“ท่านย่าขอรับวันนี้พวกเราคงต้องทำงานหนักกันมากหน่อยนะขอรับ เพราะมีมันหมูที่ต้องเจียวไหนจะพวกเนื้อสด กระดูก ที่ต้องหมักลงไหเพื่อให้เก็บไว้กินอีกหลายวันโดยเฉพาะไส้พวกนี้ ต้องล้างทำความสะอาดก่อนที่มันจะเหม็น”
“ได้สิิเอ๋อร์งานหนักแค่นี้ไม่มีปัญหา ขอแค่มีอาหารให้เรากินก็ดีมากแล้ว เมื่อก่อนย่าอาจจะอิดออดนะแต่ตอนนี้ย่าปรับตัวได้แล้ว”
“ท่านย่าข้าสัญญาว่าต่อไปครอบครัวเราจะไม่ต้องอดมื้อกินมื้ออีกแล้ว”จางอี้ิพูดอย่างมั่นใจ
“ไม่เพียงเท่านั้นนะขอรับครอบครัวเราจะมีเงินมากมายให้มีมากกว่าตอนที่เราอยู่เมืองหลวงเสียอีก ที่สำคัญ ข้ายังอยากมีน้องสาวน้องชายมาเป็เพื่อนเล่นข้าอยู่นะขอรับข้าต้องรีบหาเงินมาเยอะ ๆ ข้าจะสร้างจวนให้ใหญ่กว่าบ้านเก่าของเราขอรับ” จางอี้ิพูดเสียงดังส่งผลให้จางอี้เทากับหลี่อ้ายที่ฟังอยู่ด้วยถึงกับเขินอายเมื่อบุตรชายคนเดียวเอ่ยเย้าหน้าตาย
“ิเอ๋อร์จะ...เ้า พูดอันใดออกมา” หลี่อ้ายเอ่ยเสียงดุไม่ดังมากนักพวงแก้มของนางขึ้นสีแดงระเรื่อก่อนจะเรียกสติของตัวเองกลับมาปรับสีหน้าให้เป็ดังเดิม
“เื่น้องชายน้องสาวเอาไว้ก่อนเถอะิเอ๋อร์”นางบอกเด็กชาย “ไหนวันนี้แม่ต้องทำอันใดบ้าง ท่านแม่ ท่านพี่ ข้าขอช่วยทำด้วยได้หรือไม่ข้าดีขึ้นแล้วเ้าค่ะ ข้าอยากช่วยอีกแรง” หลี่อ้ายเอ่ยถามนางเห็นว่ายังมีงานที่ต้องทำอีกหลายอย่าง ตนเองค่อยยังชั่วแล้วจึงไม่อยากอยู่นั่งเฉยๆ เพราะลำพังแค่นางหูกับจางอี้เทาก็ดูจะทำไม่ทันกันแล้ว
“ได้สิแต่น้องหญิงต้องไม่ฝืนตัวเอง ถ้ารู้สึกไม่ดี ให้รีบไปพัก ถ้าทำได้พี่จึงจะอนุญาต”
“ข้าสัญญาเ้าค่ะ”หลี่อ้ายรับคำของสามี
“ิเอ๋อร์ย่าจะเจียวน้ำมันจากมันหมูเอง ส่วนสะใภ้ เ้าหมักเนื้อกับกระดูกลงไหก็แล้วกันแต่ย่าทำไส้ไม่เป็ คงต้องให้ิเอ๋อร์ทำให้แล้ว” นางหูแจกแจงหน้าที่อย่างชำนาญ
“ท่านย่าไส้หมูต้องเอาไปล้างที่ลำธารขอรับ ข้าทำเองไม่ได้ ต้องให้ท่านพ่อทำขอรับ”อี้ิยกมือกล่าว
“ถ้าเช่นนั้นเ้าไปกับิเอ๋อร์นะอี้เทา”
“ได้ขอรับเช่นนั้นข้าจะพาิเอ๋อร์ไปล้างไส้หมูที่ลำธาร ิเอ๋อร์ พ่อต้องเอาสิ่งของอันใดไปอีกหรือไม่”จางอี้เทาลุกไปเอาไส้หมูที่ห่อไว้ พลางถามบุตรชายเผื่อว่ามีของที่ต้องใช้อีก
“เกลือขอรับแต่ไม่ต้องมาก เพียงนิดเดียวเท่านั้นขอรับ”
จางอี้เทาแกะเอาเกลือที่ซื้อมาใส่ลงไปในไหดินเผาทั้งหมดแล้วตักแบ่งมาเพียงเล็กน้อยตามที่บุตรชายบอก เขาหยิบชามไม้ขนาดกลางมาด้วยแล้วหันมาจูงมืออี้ิออกไปที่ลำธาร
“ท่านพ่อขอรับไส้หมูนี้มันแยกออกเป็สองส่วน ที่ท่านพ่อถืออยู่เรียกว่าลำไส้อ่อนขั้นตอนการล้างไม่ยุ่งยาก ท่านพ่อต้องตัดไส้หมูให้เป็ชิ้นๆ แล้วตัดพังผืดออก นำไปล้างด้วยน้ำเปล่าสองครั้งหลังจากนั้นนำเกลือลงไปขยำ ๆ ล้างด้วยน้ำเกลืออีกสองครั้งเพียงเท่านี้ก็สะอาดแล้วขอรับ” อี้ิอธิบาย
“แต่ถ้าเป็ลำไส้ใหญ่เราต้องล้างทั้งข้างนอกและข้างใน ขั้นตอนมันยุ่งยากมากที่สำคัญต้องใช้เกลือจำนวนมากขอรับ ข้าว่ามันคงไม่คุ้มค่ากับราคาเกลือ”
จางอี้เทาทำตามที่บุตรชายบอกทุกอย่างไม่นานก็เรียบร้อย อี้ิมองเห็นดงผักบุ้งริมธารก็นึกขึ้นได้
ที่บ้านยังไม่มีผักบุ้งเลยนี่แล้วท่านย่าจะผัดอย่างไรเล่า...
นึกได้ดังนั้น เด็กน้อยจึงบอกให้บิดาเดินไปเก็บผักบุ้งมาเสียพอประมาณพวกมันขึ้นอยู่เต็มสองฝั่งน้ำ ไม่จำเป็ต้องนำไปทั้งหมดในคราวเดียว
เมื่อได้ผักมาพอรับประทานสองพ่อลูกจึงเดินกลับไปที่บ้าน หลี่อ้ายทำเนื้อเค็มหมักลงไหเสร็จแล้วเรียบร้อย ส่วนนางหูยังคงง่วนอยู่กับการเจียวน้ำมันหมู
“ท่านย่าขอรับวันนี้เราจะฉลองกัน เราจะทำอาหารอะไรหรือขอรับ” จางอี้ิรีบถามเขาอยากกินอาหารกับข้าวสวยร้อนๆ ซึ่งนี่จะเป็มื้อแรกนับั้แ่ที่เขาฟื้นขึ้นมา
“ย่าคิดว่าจะหุงข้าวผัดผักบุ้งไฟแดง น้ำแกงเนื้อ ิเอ๋อร์ว่าดีหรือไม่”นางหูเอ่ยรายการอาหารให้หลานชายฟัง
“ไม่ดีขอรับวันนี้ข้าขอเสนอรายการอาหารเป็ ไส้ทอดคลุกเครื่องเทศและพะโล้แห้งหญ้าหวานขอรับท่านย่าหุงข้าวเยอะ ๆ เลยนะขอรับ”
จางอี้ิตอบนางหูแล้วก็ถึงกับน้ำลายสอแทบอดทนรอให้ถึงตอนเย็นไม่ไหวแล้ว อยากจะกินอาหารดี ๆ สักที
“ิเอ๋อร์ชาวบ้านแบบเรา ๆ ไม่มีใครเอาเนื้อมาทำพะโล้นะ มันทั้งสิ้นเปลืองและราคาแพงเนื้อที่เรามีถ้าทำน้ำแกง บ้านเราจะมีน้ำแกงเนื้อกินหลายมื้อเชียวนะ แต่ถ้าเอามาทำพะโล้คงกินได้แค่วันเดียวเท่านั้น”นางหูรีบเอ่ยทัดทานหลานชาย ถึงแม้ว่าจะเป็การฉลอง แต่ถ้าสิ้นเปลืองถึงขนาดนี้ นางก็ปวดใจเป็อย่างยิ่ง
“ท่านย่าถ้าชาวบ้านไม่ทำกิน แล้วใครทำกินเล่าขอรับ”
จางอี้ิถึงกับเอียงคองงโลกที่เขาจากมาพะโล้เป็อะไรที่ทำง่ายและอร่อย ไม่ใช่อาหารดีเด่นอะไรเลยด้วยซ้ำไปแต่เหตุใดท่านย่าถึงบอกว่าชาวบ้านไม่ทำกินกันเพราะเนื้อที่นี่มีราคาแพงหูฉี่อย่างนั้นหรือ
เด็กน้อยได้แต่คิดแล้วก็สงสัยถึงแม้ว่าจะเคยมีาและจบลงไปแล้วกว่าสิบห้าปี แต่อาหารก็ไม่ถึงกับขาดแคลนยังคงมีให้ชาวบ้านชาวเมืองได้นำมาประทังชีวิตหรือจะเป็เพราะว่ายุคนี้ยังไม่รู้จักการปรุงอาหารที่หลากหลายกันแน่
“ต้องเป็คนที่มีฐานะดีพวกคหบดีต่าง ๆ คนที่ทำงานให้ราชสำนัก เมื่อก่อนบ้านเราก็มีโอกาสได้กินอยู่นะ ถึงแม้ว่าจะไม่บ่อยครั้งก็ตาม”นางหูอธิบายให้หลานชายฟัง แต่ยังคงไม่สามารถตอบคำถามในใจอี้ิได้อยู่ดีว่าเหตุใดชาวบ้านไม่ทำกินกันหากเหล่าคนชั้นสูงทำทานได้ ทำไมชาวบ้านจะทำบ้างไม่ได้
“ท่านย่าข้าว่าวันนี้เรายังไม่ต้องทำอาหารมากมายเลี้ยงฉลองดีกว่าขอรับแต่ยังไงไส้นี่ต้องทำอาหารวันนี้ เช่นนั้นเราทำไส้หมูทอด ผัดผักบุ้งไฟแดงกับข้าวสวยก็เพียงพอแล้วขอรับพรุ่งนี้หลังจากที่ข้ากับท่านพ่อไปเก็บต้นหญ้าหวานบนูเาเสร็จแล้วข้าจะสอนท่านย่าทำหมูพะโล้แห้งบางทีพวกเราอาจจะเอาสูตรหมูพะโล้แห้งไปขายให้กับเหลาอาหารในเมืองท่านย่าว่าดีหรือไม่ขอรับ” อี้ิปัดความสงสัยของตัวเองทิ้งไปแล้วเสนอหนทาง
“ย่าตามใจิเอ๋อร์เพราะอาหารทั้งหมดนี้ เป็ิเอ๋อร์หลานคนเก่งของย่าหาเข้าบ้านมาทั้งนั้น”
“เช่นนั้นท่านพ่อขอรับท่านช่วยไปดูหม้อเจียวน้ำมันแทนท่านย่าทีขอรับ เพียงแค่คนบ่อย ๆไม่ให้มันไหม้เท่านั้น ท่านย่าจะได้มาทำไส้ทอดกับหุงข้าว”
“ได้สิแต่พ่อขอเก็บของพวกนี้ให้เข้าที่เข้าทางก่อนนะิเอ๋อร์”จางอี้เทาชี้ไปที่พวกไหเปล่าที่มีหลายขนาด เครื่องใช้ หม้อรวมทั้งผ้าหลายพับ
จางอี้ิแจกแจงงานให้ย่ากับบิดาทำส่วนตัวเขาถึงแม้อยากจะทำเองใจแทบขาดแต่ด้วยร่างกายตอนนี้เพียงแค่จะหยิบหม้อยังไม่มีปัญญาเลยด้วยซ้ำ
ในนิยายที่คนอื่นเขาย้อนเวลามาเกิดใหม่มักอายุสิบ ขวบขึ้นไปแล้วทั้งนั้น ไหงเขาถึงมาแค่ห้าขวบเองทำอะไรก็ไม่สะดวกสักอย่าง ถ้าขืนยังทำอวดเก่งเหมือนนิยายเื่อื่น ๆคาดว่าจะกลายเป็คนพิการก่อนได้เป็คนเก่งเป็แน่
“ท่านพี่เช่นนั้นข้าจะเอาผ้าพวกนี้ไปจัดการนะเ้าคะ”
หลี่อ้ายเมื่อเห็นทุกคนต่างช่วยกันทำงานจึงอยากช่วยบ้างเนื่องจากยังไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไร งานผ้าจึงเป็สิ่งที่ตนสามารถทำได้ และเพราะหลี่อ้ายเติบโตมาจากร้านค้าขายผ้าปักงานตัดเย็บจึงเป็สิ่งที่นางถนัดที่สุด
“ไปเถอะน้องหญิงถ้าทำไม่ไหวก็อย่าหักโหม เข้าใจหรือไม่” จางอี้เทากำชับ
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ”
หลี่อ้ายแยกตัวจากครอบครัวเพื่อนำผ้าที่สามีซื้อมาไปทำการตัดเย็บต่อไปส่วนจางอี้เทาหลังจากที่จัดเก็บของเข้าที่แล้วเขาจึงไปนั่งแทนมารดาเพื่อทำการเจียวน้ำมันหมู
“ิเอ๋อร์ย่าพร้อมแล้ว ต้องทำยังไงบ้าง” นางหูเอ่ยถามหลานชาย
“ท่านย่าหุงข้าวก่อนขอรับจากนั้นจึงทำไส้ทอด แล้วค่อยผัดผักบุ้งทีหลังท่านย่าพอจะมีน้ำมันหมูเก่าหรือไม่ขอรับ”
“หมดไปั้แ่เมื่อวานแล้วล่ะิเอ๋อร์”
“เช่นนั้นเอาน้ำมันที่เราเจียววันนี้ก็ได้ขอรับท่านย่าตั้งหม้อหุงข้าวไว้เสร็จแล้วเราจะคลุกไส้หมูหมักกับเครื่องเทศรอระหว่างที่กำลังหุงข้าวนะขอรับ”
จางอี้ิจำได้ว่าเครื่องเทศที่บิดาซื้อมามีฮวาเจียวที่ให้รสเผ็ดชาถึงแม้ไม่มีพริก แต่ก็สามารถใช้พริกฮวาเจียวแทนได้ อีกอย่างคือมีชวงเจีย (พริกหอม)รวมทั้งเครื่องเทศพื้นฐานอีกหลายชนิด
“ท่านย่าคั่วเม็ดฮวาเจียว (พริกไทยหรือพริกหมาล่า) กับชวงเจีย (พริกหอม) ให้หอม แล้วนำมาตำให้ละเอียดนะขอรับใส่กระเทียมเล็กน้อย ขิงนิดหน่อย เกลือสักหยิบมือ อย่าลืมใบยี่หร่าด้วยที่ขาดไม่ได้คือน้ำตาลผักอีกนิด อย่าลืมซีอิ้วนะขอรับ เสร็จแล้วนำไส้ที่ตัดเป็ชิ้นเล็กๆ ลงไปหมักสักสองเค่อก็ได้แล้วขอรับ” จางอี้ิอธิบายขั้นตอน
“จริงสิ...ท่านย่าซีอิ้วใส่กับผัดผักบุ้งจะอร่อยมากยิ่งขึ้นนะขอรับเมื่อวานพวกเรายังไม่มีเครื่องปรุง ข้าเลยไม่ได้บอกให้ท่านย่าใส่ลงไปแต่วันนี้เรามีเครื่องปรุงแล้วขอรับ ข้าขอโทษที่ข้าลืมซื้อน้ำตาล เพราะคิดว่าใช้น้ำตาลผักแทนได้แต่ข้าลืมไปว่าอาหารบ้างอย่างใช้น้ำตาลทำจะเหมาะกว่าขอรับ”
นางหูทำตามที่หลานชายบอกทุกขั้นตอนนางหยิบนู่นจับนี้ออกมาสรรค์สร้างอาหาร พอเห็นไหซีอิ้วที่จะนำมาปรุงนางถึงกับอารมณ์ดีขึ้นมาก พอหมักไส้ได้ตามเวลาที่้า ข้าวก็สุกพอดี
“ท่านย่าต่อไปนี้เรียกว่าการทอดนะขอรับ การทอดคือการทำอาหารให้สุกด้วยน้ำมันที่ร้อนใช้น้ำมันปริมาณมาก ซึ่งแตกต่างจากการผัด การผัดจะใช้น้ำมันเพียงนิดเดียวเท่านั้นจะทอดไส้อ่อนหรือทอดเนื้อสัตว์อันไหน ท่านย่าเพียงเติมน้ำมันหมูลงไปเยอะหน่อย พอกระทะร้อนก็นำไส้อ่อนที่หมักลงไปทอดไม่ต้องพลิกไส้บ่อยนะขอรับ พอเริ่มสุกแล้วจึงพลิกอีกข้าง
การทอดต้องระวังน้ำมันกระเด็นใส่ตัวเราด้วยนะขอรับท่านย่า พอไส้อ่อนหมูสุกเหลืองดีแล้ว ตักขึ้นพักไว้ขอรับเสร็จแล้วท่านย่าก็ทำผัดผักบุ้งได้เลยขอรับ” จางอี้ิเอ่ย เขาไม่ลืมตักเตือนเื่น้ำมันกระเด็นด้วย
“ท่านพ่อเจียวน้ำมันหมูใกล้จะเสร็จหรือยังขอรับอีกไม่นานท่านย่าก็ทำอาหารเสร็จแล้ว ข้าหิวจนไส้จะขาดแล้วขอรับ”เด็กน้อยหันไปถามบิดา ตอนนี้เย็นมากแล้ว อีกไม่นานอาหารทั้งหมดก็คงเสร็จถามพลางเอามือมาจับเอวตนเอง ทำท่าบิดตัวงอไปมา ดูแล้วน่าสงสารทั้งที่จางอี้เทากับหูไป๋หงรู้ว่าเด็กชายแกล้งทำให้ดูน่าสงสารแต่ในสายตาพวกเขากลายเป็ว่าดูน่ารักน่าเอ็นดูไม่น้อย
“อีกไม่นานก็เสร็จแล้วิเอ๋อร์ อดทนอีกนิด เมื่อท่านย่าทำอาหารเสร็จ พวกเราก็กินได้”
“ท่านพ่อซาลาเปาสิบลูกที่พวกเราซื้อมา ข้าว่าเอาไว้อุ่นพรุ่งนี้ตอนเช้าดีหรือไม่ขอรับวันนี้ข้าอยากกินไส้หมูทอดก่อน”
เมื่อเริ่มหิวก็นึกถึงของกินอย่างอื่นขึ้นได้อี้ิจำได้ว่าท่านพ่อซื้อซาลาเปามาด้วยแต่เพราะวันนี้มัวแต่ตื่นเต้นที่จะได้กินข้าวหุงวันแรก ทำให้เขาลืมมันไปเสียสนิท
“ได้สิพ่อตามใจเ้า”
พวกเขาพูดคุยกันไม่นาน นางหูก็ทำอาหารทุกอย่างเสร็จเช่นเดียวกับจางอี้เทาที่เจียวน้ำมันหมูจนได้ที่เหลือเพียงหลี่อ้ายเท่านั้นที่ยังคงไม่เสร็จจากงานผ้า
“อืม...ไส้อ่อนกรอบนอกนุ่มในเผ็ดร้อน หวาน มัน เค็ม ได้ทุกรสชาติจริง ๆ เสียดายไม่มีเครื่องปรุงพอให้ทำน้ำจิ้ม”
จางอี้ิเป็คนแรกที่ตักไส้ทอดเครื่องเทศขึ้นชิมเด็กชายหลับตาพริ้ม ซึมซับรสชาติของอาหารความเผ็ดที่เขาไม่ได้ลิ้มลองมานานทำให้มีความสุขจนไม่รู้จะหาคำไหนมาบรรยาย ทำไงได้คนไทยชอบกินเผ็ด พอไม่มีพริกมันก็เหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง
นางหู จางอี้เทาและหลี่อ้าย ได้แต่มองเด็กชายตัวน้อยตาปริบ ๆ พวกเขายังไม่กล้าลองชิมไส้ทอดจานนี้ถึงแม้ว่ามันจะมีกลิ่นหอมมาก แต่ก็ยังไม่เคยมีผู้ใดเอามาทอด
“ท่านย่าท่านพ่อ ท่านแม่ ลองชิมดูขอรับ ข้ารับรองว่าไม่เหม็นคาว มันอร่อยมากเลยขอรับ”จางอี้ิเอ่ยชวน เด็กน้อยหยิบเข้าปากอีกชิ้นและยืนยันเสียงหนักแน่นว่าไม่คาว
“มันไม่คาวจริงหรือิเอ๋อร์”หลี่อ้ายถามย้ำ
“ไม่คาวขอรับท่านแม่ท่านแม่ลองชิมดู” จางอี้ิคีบไส้อ่อนทอดชิ้นเล็ก ๆวางลงไปบนถ้วยของมารดาแล้วทำตาเป็ประกาย
หลี่อ้ายชั่งใจอยู่ไม่นานก็ตัดสินใจคีบไส้อ่อนทอดเข้าปากนางลิ้มรสและทำตาโต อุทานออกมาเสียงไม่เบามากนัก
“อร่อยเ้าค่ะท่านพี่ ท่านแม่ เป็อย่างที่ิเอ๋อร์บอก ไม่คาว ไม่เหม็น มันอร่อยมากแต่ว่ามีรสชาติเผ็ดหน่อยนะเ้าคะ”
นางหูและจางอี้เทาเมื่อได้ยินคำยืนยันจากหลี่อ้ายจึงตัดสินใจลองชิมดูอี้เทาคีบไส้ทอดวางลงบนถ้วยมารดาก่อนแล้วจึงคีบให้ตนเองสองแม่ลูกมองหน้ากันและส่งอาหารแปลกตาเข้าไปในปาก ค่อย ๆ เคี้ยวอย่างละเมียดละไมรสชาติไส้ทอดจานนี้ดีกว่าที่คิด นางหูถึงกับตาโตตามลูกสะใภ้
“อร่อยจริงด้วย”
“อร่อยมากิเอ๋อร์ลูกพ่อช่างเก่งจริง ๆ ผัดผักบุ้งว่าอร่อยแล้วไส้อ่อนหมูทอดเครื่องเทศก็ไม่น้อยหน้าเลย” จางอี้เทาชม
“ท่านย่าท่านพ่อ ท่านแม่ ต่อไปบ้านเราจะมีของอร่อยกินทุกวันเลยขอรับ” จางอี้ิให้คำมั่นเขายิ้มกว้างพร้อมกับคีบไส้ทอดเข้าปากตามด้วยข้าวคำโต
มื้อเย็นวันนั้นครอบครัวจางต่างเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเพราะพวกเขามีเงินเกือบสองตำลึง มีข้าวสาร เครื่องเทศ เนื้อสัตว์ ผ้าต่างๆตาม้าแล้ว และถ้าการแลกเปลี่ยนแรงงานกับชาวบ้านประสบความสำเร็จพวกเขาก็จะมีบ้านใหม่ก่อนถึงฤดูหนาวนี้
ไม่แน่ว่าในอนาคต อาหารที่เด็กชายบ้านจางทำออกมาอาจจะสามารถเปลี่ยนเป็เงินได้เช่นกันวันนี้ครอบครัวจางทุกคนจึงเข้านอนด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มั้แ่ที่ย้ายออกจากเมืองหลวงมา เห็นทีจะมีวันนี้ที่นางหูได้หลับอย่างมีความสุขจางอี้เทาและหลี่อ้ายเต็มไปด้วยรอยยิ้มแม้แต่ชายหนุ่มจากต่างโลกในร่างเด็กน้อยยังแสนสุขใจ
และได้แต่หวังว่ามันจะเป็เช่นนี้ต่อไป...