เมื่อเห็นว่าเสียงโวยวายของตนไม่ได้ผลหลี่ซูอิงก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแล้วร้องไห้คร่ำครวญ“ชีวิตฉันช่างอาภัพนัก! แต่งงานกับคนไม่ได้เรื่องแล้วยังต้องมาถูกคนอื่นรังแกอีก ฉันอยู่ไม่ได้แล้ว!”
“หลี่ซูอิง ถ้าคุณคิดว่าการร้องไห้โวยวายแบบนี้จะช่วยอะไรได้ก็ร้องต่อไปเถอะ” เลขาธิการเจียงมองเธอด้วยสายตาเย็นชา
หลี่ซูอิงตัวแข็งทื่อไม่รู้ว่าจะร้องไห้หรือโวยวายต่อดี
เลขาธิการเจียงหันไปทางนายหลี่แล้วกล่าวว่า “นายหลี่ ดูสิภรรยาของตงเซิงในภายภาคหน้าก็จะเป็นเพียงแม่ม่ายลูกติด คุณเองยังมีแรงมีลูกชายและลูกสะใภ้ที่แข็งแรง แถมลูกสะใภ้ของคุณก็ยังเป็นคนขยัน ผมจึงเสนอว่าด้วยหลักมนุษยธรรมแล้ว เราควรแบ่งเงิน 350 หยวนนี้ให้ภรรยาของตงเซิงไปก่อน 50 หยวน ส่วนที่เหลือ 300 หยวน จะแบ่งให้คุณอีกหนึ่งในสาม กล่าวคือ ส่วนของคุณจะได้เงิน 100 หยวน”
นายหลี่เงียบยิ่งกว่าเดิม
ทำไมเงินถึงได้น้อยลงเรื่อยๆแบบนี้เล่า?
ป้าลู่เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย“แบบนี้ก็ดีแล้วนะ 100 หยวนเชียวนะ!พอให้เราใช้ชีวิตได้หลายปีเลย!อย่างน้อยคุณก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินใช้ยามแก่เฒ่าแล้ว”
ไม่มีใครสนใจเสียงโวยวายของหลี่ซูอิงส่วนหลี่จื้อเชาและภรรยาก็ไม่พอใจเช่นกัน แต่พวกเขาไม่มีสิทธิ์ออกเสียง
นางเฉิงและนายเฉิงได้ยินดังนั้นก็เบิกบานใจความวิตกกังวลที่แขวนอยู่พลันคลายลง เลขาธิการเจียงช่างดีเหลือเกินพวกเขาอยู่กองผลิตข้างเคียง ห่างกันเพียงไม่กี่ลี้
ก่อนหน้านี้เคยได้ยินมาว่าเลขาธิการเจียงเป็นข้าราชการที่ดีที่ห่วงใยประชาชนและก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ!
สุดท้ายเฉิงติ้งผิงได้รับเงินบำเหน็จบำนาญ250หยวน เมื่อรวมกับเงิน 21 หยวน 5 เหมาที่ได้ก่อนหน้านี้ ก็รวมเป็น 271 หยวน 5 เหมา
เมื่อได้รับเงินก้อนนี้หัวใจของเฉิงติ้งผิงก็สงบลงมาก เธอเก็บเงินอย่างระมัดระวังใส่ไว้ในถุงผ้าแล้วซ่อนไว้ใต้เสื้อผ้า
ในคืนนั้นเองครอบครัวเฉิงก็ช่วยเฉิงติ้งผิงขนของย้ายไปอยู่ที่บ้านเก่าสองห้องหลังหนึ่งท้ายหมู่บ้าน
คืนนั้นนางเฉิงไม่ได้กลับเธออยู่ช่วยจัดบ้าน จุดตะเกียงน้ำมันก๊าดแล้วกวาดบ้านอย่างคร่าวๆ ก่อนเช็ดเตียง
โชคดีที่อากาศร้อนพอเช็ดเสร็จไม่นานก็แห้งแล้ว
ส่วนนายเฉิงพาลูกสาวคนโตเฉิงติ้งฉิน และลูกเขยกลับบ้านไปแล้ว เพราะที่นี่ไม่มีที่พอจะให้พักและผ้าห่มก็ไม่พอ
นางเฉิงปูผ้าห่มแล้วเรียกให้ลูกสาวรีบเข้านอนส่วนที่เหลือค่อยเก็บพรุ่งนี้เช้าก็ได้ เพราะจุดตะเกียงน้ำมันก๊าดเปลืองน้ำมันก๊าด
น้ำมันก๊าดตอนนี้ราคาถึง3เหมา 7 เฟินต่อชั่งเชียวนะ
สองแม่ลูกอาบน้ำล้างหน้าแค่พอสะอาดแล้วก็ขึ้นเตียง เมื่อดับไฟแล้ว ทั้งสองก็นอนอยู่ในผ้าห่มเดียวกันพูดคุยเรื่องในใจกัน
“แม่คะ หนูขอโทษนะคะ กลางวันหนูไม่น่าพูดกับแม่แบบนั้นเลย” ในความมืด เสียงของเฉิงติ้งผิงสั่นเครือ น้ำตาไหลรินเงียบๆ
นางเฉิงถอนหายใจเบาๆแล้วเอื้อมมือไปลูบหัวลูกสาว “เจ้าเด็กโง่เอ๋ยแม่ไม่โทษลูกหรอก แม่เข้าใจความรู้สึกของลูกดี แม่ก็มีส่วนผิดเหมือนกัน”
สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้
คนหนึ่งร้องไห้ถึงโชคชะตาที่แสนรันทดส่วนอีกคนหนึ่งร้องไห้ด้วยความสงสารลูกสาว
หลังจากร้องไห้เสร็จนางเฉิงก็ปลอบใจเธอ “ผิงผิง ลูกไม่ต้องกลัวนะมีพ่อกับแม่อยู่ด้วย พวกเราจะไม่ปล่อยให้ครอบครัวนั้นรังแกลูกได้หรอก”
ถึงแม้กลางวันจะทะเลาะกับลูกสาวแต่พอได้ยินว่าลูกสาวต้องทนทุกข์ทนเจ็บช้ำ หัวใจของคนเป็นแม่ก็ไม่อาจทนไหว!
อย่างไรเสียก็ต้องยืนหยัดเพื่อลูกสาว!
มิฉะนั้นคงคิดว่าครอบครัวเฉิงเป็นลูกพลับนิ่มที่รังแกได้ง่ายๆ!
“ขอบคุณค่ะแม่! หนูโชคดีที่มีพ่อ แม่ พี่สาว และพี่เขยมาวันนี้ไม่อย่างนั้นหนูคนเดียวคงไม่ไหว” เฉิงติ้งผิงรู้สึกอบอุ่นใจและมีความหวังมากขึ้น
“เจ้าเด็กโง่ของแม่ ลูกเป็นลูกของพ่อกับแม่ พวกเราจะไม่ปกป้องได้ยังไงเล่า?”นางเฉิงถอนหายใจ “ผิงผิง ลูกวางแผนอะไรไว้บ้าง?รอให้เด็กคลอดออกมาแล้ว แม่จะฝากให้คนช่วยหาผู้ชายดีๆ ให้ลูกใหม่จะได้สบายขึ้น ไม่ต้องลำบากมาก…”
เธอทนไม่ได้จริงๆที่เห็นลูกสาวต้องทนทุกข์ทรมานมากเกินไป
ตอนนั้นที่ยอมให้ลูกสาวแต่งงานมาเพราะเจ้าลิงผอมเป็นคนขยันขันแข็งและรักภรรยา ทำได้ทั้งซักผ้าทำอาหารลูกสาวของเธอก็ชอบเขา เธอถึงได้ตกลง ถ้ามีแม่เลี้ยงแบบนี้เธอไม่มีทางยอมรับการแต่งงานนี้เด็ดขาด
ใครจะไปคิดว่าเจ้าลิงผอมอายุสั้นจากไปก่อนวัยอันควร
เฉิงติ้งผิงลูบหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเบาๆ“แม่คะ ตอนนี้หนูยังไม่อยากพูดถึงเรื่องพวกนั้นหรอกค่ะตอนนี้หนูอยากแค่ให้ลูกคลอดอย่างปลอดภัย และเลี้ยงดูเขาให้เติบโตส่วนเรื่องจะหาผู้ชายคนใหม่ ค่อยว่ากันอีกทีก็ยังไม่สาย”
“เฮ้อ งั้นก็รอให้ลูกคลอดก่อนเถอะ” นางเฉิงถอนหายใจอย่างอ่อนแรง
เฉิงติ้งผิงรู้ว่าแม่หวังดีและเป็นห่วงเธอจึงพูดว่า “วันนี้ยุวชนซูที่หมู่บ้านของเรามาหาหนูค่ะเธอพูดว่าอีกสองเดือนจะเปิดรับลูกศิษย์ ถ้าหนูอยากเรียนก็ไปเรียนกับเธอได้”
“ยุวชนซูคนไหน? ยุวชนซูที่ตัดเย็บเสื้อผ้าเก่งจนได้ค่าจ้างสูงถึงสามสิบเก้าหยวนต่อเดือนน่ะเหรอ?”นางเฉิงตื่นตัวขึ้นมาทันที
เรื่องของยุวชนซูนางเฉิงจะไม่รู้ได้อย่างไร เรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่วสิบแปดตำบลทุกคนต่างก็อิจฉาตาร้อน
คนอื่นตัดเย็บเสื้อผ้าได้แค่ยี่สิบกว่าหยวนต่อเดือนแต่เธอได้ถึงสามสิบเก้าหยวน คิดตามระดับช่างฝีมือเลยนะ เพราะเธอทำเสื้อผ้าสวยงาม!เป็นที่ต้องการ! แน่นอนว่าค่าจ้างก็สูงตามไปด้วย!
ทำให้ช่างตัดเย็บคนอื่นๆอิจฉากันแทบตาย!
เฉิงติ้งผิงพยักหน้า“ค่ะ คือเธอคนนั้นเอง ยุวชนซูเป็นคนดีเธอคงเห็นว่าหนูต้องใช้ชีวิตคนเดียวลำบากมาก เลยตัดสินใจช่วยหนูค่ะอีกสองเดือนท้องหนูเพิ่งจะเจ็ดเดือนเอง ยังพอมีเวลาไปเรียนกับเธอได้สักพัก”
“งั้นลูกก็ตั้งใจเรียนให้ดีนะ!ถ้าลูกได้เรียนตัดเย็บเสื้อผ้ากับยุวชนซูแล้ว แม่ก็จะไม่ต้องกังวลมากนักถ้าลูกต้องเลี้ยงลูกคนเดียว” นางเฉิงก็อารมณ์ดีขึ้นทันที
“ค่ะ หนูจะตั้งใจเรียนให้ดี เมื่อคืนตอนที่พวกแม่ทะเลาะกันก็ได้สามีของยุวชนซูมาช่วยห้ามไว้ค่ะ”
“พรุ่งนี้พวกเราต้องซื้อของไปเยี่ยมบ้านยุวชนซูบ้างนะอย่างไรเสียก็ต้องขอบคุณสามีภรรยาคู่นั้น” จากนั้นนางเฉิงก็กำชับเฉิงติ้งผิงให้ซ่อนเงินไว้ดีๆอย่าให้ใครขโมยไปได้
…
อากาศเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆเผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่ต้นเดือนมิถุนายนแล้ว
ถนนที่สร้างใหม่ก็สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วแม้จะยังเป็นถนนดิน แต่ก็แข็งแรงและกว้างขึ้นมาก ถ้าฝนไม่ตกก็เดินทางได้สะดวกสบายแม้แต่รถที่สวนกันก็ไม่มีปัญหา ไม่ต้องกลัวพลิกคว่ำ
ซูเจียวเจียวหยิบมุ้งกันยุงสองผืนออกมาซักแล้วตากไว้ในลานบ้านเพราะอากาศเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ยุงก็เริ่มเยอะขึ้น
ซูเจียวเจียวเพิ่งตากมุ้งเสร็จก็เห็นเฉิงติ้งผิงกับนางเฉิงเดินเข้ามา
นางเฉิงถือถุงของในมือแล้วยิ้มแย้มเดินเข้ามา “โอ้นี่ก็คือยุวชนซูใช่ไหมเนี่ย? สวยจริงๆ เลยนะเหมือนนางฟ้าบนสวรรค์เลย”
ซูเจียวเจียวต้อนรับทั้งสองคนเข้ามาในลานบ้านรินน้ำอุ่นให้พวกเธอ แล้วถามว่า “ป้าเฉิง ภรรยาตงเซิงมีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?”