ตอนที่ 15 แป้งทอดใส่ไข่
หลังจากลู่หลินพูดคุยกับเฉินเสี่ยวหมี่เสร็จก็ไปทำอาหาร
เฉินเสี่ยวไช่ย่องออกมา พูดว่า “พี่ใหญ่ เ้าหมอนั่นพูดอะไรกับท่านหรือ”
เมื่อครู่เฉินเสี่ยวหมี่รับของโจรจากลู่หลิน ในใจรู้สึกไม่ค่อยสบายใจอยู่บ้าง ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อใจน้องชาย แต่เฉินเสี่ยวหมี่รู้สึกว่าเื่นี้ไม่จำเป็ต้องบอกให้น้องชายเป็กังวล
“แค่คุยเื่ที่พรุ่งนี้จะเข้าเมือง”
เฉินเสี่ยวไช่มองเฉินเสี่ยวหมี่อย่างอึดอัดใจเล็กน้อย รู้สึกว่าพี่ใหญ่เปลี่ยนไป ั้แ่แต่งลู่หลินผู้นี้เข้ามาเป็สามี พี่ใหญ่ก็ไม่สนิทกับตนเหมือนก่อน แต่ลู่หลินทำอาหารได้อร่อยมาก ซึ่งทำให้เขาเกลียดไม่ลง
“แค่นี้หรือ!” เฉินเสี่ยวไช่ถาม
เฉินเสี่ยวหมี่พยักหน้าพูด “ใช่แล้ว”
เฉินเสี่ยวหมี่ไม่ได้เข้าเมืองไปส่งของเป็ครั้งแรก เขาทำเื่นี้จนคุ้นชินแล้ว
ลู่หลินมองเฉินเสี่ยวหมี่ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งถึงพูดว่า “้าให้ข้าช่วยแบกเนื้อสักหน่อยหรือไม่”
เฉินเสี่ยวหมี่มองลู่หลินแวบหนึ่ง ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ไม่ต้อง ขอแค่ระหว่างทางเ้าไม่ร้องว่าเดินไม่ไหวก็พอ”
ลู่หลิน “...” ภรรยาไม่เชื่อฟังสามี! เฉินเสี่ยวหมี่ผู้นี้ไม่เชื่อฟังสามีเอาเสียเลย นึกไม่ถึงว่าจะดูถูกคนเป็สามีอย่างเขาขนาดนี้ แต่...หากเดินเท้าไป ดูเหมือนต้องใช้เวลาเดินหนึ่งชั่วยาม เนื่องจากหมู่บ้านอยู่ห่างไกลจากตัวเมือง โดยปกติชาวบ้านจึงไม่ค่อยเดินเข้าไปในเมือง แต่ใช้วิธีนั่งเกวียน
ลู่หลินรู้สึกว่าเขาจำเป็ต้องปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตนเองในสายตาเฉินเสี่ยวหมี่ แต่...เขาจะเดินไหวจริงหรือ
เนื่องจากต้องเข้าไปในเมือง ลู่หลินจึงตื่นแต่เช้ามาทำอาหารเช้า
ลู่หลินหยิบแป้งสาลีออกจากร้านขายของชำนิดหน่อย
ลู่หลินเติมน้ำลงไปในถ้วยเล็กน้อย ตอกไข่ฟองหนึ่งลงไป จากนั้นเติมหอมซอย แป้งสาลี และเกลือนิดๆ แล้วคนให้เข้ากันจนเป็แป้งเหลว เขาเทน้ำมันลงในกระทะเล็กน้อย แล้วใส่แป้งเหลวลงไป แป้งเหลวในกระทะจับตัวเป็รูปร่างอย่างรวดเร็ว ครั้นเห็นว่าได้ที่แล้วจึงพลิกแป้งทอดใส่ไข่เพื่อทอดอีกด้าน
ไม่นานนัก แป้งทอดใส่ไข่ที่ทั้งหอมทั้งนุ่มก็พร้อมกิน
ลู่หลินทอดต่ออีกเจ็ดแผ่นแล้วจึงหยุด แป้งทอดใส่ไข่หนึ่งแผ่นใช้ไข่หนึ่งฟอง เท่ากับใช้ไข่ไปทั้งหมดเจ็ดฟอง
หากชาวบ้านเห็นลู่หลินทำอาหารแบบนี้คงโกรธแทบตาย เพราะชาวบ้านล้วนใช้ชีวิตอย่างประหยัด การกินไข่แบบนี้ถือว่าฟุ่มเฟือยจริงๆ
ลู่หลินซ่อนแป้งทอดใส่ไข่สามแผ่นไว้บนโต๊ะคิดเงินในร้านขายของชำ เช่นนั้นหากระหว่างทางอยากกินขึ้นมาก็หยิบออกมากินได้
เฉินเสี่ยวหมี่ไม่เคยเห็นแป้งทอดแบบนี้ จึงกินจนหมดเกลี้ยงในคราวเดียว
“แป้งทอดนี้อร่อยจริงๆ ทำจากอะไรหรือ” เฉินเสี่ยวหมี่ถามด้วยความสงสัยอยู่บ้าง
“ไข่” ลู่หลินพูด
เฉินเสี่ยวหมี่เลียนิ้วเหมือนยังอยากกินต่อ แล้วพูดว่า “ใช้ไข่อีกแล้วหรือนี่!”
เฉินเสี่ยวหมี่มองลู่หลินแวบหนึ่งด้วยความสงสัยเล็กน้อย ตระกูลลู่มีที่นาเยอะ ถือว่ามีฐานะร่ำรวยในหมู่บ้าน แต่ตระกูลนี้กินฟุ่มเฟือยขนาดนี้เชียวหรือ
ลู่หลินพูดด้วยรอยยิ้ม “ในป่าในเขามีไข่ของไก่ป่าให้เก็บได้บ่อยๆ กินแล้วค่อยเก็บมาใหม่ก็ได้”
เฉินเสี่ยวหมี่เบ้ปาก พูดด้วยน้ำเสียงประหลาด “เ้าโชคดีจริงนะ แต่หากเ้าเก็บมาแบบนี้เรื่อยๆ เกรงว่าอีกไม่นานคงไม่มีไข่ให้เก็บแล้ว”
ลู่หลินคิดในใจ ‘่นี้กินไข่เยอะไปหน่อย หากกินแบบนี้ต่อไป เกรงว่าไข่สองตะกร้าคงถูกกินหมดในไม่ช้า แต่เมื่อลู่หลินคิดดูอีกที ก็รู้สึกว่ายังเหลือเวลาอีกมากกว่าจะกินไข่หมด ถึงเวลาค่อยว่ากัน’
นอกจากแป้งทอดใส่ไข่ ลู่หลินยังต้มโจ๊กเพิ่ม ทั้งสองกินแป้งทอดใส่ไข่คนละหนึ่งแผ่น และโจ๊กอีกหนึ่งถ้วย จากนั้นจึงออกเดินทาง
เส้นทางบนูเานั้นขรุขระเดินลำบากอย่างมาก
ลู่หลินเดินไปได้ระยะหนึ่งก็รู้สึกปวดฝ่าเท้า
เฉินเสี่ยวหมี่คงเคยชินแล้ว ทั้งที่แบกตะกร้าสะพายหลังใบใหญ่ยังเดินได้อย่างคล่องแคล่ว
ลู่หลินคิดถึงรถคันเล็กของตนขึ้นมาทันที ก่อนหน้านี้ลู่หลินมีรถยนต์อัลโต[1] มือสองคันหนึ่ง ซื้อด้วยเงินแค่สามหมื่นหยวน รถคันนั้นค่อนข้างเก่า แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้เดินทางในชีวิตประจำวัน
หลังจากเดินติดต่อกันมาครึ่งชั่วยามกว่า ลู่หลินก็เริ่มทนไม่ไหวแล้ว
เฉินเสี่ยวหมี่มองลู่หลินแวบหนึ่ง แล้วถามว่า “จะหยุดพักสักหน่อยหรือไม่”
ลู่หลินยิ้มมุมปากเล็กน้อย เฉินเสี่ยวหมี่หน้าไม่แดงและไม่ได้หอบหายใจ คาดว่าสาเหตุที่หยุดพักคงเป็เพราะเขา
ลู่หลินฝืนยิ้มพูดว่า “เร่งเดินทางต่อเถิด”
เฉินเสี่ยวหมี่มองลู่หลินด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้ง พูดว่า “ก็ได้”
เฉินเสี่ยวหมี่เดินนำหน้า ลู่หลินเดินตามหลัง เขารู้สึกได้รางๆ ว่าดูเหมือนอีกฝ่ายตั้งใจเดินช้าลง เขาจึงรู้สึกแปลกๆ คิดว่าอีกฝ่ายกำลังเห็นใจเขา ซึ่งทำให้ในใจลู่หลินอบอุ่นขึ้นหลายส่วน แล้วคิดในใจว่า ‘ปกติเฉินเสี่ยวหมี่ดูดุร้าย แต่ความจริงนิสัยดีทีเดียว’
ลู่หลินมองเฉินเสี่ยวหมี่แล้วพูดขึ้นกะทันหัน “ข้าพกแป้งทอดใส่ไข่มาสองแผ่น เ้าจะกินหรือไม่”
เฉินเสี่ยวหมี่หันกลับไปมองลู่หลิน แล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เอาแต่กิน ใกล้จะเข้าฤดูหนาวแล้วนะ”
แม้จะพูดเช่นนี้ แต่เฉินเสี่ยวหมี่ยังคงแย่งแป้งทอดใส่ไข่มากิน
ลู่หลินกะพริบตามองอีกฝ่าย เขามองออกั้แ่แรกว่าซวงเอ๋อร์ผู้นี้กินจุ ถึงแม้ปกติเฉินเสี่ยวหมี่จะกินเยอะ แต่ความจริงถือว่ากินอย่างประหยัดแล้ว
“เหตุใดถึงยังร้อน”
ลู่หลินพูดโดยไม่ต้องคิด “ข้าแนบไว้กับตัว”
เฉินเสี่ยวหมี่เหลือบมองลู่หลินแวบหนึ่ง ไม่รู้ว่าเขาเชื่อหรือไม่
เชิงอรรถ
^ รถยนต์อัลโต ของบริษัทซูซูกิ ซึ่งเป็นค่ายรถยนต์ที่ถนัดในการสร้างรถยนต์ขนาดเล็กเป็นพิเศษ