รุ่งอรุณมาเยือนิเฉิงกับไป๋หลานก็ไปรวมกลุ่มกับจางเหว่ย ทั้งสองเดินมาพร้อมกัน
" ศิษน้องเฉิงอาการาเ็เป็ยังไงบ้าง จางเหว่ยที่เห็นทั้งสองเดินมาก็กล่าวจึ้น
"ตอนนี้ดีขึ้นมาแล้ว ... ขอบคุณยาของท่าน ิเฉิงกล่าวเสียงเรียบ เข็มที่ฝังอยู่บนหัววัวปีศาจได้เก็บมาหรือไม่...
ไป๋หลานได้ยินดังนั้นนางก็นำเข็มมาให้ิเฉิง
"เข็มนี้มีอะไรพิเศษ... จางเหว่ยถามด้วยความมึนงง
"มันคือเข็มคุมิญญา.... เข็มนี้จะใช้ควบคุมสัตว์อสูรได้ ิเฉิงหลี่ตาแล้วพูด
"ผู้ฝึกตนวิถีจิตคนนี้ใช้เข็มคุมิญญาเพื่อควบคุมสัตว์อสูร ในเมืองหนานหวังแห่งนี้ท่านพอจะรู้จักคนที่สามารถใช้เข็มนี้ได้หรือไม่ ิเฉิงกล่าวถาม
"ในเมืองเล็กๆแห่งนี้ ผู้ฝึกวิถีจิตแทบไม่เคยปรากฏ เกรงว่าเื่นี้คงจะสืบค้นได้ยาก จางเหว่ยกล่าวด้วยความจนใจ ทวีปเทียนโตวมีอยู่สามเมือง เมืองหนานหวัง เมืองหนานเชิง และเมืองหนานชิง สำหรับเมืองหนานหวังเล็กๆแห่งนี้ผู้ฝึกวิถีจิตแทบจะไม่มี ส่วนมากจะมีแต่ วิถีลมปราณ วิถีโอสถ และวิถีกายา ส่วนผู้ฝึกวิถีกระบี่เช่นศิษน้องเฉิงก็พอมีบ้าง แต่ก็มีน้อย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้ฝึกวิถีจิตเลย จางเหว่ยอธิบาย
"หรือว่าคนผู้นี้จะเป็คนของเมืองอื่น... ิเฉิงถามกลับ
"คาดว่าน่าจะเป็คนของเมืองระดับกลาง เมืองหนานเชิง แต่ว่าเมืองระดับกลางจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับเมืองระดับล่าง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเมืองหนานชิง เมืองระดับสูง เื่ที่คนผู้นี้จะเป็คนของเมืองหนานเชิง มีความเป็ไปได้เพียงน้อยนิดเท่านั้น จางเหว่ยอธิบายให้ิเฉิงฟัง
"เื่นี้มิใช่เื่เล็กน้อยแล้วสิ.... ิเฉิงกล่าวออกมาเบาๆ
"เื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นค่อยว่ากันที่หลังเป็เช่นใด เราควรแยกทางแล้วกลับไปรายงานทางสำนักก่อน.. จางเหว่ยพูดขึ้น
"เช่นนั้นเอาตามที่ศิษพี่พูดเถอะ... ิเฉิงตอบกลับความเห็นของจางเหว่ย พูดจบทุกคนก็แยกย้ายกัน จางเหว่ยและผู้ติดตามกลับสำนัก
ส่วนิเฉิงกับไป๋หลาน ยังคงยืนอยู่กับที่
"ิเฉิงท่านคิดจะกลับวิหารเลยหรือไม่...
"ท่านกลับวิหารไปก่อน... ข้าจะกลับไปป่าสะบั้นจันทร์ อีกหนึ่งเดือนให้หลังข้าค่อยกลับวิหาร
"อื่ม... นางตอบรับอย่างว่าง่าย รักษาตัวด้วย พูดจบนางก็พุ้งตัวออกไปแล้วกลับวิหารไท่ชิง
"อาจารย์.... จุดที่ลึกที่สุดของป่าสะบั้นจันทร์คือสิ่งใดกันแน่ ข้ารู้ว่าท่านััถึงมันได้ ิเฉิงถาม ซิ่วอิง ในห้วงดวงจิต
"มันคือสุสาน... นางเพียงตอบออกมาสั้นๆ
"สุสาน.....อย่างนั้นรึ ... เช่นนั้นข้าคงต้องไปดูกับตาตัวเองเสียแล้ว สุสานของใครกันถึงได้มีกลิ่นอายแปลก ชวนให้ข้าต้องจิตหลุดลอยไปหลายครั้ง ตอนที่ิเฉิงยังไม่ได้เข้ามาเป็ศิษวิหารไท่ชิง เขาฝึกอยู่ที่ป่าสะบั้นจันทร์ แต่ทว่าหลังทุกๆวันของการฝึก เขาจะััถึงกลิ่นอายแปลกๆในส่วนลึกของป่าสะบั้นจันทร์
จากนั้นิเฉิงก็นำสมุนไพรออกมาแล้วปรุงเป็ยา9-10ชนิดเผื่อได้ใช้งาน หลังจากปรุงยาเสร็จชายหนุ่มก็มุ่งหน้าไปที่ป่าสะบั้นจันทร์ ผ่านเทือกเขามา6ลูก ตอนนี้เขาก็ถึงเขตนอกของป่าสะบั้นจันทร์ ิเฉิงหยิบยาหนึ่งเม็ดขึ้นมาแล้วกลืนลงไป ยาที่เขากลืนลงไปจะช่วยให้เขาหายไปจากััของสัตว์อสูร สัตว์อสูรจะไม่สามารถรับรู้ได้ถึงการคงอยู่ของิเฉิง
ิเฉิงผ่านทางกลับบ้านของเขา แต่ทว่าชายหนุ่มกลับไม่มองไปที่ทางนั้น แม่เพียงหางตาเขาก็ไม่ได้มองไป จากนั้นเขากูต้องเข้าไปในส่วนลึกของป่าสะบั้นจันทร์ ยิ่งเข้ามาลึกเรื่อย ก็ยิ่งพบกับสัตว์อสูรที่แข็งเกร่ง และมากมายอาศัยอยู่ในส่วนลึก แต่ทว่าชายหนุ่มกลับเดินผ่านพวกมันอย่างหน้าตาเฉย สัตว์อสูรเหล่านี้ไม่สามารถจับกลิ่นอายของิเฉิงได้
เขายังคงเดินไปเรื่อยๆ ป่าสะบั้นจันทร์นั้นกว้างใหญ่ ไม่มีขอบเขต ิเฉิงไม่รู้ว่าเขาต้องเดินไปอีกใกล้แค่ไหนถึงจะไปถึงส่วนลึกของป่าได้
ที่เขามุ่งหน้ามาทางนี้เพราะ กลิ่นอายแปลกๆนั้นกำลังเรียกร้องให้เขาไปหา ยิ่งเดินเข้าไปลึกกลิ่นอายก็ยิ่งชัด สัตว์อสูรก็ยิ่งมากขึ้นไปอีก
ยานี้สามารถปกปิดการรับรู้ของสัตว์อสูรที่มีพลังต่ำกว่าระดับจ้าวิญญาเท่านั้น หากเป็เช่นนี้ต่อไปข้าคงต้องถูกพบตัวเป็แน่ พอถึง่ค่ำมืดิเฉิงก็หยุดพักเอาแรง พอฟ้าสางเขาก็เดินหน้าต่อ เขาเดินมาได้เก้าวันแล้วแต่ยังไปไม่ถึงส่วนลึกสะที ที่เขาเดินทางช้าเป็เพราะไม่สามารถใช้พลังยุทธ์ได้
เพราะหากทำเช่นนั้น สัตว์อสูรจะจับกลิ่นอายของเขาได้ เขาจึงทำได้เพียงเดินไปเท่านั้น ยาที่สามารถปกปิดกลิ่นอายก็เหลือเพียงแค่สองเม็ดเท่านั้น วันที่11ของการเดินเข้าไปในส่วนลึกของป่าสะบั้นจันทร์ ตอนนี้ยาเหลือเพียงหนึ่งเม็ด ชายหนุ่มกลืนยาลงไป จากนั้นก็เดินไป
"ข้าสามารถปรุงยาที่ปกปิดกลิ่นอายขึ้นมาได้ เพียงแต่หากสัตว์อสูรตรวจจับการผันผวนของพลังยุทธ์ได้ ข้าคงต้องตกตายในป่าแห่งนี้เป็แน่ ิเฉิงพูดกับตัวเอง สีหน้าของเขาเคร่งเคลียด
"โฮกกกกกกกกกกก..... แต่ทว่าเื่ที่เขาไม่อยากเจอมากที่สุด ในตอนนี้เขากลับเจอเข้าให้แล้ว เสียงคำรามของสัตว์อสูร มันกำลังพุ้งมาทางิเฉิง
"นี่มันหมาป่าอเวจี ระดับปราชญ์์ เ้าเด็กงี่เง่า วิ่ง...... ซิ่วอิงที่ััได้ถึงหมาป่าอเวจี ก็พลันบอกให้ิเฉิงวิ่งอย่างสุดชีวิต
หากเป็เมื่อก่อน เพียงแค่นางขยับนิ่ว หมาป่าอเวจีระดับปราชญ์์นี้ คงต้องตายไปในพริบตา แต่ตอนนี้นางเป็เพียงแค่ิญญาเท่านั้น
ิเฉิงตอนนี้ไม่สนใจเื่การปกปิดกลิ่นอายแล้ว เขาพุ้งตรงเข้าไปในส่วนลึกของป่าสะบั้น หวังว่าจะพบเข้ากับสุสาน
หมาป่าอเวจี ตนนี้พุ้งมาทางิเฉิงอย่างรวดเร็ว มันเข้าใกล้มาเรื่อยๆ ิเฉิงปลดปล่อยพลังออกมาอย่างสุดกำลัง ก็ยังไม่เร็วพอที่จะหนีหมาป่าอเวจีได้ ตอนนี้มันเข้ามาใกล้เขา50เมตรแล้ว
"เ้าเด็กงี่เง่า เห็นทางขวาด้านหน้าไหม นั้นคือประตูมิติ น่าจะเป็ทางเข้าสุสาน รีบไปเร็ว ซิ่วอิงที่ััได้ถึงประตูมิติ ก็พลันบอกให้ิเฉิงรีบพุ้งเข้าไปยังประตูนั้น
ิเฉิงรีบพุ้งไปตามที่นางบอก เพียงแค่สามก้าวเขาก็จะเข้าไปยังประตู แต่ทว่าตอนนี้หมาป่าอเวจีมัยรวดเร็วมาก ตอนนี้มันมาถึงด้านหลังของเขาแล้ว หมาป่าอเวจีกางเล็บออกเพื่อจะตบเข้าใส่ิเฉิง มันปล่อยกงเล็บออกไป สองก้าวิเฉิงก็จะถึงแล้ว ตอนนี้กงเล็บที่หมาป่าอเวจีกำลังจะถึงตัวิเฉิง
อีกเพียงแค่สองคืบ ิเฉิงร่างฉีกขาดภายใต้กงเล็บแน่ หนึ่งก้าว ิเฉิงก้าวขาข้างหนึ่งเข้ามาในประตูแล้วร่างของเขาก็หายไปในครองสายตาของหมาป่าอเวจี กงเล็บที่ใกล้จะฉีกเข้าใส่ิเฉิง อีกเพียงหนึ่งนิ่วเท่านั้นก็จะถึงตัวเขา กงเล็บได้ตะปบใส่เพียงอากาศเท่านั้น เพราะิเฉิงได้หายไปแล้ว
ตูมมมม... กงเล็บกระทบที่หมายจะสังหาริเฉิง แต่เพียงคว้าได้แค่อากาศ กระทบเข้าใสฟื้นดิน เกิดเป็เสียงะเิดังกึกก้อง มิติรอบข้างต่างบิดเบี้ยว หากิเฉิงโดนกงเล็บนี้เข้าให้ ไม่ต้องพูดถึงเลยว่า เขาจะรอดได้ยังไง
โฮกกกกก.. หมาป่าอเวจีคำรามออกมาอย่างแค้นใจ ที่ปล่อยให้เหยื่อรอดไปได้ จากนั้นมันก็ไปจากตรงนั้น
ณ ห้องใต้ดินของสุสาน ิเฉิงตอนนี้ยังใจสั่นไม่หยุด อีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้นก็จะถูกกงเล็บนั้นฉีกร่าง "เหอออ.. " เขาถอนหายใจอย่างโล่งอกที่รอดมาได้
"เกือบไปแล้วไหมละ เ้าเด็กงี่เงา ซิ่วอิงพูดออกมา จากนั้นนางก็ออกมาจากห้วงดวงจิต ปรากฏลอยตัวขึ้นที่ด้านหน้าิเฉิง
ิเฉิงที่เห็นว่านางออกมาก็คุกเข่าลงประสานมือ " อาจารย์.. " ขนาดเป็แค่ิญญานางยังงดงามได้เพียงนี้ หากนางมีกายหยาบไม่รู้ว่านางจะงดงามได้เพียงไหน ิเฉิงลอบคิดในใจ
"นี่คือสุสาน... ตรงหน้าของเ้าคือทางเข้า ซิ่วอิงชี้ไปข้างหน้าให้ิเฉิงดู
"อาจารย์.. ไม่ทราบว่านี่คือสุสานของผู้ใด.. ิเฉิงถามนางด้วยความสงสัย เพราะว่า เหมือสุสานแห่งนี้จะเรียกร้องให้เขาเข้ามาที่นี้ เขารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ
"อาจารย์ก็ไม่รู้... แต่ที่นี้แปลกมาก เ้าระวังตัวด้วย พูดจบนางก็กลับเข้าไปในห้วงดวงจิต
ิเฉิงเดินลงไปตามบันได แต่ทว่าน่าแปลก เพราตามทางกลับไม่มีกับดักหรืออะไรข้างกั้น ตลอดทางที่เขาเดินลงมาตามบันได ทุกๆสิบก้าวจะเกิดคบเพลิงขึ้น ทางลงบันไดที่มืดมิดก็สว่างตามแสงของคบเพลิง เขาเดินลงมาสุดทางก็พบเข้ากับประตูบานหนึ่ง ิเฉิงลังเลอยู่หลายอึดใจว่าจะเปิดประตูหรือไม่เปิดดี
เขาไม่รู้ว่าข้างในมีอะไรบ้าง เพราะอาจจะมีกับดักก็ได้ แต่พอเขาซั่งใจดูแล้ว การที่สุสานแห่งนี้เรียกร้องให้เขามาหา เช่นนั้นที่แห่งนี้ก็ต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างแน่ๆ ที่เรียกร้องให้ตนเข้ามา พอคิดได้ดังนั้นิเฉิงก็พลักประตูให้เปิดออก
แต่ิเฉิงก็ต้องตะลึง เพราะว่าสายตาของเขาตอนนี้ กำลังมองรูปปั้นในห้องโถงขนาดใหญ่ของคนผู้หนึ่ง ที่มีรูปร่างเหมือนกึ่งคนกึ่งปีศาจ
แต่ที่เขาตกตะลึงมิใช่รูปปั้น แต่เป็โครงกระดูกของมนุษย์ที่มากมายมหาสาร กองเรียงกันเป็ูเา
หรือว่าที่สุสานเรียกร้องให้ข้าเข้ามาก็เพื่อให้ข้าสังเวยชีวิตตนเอง ิเฉิงตอนนี้เริ่มขมวดคิ้ว เขาตอนนี้กำลังคิดไปต่างๆนาๆ ว่าต้องสังเวยชีวิตให้สุสานแห่งนี้