ลมเย็นพัดผ่านสนามฟุตบอลที่เต็มไปด้วยความเงียบงัน ขณะที่ผู้รอดชีวิตทุกคนกำลังมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าตกตะลึง เพราะกลางวงแหวนเวทสีฟ้าขนาดใหญ่ มีร่างของอัศวินเกราะดำสามคนยืนอยู่เงียบ ๆ ราวกับรูปปั้นเหล็กจากยุคาโบราณ เกราะของพวกเขามีลวดลายสีเงินเข้มสลักอยู่ทั่วตัว มือข้างหนึ่งถือโล่ขนาดใหญ่ ส่วนอีกข้างถือดาบยาวที่สะท้อนแสงไฟจากหอคอยจนดูน่าเกรงขามอย่างประหลาด
[อัศวินป้องกันเมือง Lv.10]
ตัวอักษรสีฟ้าปรากฏขึ้นเหนือหัวของทั้งสามคนทันที พร้อมแรงกดดันบางอย่างที่ทำให้แม้แต่นนท์ยังเผลอกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว เพราะถึงจะดูเป็มนุษย์ แต่บรรยากาศรอบตัวของพวกเขากลับเ็าและแข็งแกร่งราวกับเครื่องจักรสังหารที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อาโดยเฉพาะ
“นี่มัน…” นนท์พูดเสียงเบา ขณะมองธีร์ด้วยสายตาเหลือเชื่อ “มึงเรียกพวกนี้ออกมาได้จริง ๆ เหรอ”
แต่ธีร์เองก็ยังอึ้งไม่ต่างกัน เพราะเขาเพียงลองกดใช้คำสั่งของระบบโดยไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด เขาไม่คิดว่ามันจะสามารถเรียก “กองกำลัง” ออกมาได้จริงแบบนี้ และยิ่งเห็นระดับเลเวลของอัศวินทั้งสามสูงกว่ามอนสเตอร์ด้านนอก เขาก็เริ่มรู้แล้วว่า เมืองของเขาอาจไม่ได้เป็เพียงที่หลบภัยธรรมดาอีกต่อไป
ตูมมมม!!
ออร์คทมิฬฟาดกระบองใส่กำแพงอีกครั้งจนทั้งสนามสั่นะเื เศษเหล็กเริ่มกระเด็นออกมาหลายจุด ขณะที่ผู้คนจำนวนมากเริ่มถอยหลังด้วยความหวาดกลัว เพราะถ้ากำแพงแตกเมื่อไร มอนสเตอร์ระดับนั้นคงฆ่าคนในสนามได้หมดภายในไม่กี่นาทีแน่นอน
แต่ในวินาทีนั้นเอง…
อัศวินเกราะดำทั้งสามกลับเริ่มขยับพร้อมกันอย่างช้า ๆ
เคร้ง… เคร้ง… เคร้ง…
เสียงเกราะเหล็กกระทบกันดังขึ้นทุกครั้งที่พวกเขาก้าวเดิน ก่อนทั้งสามคนจะเดินตรงไปยังกำแพงเมืองโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว
จากนั้น…
หนึ่งในอัศวินก็ะโขึ้นไปบนกำแพงสูงเกือบสี่เมตรในครั้งเดียว
“เชี่ย…”
นักศึกษาหลายคนอุทานออกมาพร้อมกัน เพราะร่างขนาดใหญ่ในชุดเกราะหนัก กลับเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเกินมนุษย์อย่างชัดเจน
ออร์คทมิฬคำรามลั่นทันทีเมื่อเห็นศัตรูใหม่ ก่อนมันจะยกกระบองขึ้นและพุ่งเข้าใส่อัศวินอย่างรุนแรง
ตูม!!
กระบองเหล็กขนาดใหญ่ฟาดลงบนกำแพงเต็มแรง แต่ครั้งนี้ อัศวินเกราะดำกลับใช้โล่รับไว้ตรง ๆ
เสียงโลหะกระแทกกันดังสนั่น
พื้นกำแพงสั่นะเือย่างรุนแรง แต่ร่างของอัศวินกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย
ก่อนที่ดวงตาสีแดงใต้หมวกเกราะจะสว่างขึ้นทันที
ฉัวะ!!
ดาบยาวสีดำฟันสวนกลับด้วยความเร็วสูง จนแขนข้างหนึ่งของออร์คทมิฬขาดกระเด็นออกไปกลางอากาศ เืสีดำพุ่งกระจายไปทั่วกำแพงพร้อมเสียงคำรามเ็ปที่ดังลั่นไปทั่วมหาวิทยาลัย
ผู้คนทั้งสนามเงียบกริบทันที
เพราะนี่เป็ครั้งแรก… ที่พวกเขาเห็นมนุษย์ฝ่ายตัวเองสามารถกดมอนสเตอร์ระดับนั้นได้อย่างสมบูรณ์
“ฆ่ามัน!”
เสียงใครบางคนะโขึ้นด้วยความตื่นเต้น ก่อนหลายคนจะเริ่มส่งเสียงเชียร์ตามกันอย่างรวดเร็ว เพราะหลังจากหวาดกลัวมาตลอดหลายชั่วโมง นี่เป็ครั้งแรกที่ทุกคนเริ่มมองเห็น “ความหวัง” จริง ๆ
ออร์คทมิฬพยายามคำรามและเหวี่ยงกระบองสวนกลับอีกครั้ง แต่คราวนี้ อัศวินอีกสองคนกลับพุ่งเข้ามาพร้อมกันจากด้านข้าง
ฉัวะ! ฉัวะ!
ดาบสองเล่มฟันเข้าใส่ขาของมันเต็มแรง จนร่างั์เสียหลักล้มลงกับพื้นอย่างรุนแรง ก่อนอัศวินคนแรกจะยกดาบขึ้นสูง
และแทงทะลุกะโหลกของมันลงไปตรง ๆ
ตูม…
ร่างขนาดใหญ่ของออร์คทมิฬล้มลงนิ่งสนิททันที
[กำจัด ออร์คทมิฬ Lv.8 สำเร็จ]
[ได้รับค่าประสบการณ์ +120]
[ได้รับเหรียญเมือง +80]
[เมืองของคุณ มีชื่อเสียงเพิ่มขึ้น]
เสียงระบบดังขึ้นต่อเนื่องในหัวของธีร์ ขณะที่หน้าต่างค่าสถานะของเมืองเริ่มเปลี่ยนแปลงทันที
[ค่าความมั่นคงเมือง : เพิ่มขึ้น]
[ประชาชนเริ่มศรัทธาในเมือง]
[ปลดล็อก : ระบบชื่อเสียง]
ธีร์ยืนมองหน้าต่างระบบเงียบ ๆ ขณะหัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเขาเพิ่งเข้าใจอะไรบางอย่าง
เมืองของเขา… กำลังเติบโตจริง ๆ
และยิ่งเมืองแข็งแกร่งมากเท่าไร พลังของเขาก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
ส่วนผู้คนด้านหลัง ตอนนี้หลายคนเริ่มมองธีร์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่เป็เพียงนักศึกษาธรรมดาคนหนึ่ง ตอนนี้เขากลับกลายเป็ “ผู้นำ” ที่สามารถปกป้องทุกคนได้จริง
แม้แต่ผู้ใหญ่หลายคนยังเริ่มยอมรับเขาโดยไม่รู้ตัว
“ถ้าไม่มีเมืองนี้…” หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งพูดเสียงสั่น “พวกเราคงตายกันหมดแล้ว…”
เสียงพูดค่อย ๆ แพร่กระจายไปทั่วสนาม พร้อมสายตาของผู้คนที่เริ่มเต็มไปด้วยความหวังอีกครั้ง
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจนั้นเอง…
ติ๊ง!
เสียงระบบโลกก็ดังขึ้นอีกครั้ง
[ประกาศฉุกเฉิน]
[Dungeon Beginner แห่งแรก จะเปิดภายใน 3 ชั่วโมง]
[พิกัด : กรุงเทพมหานคร]
[หากไม่สามารถกำจัดบอสได้ภายใน 72 ชั่วโมง พื้นที่ทั้งหมดจะถูกเปลี่ยนเป็เขตมอนสเตอร์ถาวร]
ทั้งสนามเงียบลงทันที
ก่อนเสียงแตกตื่นจะดังขึ้นพร้อมกันอีกครั้ง
เพราะทุกคนรู้ดีว่า…
กรุงเทพทั้งเมือง กำลังจะเข้าสู่ฝันร้ายรอบใหม่แล้วจริง ๆ