ตอนที่10 รอเพียงเธอ
“แอ้!!!ๆ”
“ชู่ว!!!อย่าร้องสิเ้าหนู เดี๋ยวแม่ก็มาแล้ว”
ดวงตาคมละสายตาจากแผ่นหลังของหญิงสาวแม่ลูกอ่อนมาสบตากับเด็กน้อยในอ้อมกอดที่ดวงตากลมเปียกท่วมไปด้วยน้ำตาสีใส เด็กน้อยหลับตาปี๋ร้องไห้ในทันทีเมื่อออกจากอ้อมกอดของผู้เป็แม่ได้ไม่นาน
มือหนาตบลงก้นของเด็กน้อยเบาๆด้วยท่าทีเก้ๆกังๆ ที่ม้านั่งตัวยาวอย่างไม่กล้าขยับไปไหนเพราะกลัวจะทำเ้าหนูหลุดมือ เขาอุ้มไม่เป็แล้วยังเสือกให้ความช่วยเหลือเธอ
ดวงตาคมยากที่จะละสายตาจากร่างของเธอและชายคนขับแท็กซี่คนหนึ่งที่เขาเห็นมันมาจอดรอใครสักคนตั้งนานแล้ว และคุณหญิงเคยพูดลอยๆให้ฟังว่าสามีของโบตั๋นเป็คนขับรถแท็กซี่ ก็น่าจะเป็ชายคนนี้
“แอ้!ๆ”
ผ่านไปสักพัก โบตั๋นที่ได้ยินเสียงร้องไห้จากลูกน้อยที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆจึงรีบตัดบทสนทนาในทันที
“ขอบคุณนะคะคุณเขมที่อุ้มหนูใบหม่อนให้” โบตั๋นสังเกตุเห็นใบหน้าของเขาดูไม่พอใจเป็อย่างมาก แต่ก็นึกสงสัยว่าทำไมเขาต้องมาช่วยอุ้มลูกของเธอกัน
“อื้ม ไม่เป็ไร!”
เขาค่อยๆประครองตัวหนูน้อยส่งไปถึงมือแม่แล้วเอ่ยเสียงเรียบตามแบบฉบับของเขมราช
“ฉันไม่ได้อยากจะดุเธอเื่นี้หรอกนะโบตั๋น แต่ไอ่ผู้ชายคนนั้นไว้ใจได้หรือเปล่าใครจะไปรู้ วันดีคืนดีมันอยากปล้นบ้านฉันขึ้นมาเธอจะทำยังไง?” เขมราชเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นมัวแล้วใส่อารมณ์เต็มที่อย่างไม่้าฟังเหตุผลใดๆจากเธอ
“ถ้าเธออยากคุยธุระอะไรก็นัดไปเจอกันที่อื่นสิ ขืนเธอยังทำแบบนี้อยู่ ไม่แน่ก็เป็โอกาสของมันที่จะสอดส่องว่าจะหาวิธีเข้ามาได้ยังไงก็ได้นะ!” เขาแนะนำ ปนตำหนิ ช่วยหาทางเลือกให้เธออย่างดุๆ
“มันเป็ใครฉันไม่สนใจหรอกนะโบตั๋น ฉันเมตตาเธอกับลูกได้ แต่คนนอกบ้านคงไม่ต้อง!!”
“เอ่อ...โบตั๋นขอโทษคุณเขมด้วยนะคะที่ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังและนี่ก็คงเป็ครั้งสุดท้ายแล้วที่เราจะได้เจอกันค่ะ”
“อื้ม....ดี!”
เมื่อได้ยินแบบนั้นใบหน้าหล่อเหลาก็พยักหน้าอย่างมีชั้นเชิง ทั้งที่ในใจรู้สึกพึงพอใจให้กับคำตอบที่ได้ยินอย่างประหลาด เพราะเขารู้สึกขัดหูขัดตา เขาไม่ชอบให้เด็กในบ้านไม่มีระบบระเบียบสักเท่าไหร่นัก นัดเจอกันที่รั้วเเบบนี้บ่อยๆก็ดูไม่ดี เพราะถ้ามีหนึ่งครั้ง.....ครั้งที่สองและสามก็ต้องตามมา
“งั้นโบตั๋นขอตัวก่อนนะคะ!” ดวงตากลมหลุบต่ำลงทันทีเมื่อโดนดุ และไม่ได้อยากจะอยู่ใกล้เขาในเวลานี้ กลัวว่าคนดุจะสันหาคำด่าขึ้นมาอีกในยามอารมณ์ขึ้นแบบนี้
“….”
….............
ในคืนนั้นเขมราชค้างคืนที่บ้านอีกคืน ในเวลานี้ชายหนุ่มนอนก่ายหน้าผากอยู่จนรู้สึกเจ็บและเป็รอย ถอนหายใจพรืดยาวไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว ใจในมันร้อนรุ่มอย่างห้ามไม่ได้ เขารอข้อความจากน้ำหวานแฟนสาวมาหลายวันคืนแล้ว แต่เธอก็ยังคงติดต่อไม่ได้ดังเดิม
หัวใจปวดหนึบอย่างที่คล้ายกับกำลังอกหัก เขา้าพบเธอ คิดถึงเธอแทบขาดใจแล้วจริงๆ หากอีกสองวันข้างหน้านี้ไม่มีงานใหญ่ เขาคงให้เคน เลขาคนสนิทจองเที่ยวบินไปแล้ว
ร่างหนานอนหงายหน้าอยู่บนเตียงในชุดทำงานตัวเดิม ตรงอกแกร่งปลดกระดุมออกจนทำให้เห็นไรขนอ่อนเรียงรายที่อกแกร่ง เขมราชลุกพรวดนั่งที่ขอบเตียงแล้วเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักข้างๆอย่างเชื่องช้าอย่างไร้เรี่ยวเเรง ไม่มีกระจิตกระใจทำอะไรเลยสักอย่าง
แกร๊กกกก!
“ทำไมถึงเป็แบบนี้ไปได้!”
มือหนาขวานหาสิ่งที่เก็บเอาไว้ได้เพียงสองวัน เพราะเขาได้รับแหวนแต่งงานของคุณหญิงมาแล้ว แหวนประจำตระกูลเม็ดเบ้อเร่อที่กำลังจะมีเ้าของคนใหม่ และหากผู้หญิงคนไหนได้พบเห็นเข้าก็ต้องเป็อันอยากแหวนวงนี้อย่างแน่นอน
ทว่า....กับน้ำหวาน เขมราชไม่แน่ใจว่าเธอจะ้ามันหรือเปล่า
ติ๊งงงงง!
ติ๊งงง!
ภายในห้องไม่มีเเสงไฟเลยสักนิดเมื่อเขาอยากอยู่กับตนเองอย่างสงบ แต่มีแสงจากมือถือส่องสว่างขึ้นมาทำลายความเงียบ ในเวลานั้นมือหนาจึงหยิบขึ้นมาดูอย่างใจเต้นรัวและรอคอยอยู่สะเต็มประดา
“สุดสัปดาห์นี้น้ำหวานจะบินกลับไทยพร้อมกับน้องสาวนะคะ มีเื่ที่เราต้องคุยกัน มารับน้ำหวานที่แอร์พอทด้วยนะคะ!”
“ได้ครับ พี่จะรอนะ”
“คิดถึงนะครับที่รักของพี่”
มือหนากดส่งข้อความไปด้วยความดีใจ และในที่สุดวันนี้ก็มาถึง น้ำหวานมีเวลาว่างและจะกลับมาในอีกไม่กี่วัน แบบนี้แล้วคุณหญิงก็จะได้เจอกับเธอ
ใบหน้าหล่อยิ้มรับอย่างสุขใจแล้วมีแรงลุกขึ้นมาอาบน้ำทันที
เดินผิวปากแล้วปะแป้งหอมๆให้ชื่นใจก่อนเข้านอน ประทับริมฝีปากหยักลงบนกล่องกำมะหยี่สีแดง แหวนเพชรของคุณหญิงด้วยความหวัง ที่ใกล้จะเป็จริงเข้ามาทุกที
เขาเองก็จะขอเธอแต่งงานในตอนนี้เลย เขาอดใจไม่ไหวแล้วจริงๆ น้ำหวานเองก็ออกจะรักเขาอย่างไม่มีข้อแม้ มีเพียงข้อเดียวที่เป็บ่วงพันธการเธอนั่นก็คือเวลาและธุรกิจของเธอ
แล้วแบบนี้....จะมีเหตุผลไหนที่เธอจะปฏิเสธเขาได้หล่ะ ไม่มีหรอก เื่นอกใจนั่นตัดไปได้เลย
เรารักกันมากและขนาดเขาเองที่เป็ผู้ชายแท้ๆยังไม่นอกใจนอกกายเธอเลย แล้วผู้หญิงเก่งที่บ้างานตัวเล็กๆอย่างน้ำหวานจะเอาเวลาไหนไปมีคนใหม่กัน
เขมราชตัดความคิดลบ เื่มือที่สามออกจากหัวในทันที แล้วปฏิญาณกับตนเองในใจว่าจะไว้ใจเธอและไม่คิดฟุ้งซ่านอีกแล้ว
แต่อารมณ์ของเขาที่เป็อยู่ก่อนหน้านี้ นั่นก็เพราะเธอไม่เคยที่จะติดต่อไม่ได้...เขาจึงกระวนกระวายใจอยู่แบบนี้
……………
@หลายวันผ่านไป
เช้าวันนี้บ้านอนันต์ธการณ์ครึกครื้นในการเตรียมอาหารสำหรับมื้อเย็น โบตั๋นออกไปจ่ายตลาดด้วยตนเองและไปพร้อมกับองุ่นั้แ่ไก่โฮ่ ใน่หัวค่ำเธอและแม่ที่มีรสมือดีนั้นต้องประกอบอาหารไว้รอว่าที่ลูกสะใภ้ของคุณหญิงขจี
เขมราชดีใจเอามากๆและกลับมานอนที่นี่ทุกคืนเพราะ.....
ใบหน้าหล่อยิ้มแย้มแล้วทำหน้าหยี๋ มือหนาขึ้นมาปิดจมูกโด่งของตนเองโดยอัตโนมัติเมื่อได้กลิ่นไม่พึงประสงค์
“ลูกเธออึ เอาไปล้างทีแล้วรีบกลับมานะโบตั๋นฉันจะรออุ้มเ้าหนูอีก!” เขาส่งเด็กน้อยคืนแม่อย่างยิ้มๆ
“ค่ะคุณเขม!” เธอรับลูกมาแล้วรีบพาออกไปทันทีอย่างนึกแปลกใจที่คนอะไรจะคลั่งแฟนสาวได้ขนาดนี้
เขมราชบ่นๆกับคุณหญิงว่า หนึ่งชั่วโมงเหมือนหนึ่งวันเลย
เป็เวลาที่เขาต้องนั่งรอเพื่อบึ่งรถไปสนามบิน เพื่อรอรับแฟนสาวหรือคุณน้ำหวานนั่นเอง
“แต่แม่ว่าเขมหัดล้างก้นให้เด็กดีไหมลูก?” ท่านเอ่ยเสริมขึ้นมา
“ผมยังไม่ใจเเข็งถึงขนาดนั้นนะครับคุณแม่ เอาไว้อีกสักพักเถอะครับ!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า แม่ก็นึกว่าความรักบังตาแล้วจะทำให้ลูกยอมทำได้ทุกอย่างสะอีก”
คุณหญิงหัวเราะชอบใจยกใหญ่เมื่อเห็นลูกชายมีความสุขอย่างอยู่ไม่สุขเเบบนี้ นึกอยากจะเห็นหน้าของว่าที่ลูกสะใภ้เร็วๆ อดใจรอไม่ไหวเหมือนกันสะแล้ว
“…..”
…………….
@สนามบิน
เขมราชยืนรอชะเง้อคอเป็เอ็นอยู่กับสาวใช้อีกคนนั่นคือองุ่น และในที่สุดร่างเซ็กซี่ของผู้หญิงที่เขารักและรอคอยที่สุดก็ย่างกายเข้ามาใกล้เรื่อยๆ สองขาแกร่งจึงจ้ำอ้าวเดินไปหาและแทบอยากจะวิ่งเข้าไป
ท่าทางของเ้านายหนุ่มก็ทำให้องุ่นยืนอมยิ้มไปตามๆกัน
“น้ำหวานทางนี้ครับ!”
โบกมือเรียกเธอ ใบหน้าสวยหันมาเจอเเล้วเพียงแค่ยิ้มอ่อน กลับกันเขมราชวิ่งเข้าไปกอดร่างบางด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ
ใจดวงแกร่งเต้นรัวราวกับกลองชุด เขมราชเอามือเรียวบางของเธอขึ้นมาจูบ หลังจากกอดและหอมแก้มเธอซ้ายขวาไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“คืนนี้พักที่บ้านของพี่นะครับน้ำหวาน!” เขาเอ่ยเสียงนุ่ม หวานเยิ้มอย่างลืมสนใจคนข้างๆเธอไปเลย
“ค่ะพี่เขม นี่น้องสาวของหวาน ชื่ออะตอมค่ะ!” น้ำหวานผายมืออย่างไม่เหมือนเดิม แววตาของเธอเศร้าหมองและไม่สู้ดีนัก เพราะอึดอัดอยู่ภายในใจ รอเวลาที่จะบอกความจริงกับเขาไม่ไหวแล้วเช่นกัน
“สวัสดีค่ะพี่เขม!”
“ครับ!”
………
น้ำหวานและน้องสาวขึ้นรถของเขมราชเข้ามาที่คฤหาสน์หรูแล้วในเวลานี้ เป็เวลาเดียวกันกับที่โบตั๋นยืนรอเพื่อช่วยขนกระเป๋า หนูน้อยใบหม่อนก็อยู่ข้างกันในอ้อมกอดของยาย
“โบตั๋น!!!!!!”
โบตั๋นเห็นร่างคุ้นเคยของใครบางคนลงมาจากรถ แล้วเธอคนนั้นก็รีบวิ่งเข้ามาหาเธอ ทำให้เห็นใบหน้าคร่าตาชัดๆ นั่นก็คือเพื่อนรักของเธอ ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจและโผลกอดตอบรับจากเพื่อนรักของเธอที่ไม่เจอกันนานด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ
เพราะอะตอมเป็เพื่
อนคนเดียวที่ไม่เหยียดชนชั้น เป็เพื่อนที่ดีที่สุดของเธอแล้วจริงๆ
“อะตอมเธอมาที่นี่ได้ยังไง?”
“ฉันก็ยังงงๆอยู่เหมือนกัน!”
…………….....