หงฉิงเทียนนั่งกินอาหารด้วยท่าทีเฉยเมยปาฮูหยินเห็นเช่นนั้นก็อดหมั่นไส้สามีไม่ได้เห็นอยู่ว่าเขาตื่นเต้นกับการที่จะได้มีหลานตัวน้อยมิฉะนั้นคงไม่รามือจากฮ่องเต้ง่ายๆ
“ซือซือเ้าคีบเนื้อกุ้งให้ท่านสามด้วย”
ด้วยความเกรงอกเกรงใจท่านพ่อตาและท่านแม่ยายฮ่องเต้ทรงยกเว้นการใช้คำาาศัพท์กับครอบครัวของนางให้พวกเขาเรียกเพียงชื่อที่เรียกกันมาแต่เดิมในวังคือ องค์ชายสาม
“ขอบคุณท่านแม่ยายไม่ต้องเป็ห่วงข้าหรอก ในเมื่อพวกท่านรับน้ำชาจากข้าแล้วข้าจะถือตัวว่าเป็ลูกชายคนหนึ่งของพวกท่าน ไม่มีเกรงใจ”
ปากุ้ยชิงหัวเราะร่า“ดีๆ ท่านสามกินเข้าไปเยอะๆ ข้าจะได้มีหลานเร็วๆ”
ิเฟยหลงสังเกตใบหน้าของญาติใหม่ทั้งสามพวกเขาล้วนใส่หน้ากากแปลงโฉมทั้งสิ้น รอยเล็กๆ ที่สังเกตได้ยากที่เนินคอนั้นหากมิใช่เป็เพราะฮ่องเต้อยู่กับหงซือซือแทบทุกวัน และยังถูกนางจับแปลงโฉมหลายคราจึงพอจะจับผิดได้
“เ้าสงสัยใบหน้าของพวกเราล่ะสินะ”เสียงท่านพ่อตาเอ่ยดักคอขึ้น
“แค่กๆ”ฮ่องเต้แทบสำลักอาหารเมื่อถูกทักตรงๆ
“กินข้าวให้เสร็จก่อนเถิดเื่นี้เราค่อยมาคุยกัน”
หงอี้เทียนยิ้มกว้างพยักหน้าให้ฮ่องเต้เป็เชิงให้ใจเย็นต่อหน้าท่านพ่อเขาก็ไม่กล้าเข้าข้างฮ่องเต้นักท่านพ่อของเขาขึ้นชื่อเื่เข้มงวดและดุนักมีเพียงหงซือซือบุตรสาวสุดที่รักที่พอจะทำให้ท่านพ่อคลายโทสะลงได้บ้างเื่ของสามีนางก็ให้นางจัดการเองก็แล้วกันเขาจะเป็พี่ชายภรรยาที่ทำตัวเหมือนตอไม้ก็พอแล้ว
หลังรับประทานอาหารหงฉิงเทียนนำคนทั้งสี่เข้าไปในห้องหนังสือผู้เป็หัวหน้าครอบครัวนั่งตำแหน่งประธาน ด้านขวาเป็ภรรยาและบุตรชายด้านซ้ายเป็ลูกเขยคนใหม่และลูกสาว
“ในเมื่อเ้ามาเป็ครอบครัวเดียวกันแล้วพวกเราก็สมควรเปิดเผยใบหน้าจริงให้เ้าได้เห็น” หงฉิงเทียนและปากุ้ยชิงลอกหน้ากากออกพร้อมกันสองสามีภรรยามีใบหน้าอ่อนเยาว์กว่าหน้ากากมากและยังรูปโฉมงดงามยิ่ง
“มิน่า! ซือซือจึงได้งดงามนัก ทุกอย่างล้วนได้มาจากพวกท่าน”
หงอี้เทียนเองก็ลอกหน้ากากออกเช่นกันชายหนุ่มร่างสูงเพรียวที่ใบหน้าแสนจะธรรมดาที่เขาเห็นเมื่อครู่ กลับกลายเป็หนุ่มรูปงามใบหน้าคมคายไม่ต่างจากอ๋องเก้าบุรุษที่ติดอันดับต้นๆของหนุ่มหล่อเลาแห่งเมืองหลวง
“อา...หากพวกท่านมิแปลงโฉมคงจะสังเกตง่ายนัก”
“ความธรรมดาคือสิ่งที่พวกเราต้องหามาใส่ตัว”
“ข้าขอบคุณยิ่งที่พวกท่านยินยอมรับข้าเป็คนในครอบครัวทั้งยังยอมเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงในบันทึกของยุทธภพยังมิเคยมีผู้ใดกล่าวว่าเคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของครอบครัวเซียนพันหน้านับว่าข้ามีวาสนา”
“เ้าก็ได้เห็นแล้วนี่!ใบหน้าจริงของหนึ่งในเซียนพันหน้า หงซือซือนางยอมเปิดเผยใบหน้าเมื่อเข้าพิธีแต่งงานกับท่าน” หงอี้เทียนยิ้มน้อยๆหันไปกระเซ้าน้องสาว “เห็นทีความจริงใจนี้ของนางคงจะทำให้ท่านหวั่นไหวกระมัง?”
ิเฟยหลงหันไปมองใบหน้างดงามล่มเมืองของหงซือซือ“ความจริงข้าเห็นนางครั้งแรกในนามจอมยุทธ์หงและรู้สึกผูกพันจนสาบานเป็พี่น้องกับนางนี่คงเป็วาสนานำพาให้เราสองคนได้มาแต่งงานกัน”
“ข้ารู้มาว่าเ้ากำลังสืบหาคนหายจากคดีไฟไหม้วังชงหยวน”
“ขอรับ! ตามหลักฐานคดีนั้นมีผู้ยืนยันว่าได้ช่วยเหลือหลวนเป้ยเล่อและบริวารจำนวนหนึ่งออกจากวังท่านผู้นี้คือบุตรบุญธรรมของเสด็จพ่อของข้าที่มีโอกาสได้ขึ้นครองราชย์”
“เ้า้าหาเขาด้วยเหตุใด?”
“เพราะข้าให้อี้เทียนแอบอ้างเป็หลวนเป้ยเล่อและซือซือเป็บุตรสาวของท่านหลวนเพื่อจะได้เข้าพิธีอภิเษกสมรสเป็ฮองเฮาข้าจึงเกรงว่าหากคนผู้นั้นในวันหน้าปรากฏตัวขึ้นมาเื่ราวอาจยุ่งเหยิง”
“เ้าคิดจะตามฆ่าหลวนเป้ยเล่อหรือ?”
“มิได้!อำนาจของข้าในยามนี้ไม่จำเป็ต้องกำจัดเขาการที่หลวนเป้ยเล่อซ่อนตัวอยู่นานขนาดนี้เขาคงไม่ได้มุ่งหวังบัลลังก์แล้วข้าเพียงอยากจะต่อรองให้เขารับ ซือซือเป็บุตรบุญธรรมเพื่อจะได้หมดปัญหาเื่การอภิเษกและหากซือซือให้กำเนิดลูกชายลูกของข้าจะได้ขึ้นครองราชย์อย่างราบรื่น”
หงอี้เทียนที่นิ่งฟังอยู่เป็นานหันไปทางน้องเขย “ท่านสาม ยามนี้คนของข้าที่เมืองพยัคฆ์เหินรู้มาว่ามีคนกลุ่มหนึ่งไปสืบหาหลวนเป้ยเล่อตามที่ข้าเคยเอ่ยอ้างถึงในท้องพระโรง”
ฮ่องเต้นิ่งอึ้ง“ข้าเคยคิดว่าจะต้องมีคนออกไปสืบหา กำลังจะวางแผนแก้ไข พวกเขาก็เร่งลงมือเสียก่อน”
“เ้ามีศัตรูอยู่รอบด้านเช่นนี้คงยากที่ซือซือและหลานๆ จะได้ใช้ชีวิตสงบสุข” “ข้ายอมรับว่าการเป็ฮ่องเต้ต้องระวังตัวรอบด้านแม้จะจัดการเื่วังหลังไปได้แต่ยังมีศัตรูที่มองไม่เห็นหลงเหลืออยู่อีก”
“ดูทีคนกลุ่มนี้คิดจะสังหารหลวนเป้ยเล่อลักษณะของพวกเขาล้วนมี วิทยายุทธ์ข้าสั่งให้คนจับตามองความเคลื่อนไหวและตามสืบพวกเขาอยู่” หงอี้เทียนตีสีหน้าเคร่งขรึมเขาเองก็รู้สึกเป็ห่วงน้องสาวหากศัตรูของฮ่องเต้มีมากเช่นนี้เห็นทีคงต้องเพิ่มจำนวนคนในการดูแลหงซือซือ
“เื่ของหลวนเป้ยเล่อต่อให้พวกมันหายังไงก็ไม่พบอยู่แล้ว พวกเ้าสบายใจได้” หงฉิงเทียนยกยิ้มมุมปาก“ยกเว้นเราจะ้าสาวหาตัวผู้บงการ เมื่อนั้นค่อยให้หลวนเป้ยเล่อปรากฎตัวออกมา”
“ท่านพ่อตาคิดจะทำสิ่งใด?”
“เหตุใดเราไม่ใช้โอกาสนี้หาตัวศัตรูของเ้า?”
“จริงสิ! ข้าไม่เคยคิดเื่นี้มาก่อน”
“เื่นี้ปล่อยให้ข้ากับอี้เทียนจัดการเอง”แววตาของท่านพ่อตาฉายแววสังหารฮ่องเต้เพิ่งรู้สึกว่าจอมยุทธ์ผู้เป็เ้าของสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟตัวจริงน่าจะมีเื้ัเบื้องลึกที่ไม่ธรรมดานัก!
“ท่านพ่อข้าคิดจะตามหาสำนักนักฆ่ามืออสูรด้วย เพราะคนพวกนั้นเคยลอบฆ่าพี่สามมาแล้วหลายครั้ง”
หงฉิงเทียนหันมามองฮ่องเต้ด้วยแววตาฉงน“พวกเขาล้วนรับงานใหญ่ ระดับลอบสังหารบุคคลสำคัญในห้าแคว้นการที่ยังฆ่าเ้าไม่ได้คงไม่มีวันรามือ”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น!ที่ผ่านมาเป็เพราะข้ามีน้องชายทั้งสองคอยช่วยเหลือ แม้จะให้คนออกไปสืบหาที่ตั้งสำนักของพวกมันแต่น่าแปลกที่ไม่เคยหาเจอสักครั้ง”
หงซือซือจึงเล่าให้ท่านพ่อกับท่านแม่ของนางฟังเื่ที่นางได้พบกับ เจียงเผิงเผิง“ท่านอาเจียงส่งอดีตนักฆ่าสำนักมืออสูรผู้หนึ่ง ชื่อ เซียนเจียวเหม่ยมาคอยดูแลข้าแต่บัดนี้นางแต่งงานกับองครักษ์ของพี่สามและกำลังตั้งครรภ์ข้าเกรงว่าหากคนของสำนักมืออสูรโผล่มาตอนนี้พวกเราจะลำบาก”
หงฉิงเทียนลุกขึ้นยืนเอามือไพล่หลัง“วิชาของพวกเขามีความพิเศษและแตกต่างจากวิชากระบี่ของสำนักอื่นดีที่เผิงเผิงถ่ายทอดวิชาของพวกเขาให้เ้าจึงทำให้เอาชนะพวกเขาได้แต่อย่าลืมว่านักฆ่าของสำนักมืออสูรเดินทางไปทั่วห้าแคว้น แฝงกายอยู่ทุกหนแห่งข้าเองแม้จะมิเคยมีเื่กับพวกเขาแต่ได้ยินว่ายังไม่เคยมีผู้ใดพบเจอเ้าสำนักตัวจริงสักครั้งพวกเขาเรียกขานคนผู้นี้ว่านายท่าน”
“ขนาดท่านพ่อยังไม่เคยได้ยินแล้วเราจะหาตัวเจอหรือเ้าคะ?”
“เอาเถิด! ในเมื่อิเฟยหลงนับเป็บุตรของข้าข้าย่อมถือเป็ธุระ คงต้องให้คนออกสืบหาอย่างจริงจัง”
“จวิ้นอ๋องน้องชายของข้าที่แต่งงานกับองค์หญิงแคว้นจินเล่าว่าเคยเจอเหล่านักฆ่าสำนักอสูรครั้งหนึ่งจริงอย่างท่านพ่อตาว่าพวกเขาเดินทางไปทั่วห้าแคว้น”
“ข้าเคยรู้มาเื่หนึ่งนอกจากพวกเขาจะรับงานฆ่าคนสำคัญแล้วพวกเขายังตามหาร่องรอยของขุมทรัพย์อดีตฮ่องเต้ิด้วย”
“หือ!” คนทั้งหมดอุทานออกมาพร้อมกัน
“เฟยหลงเ้าคงรู้ว่าอดีตฮ่องเต้ซ่อนทองคำจำนวนมหาศาลเอาไว้”
ฮ่องเต้ทรงพยักหน้า“ข้ารู้ ข้าก็กำลังตามหาเช่นกัน เหตุใดสำนักมืออสูรจึงรู้เื่นี้ด้วย?”
“ขุมทรัพย์นั้นเกี่ยวพันกับตรากระเรียนทองคำของแคว้นผิงใช่หรือไม่?”
“ใช่!ข้าเคยได้ยินว่าตรากระเรียนทองคำเดิมทีอยู่ในแคว้นผิงแต่ไม่รู้เพราะเหตุใดตรานั้นจึงกลับไปอยู่ที่แคว้นผิงอีกครั้ง?” ิเฟยหลงยังสืบหาเื่นี้ไม่พบแม้ว่าเขาจะเคยได้รับรายงานในคราวหนึ่งว่ามีผู้นำตรากระเรียนทองคำเข้ามาในวังหลวงแต่เหล่าองครักษ์เงากลับหาไม่พบ!ภายหลังจึงปรากฎตรากระเรียนทองคำในแคว้นผิงอีกครั้ง....เื่นี้น่าจะมีเื้ัที่ไม่ธรรมดา
หงซือซือนั่งกรอกตาไปมาในฐานะที่รู้ชัดนางควรจะบอกให้พี่สามได้รู้ความจริง ถึงเวลาที่นางต้องเฉลยแล้ว!
****************************
