ความเงียบอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมห้องโถงผลึกที่บัดนี้เหลือเพียงซากของคริสตัล โกเลม อัลฟ่า ที่แตกกระจายเกลื่อนพื้น กัปตันเฟย, เหมยหลิน, และเจี้ยน ต่างจ้องมองมายังหลี่ชิงเป็ตาเดียว สายตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง สับสน และคำถามมากมาย คำถามที่กัปตันเฟยเพิ่งเอ่ยออกมายังคงดังก้องอยู่ "แก... เป็ใครกันแน่? แรงค์ E บ้าบออะไรจะมีความสามารถระดับนี้?!"
หลี่ชิงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เขาเก็บดาบยาวเข้าฝักอย่างใจเย็น แล้วชักเดกเกอร์ออกมาถือไว้ตามเดิม การกระทำที่ดูเหมือนจะกลับไปสู่ "ปกติ" ของเขานั้น ยิ่งทำให้สถานการณ์ดูเหนือจริงมากขึ้นไปอีก เขาเงยหน้าขึ้น สบตากับกัปตันเฟยตรงๆ แววตาภายใต้เงาฮู้ดยังคงเรียบเฉย แต่ก็มีความแน่วแน่ฉายออกมา
"ผมก็คือหลี่ชิง ฮันเตอร์แรงค์ E ตามที่สมาคมฯ ประเมินไว้" เขาตอบเสียงเรียบ ไม่ได้หลบเลี่ยงคำถามโดยตรง แต่ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม "ส่วนเื่ความสามารถ... ฮันเตอร์ทุกคนต่างก็มีหนทางในการพัฒนาและเอาตัวรอดที่แตกต่างกันไปไม่ใช่เหรอครับ? บางทีผมอาจจะแค่... มีโชคหรือพร์ด้านดาบมากกว่าคนอื่นนิดหน่อย"
คำตอบนั้นคลุมเครืออย่างยิ่ง มันยอมรับว่าเขามีความสามารถ แต่ก็ลดทอนมันลงให้ดูเหมือนเป็แค่ "พร์นิดหน่อย" และโยนความรับผิดชอบไปที่ "หนทางที่แตกต่าง" เป็การตอบที่ชาญฉลาด ไม่ได้โกหก แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยความลับที่แท้จริงเกี่ยวกับคลาส [ดาบ] หรือระดับพลังที่แท้จริง ซึ่งน่าจะสูงกว่าเลเวล 30 ของเขาไปมากโข เมื่อใช้ดาบ
กัปตันเฟยขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยเชื่อนัก "พร์นิดหน่อย? ไอ้หนู การป้องกันการโจมตีของโกเลมอัลฟ่าระดับเลเวล 40 ได้ด้วยดาบเล่มเดียว กับการใช้เพลงดาบความเร็วสูงจนข้าเอง เลเวล 45 ยังมองตามแทบไม่ทันนั่นน่ะนะ ที่เรียกว่า 'นิดหน่อย'?" เขาส่ายหน้า "ข้าอยู่ในวงการนี้มานาน ข้าดูออกว่าอะไรคือพร์ อะไรคือโชค และอะไรคือ... พลังที่แท้จริง"
เหมยหลิน พยักหน้าเห็นด้วย "ใช่ค่ะ ความเร็วและพลังทำลายเมื่อครู่นี้ มันเทียบเท่ากับฮันเตอร์แรงค์ C ระดับสูง หรืออาจจะ B ต้นๆ เลยด้วยซ้ำ! มันไม่ใช่สิ่งที่แรงค์ E เลเวล 30 อย่างคุณควรจะทำได้เลย!"
เจี้ยน เลเวลอาจจะใกล้เคียงเหมยหลิน กอดอกมองหลี่ชิงอย่างพิจารณา สรุปแล้ว เ้าซ่อนระดับที่แท้จริงไว้ หรือว่ามีไอเทมวิเศษระดับตำนานช่วยเหลืออยู่กันแน่?" เขายิงคำถามที่ตรงประเด็นยิ่งกว่า
หลี่ชิงยังคงนิ่งเงียบ ไม่ได้ตอบคำถามเ่าั้โดยตรง เขารู้ว่ายิ่งพูดมาก ก็ยิ่งมีโอกาสพลาดพลั้งเปิดเผยความลับมากขึ้น
เห็นหลี่ชิงเงียบไป กัปตันเฟยก็ถอนหายใจ "เอาเถอะ... ข้าไม่รู้ว่าเ้ามีความลับอะไรซ่อนอยู่ และตอนนี้ก็คงไม่ใช่เวลาจะมาซักไซ้" เขามองไปรอบๆ ห้องโถง "เราเสียเวลามามากพอแล้ว ต้องรีบเคลียร์เส้นทางแล้วทำภารกิจให้เสร็จ" เขาหันมามองหลี่ชิงอีกครั้ง สายตาเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ไม่มีความดูถูกดูแคลนหลงเหลืออยู่ มีแต่ความสงสัยระคนกับความ... เคารพในฝีมือ? "แต่หลังจากจบภารกิจนี้ ข้าคงต้องรายงานเื่นี้ให้สมาคมฯ ทราบตามตรง ว่าความสามารถของเ้ามันเกินกว่าแรงค์ E ไปมาก"
"ตามแต่คุณจะเห็นสมควรเลยครับ" หลี่ชิงตอบสั้นๆ เขารู้อยู่แล้วว่าเื่นี้คงปิดไม่มิดแน่ อย่างน้อยก็กับคนกลุ่มนี้
"ดี! งั้นก็ไปกันต่อ!" กัปตันเฟยสั่งการทีมอีกครั้ง แต่คราวนี้ น้ำเสียงของเขาที่มีต่อหลี่ชิงนั้นแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้สั่งให้หลี่ชิง "หลบอยู่ข้างหลัง" อีกต่อไป แต่กลับถามความเห็น "เบื้องหน้าดูเหมือนจะเป็ทางแยก เ้าคิดว่าเราควรไปทางไหนดี?" แม้หลี่ชิงจะใช้ชื่อจริง แต่ในสถานการณ์นี้ กัปตันเฟยอาจจะยังคงเรียกเขาด้วยสรรพนามที่แสดงถึงความไม่คุ้นเคย
หลี่ชิงแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ตอบไปตามที่คิด "จากทิศทางลมและร่องรอยมอนสเตอร์ ผมว่าทางซ้ายน่าจะปลอดภัยกว่า และน่าจะนำไปสู่ชั้นในได้เร็วกว่าครับ"
กัปตันเฟยพยักหน้า "โอเค งั้นไปทางซ้าย! เหมยหลิน เจี้ยน ระวังตัวด้วย ส่วนเ้า... ก็คอยสนับสนุนตามเดิม แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ก็ไม่ต้องลังเลที่จะเข้าช่วยล่ะ"
การเดินทาง่ที่เหลือของภารกิจจึงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทีมวายุอัคคีไม่ได้ปฏิบัติกับหลี่ชิงเหมือนตัวถ่วงอีกต่อไป พวกเขายอมรับในฝีมือ ที่ได้เห็นเพียงเสี้ยวเดียว ของเขามากขึ้น กัปตันเฟยเริ่มขอความเห็นจากเขาบ้างในการตัดสินใจเล็กๆ น้อยๆ เจี้ยนที่เคยทำท่าทีสบายๆ ก็เริ่มมองเขาด้วยความสนใจและพยายามชวนคุยเกี่ยวกับเทคนิคการใช้มีด ซึ่งหลี่ชิงก็ตอบไปอย่างกลางๆ ส่วนเหมยหลิน แม้จะยังดูไว้ตัวอยู่บ้าง แต่สายตาที่มองมาก็ไม่มีแววดูถูกอีกต่อไป มีแต่ความทึ่งและความสงสัย
หลี่ชิงยังคงทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเงียบๆ ใช้เดกเกอร์เป็หลักในการต่อสู้กับมอนสเตอร์ระดับ C ทั่วไปที่เจอตามทาง ซึ่งตอนนี้เขาก็สามารถจัดการได้อย่างคล่องแคล่วมากขึ้นเพราะไม่ต้อง "แสดง" ความอ่อนแออีกต่อไป เขาสู้เต็มที่ด้วยทักษะเดกเกอร์และค่าสถานะเลเวล 30+ ของเขา ซึ่งก็ดู "เก่งกาจ" ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นน่าใเท่าตอนใช้ดาบ
มีเพียงครั้งเดียวที่เขาต้องชักดาบออกมาอีกครั้ง คือตอนที่พวกเขาเจอกับ "คริสตัลลิสก์" มอนสเตอร์คล้ายกิ้งก่าขนาดใหญ่ที่สามารถยิงลำแสงผลึกออกมาได้ มันโจมตีเหมยหลินอย่างกะทันหัน หลี่ชิงใช้ [ฟันดาบฉับพลัน] พุ่งเข้าไปรับลำแสงนั้นด้วย [กำแพงดาบ] ได้ทันท่วงที ช่วยชีวิตนักเวทสาวไว้ได้อย่างหวุดหวิด ก่อนที่กัปตันเฟยและเจี้ยนจะตามเข้ามาจัดการคริสตัลลิสก์ตัวนั้นได้สำเร็จ
เหตุการณ์นั้นยิ่งทำให้ทีมวายุอัคคีมั่นใจว่าหลี่ชิงมีความสามารถที่เหนือกว่าแรงค์ E จริงๆ และไม่ได้เป็แค่เื่บังเอิญ
ในที่สุด พวกเขาก็สามารถเคลียร์เส้นทางที่ถูกโกเลมอัลฟ่าขวางไว้ และปฏิบัติภารกิจสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี การเดินทางกลับออกมาจากดันเจี้ยนเป็ไปอย่างราบรื่น
เมื่อกลับมาถึงสมาคมฯ กัปตันเฟยก็ไปรายงานผลภารกิจตามปกติ เขารายงานว่าสามารถกำจัดโกเลมอัลฟ่าและเคลียร์เส้นทางได้สำเร็จ โดยได้รับ "ความช่วยเหลืออย่างคาดไม่ถึง" จากฮันเตอร์แรงค์ E ที่ถูกส่งมาสนับสนุน ทำให้ภารกิจลุล่วงไปได้ด้วยดี เขาไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับพลังที่แท้จริงของหลี่ชิงมากนัก อาจจะเพราะยังสับสน หรืออาจจะเพราะไม่อยากให้เื่มันดูวุ่นวายเกินไป แต่เขาก็ได้แนบหมายเหตุเพิ่มเติมในรายงานเกี่ยวกับ "ความสามารถสกิลที่ไม่สอดคล้องกับแรงค์" ของหลี่ชิง เพื่อให้ทางสมาคมฯ พิจารณาต่อไป
หลี่ชิงแยกตัวออกมาหลังจากได้รับส่วนแบ่งค่าตอบแทน ซึ่งน้อยนิดตามฐานะ "หน่วยสนับสนุนแรงค์ E" เขาไม่ได้สนใจว่ากัปตันเฟยจะรายงานว่าอย่างไร เขารู้ดีว่านับจากนี้ไป ชีวิตของเขาคงจะไม่ง่ายเหมือนเดิมอีกแล้ว
และก็เป็ไปตามคาด…
เพียงไม่กี่วันหลังจากภารกิจนั้น ข่าวลือระลอกใหม่ก็เริ่มแพร่สะพัดออกไปในหมู่ฮันเตอร์ระดับกลางถึงสูง แรงค์ C และ B คราวนี้ไม่ใช่แค่ข่าวลือเลื่อนลอยเกี่ยวกับ "แรงค์ E โชคดี" อีกต่อไป แต่เป็ "คำบอกเล่าจากปากต่อปาก" ของทีมวายุอัคคี ทีมแรงค์ C ที่มีชื่อเสียง ว่าพวกเขาได้ร่วมภารกิจกับฮันเตอร์แรงค์ E คนหนึ่ง ที่เลเวลน่าจะราวๆ 30 ซึ่งมีความสามารถในการใช้ดาบที่น่าทึ่ง สามารถป้องกันการโจมตีของโกเลมอัลฟ่าได้ และมีพลังโจมตีที่รุนแรงพอๆ กับฮันเตอร์แรงค์ C ระดับสูง!
"ข้าเห็นกับตาตัวเองเลยนะ!" กัปตันเฟยเล่าให้หัวหน้าทีมแรงค์ C อีกทีมหนึ่งฟังในโรงเตี๊ยม "ตอนแรกข้าก็คิดว่าสมาคมฯ ส่งขยะมาให้ แต่พอถึงเวลาคับขันจริงๆ เ้าหนั่นั่นชักดาบออกมา... พลังป้องกันนั่นมันบ้าบอมาก! แถมเพลงดาบก็เร็วชิบหาย!"
"จริงเหรอ? แรงค์ E เนี่ยนะ?" อีกฝ่ายถามอย่างไม่อยากเชื่อ
"เออ! ข้ากับเหมยหลินและเจี้ยนเห็นกันหมด! ไม่รู้ว่ามันไปได้พลังนั่นมาจากไหน อาจจะมีของดีซ่อนอยู่ หรือไม่ก็มันปกปิดแรงค์ที่แท้จริงไว้แน่ๆ สมาคมฯ ต้องประเมินมันผิดพลาดไปเยอะเลย!"
ข่าวลือในลักษณะนี้เริ่มแพร่กระจายออกไป ทำให้ชื่อของ "หลี่ชิง" กลายเป็ที่สนใจในวงกว้างขึ้น ฮันเตอร์แรงค์ C และ B หลายคนเริ่มสงสัยและอยากรู้ว่าเด็กหนุ่มแรงค์ E คนนี้เป็ใครกันแน่ บางคนก็ยังคงไม่เชื่อและคิดว่าเป็เื่แต่งเกินจริง แต่บางคนก็เริ่มเชื่อว่าอาจจะมี "อัจฉริยะตกอับ" อยู่จริงๆ
ผลกระทบที่ตามมาคือ หลี่ชิงเริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในปฏิสัมพันธ์กับฮันเตอร์คนอื่นๆ เวลาที่เขาไปสมาคมฯ หรือเดินอยู่ในย่านฮันเตอร์ สายตาที่มองมาไม่ได้มีแค่ความดูแคลนหรือเมินเฉยอีกต่อไป แต่เริ่มมีสายตาแห่งความสงสัย ความอยากรู้อยากเห็น หรือแม้กระทั่งความท้าทายแฝงอยู่ด้วย
มีฮันเตอร์แรงค์ C บางคนลองเข้ามาทักทายหรือชวนคุยกับเขามากขึ้น พยายามจะหยั่งเชิงหรือล้วงข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถของเขา ซึ่งหลี่ชิงก็มักจะตอบอย่างเลี่ยงๆ หรือขอตัวจากไปเงียบๆ เขาไม่้าสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ไม่จำเป็
ที่สำคัญกว่านั้นคือ เขารู้สึกได้ถึง "การจับตามอง" จากทางสมาคมฯ ที่ชัดเจนขึ้น เ้าหน้าที่หวังจินที่เคยสอบถามข้อมูลเขา เริ่มจะ "บังเอิญ" เดินมาเจอเขาที่สมาคมฯ บ่อยขึ้น และมีการเสนอภารกิจ "ทดสอบ" ที่ดูเหมือนจะจงใจวัดความสามารถของเขามากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเขามักจะปฏิเสธไป
"ดูเหมือนว่าการอยู่อย่างสงบๆ คงจะยากขึ้นแล้วสินะ" หลี่ชิงถอนหายใจขณะเดินออกมาจากสมาคมฯ หลังจากเพิ่งปฏิเสธภารกิจ "สำรวจพื้นที่เสี่ยงสูงในดันเจี้ยนแรงค์ B" ที่เ้าหน้าที่หวังจินเสนอมา "ชื่อเสียง... แม้จะเป็แค่ข่าวลือ มันก็เหมือนดาบสองคมจริงๆ"
เขารู้สึกกดดันมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความรู้สึกท้าทายปนอยู่ด้วย การที่คนอื่นเริ่มรับรู้ แม้จะยังเข้าใจผิดอยู่ ถึงความแข็งแกร่งของเขา มันก็เป็เครื่องพิสูจน์ว่าเขามาถูกทางแล้ว
เขากำหมัดแน่นขึ้น "เอาเถอะ... จะจับตามองก็จับตาไป จะสงสัยก็สงสัยไป ข้าก็จะยังคงเดินในเส้นทางของข้าต่อไป... แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีใครหน้าไหนกล้ามาดูถูกข้าได้อีก!"
แม้จะยังไม่มีใครรู้ถึงความลับของคลาส [ดาบ] และพลังที่แท้จริงของเขา แต่ "การยอมรับ" ในระดับหนึ่งก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว มันอาจจะนำมาซึ่งปัญหาใหม่ๆ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็อาจจะเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ได้เช่นกัน... ซึ่งหลี่ชิงก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันแล้ว…