ตอนที่ 5
*ความเดิมตอนที่แล้ว*
แต่เมื่อพวกเขาขี่ม้าเข้าไปใกล้หมู่บ้านมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ได้กลิ่นคาวเืแรงขึ้น พร้อมๆกับ กลุ่มควันไฟที่ลอยขึ้นมาเด่นชัดขึ้น และพวกเขาก็มาหยุดอยู่ที่หน้าหมู่บ้าน
“ นี่มันเื่อะไรกันวะเนี่ย !!!! ” ริคฟินถึงกับอุทานออกมา
ทั้งสามคนะโลงจากหลังม้า ทอวา ออกเดินนำหน้าเข้าไปยังหมู่บ้านก่อนตามด้วย เอเลียและริคฟินที่เดินจูงม้าตามเข้าไป
บรรยากาศรอบหมู่บ้านนั้น เต็มไปด้วยกลุ่มหมอกควันที่เกิดจากการต่อสู้ บ้านไม้ของชาวบ้าน โรงนา คอกม้า กำลังถูกไฟเผาไหม้ ราวกับ้าให้สิ่งก่อสร้างเ่าั้กลายเป็เถ้าถ่าน
“เกิดอะไรขึ้น ? ”ริคฟินพูดขึ้นมาด้วยความสงสัย
เขาเดินตามทอวาเข้าไปตามเส้นทางจนกระทั้งเขาเดินมาถึงกลางหมู่บ้านเขากวาดสายตาไปยังบนถนน ทั้งสามคนเบิกตาโพลงใหญ่ และมันจะเป็ภาพที่พวกเขาจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต ศพชาวบ้านมากมาย ถูกสุมกองให้เป็ูเาสูง เืจากศพไหลนองไปทั่วบริเวณนั้น กลิ่นคาวเืที่สุดแสนจะเหม็นเกินคำบรรยาย เป็กลิ่นเน่าเสียยิ่งกว่าไข่เน่าร้อยใบ บางศพไม่มีหัว บางศพใส้ถูกควักออกมากองกับพื้น บางศพถูกเอาหัวหมา หัวหมู หัวม้า มาเสียบแทนหัวของผู้ตายและที่สยดสยองที่สุด เป็ศพที่ถูกควักตา ควักลิ้นออกจากหัว ถูกตัดนิ้วมือ และนิ้วเท้า
มันทำให้ทั้งสามคนยืนหยุดนิ่งไปได้สักพักนึงเลย กับสิ่งที่พวกเขาได้เห็นกับวิธีการที่ไร้ อารยธรรมเช่นนี้ บ่งบอกว่าสิ่งที่มาคร่าชีวิตชาวบ้านตาดำๆพวกนี้ โเี้ยิ่งกว่าพวกสัตว์ร้ายเป็ร้อยเท่า
“อ้วกกกกก อ้วกกกกกก” ด้วยความสยดสยอง ริคฟินอ้วกออกมาเสียหมดใส้หมดพุง หลังจากที่ทนดูมานาน
“นี่คงเป็แค่จุดเริ่มต้น” ทอวาพูดขึ้นมา
“.....นั่นๆ ข้าเห็นคนรอดชีวิตทางนี้ๆ” เอเลียมองเห็นชายคนหนึ่งนอนอยู่ใกล้ๆกับกองศพ แต่ร่างของเขายังขยับได้อยู่ แต่ดูเหมือนอีกนิดเดียวเขาก็ใกล้จะตายแล้ว
ทอวารีบวิ่งเข้าไปหาผู้ชายคนนั้นทันที เขาประคองศรีษะชายผู้นั้นขึ้นมา ลมหายใจของชายคนนี้ใกล้จะรวยรินเต็มที ทอวารีบเอาหูไปใกล้ๆกับปากชายคนนั้นเพราะดูเหมือนว่าเขากำลังจะสื่อสารอะไรบางอย่างกับเขา
“รีบหนีไปมันคือกับดัก…” ชายคนนั้นใช้แรงเฮือกสุดท้ายกระซิบออกมาเบาๆ ให้ทอวาได้ยิน
เมื่อทอวาได้ยินจึงหันกลับไปหาเอเลีย และริคฟิน
“ ริคฟินอยู่ที่ไหน!! ” เอเลียยังคงยืนอยู่ข้างหลังทอวาอยู่ห่างๆ เขาไม่ได้สังเกตเช่นกันว่าริคฟินที่เดินตามมาข้างหลังหายไปั้แ่ตอนไหน
“เอเลียตามข้ามา!!!” ทอวารีบวิ่งออกตามหาริคฟิน
ริคฟินเดินแยกตัวออกมาหลังจากที่ทอวาเดินเข้าไปหาชายที่กำลังจะใกล้ตายเขาเดินเข้าไปในป่าข้างทางเพื่อที่จะออกไปอ้วกและรวบรวมสติทั้งหมด เพื่อลืมถาพที่เขาพึ่งได้เห็นเมื่อสักครู่
“อ้วกกกกกก”เขายังอ้วกต่อไปและแน่นอนว่ายังคงรับไม่ได้กับภาพที่เขาเห็นเมื่อครู่ ริคฟินยังคงอ้วกต่อไปโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าพวกเขากำลังตกอยู่ในกับดักเข้าให้แล้ว
ในขณะนั้นริคฟินสังเกตเห็นใบไม้ ต้นไม้รอบๆตัว จู่ๆมันก็เกิดการสั่นไหว อย่างรวดเร็ว ผืนดินก็ะเืเลื่อนลั่น ราวกับว่าบริเวณนั้นมีูเาไฟที่กำลังปะทุเดือดแผ่นดินไหว เสียงฝีเท้าที่ดังแน่นวิ่งออกมาจากป่า
“KALAUMANOO!!!!! (ฆ่ามันให้หมด!!!!!) ” เสียงโห่ร้องดังก้องออกมาจากชายป่าด้านหน้าของริคฟิน เขาเงยหน้าขึ้นและพบว่ากำลังมีบางสิ่งบางอย่างวิ่งพุ่งตรงเข้ามาหาตนอย่างไม่คิดชีวิต ร่างของมันสูงใหญ่กว่าคนปกติถึงสองเท่า มันถือขวานเหล็กเอาไว้ในมือข้างขวา สวมเกราะเหล็กที่หัว มันมีเขาทั้งสองข้างดูๆคล้ายกับวัวกระทิงที่เห็นมาธอดอร์กำลังโบกสบัดผ้าสีแดงล่อมันอยู่ มันใส่กางเกงหนังติดเกราะเหล็กบางๆ คลุมขาทั้งสองข้าง ส่วนหน้าอกเปิดเพื่อแสดงรอยอักขระ อะไรสักอย่าง ตาของมันสีแดงฉานราวกับไฟลาวาที่กำลังปะทุเดือดพุ่งพล่าน สีผิวของมันมีสีเขียวอ่อนๆ เขี้ยวของมันที่อยู่ในปากยาวออกมาพอที่จะสามารถกัดแขนใครสักคนให้ขาดได้ในเพียงคราวใด แต่ตัวที่ดูเหมือนจะเห็นหัวหน้าดูท่าจะวิ่งนำหน้ามาก่อนใครเพื่อน
มันวิ่งออกมาจากชายป่า เขานับมันได้ทั้งหมด 5 ตัว ความกลัวและความใสุดขีดทำให้เขาไม่สามารถที่จะก้าวขาเพื่อหันหลังวิ่งหนีออกมา ริคฟินได้แต่จ้องตากับหนึ่งในพวกมัน เขาััได้ว่า ครึ่งร่างของเขาได้ถูกสะกดให้เหมือนกับตายไปแล้วหลังจากได้จ้องตากับหัวหน้าพวกมัน เขาไม่แม้กระทั้งที่จะหายใจเข้าหรือออก ได้สักเฮือก ความกลัวครอบงำจิตใจริคฟินไปครึ่งร่างเพราะ เขากำลังเผชิญกับอสุรกายร่างใหญ่ั์ที่กำลังวิ่งเข้ามาหาเขาเพื่อที่จะปลิดชีพเขาเป็ครั้งแรก ริคฟินกำมือแน่นและเตรียมใจไว้แล้วว่าเขากำลังจะได้จากโลกนี้ไปเขาอาจจะทรมานเพียงสักชั่วครู่แต่มันก็เพียงเสี้ยวของวินาทีที่ได้รู้สึกแบบนั้น แต่แล้วหน้าของ กิเซล่า ก็แวบเข้ามาในหัวริคฟิน กิเซล่าที่ดูแลเลี้ยงดูริคฟินมาั้แ่เด็ก
“กิเซล่า ใช่ข้ายังตายไม่ได้ ” เขาเริ่มคิดได้ว่า เขายังตายไม่ได้ถ้ากิเซล่ายังมีชีวิตอยู่ เธอคือสิ่งเดียวในการมีชีวิตอยู่ของริคฟิน
“ไม่เป็ไรนะยังไง...แม่ก็ยังอยู่กับเ้า” และเสียงของกิเซล่าก็ดังขึ้นในหัวของริคฟิน
“ Karabrass !! ”
ริคฟินตวัดมือขวาของเขาขึ้นมา พร้อมกับะโคาถาที่เขาได้แอบจำมาจากทอวา(ตอนที่ 2 ) ทันใดนั้น บรรยากาศรอบๆนั้นก็เริ่มมืดลงในครั้งนี้ที่ริคฟินใช้มันช่างแตกต่างจากทอวาไปสิ้นเชิง คลื่นพลังสีขาวกำลังก่อตัวขึ้นบนมือของริคฟิน ประจุพลังจำนวนมหาศาลที่เกิดขึ้นนั้น ส่องแสงสว่างไปทั่วบริเวณนั้นเสียยิ่งกว่าในตอนที่ทอวาเรียกใช้คาถานี้เสียอีก จู่ๆตาของริคฟินทั้งสองข้างก็ส่องประกายแสงพลังสีขาว แขนของริคฟินเกิดรอยอักขระขึ้นที่แขนข้างขวา เขาตวัดมือได้คล่องแคล่วราวกับเป็ผู้ที่ฝึกใช้คาถานี้มาเป็อย่างดี คลื่นพลังลูกนี้ถูกปล่อยออกไปอย่างรวดเร็ว มันถูกส่งออกไปที่อสูรกายตัวที่อยู่ด้านหน้าสุดซึ่งเขาคิดว่ามันคือหัวหน้า
*ซูมมมมมมมมมมมมม!!!* เป็การะเิที่รุนแรงจนต้นไม้ระแวกนั้นล้มลงระเนระนาดเป็แนวตามที่ริคฟินปล่อยพลังออกไป อสูรกายที่โดนเข้ากับคลื่นพลังเข้าอย่างจังสลายหายไปในพริบตา ส่วนตัวที่เหลือต่างกระจัดกระจายเพราะแรงคลื่นะเิ ส่วนริคฟินก็สลบไปหลังจากปล่อยพลังออกมาเสร็จ
….
…
..
.
“ทอวา ทางนี้ !!! ” เอเลียเจอริคฟินจึงะโเรียกทอวาให้มาช่วยริคฟิน
ทอวารีบวิ่งมาตามเสียงเรียกของเอเลีย ซึ่งทำให้ทั้งคู่ต้องผงะกับสิ่งที่ริคฟินได้ทำลงไป ทั้งต้นไม้ระระนาดเป็ทาง รวมถึงร่างของอสุรกายั์ที่นอนสลบระเนระนาดอยู่รอบๆนั้น
“นี่มัน!!!” ทอวาพูดออกมาพร้อมกับเบิกตาโพลงใหญ่ กับความใ ต่อสิ่งที่ริคฟินทำและพวกอสุรกายที่นอนเรียงรายกันอยู่บริเวณนั้น
“มันคือตัวอะไรท่านทอวาข้าไม่เคยเห็นมันมาก่อน” เอเลียก็สงสัยเช่นกันจึงได้เอ่ยปากถามทอวาออกมา
“ ORC”