เซียงหลินที่เป็มาร์มาเนิ่นนานับร้อยปี ตัวของชายหนุ่มในอดีตได้พบเจอผู้คนรวมถึงเล่ห์กลมากมายมาทุกชนิด
เมื่อพบเจอหรือััพวกมันเข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆ ประสบการณ์ต่างๆก็ได้หล่อหลอมความรู้สึกระดับพิเศษเพิ่มพูนเข้ามา
ลางสังหรณ์ที่อยู่ในตัวมีประสาทััที่ไวต่อห้วงอารมณ์ของสิ่งมีชีวิต สามารถบอกได้เลยว่าคนไหนมีจุดประสงค์ดีกับตนหรือจุดประสงค์ร้ายกับตน
ยกตัวอย่างเช่นที่ได้พบเจอกับคริสเตียน
ผู้อำนวยการของสถาบันิญญาัคนนั้นมีจุดประสงค์อันบริสุทธิ์ แสดงให้เห็นเลยว่าเขาไม่ได้มีความคิดอันร้ายกาจอะไร
ชายหนุ่มจึงได้เปิดเผยภูติิญญาประจำตัวอย่างเทพอาชูร่าออกไปให้เขาได้พบเห็น
แต่ไม่ใช่กับชายวัยกลางคนผู้นี้ ถึงใบหน้าจะแสดงความบริสุทธิ์ใจออกมา ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยจุดประสงค์ร้ายที่น่าสะอิดสะเอียน
ระบบเองก็ยังบอกเลยว่าเ้านี่ให้ความรู้สึกที่แปลกประหลาด มันราวกับไม่ใช่เป็มนุษย์เลยก็ว่าได้
"สวัสดีหนุ่มน้อยเซียงหลิน"
"ข้าคือจางเหว่ยโจวเหยียน"
"เรียกข้าว่าพี่ใหญ่จางก็ได้!!"
จางเหว่ยแนะนำตัวออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม สีหน้าแววตาดูตื่นเต้นเมื่อได้พบเจอกับชายหนุ่ม
"เหอะๆ ฉันไม่กล้าถือดีหรอกครับ"
"งั้นเรียกว่าคุณจางเหว่ยละกันนะ"
เซียงหลินพูดจบก็ตอบรับการสานสัมพันธ์นี้เช่นเดียวกัน ถึงในใจจะทราบจุดประสงค์ลึกลับของชายวัยกลางคนก็ตาม แต่ชายหนุ่มเองก็ไม่อยากจะไปหักหน้าอะไรเขาตอนนี้
ยังไงตอนนี้ก็อยู่ที่ห้องโถงแห่งิญญา
แล้วจางเหว่ยคนนี้ก็ยังเป็หัวหน้าระดับสูงสุดของที่นี้อีกด้วย
"อืม.. ข้าเข้าใจแล้ว"
ชายวัยกลางคนเมื่อได้ยินแบบนั้นก็หรี่ตาลงอยู่เล็กน้อย จากนั้นเขาก็ครุ่นคิดอยู่ๆและสั่งการเ้าหน้าที่ไปในทันที
"ไปเอาเครื่องตรวจสอบระดับสูงสุดมาที"
"จัดมันที่ห้องโถงการตรวจสอบแห่งนี้ พวกเราต้องตรวจสอบภูติิญญาประจำตัวให้แน่ชัด"
เมื่อได้ยินว่าจะตรวจสอบภูติิญญาใหม่อีกครั้ง เสียงอันคึกโครมก็ได้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผู้ฝึกฝนิญญามากมายล้วนแล้วตั้งตารอคอยถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะพวกมันเองก็อยากจะเห็นถึงภูติิญญาประจำตัวระดับเทพมายาซักครั้ง
เพียงไม่นานอุปกรณ์การตรวจสอบพลังชนิดใหม่ก็ได้ปรากฏออกมา มันมีลักษณะเป็เหมือนกับลูกกลมๆเช่นก่อนหน้านี้ ทว่าตัวของวัสดุรวมถึงเทคโนโลยีมันดูทันสมัยมากยิ่งกว่า ผิวภายนอกเองก็ถูกเคลือบไปด้วยโลหะเช่นเงินและทองคำ
"คะ..คุณเซียงหลินเชิญได้เลยครับ"
เ้าหน้าที่หลายคนตอนนี้หวั่นเกรงในตัวของชายหนุ่มเป็อย่างมาก
"อืมมม รบกวนหน่อยนะ"
ทันใดนั้นร่างเงาผิวสีแทนก็โผล่ออกมา
มันมีความสูงมากกว่าสามเมตร ลักษณะแขนคู่หน้ากำลังยืนกอดอกด้วยความสงบนิ่ง ใบหน้าทั้งสามเองก็เลื่อนมองไปยังสาธารณชนที่มารวมตัวกัน
ทว่ามันเองก็ไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้น ยังคงน่าเกรงขามเหมือนเช่นเดิม
"หะ..เหมือนกับปรากฏการณ์บนท้องฟ้าเลย"
"นี่คือภูติิญญาในตำนานรูปแบบใดกัน"
"ถ้าจำไม่ผิด..สามเศียรหกกรน่าจะมีไม่กี่ตน"
เสียงฮือฮาของทุกคนดังขึ้น ั์ตาเบิกกว้างกันอย่างตื่นตระหนก รูปลักษณ์เองก็ดูแตกต่างจากิญญาทุกตน ความน่าเกรงขามของมันผิดกับระดับSSหรือวีรชนอย่างลิบลับ มันไม่อาจเอาอะไรมาเทียบเคียงกับพลังิญญานี้ได้
[ติ๊ง! ภูติิญญาประจำตัว เทพอาชูร่าระดับเทพมายา แรงก์E]
เครื่องตรวจสอบสามารถระบุิญญาตนนี้ได้ในทันที เป็เหตุให้ทุกคนต้องใกันไปอีกรอบ
"เทพอาชูร่า?!!"
"ใช่เทพแห่งความบ้าคลั่งนั่นใช่ไหม?"
"พระเ้า ข้าเคยได้ยินเื่ราวนี้ตอนเด็กๆ เขาคือเทพมารคลั่งแห่งา ว่ากันว่าเป็เทพที่กระหายในพลังและชื่นชอบการต่อสู้อย่างมาก"
"แล้วที่สำคัญเลยก็คือถ้าเขาโกรธขึ้นมาเมื่อไหร่ ในเื่เล่าปรัมปราก็บอกไว้ว่าพลังของเทพอาชูร่าจะไร้ขีดจำกัดจนประเมินไม่ได้"
"ใช่ เราเองก็เคยได้ยินเื่ราวในตำนานต่างๆของเขา"
เมื่อได้ยินถึงชีวะประวัติความเป็มาของเทพิญญาตนนี้ หลายคนก็เริ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ บางคนก็จ้องมองไปยังชายหนุ่มด้วยแววตาที่ลุกวาว
ตอนนี้โลกมนุษย์ได้กำเนิดอัจฉริยะขึ้นมาอีกคนนึงแล้ว ศักยภาพย่อมเหนือชั้นยิ่งกว่าผู้ฝึกฝนิญญาคนใดเลยก็ว่าได้
"ของจริง เป็เทพอาชูร่าที่ยิ่งใหญ่"
"ไม่คิดเลยว่าข้าจะได้มาเห็นมัน!!"
หัวใจของจางเหว่ยเต้นระรัวขึ้นอย่างหนัก
พยายามจะยื่นมือไปััร่างเงาสีผิวแทนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ทว่าตัวของเซียงหลินกลับไม่ยินยอมให้ทำเช่นนั้น เขาได้โบกมือนำพาเทพอาชูร่ากลับเข้าไปยังร่างกายของตนเองในทันที
"................!!"
เป็เหตุให้จางเหว่ยต้องชะงักค้าง สีหน้าของเขาดูแข็งทื่อพร้อมกับพูดมันออกมา
"น่าเสียดายจริงๆเลยพ่อหนุ่ม"
"เ้าน่าให้ข้าััเทพอาชูร่าซักหน่อย เ้าก็รู้ไม่ใช่หรอว่าข้ามีเพียงแค่ิญญาดวงตาโลหิต?"
ชายวัยกลางคนพูดจบก็จ้องมองไปยังชายหนุ่มด้วยแววตาที่ราวกับอ้อนวอนอยู่นิดๆ
"เหอะๆ เอาไว้วันหลังละกันนะครับ"
เซียงหลินตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัย ในใจเองก็หัวเราะขึ้นอย่างขบขัน
คนที่มีจุดประสงค์ร้ายอยากจะแตะเนื้อต้องตัวเทพอาชูร่าของเขานะหรอ ฝันไปก่อนเถอะไอ้แก่เอ้ย
อย่าฝันเลยว่าจะมีใครมายุ่งเกี่ยวกับภูติิญญาประจำตัวของตนเองได้
ถ้าให้มันััไป พวกเขาเองก็ไม่รู้เลยว่าหลังจากนั้นมันจะเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง
"ไอ้หนู ข้าหลิงหาน้ารับเ้าเป็ศิษย์"
ขณะนั้นเสียงะโของใครบางคนก็ดังขึ้น
ทุกคนถึงกับต้องสะดุ้งโหยงด้วยความใ
ขณะเดียวกันพวกเขาก็หันมองไปยังบริเวณหน้าทางเข้าห้องโถงการทดสอบ ปรากฏให้เห็นถึงชายชราที่แต่งตัวภูมิฐาน เดินเอามือไขว้หลังออกมาด้วยสีหน้าที่เคร่งครึม
"นักฆ่าสังหาริญญา หลิงหาน?!!"
"ผู้ฝึกฝนิญญาระดับแรงก์SSปรากฏตัวออกมาแล้ว แถมเขาคนนี้ยังมีภูติิญญาประจำตัวระดับวีรชน ฟูมะ โคทาโร่"
เสียงที่อันคึกโครมได้ดังขึ้นอีกรอบ ทุกคนเบิกตากว้างเมื่อเห็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเลื่องลื่อ
แต่ละคนรีบเขยิบตัวไปยังด้านข้างพร้อมกับรีบเปิดทางให้กับชายชราคนนี้ในทันที พวกมันไม่กล้าที่จะบดบังรัศมีรวมถึงอิทธิพลอำนาจที่ชายชราผู้นี้มี
"ฟูมะ.. โคทาโร่หรอ?"
"ตาแก่คนนี้น่าสนใจ!!"
เซียงหลินบ่นพึมพำขึ้นในใจพร้อมกับจ้องมองไปยังชายชราที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้น
ไม่คิดเลยว่าในเมืองัจะมีบุคคลระดับนี้อยู่มากมาย ตอนแรกก็เป็คริสเตียนที่มีภูติิญญาของกษัตริย์แห่งกษัตริย์สปาร์ตัน ลีโอไนดัส
แล้วนี่ยังมีหนึ่งในนินจาในตำนานจากอารยธรรมในอดีตอีก มันคงจะมีผู้ฝึกฝนิญญาระดับนี้อยู่อีกมากแน่นอน
"เงียบไปซะตาแก่หลิงหานหนังเหี่ยว!!"
"เ้าสั่งสอนเขาไม่ได้ด้วยตนเองหรอก"
"ข้าสเวน้ารับเ้าเป็ศิษย์เช่นกัน!!"
พริบตาต่อมาชายชราอีกคนนึงก็โผล่ออกมาท่ามกลางฝูงชนที่รายล้อม ทุกคนแทบจะปลิวกระเด็นเมื่อััได้ถึงพลังิญญาอันรุนแรง
บรรยากาศตอนนี้แทบจะแปรเปลี่ยนไปเมื่อมีผู้ฝึกฝนิญญาระดับสูงมาอยู่พร้อมหน้ากัน
"มนุษย์หมาป่า สเวน การัมเนีย?!!"
"ผู้ฝึกฝนิญญาระดับแรงก์SSอีกคนนึง"
"มีภูติิญญาประจำตัวระดับSS ิญญาที่มีรูปร่างเหมือนกับมนุษย์หมาป่า แวฟ์วูฟ"
ทุกคนตอนนี้อุทานออกมาด้วยความใ
ภายในห้องโถงการตรวจสอบนี้มีคนระดับแรงก์SSอยู่ถึงสามคนแล้วนะ ผู้นำสาขาห้องโถงแห่งิญญาของเมืองัดวงตาโลหิตจางเหว่ย นักฆ่าสังหาริญญาหลิงหาน แล้วยังมีมนุษย์หมาป่าสเวนการัมเนีย
นี่มันเป็อะไรที่น่าเหลือเชื่ออย่างแท้จริง
เพราะโดยปกติพวกมันจะไม่ได้เห็นพบเห็นพวกเขาง่ายๆแบบนี้หรอกนะ
[ดูเหมือนโฮสต์ป๊อปปูล่าแล้วนะเนี่ย]
[แต่ทั้งหมดก็เทียบไม่ได้กับอีกคนนึง...]
ทั้งสองััได้ถึงบางสิ่งที่กำลังก้าวเดินเข้ามา ัันี้มันเหมือนกับตอนที่เกิดขึ้นในสมาคมการค้าิญญา ปรากฏการณ์ที่เรียกว่าการัักันของภูติิญญาระดับเทพมายา
ไม่สามารปิดกั้นได้ รับรู้ได้ทั้งหมด ถึงจะไม่มากเท่ากับรอบก่อนทว่ามันก็ได้เกิดขึ้นในส่วนลึก
ขณะเดียวกันเสียงย่ำเท้าก็เริ่มดังขึ้นมาอย่างช้าๆ มันแทบจะกลบเสียงทั้งหมดที่อยู่ในห้องโถงแห่งนี้
"ดูเหมือนพวกท่านทุกคนจะมีจุดประสงค์และความคิดเช่นเดียวกัน งั้นข้าเ้าเมืองั..."
"คริมสัน เอชขอร่วมด้วยคนได้หรือเปล่า?"