ตอนที่ 25การมาถึงของแพทย์เคลื่อนที่
ั้แ่ไก่โห่ผู้ใหญ่และหัวหน้าชนเผ่า ต่างก็พร้อมใจพาผู้คนในหมู่บ้านออกมาร่วมด้วยช่วยกันกางเต็นท์ผ้าใบหลายหลัง เพื่อใช้ต้อนรับแเื่ ครั้นเมื่อ‘กลุ่มแพทย์เคลื่อนที่’ มาถึง ทุกคนต่างก็ออกไปให้การต้อนรับกันอย่างพร้อมเพรียง
จุดที่เต็นท์ผ้าใบตั้งอยู่เป็‘ลานกิจกรรม’ ของหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออก มีขนาดพื้นที่ใหญ่และกว้างมาก ๆเนื่องจากจุดนี้ไม่ได้มีบ้านเรือนปลูกสร้างอยู่เลยนั่นเป็เพราะต้องเอาไว้ใช้ทำกิจกรรมของชนเผ่า
ยามเมื่อนักท่องเที่ยวขึ้นมาพักแรมก็มักจะได้ทำกิจกรรมเหล่านี้ร่วมกันกับคนในชนเผ่า ซึ่งหลายรายปรารถนาที่จะเข้าร่วมอีกทั้งกิจกรรมของชนเผ่าเหล่านี้มีตลอดทั้งปีด้วยเพราะแต่ละชนเผ่าก็มีประเพณีเฉพาะตน เจ็ดเผ่าก็มีแยกกันออกไปตามแต่ละเดือน
ดังนั้นเมื่อทุกคนในคณะเดินทางมาถึงต่างก็ประทับใจในการจัดสรรและแบ่งหมวดหมู่ ของแต่ละชนเผ่าโดยเฉพาะในลานกว้างแห่งนี้สามารถทำให้พวกเขากางเต็นท์เพิ่มได้อีกหลายหลังนั่นยิ่งจะเป็ผลดี
หัวหน้าคณะแพทย์ซึ่งมีชื่อว่า‘ดาหลา’ ครั้งมาถึงก็เริ่มพูดคุยกับผู้ใหญ่บ้านทันทีจากนั้นก็ให้พวกอาสาสมัครที่นำโดย ‘เ้าขุน’พร้อมกับคนในหมู่บ้านตั้งเต็นท์เพิ่มเติมอีก ตามที่คิดและออกแบบเอาไว้
เนื่องจาก‘เป็ยุคแห่งเทคโนโลยี’ การส่งภาพผ่านแอปพลิเคชันไม่ใช่เื่น่าแปลกในยุคที่อินเตอร์เน็ตเฟื่องฟูขนาดนี้ ที่นี่ย่อมมีเสาสัญญาณตั้งอยู่
ดังนั้นคนที่จัดเตรียมโครงการจึงนำเอาอุปกรณ์มาอย่างเพียบพร้อมหลังจากใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง เต็นท์อีกหลายหลังก็ปรากฏขึ้น
จากนั้นผู้คนในกลุ่มอาสาสมัครบางส่วนบางคนก็แยกกลุ่มสามสี่คนออกไปจัดเตรียมเวที ตั้งลำโพงและไมโครโฟนเพื่อใช้ในการกล่าวเปิดโครงการตามธรรมเนียมอีกทั้งอุปกรณ์เหล่านี้ยังสามารถใช้งานในวันถัด ๆ ไปได้ด้วย
เช่นการใช้ประชาสัมพันธ์ บอกจุดคัดกรอง
ด้วยมีพวกอาสาสมัครที่ชำนาญการเพียงไม่นานการแบ่งสัดส่วนจุดตรวจ จุดคัดกรองก็เสร็จสิ้นทั้งเป็ไปตามแบบแผนอย่างราบรื่น แสดงให้เห็นถึงการเตรียมความพร้อมที่ทำมาเป็อย่างดี
จนกระทั่งชาวบ้านมายืนดูก็จำต้องพยักหน้ารับอย่างชื่นชมในบางครั้งพวกเขา้าจะเข้าไปช่วยแต่พอเข้าไปแล้วกลับกลายเป็ว่าไปเกะกะเสียอย่างนั้นโดยพวกเขาก็รู้สึกเองได้ว่าเหมือนจะทำให้งานช้าลง จึงค่อย ๆถอนตัวออกมาอย่างรู้งาน
และยืนดูกองทัพมดขนาดย่อมขยับขยายพื้นที่อย่างเป็ระบบระเบียบชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านข้าง สวมใส่แว่นกันแดด มองดูแล้วก็หล่อดูดี และมีภูมิฐานเขากำลังคอยชี้นิ้วสั่งการคนอื่น ๆ อยู่
แต่ว่าเพียงไม่นานตัวเขาเองก็เริ่มรู้สึกว่ากลายเป็ส่วนเกินเพราะเขาเริ่มชี้ถูกชี้ผิดอยู่บ่อยครั้ง จึงได้แต่แอบไปคุยโม้กับพวกชาวบ้านแทน
“สวัสดีครับผม‘ร้อยตำรวจเอกเ้าขุน’ หากว่ามีปัญหาอะไรสามารถเรียกใช้งานได้เลยในส่วนของงานตรงนี้ทุกคนไม่ต้องเป็ห่วงนะครับ พวกเราเตรียมการมาแล้ว” ชายหนุ่มได้เดินเข้าไปพูดกับพวกกลุ่มคนในหมู่บ้านเพื่อทำการซื้อใจและตีสนิท
พอชาวบ้านได้ยินว่าอีกฝ่ายเป็ตำรวจก็รู้สึกเกรงใจขึ้นมาทันที“ด…ได้จ้ะ” ชาวบ้านคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
จนกระทั่งสาว ๆในหมู่บ้าน เมื่อได้ยินว่าชายหนุ่มที่แต่งตัวโก้หรู เป็ถึงตำรวจก็ได้พากันมามุงดูจนทำเอาเ้าขุนรู้สึกพึงพอใจเป็อย่างมาก ตัวเขาก็ได้ยักคิ้วหลิ่วตาให้บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่กระทั่งแม่ม่ายก็ไม่เว้น
เ้าขุนรู้สึกว่าพอมาอยู่ที่นี่ตนเองดูหล่อเหลาขึ้นมา300% เมื่อรวมเข้ากับเครื่องแต่งกาย พร้อมกับรอยยิ้มอันเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของตนทำให้ตัวเขาลอบแอบหัวเราะอยู่ภายในใจ
หลังจากมาถึงใช้เวลาเพียงชั่วโมงกว่าๆ ก็เริ่มเปิดพิธีกันแล้ว ชาวบ้านหลายคนที่พึ่งมาใหม่ก็แปลกใจกับเต็นท์หลายหลังที่ผุดขึ้นอย่างกับดอกเห็ดในหน้าฝน
และเมื่อได้ยินเสียงเรียกเชิญให้เข้าไปด้านในทุกคนก็ทำตามแต่โดยดี ซึ่งตัวพวกเขาก็สนใจใคร่รู้อยู่มากว่า ‘หมอโรงพยาบาลเอกชน’เป็อย่างไร อย่างมากที่พวกเขาเจอก็เป็หมอที่อนามัย หรือไม่นาน ๆ ทีก็เป็‘โครงการหลวง’
พอเข้าไปพวกเขาก็เห็นความแตกต่างสิ่งแรกที่เด่นชัดเลยนั่นก็คือแต่ละคนรูปร่างบุคลิกดูดีเป็อย่างมากขนาดที่ว่าทุกคนใส่ชุดลำลองเป็เสื้อยืดคอกลมเหมือนกันหมดแต่เมื่อกวาดสายตาไปแล้วก็ยังสามารถแยกแยะได้ง่าย ๆ เลยว่าคนไหนเป็หมอ
เพราะมองดูแล้วมีอันจะกินด้วยชาวบ้านที่ให้ความสนใจ ส่วนหนึ่งเป็เพราะรู้ว่าการไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชนนั้นแพงกว่าโรงพยาบาลรัฐทั่วไปหลายเท่าบ้างก็ว่านอนสองวันถึงขั้นหมดตัวเลยก็มี…
ดังนั้นเมื่อผู้ใหญ่ได้ประชาสัมพันธ์ออกไปว่าจะมีหมอโรงพยาบาลเอกชนมารักษาให้ฟรี จึงทำเอาหลายคนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่ก็ยังอยากจะมาลองััดูสักครั้งถึงอย่างไรพวกเขาก็ต้องมาหาหมออยู่ดีไม่ว่าจะเป็รัฐหรือเอกชน
โดยปกติแล้วการลงไปหาหมอแต่ละครั้งสำหรับพวกคนที่อยู่บนดอยนั้นเป็เื่ใหญ่เอามาก ๆ ไม่ใช่เื่ง่าย ๆ เลยทั้งไม่มีรถยนต์ที่จะลงไป อีกทั้งเมื่อลงไปจะกินจะอยู่อย่างไรนั่นก็เป็ปัญหาอีกแน่นอนว่าการลงไปนั้นย่อมหมายถึงว่า อาการเริ่มจะร้ายแรงแล้ว
ที่บนเวทีคุณหมอวัยกลางคนกำลังแนะนำตัวเองว่าชื่อ ‘ดาหลา’ เป็หัวหน้าคณะแพทย์อาสาที่มาในครั้งนี้จากนั้นก็เริ่มพูดคุยเื่การรักษาเบื้องต้นเล็กน้อยก่อนจะกล่าวขอบคุณไปที่อาสาสมัคร จวบจนถึงผู้ใหญ่บ้าน
กลุ่มคนที่ยืนอยู่เื้ั‘คุณหมอดาหลา’ นั้น มีหลายคนที่โดดเด่นสะดุดตา ซึ่งมีครบทั้งชายหญิง บรรดาหนุ่มสาวในหมู่บ้านต่างก็จ้องมองชวนฝันกระทั่งจินตนาการกันไปไกล…
และคนที่โดดเด่นสะดุดตามากที่สุดเป็‘คุณหมอสาวสวยคนหนึ่ง’ เธอมีใบหน้าหมดจด คิ้วเรียวบาง ดวงตากลมโตผิวพรรณงดงามมีน้ำมีนวล บนปากทาดวงลิปสติกสีอ่อน ๆ ยามเมื่อคลี่ยิ้มแล้วโลกก็พลันดูสดใสขึ้นมาทันที
ยามเมื่อเดินไปไหนมาไหนหรือกระทั่งยืนอยู่ด้านหลัง ทุกสายตาแทบจะจดจ้องมองเธอราวกับถูกเวทมนตร์สะกด‘ดูคล้ายเป็ดั่งพญาหงส์ภายในหมู่หงส์อีกที’เพราะคนที่รายล้อมอยู่รอบกายเธอนั้นก็ไม่ธรรมดา
โดยเฉพาะสาวสวยที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันซึ่งยืนติดกันอยู่ตลอดเวลา
เธอเองก็เป็หนึ่งในดาวเด่นเพราะบางคนก็ชอบคนที่สวยเข้ม ถ้าหากว่าเธอได้ขึ้นไปประกวดบนเวทีนางงาม ก็คงจะคว้าเอาตำแหน่งมาได้สักตำแหน่งนั่นก็เป็เพราะว่ารสนิยมของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน
หลังจากกล่าวเปิดพิธีแบบรวบรัดเสร็จสิ้นตามสไตล์การทำงานของภาคเอกชน ที่เน้นเื่ความคล่องตัวก็เป็คราวของหมู่บ้านสิบวิถีที่เตรียมพิธีไว้ต้อนรับแขกโดยทั้งสองฝ่ายได้นัดเตรียมตัวกันไว้แล้ว…