ่มเอ่อล้นออกจากดวงตาของสาวปากแดงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขมทัต
ถึงแม้การหลั่งน้ำตานี้จะดูน่าสงสารเพียงใดก็ตาม แต่ไม่มีผลต่อจิตใจของเขมทัตแม้แต่น้อย เพราะไม่ได้ออกมาจากดวงตาของคนที่ตนรัก
“จงบีบน้ำตาของเจ้าต่อไปเถิด ถึงเจ้าจะร้องไห้คร่ำครวญเพียงใดก็มิอาจทำให้ข้าใจอ่อนลงได้ดอก เจ้าช่างมีจิตใจร้ายกาจผิดพี่ผิดน้องของเจ้ายิ่งนักรัตติกาล ให้ข้ามองเจ้าด้วยความรักข้าคงทำมิลง จงกลับไปในที่ของเจ้าเสียเถิด ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทนต่อพฤติกรรมอันหยาบช้าของเจ้า” เขมทัตพูดเสียดแทงไปยังก้นบึ้งภายในใจของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ยิ่งทำให้ผู้ฟังรู้สึกเจ็บแค้นมากกว่าเดิม
“คอยดูเถิด สักวันท่านพี่จะต้องเป็นของข้า ข้าจะทำทุกวิถีทางกำจัดเจ้านั่นให้สิ้นซาก และข้าจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ดอกเจ้าค่ะ” สาวปากแดงหายวับไปทันทีที่สิ้นเสียงพูด
“เฮ้อ…” เขมทัตได้แต่ถอนหายใจลากยาวกับการกระทำที่กู่ไม่กลับของรัตติกาล และไม่รู้ว่าจุดจบของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป
“ข้าฝากให้เจ้าช่วยดูแลเด็กน้อยของข้าด้วยนะ” เขมทัตหันไปมองเกียกกายที่นอนสนิทอยู่อีกด้านหนึ่งของมุ้ง และหลับตาลงชั่วขณะ