สิ่งแรกพบ
รถมอเตอร์ไซค์ที่‘เจน’ นั่งมาจอดอยู่กับที่เกือบสามนาทีแล้วและดูท่าว่าจะไม่ขยับในเร็ว ๆ นี้เสียงแตรดังสนั่นมาจากรถหลายคันข้างหน้า ดูไม่มีท่าทีว่าจะหยุด
“โว้ยรถติดอะไรวะเป็ชั่วโมง” เสียงะโดังมาจากที่ไกล ๆ
“น้องพี่ว่าน้องเดินไปน่าจะถึงเร็วกว่านะลงตรงนี้ไหมพี่ไม่คิดเงิน” วินมอเตอร์ไซค์พูดขึ้นตอนนี้รถทุกคันติดแหง็กอยู่กับที่รวมไปถึงมอเตอร์ไซค์ที่ตอนนี้ไม่สามารถลัดเลาะไปได้อีกแล้วเจนจึงจำใจต้องลงเดิน หน้าของเธอซีดมากจนวินมอเตอร์ไซค์สังเกตเห็น“น้องไม่สบายเหรอ ไหวไหมเนี่ย”
“ไหวค่ะพี่ขอบคุณนะคะ”เจนบอกกับคนขับรถเสร็จก็ขึ้นมาบนทางเท้าเพื่อจะเดินไปยังสถานี
“หนูเป็อะไรไหมลูกมานั่งตรงนี้ก่อนหน้าซีดเป็ไก่ต้มเลย” ป้าเ้าของร้านผลไม้ข้างทางเห็นเจนที่ดูไม่สู้ดีนักจึงเรียกให้เข้าไปหา“นั่งตรงนี้ก่อน เดี๋ยวค่อยเดินไป”
“ขอบคุณนะคะ” ป้าเอาเก้าอี้ของตัวเองมาวางไว้ข้างตู้ใส่ผลไม้เพื่อให้เจนนั่งพลางยื่นขวดน้ำที่พึ่งเปิดให้กับเธอ
“นั่งพักไปก่อนนะลูก...เอาอะไรดีคะ” พูดกับเจนเสร็จก็หันไปพูดกับลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้าน
ตอนนี้เจนทั้งปวดหัวและไข้ขึ้นแทบจะทนกับเสียงรบกวนไม่ไหวเธอจึงหยิบหูฟังบลูทูธขึ้นมาและใส่เข้าหูของเธอก่อนจะเปิดเพลงเพื่อหนีจากเสียงรบกวนรอบข้างพลางหลับตาลงอย่างหมดแรง
เจนสะดุ้งหลังจากหลับตาไปได้เพียงไม่นานเพราะมีบางสิ่งมาสะกิดไหล่เธอเบาๆ เธอลืมตาและหันไปมองคนที่กวนเธอจากการพักสายตาเจนรีบถอดหูฟังออกจากหูเมื่อเห็นว่าคนข้าง ๆ ดูเหมือนมีอะไรจะพูดกับเธอ
“รีบหาที่หลบกันก่อนเถอะครับ”ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกับเจนบอกกับเธอด้วยสีหน้าเป็กังวล
“คะ?”เจนรู้สึกงุนงงกับคำพูดของชายแปลกหน้าเป็อย่างมาก เขาชะเง้อหน้าไปยังสี่แยกไฟแดงที่อยู่ไกลๆ
“เหมือนจะมีการก่อการร้ายข้างหน้านะครับ”
เจนถอดหูฟังเก็บใส่เคสของมันก่อนจะชะเง้อคอมองตามสายตาของชายหนุ่มไป
“...เชื้อไวรัสได้ระบาดไปทั่วเมืองสำคัญของโลกแล้วค่ะคาดว่าน่าจะเป็การก่อการร้ายโดยการปล่อยเชื้อไวรัสไปยังแหล่งเศรษฐกิจของแต่ละประเทศประเทศไทยในมีเมืองที่โดนโจมตีจากการก่อการร้ายในครั้งนี้ด้วยค่ะจากรายงานที่เข้ามาตอนนี้มี กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น...”เสียงรายงานข่าวด่วนดังมาจากโทรศัพท์ของชายแปลกหน้าที่เปิดทิ้งไว้
โครมเสียงชนกันของรถดังสนั่นทำให้ทั้งสองสะดุ้งสุดตัว และมีเสียงรถชนกับบางสิ่งดัง ตุบตับ คล้ายกับชนคนมากกว่ารถชนกันเอง ตามมาเรื่อย ๆ อย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุด
“เธอรอตรงนี้ก่อนนะ”ชายหนุ่มบอกให้เจนนั่งอยู่ที่เดิมก่อนที่เขาจะวิ่งไปหาป้าร้านขายผลไม้ที่ตอนนี้ยืนอยู่ตรงตีนสะพานกำลังจะเดินขึ้นบันไดไปเพราะอยู่ ๆ เธอเกิดสงสัยว่าอะไรที่ทำให้รถติดขนาดนี้ แต่ก่อนที่จะได้เห็นต้นเหตุก็เกิดเสียงรถชนกันเสียก่อน“ป้าครับรีบหนีกันก่อนเถอะครับ เหมือนข้างหน้าจะมีการก่อการร้าย”
เสียงโครมครามดังขึ้นเรื่อยๆ ป้าก็รีบวิ่งออกมาจากตรงนั้น แล้ววิ่งเข้าซอยเพื่อหาที่ซ่อน โดยทิ้งรถเข็นผลไม้ของเธอไว้เพราะเสียงที่เกิดขึ้นมันน่ากลัวเสียจนคิดภาพตามไม่ไหว และยังมีเสียงกรีดร้องของกลุ่มคนดังโหยหวนไปทั่วจากสี่แยกไฟแดง ร่างสูงรีบวิ่งมาจับมือของเจน และพาเธอไปหาที่ปลอดภัยผู้คนแถวนี้เริ่มแตกตื่นและวิ่งกันวุ่นวายโดยไม่รู้สาเหตุคนที่อยู่ในรถก็ไม่ยอมสละรถของตัวเองและยังคงตั้งหน้าตั้งตาบีบแตรโดยไม่รู้เลยว่ากำลังเรียกบางสิ่งให้มาหาตนเองเร็วขึ้น
เจนวิ่งตามชายแปลกหน้ามาจนเธอไม่สามารถวิ่งต่อไปได้แล้วเนื่องจากอ่อนแรงจากพิษไข้
“ไปเถอะค่ะทิ้งฉันไว้ตรงนี้แหละ” เจนหยุดและดึงมือของเธอให้ออกจากการจับกุมของเขาเจนหอบหายใจถี่เธอไม่สามารถวิ่งต่อไปได้แล้ว
“เราต้องวิ่งไปให้ถึงมหา’ลัยนะ” ชายหนุ่มพูดด้วยท่าทีร้อนรนเขาเห็นบางสิ่งที่น่ากลัวและไม่คิดว่าชีวิตนี้จะต้องมาเห็นอะไรแบบนี้
“คุณชื่ออะไรคะ”เจนถามเขาถ้าหากว่านี่เป็นาทีสุดท้ายของชีวิตจริง ๆเธอก็อยากจะจดจำคนที่พยายามจะช่วยชีวิตเธอไว้
“เราชื่อพายุ...แต่มันจำเป็ต้องมาถามตอนนี้ไหมเรารีบไปกับเถอะครับ” ‘พายุ’ พยายามจะดึงให้เจนวิ่งไปด้วยกันกับเขา
“เราวิ่งไม่ไหวแล้วเธอไปเถอะขอบคุณนะ” เจนบอก ห่อนที่เธอหันไปมองด้านหลัง เพื่อมองผู้คนนับสิบเืท่วมตัวกำลังวิ่งมาทางนี้จากที่ไกลๆ “ซอมบี้จริง ๆ สินะ”
เจนทำถ้าจะนั่งลงไปกับทางเดินถ้าเป็ซอมบี้จริง ๆ ก็ขอให้ตายแบบไม่ต้องทรมานนะ หัวของเธอหมุนเคว้งเพราะความร้อนแต่ก่อนที่เธอจะหมดสติพายุก็คว้าแขนทั้งสองข้างของเจนขึ้นมาพาดกับไหล่ของเขา
“ขึ้นหลังเรา”เจนทำตามคำพูดอย่างว่าง่าย
เมื่อชายหนุ่มจัดท่าจนแน่ใจแล้วว่าจะไม่ทำเจนหล่นไปกลางทางก็เริ่มออกวิ่งทันทีเขาคิดว่าคงไม่สามารถไปถึงมหาวิทยาลัยได้แน่นอนหากเขามีเจนอยู่ข้างหลังแบบนี้ ดังนั้นพายุจึงเปลี่ยนเส้นทางเขาวิ่งเข้าไปยังร้านสะดวกซื้อที่อยู่ใกล้ ๆ
“พี่ครับขอพาเพื่อนเข้าไปหลังร้านนะครับเพื่อนเป็ลม”พายุวิ่งเข้ามาในร้านสะดวกซื้อก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งพาร่างที่อ่อนปวกเปียกของเจนเข้าไปหลังร้านของร้านสะดวกซื้อโดยไม่ฟังคำตอบของพนักงานในร้าน
เมื่อพายุวางเจนให้นอนลงกับพื้นได้แล้วเขาก็วิ่งไปทุบกระจกนิรภัยที่มีขวานอยู่ข้างในด้วยศอกจนกระจกแตกเขาหยิบขวานนั้นออกมาแล้วเดินออกมายังเขตขายสินค้าของร้านก่อนจะใช้ขวานทุบไปยังเครื่องแสกนสิ่งเคลื่อนไหวของประตูอัตโนมัติทั้งสองข้างจนประตูไม่สามารถเปิดปิดเองได้อีกต่อไป
“น้องทำอะไรคะ!”เสียงพนักงานที่ดูเหมือนว่าจะเป็หัวหน้าะโเสียงดังด้วยเสียงที่ดูเหมือนกำลังข่มความกลัวคนในร้านเริ่มแตกตื่นและกรีดร้องเบา ๆ
“มีการก่อการร้ายข้างนอกครับผมต้องทำลายเครื่องนี้ไม่งั้นพวกมันอาจจะเข้ามาได้”ลูกค้าภายในร้านบางคนรีบวิ่งออกไปข้างนอก เพราะคิดว่าชายหนุ่มคนนี้กำลังคลั่ง“มีการก่อการร้ายข้างนอกนะครับ เข้ามาเถอะครับ”
พายุะโบอกคนที่วิ่งออกไปข้างนอกคนพวกนั้นคงคิดว่าชายหนุ่มคนนี้นี่แหละเป็ผู้ก่อการร้ายเสียเองแต่ไม่ทันที่ร่างสูงจะได้ะโออกไปอีกครั้งฝูงซอมบี้นับสิบก็วิ่งกระโจนใส่คนที่ยืนอยู่บนทางเท้าอย่างแรงจนหลาย ๆคนล้มลงไปนอนกับพื้นให้พวกมันรุมทึ้งฉีกเนื้อทั้งเป็เสียงร้องโหยหวนดังมาจากทั่วทุกสารทิศ
ภาพความวุ่นวายตรงหน้าทำให้พายุพยายามเลื่อนประตูปิดทันทีแต่ไม่ทันการซอมบี้สองตัววิ่งมาทางเขาตัวหนึ่งผ่านประตูเข้ามาได้ครึ่งตัวและพยายามตะเกียกตะกายที่จะเข้ามากัดพายุให้ได้คนที่โดนพวกซอมบี้รุมทึ้งไปเมื่อครู่เริ่มกลายร่างไปทีละคนสองคนหลายตัววิ่งเข้าหาเสียงและสิ่งเคลื่อนไหว คนในรถก็กรีดร้องเมื่อเห็นภาพความรุนแรงทำให้ซอมบี้เริ่มคลั่งและใช้หัวหรือตัวของมันกระแทกใส่กระจกรถของพวกเขาไปเรื่อย ๆจนโชกเืโดยไม่มีท่าทีของความเ็ป
ซอมบี้สี่ถึงห้าตัววิ่งตรงมายังประตูร้านสะดวกซื้อพายุใช้ขวานที่อยู่ในมือเขาเฉาะเข้าไปที่หัวของซอมบี้ที่ขวางประตูไว้พนักงานของร้านสะดวกซื้อหญิงคนหนึ่งรีบวิ่งมาถีบซอมบี้ที่แน่นิ่งเพราะคมของขวานให้ออกไปให้พ้นจากประตูและยังไม่ทันที่ประตูจะปิดได้ทันช่องว่างของประตูก็ได้มีซอมบี้ตัวหนึ่งแทรกเข้ามาจนได้และตัวนี้เป็เด็กที่ตัวเล็กกว่าซอมบี้ตัวก่อนหน้ามากนักทำให้มันลอดเข้ามาได้แล้วพุ่งเข้าใส่พนักงานหญิงคนนั้นทันที
“ทุกคนเข้าไปหลบหลังร้านเถอะครับ”ประตูไม่สามารถปิดได้เพราะมีอีกตัวแทรกเข้ามาแทนที่และซอมบี้เด็กตัวนี้ก็เข้ามาในร้านได้อีกชายหนุ่มเริ่มหมดแรงและคิดที่จะยอมแพ้เขาจึงบอกให้คนอื่น ๆเข้าไปหลบและตัวเขาจะเป็คนเสียสละเอง
คนที่เหลือในร้านรีบวิ่งเข้าไปหลบหลังร้านทันทีตามที่พายุบอกพายุมองไปยังซอมบี้เด็กที่ตอนนี้มันหยุดกัดพนักงานคนนั้น และหันขวับมาทางเขาทันทีที่ได้ยินเสียงะโ‘เราจะตายแล้วสินะ’ เหมือนภาพได้ตัดไปรู้สึกตัวอีกทีก็เห็นผู้หญิงที่เขาแบกขึ้นหลังมาตบไหล่ของเขาอย่างแรงเหมือนเรียกสติ
“พายุเธอโอเคไหม”เธอพูดพลางเดินไปที่ประตู
ภาพตรงหน้าของเขาเห็นซอมบี้เด็กตัวที่จะวิ่งเข้ามาหาเขานอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นและภาพหญิงสาวในชุดนักศึกษากระโปรงคลุมเข่ากำลังใช้ถังดับเพลิงทุบลงไปยังซอมบี้ที่ขวางประตูไว้เธอใช้พลังทั้งหมดของเธอทุ่มถังดับเพลิงลงไปยังหัวของซอมบี้ที่นอนเอาหัวแทรกเข้ามาในร้านเืสาดกระเซ็นไปทั่ว เจนเตะหัวที่เละจนสภาพดูไม่ได้ออกไปให้พ้นประตูและใช้แรงทั้งหมดของเธอถีบซอมบี้ที่ยืนขวางประตูไว้ออกไปด้านนอกตอนนี้ประตูปิดได้แล้ว
“ไปกันเถอะค่ะ” เจนยื่นมือมาให้พายุเขารีบจับมือของเจนแล้วลุกขึ้นวิ่งตามเธอไปหลบที่หลังร้าน
เมื่อไม่มีสิ่งเคลื่อนไหว ซอมบี้ที่กำลังกระแทกประตูก็หยุดการกระทำและวิ่งออกไปหาเสียงกรีดร้องอื่นที่อยู่ไกลๆ
“ขอบคุณมากนะครับ” พายุบอกกับเจนแต่ตอนนี้เธอไม่มีสติที่จะอยู่รับฟังคำขอบคุณของเขาแล้ว