เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ใจกลางเมืองหลวงอันแสนคึกคัก แสงอาทิตย์สีแสดสดใสสาดส่องลงมากระทบหลังคาหลังคากระเบื้องหรูหราของ "ภัตตาคารจักรพรรดิอัคคี" ที่บัดนี้ได้แปรสภาพเป็ร้านของหวานเป่าเป่า สาขา 2 อย่างเป็ทางการ ป้ายร้านไม้แกะสลักสีทองอร่ามที่ถังป้าพึ่งติดตั้งเสร็จส่งประกายสะท้อนแดดอย่างงดงาม บรรยากาศหน้าร้านเต็มไปด้วยความโกลาหลั้แ่เช้าตรู่ เนื่องจากมีผู้ฝึกตน จอมยุทธ์พเนจร และชาวบ้านธรรมดานับพันคนมายืนเบียดเสียดต่อแถวเรียงหนึ่งยาวเหยียดไปตามถนนหลักเพื่อรอลิ้มลองรสชาติใหม่ตามข่าวลือ
"จัดแถวให้เรียบร้อยโว้ย! ข้าบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามแซงคิว! เ้าตรงนั้นน่ะ... จอมยุทธ์กระบี่บินขั้นที่ 5 ชักกระบี่ออกมาทำไม? จะเอามาตัดริบบิ้นหรือไง? ไปต่อท้ายแถวโน่นเลย!" ถังป้า ยืนเบ่งกล้ามล่ำสันะโลั่นเสียงดังก้อง พลางกระชับกระบองเหล็กหนาในมือ สายตาของอดีตมาเฟียคอยกวาดมองผู้คนที่กำลังออกอาการกระสับกระส่ายเพราะอากาศภายนอกที่เริ่มร้อนอบอ้าว
ขณะที่หน้าร้านกำลังดำเนินไปอย่างครึกครื้น หลังเคาน์เตอร์หยกเย็นภายในร้าน เสี่ยวเป่า ในชุดผ้ากันเปื้อน ‘จักรพรรดิของหวานไร้พ่าย’ สีน้ำเงินเข้มขลิบทองตัวใหม่กำลังยืนตรวจเช็คความพร้อมของวัตถุดิบด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี เสน่ห์ที่เพิ่มขึ้น 50% จากคุณสมบัติของผ้ากันเปื้อน ทำให้บรรดาสาวๆ และจอมยุทธ์หญิงที่แอบมองอยู่หน้าร้านถึงกับหน้าแดงและลอบกรีดร้องเบาๆ ด้วยความหลงใหล ทว่าสายตาของเสี่ยวเป่ากลับจับจ้องไปที่โหลแก้วมิติสามใบที่ใส่ ‘ซอสซุปทุเรียนหมอนทอง์ข้นหนืด’ สีเหลืองทองที่แช่เย็นไว้จนควันสีขาวลอยอวล
"เอาล่ะ... ได้เวลาเปิดตัวาาผลไม้ไทยให้โลกโบราณได้รับรู้!" เสี่ยวเป่าพึมพำพลางตบปุ่มเปิดระบบเครื่องไสน้ำแข็งัหยกคู่ใจ
ซ่าส์... ซ่าส์... ซ่าส์...
เสียงใบมีดหยกตัดผ่านก้อนน้ำแข็งวิเศษดังสนั่น เกล็ดน้ำแข็งนุ่มละเอียดราวปุยหิมะร่วงหล่นลงมาในถ้วยดินเผาสีครามจนพูนเป็ทรงูเาไฟ เสี่ยวเป่าใช้กระบวยทองคำตักซอสทุเรียนหมอนทอง์กวนเยือกแข็งราดลงไป้าทันที เนื้อซอสสีเหลืองนวลค่อยๆ ไหลเยิ้มชุ่มฉ่ำแทรกซึมไปตามร่องเกล็ดหิมะอย่างงดงาม ปิดท้ายด้วยการตัก ‘ไข่มุกหนึบหนับทองคำสลักลายั’ โปะไว้ที่ฐาน และราดนมข้นหวานมหาเวทสีทองปิดท้าย
ทันทีที่ฝาโหลซอสทุเรียนถูกเปิดออกเต็มที่ กลิ่นอายอันรุนแรง เข้มข้น และลึกล้ำของทุเรียนหมอนทอง์ก็ะเิกระจายออกจากร้าน พุ่งทะยานแหวกม่านอากาศร้อนระอุออกไปในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรทันที!
ฟู่ววววววว!
มันไม่ใช่กลิ่นเหม็นเน่า แต่มันคือกัมมะถันธรรมชาติที่หวานละมุนและทรงพลังจนแผ่ซ่านทะลวงผ่านค่ายกลป้องกันปราณของผู้ฝึกตนทุกคนในบริเวณนั้น! บรรดาจอมยุทธ์ที่กำลังยืนต่อแถวอยู่ถึงกับชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้าง บางคนเอามือกุมจมูกพลางทำหน้าเหลอหลา ขณะที่บางคนกลับสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วทำตาโตลืมตัว
"โอ้์! นี่มันกลิ่นอายประหลาดอันใดกัน? เหตุใดมันถึงรุนแรงและฉุนเฉียวขนาดที่ทำให้จิติญญาของข้าสั่นสะท้านเช่นนี้!" จอมยุทธ์ผู้หนึ่งอุทานลั่น ใบหน้าสับสน
"แต่... แต่พอดมดูดีๆ กลิ่นนี้กลับแฝงด้วยความหวานมันอันลึกล้ำอย่างบอกไม่ถูก! น้ำลายของข้ามันสอเต็มปากไปหมดแล้วเถ้าแก่!" ชาวบ้านอีกคนะโบอกพลางกลืนน้ำลายดังอึก
ขณะที่ฝูงชนกำลังตกตะลึงกับอานุภาพของกลิ่นทุเรียน ห่างออกไปบนท้องฟ้า จู่ๆ ก็มีรถม้าเทียมสัตว์อสูรนกเพลิงสามตัวบินร่อนลงมาจากก้อนเมฆอย่างเร่งรีบ รถม้าคันนั้นสลักลวดลายเตาหลอมโอสถขนาดใหญ่และมีป้ายอักษรเขียนไว้ว่า ‘สำนักโอสถเพลิงพิโรธ’ ผู้ที่ก้าวลงมาจากรถม้าคือ ‘ผู้าุโเก้าเตาหลอม’ ชายชราหนวดเคราขาวโพลนในชุดคลุมสีม่วงเข้ม ใบหน้าของเขาบึ้งตึงดุดัน รอบกายมีกระแสลมปราณร้อนแรงจากไฟเตาหลอมแผ่ออกมาตลอดเวลา ข้างกายของเขาคือศิษย์ติดตามหน้าตาหยิ่งยโสอีกสามคน
ผู้าุโเก้าเตาหลอมสูดกลิ่นทุเรียน์เข้าจมูกคำโต พลันขมวดคิ้วหนาจนแทบชนกัน "หนอย... กลิ่นอายโอสถดิบเถื่อนอันใดกัน ช่างบังอาจรุนแรงจนทำให้เตาหลอมโอสถในมิติของข้าสั่นะเื! เ้าพ่อค้าน้ำแข็งไสสารเลวคนนั้นอยู่ไหน! กล้าดีอย่างไรมาปล่อยกลิ่นแปลกปลอมทำลายบรรยากาศเมืองหลวง!"
ผู้าุโเก้าเตาหลอมสะบัดชายเสื้อเดินนำศิษย์ตรงดิ่งเข้ามาหน้าร้าน พลางใช้พลังปราณระดับผสานแกนจิติญญาขั้นสูงกดทับฝูงชนจนชาวบ้านพากันหลีกทางด้วยความหวาดกลัว ถังป้าเห็นท่าไม่ดีรีบก้าวเข้ามาขวางทันที "เฮ้ยตาแก่! มาจากสำนักไหนไม่สน แต่ถ้าจะกินน้ำแข็งไสต้องไปต่อคิวท้ายแถวโน่น! อย่ามาใช้พลังข่มขู่แถวนี้!"
"ไสหัวไป! เ้าสุนัขรับใช้!" ศิษย์เอกของผู้าุโเก้าเตาหลอมตวาดลั่น พลางซัดฝ่ามือปราณอัคคีเข้าใส่แผงอกของถังป้าหวังจะให้กระเด็นลอย
ทว่า... ตึง!
ฝ่ามือปราณอัคคีปะทะเข้ากับหน้าอกของถังป้าอย่างจัง แต่ถังป้ากลับยืนนิ่งเฉยไม่ขยับเขยื้อน แถมยังมีแสงสีทองเรืองรองแผ่ออกมาจากิัของเขา (ผลจากการแอบกินไข่มุกทองคำสลักลายัที่เสี่ยวเป่าแจกให้เมื่อเช้า) แรงสะท้อนกลับทำให้ศิษย์เอกคนนั้นถึงกับข้อมือเคล็ด ร้องอุทานลั่นพลางกุมมือถอยร่นไป
"อะไรกัน?! ร่างกายระฆังทองคำขั้นสูงงั้นรึ? เ้าเป็แค่คนเฝ้าร้านเหตุใดถึงมีวิชาป้องกันะเิระดับนี้!" ผู้าุโเก้าเตาหลอมตาโตอย่างประหลาดใจ
เสี่ยวเป่าที่ยืนดูอยู่หลังเคาน์เตอร์หัวเราะเบาๆ พลางยกถ้วยน้ำแข็งไสทุเรียนหมอนทอง์ส่งให้จอมยุทธ์หญิงคนหนึ่งที่อยู่หัวแถว "อ๋อ... นั่นไม่ใช่ระฆังทองหรอกครับตาแก่ นั่นเป็เพราะลูกน้องข้าเคี้ยวไข่มุกทองคำของร้านข้าต่างหากล่ะ ว่าแต่... ท่านผู้าุโแต่งตัวเหมือนคนปรุงยามาหาเื่ข้าถึงที่ มีธุระอันใดหรือครับ? ถ้าไม่มี ข้าขอตัวไปไสน้ำแข็งต่อ ลูกค้าต่อคิวยาวไปถึงหน้าประตูเมืองแล้ว"
ผู้าุโเก้าเตาหลอมสะบัดหน้าอย่างหยิ่งยโส "ข้าคือผู้าุโเก้าเตาหลอมแห่งสำนักโอสถเพลิงพิโรธ! เ้ามนุษย์สามัญ... ข้าได้ยินว่าเ้าคิดค้น ‘นมข้นหวานมหาเวท’ ที่ช่วยขยายเส้นชีพจรและฟื้นฟูพลังปราณได้ดีกว่ายาเม็ดของสำนักข้า เ้าช่างบังอาจนักที่ทำลายระบบตลาดโอสถหลวง! ข้าขอสั่งให้เ้าส่งมอบสูตรและรถเข็นหยกคันนั้นมาให้สำนักโอสถควบคุมชำระล้าง เพื่อประโยชน์ของยุทธภพฝ่ายธรรมะ!"
เสี่ยวเป่าฟังแล้วแทบจะหลุดขำก๊ากอกแตก "โอ้โห... พูดจาหล่อเหลาเอาการเลยนะตาแก่ แย่งของคนอื่นหน้าด้านๆ เพื่อยุทธภพฝ่ายธรรมะเนี่ยนะ? ถ้าข้าไม่ใหล่ะ ท่านจะเอาเตาต้มยามาทุบหัวข้าหรืออย่างไร?"
"หากเ้าปฏิเสธ... ข้าจะใช้ ‘ไฟวิเศษเก้าตะวัน’ เผาร้านของเ้าให้กลายเป็เถ้าถ่าน!" ชายชราขู่คำราม พลางแบมือเรียกเปลวไฟสีเขียวมรกตที่ร้อนแรงสุดขีดพวยพุ่งขึ้นมาบนฝ่ามือ อุณหภูมิรอบร้านพลันพุ่งสูงขึ้นทันทีจนเก้าอี้ไม้ไผ่เย็นเริ่มมีเสียงลั่น
ทว่า ในวินาทีที่ไฟวิเศษสีเขียวปรากฏขึ้น มันกลับทำปฏิกิริยากับ ‘กลิ่นกำมะถันของทุเรียนหมอนทอง์’ ที่ลอยอวลหนาแน่นอยู่ในอากาศรอบร้านอย่างรุนแรง! กลิ่นทุเรียนมหาเวทที่มีคุณสมบัติหยินหยางสมดุลและมีความหนาแน่นสูง พุ่งเข้าผสมผสานกับเปลวไฟอัคคีวิเศษของตาแก่ในระดับโมเลกุลทันที
[ติ๊ง! ตรวจพบปฏิกิริยาเคมีวิเศษข้ามมิติ: กลิ่นทุเรียน์ + ไฟวิเศษเก้าตะวัน = สภาวะก๊าซะเิแรงดันสูง!] [ระบบแจ้งเตือน: เตาหลอมโอสถในแหวนมิติของผู้าุโเก้าเตาหลอมกำลังจะ... ตู้ม!]
"เฮ้ยๆๆ ตาแก่! รีบดับไฟเร็วเข้า! เดี๋ยวเตาะเิข้าไม่รู้ด้วยนะ!" เสี่ยวเป่าร้องเตือนพลางมุดหัวหลบหลังเคาน์เตอร์หยกเย็นทันที
"วาจาเหลวไหล! ไฟวิเศษของข้าจะไปะเิได้อย่าย...—"
ไม่ทันที่ผู้าุโเก้าเตาหลอมจะพูดจบ...
ตู้มมมมมมมมม!!!
เสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ เตาหลอมโอสถสัมฤทธิ์โบราณสามขาที่เก็บอยู่ในแหวนมิติของชายชรา ทนแรงดันและปฏิกิริยาทางเคมีของกลิ่นทุเรียนและไฟวิเศษไม่ไหว จนะเิตัวเองเสียงดังสนั่น ควันสีดำโขมงพร้อมเศษผงยาเม็ดสีม่วงสีแดงพุ่งทะลักออกจากแหวนมิติ ะเิใส่หน้าของผู้าุโเก้าเตาหลอมและศิษย์ทั้งสามจนหน้าตาเนื้อตัวกลายเป็สีดำเมื้อกเหมือนถ่าน ละอองควันรูปดอกเห็ดสีทองอ่อนๆ ส่งกลิ่นทุเรียนหอมฉุนลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ
"ไอ้... ไอ้หยา... เตาหลอมพันปีของข้า... ะเิเละเทะหมดแล้ว..." ผู้าุโเก้าเตาหลอมยืนอ้าปากค้าง พ่นควันดำออกจากปากในสภาพผมเผ้าชี้ฟู่กระจุยกระจาย เสื้อผ้าไหมหรูหราขาดรุ่งริ่งไม่เหลือชิ้นดี
บรรดาชาวบ้านและลูกค้าที่ยืนต่อแถวอยู่เห็นสภาพเยินของาาโอสถผู้ยิ่งใหญ่ ต่างพากันะเิเสียงหัวเราะฮาลั่นลานเมืองหลวงจนท้องคัดท้องแข็ง "ฮ่าๆๆๆๆ โอ้โห! ท่านผู้าุโเก้าเตาหลอมโชว์วิชาะเิตัวเองต้อนรับเปิดร้านใหม่ของเถ้าแก่เป่าได้เร้าใจยิ่งนัก!"
เสี่ยวเป่าโผล่หัวขึ้นมาจากหลังเคาน์เตอร์หยก ปาดเหงื่อพลางกลั้นขำสุดชีวิต "เฮ้อ... บอกแล้วก็ไม่เชื่อ กลิ่นทุเรียนร้านข้ามันแรงระดับทำลายล้างค่ายกลนะตาแก่ เอ้า... ไหนๆ เตาต้มยาก็พังไปแล้ว สภาพดูไม่ได้เลย สู้หันมาดับร้อน ดับจิตใจที่ฟุ้งซ่านด้วยเมนูนี้ดีกว่าไหมครับ? ข้าคิดเงินแค่หนึ่งตำลึงเงินเท่าเดิม!"
พูดจบ เสี่ยวเป่าก็ยื่นถ้วย ‘ไอศกรีมเกล็ดหิมะาาทุเรียนทองคำสยบเก้าชั้นฟ้า’ ที่ทำเสร็จใหม่ๆ ส่งให้ชายชราหน้าดำที่กำลังยืนสั่นเทาด้วยความอับอายและสับสนในชีวิต ซึ่งในตอนต่อไป าาผลไม้ไทยชิ้นนี้จะเปลี่ยนอคติของาาโอสถหลวงให้กลายเป็ทาสของหวานอีกรายอย่างแน่นอน!