หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 13


    “สวัสดีครับ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่านะครับ” ใช่แล้ว เวลานี้คือเวลาตีสองนะบ้านเช่าของสิน สินกำลังเริ่มสอนเหล่าแม่บ้านในการทำอาหาร เขาได้เตรียมวัตถุดิบ และเครื่องปรุงให้กับมือพัด ส่วนอรและลูกมืออีกสองคนช่วยกันทอดไข่ดาว และแพ็คลงกล่อง เมื่อวานสินได้โทรไปสอบถามคนที่รับชื้อข้าวกล่องไปขายต่อ เขายินดีที่จะรับวันละเป็นหมื่นกล่องเพื่อส่งให้กับ มินิมาร์ค เจ๋งฟี้ ในปั้มน้ำมัน ตตท. ทั่วจังหวัดเชียงใหม่ สินตอบรับที่วันละ 12,000 กล่องก่อน และขายส่งที่กล่องละ 17 บาท ได้กำไรกล่องละประมาณ 6 บาท ก็ถือว่าโอเคแล้ว ถ้าทำเสร็จเมื่อไหร่ ทางมินิมาร์คจะมารับไปขายเองโดยที่สินไม่ต้องทำอะไรเลย สินจัดข้าวกล่องเป็นหมื่นๆกล่องไว้ที่หน้าบ้านพร้อมขนส่ง สินได้โทรไปหาผู้จัดการของมินิมาร์คให้มาทยอยรับไปได้ไหม สถานที่เขาไม่ค่อยจะเอื้ออำนวยเท่าไหร่ในตอนนี้ และไหนจะข้าวกล่องที่ต้องทำให้ลูกค้าหน้าร้านอีกล่ะ โชคดีที่ผู้จัดการบอกว่า ยังไงพวกเขาก็ต้องใช้รถถึงสองคันในการจัดส่งอยู่แล้ว เลยจะให้มาคนละเวลาเลยก็ได้ เวลาแรกคือตีสาม เวลาที่สองคือ ตีสี่ครึ่ง และยังขอให้สินแยกอาหารให้พวกเขาด้วย เพื่อสะดวกในการจัดส่งแต่ละที่ โดยหนึ่งถุงใหญ่ต่อ 1 สาขาของมินิมาร์ค 1 ถุงใหญ่ประกอบไปด้วยทุกอย่าง อย่างละ 40 กล่องรวมแล้วจะมี 240 กล่องที่ต้องส่งแต่ละสาขา ทำให้เขารู้ว่ามินิมาร์คนี้มีมากถึงเกือบ 50 สาขาทั่วเชียงใหม่ เมื่อรถคันแรกมาถึงในเวลาตีสาม พวกเขามากันเพียงสองคน ทำให้สินต้องรีบไปช่วยเขาพร้อมกับมือพัด และเลี้ยงข้าวคนขับคนละกล่องอีกด้วย “ครบตามจำนวนครับ คุณสินช่วยเซ็นตรงนี้ด้วยนะครับ” มันเป็นเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ยื่นมาทางเขา สินเองก็เซ็นๆไป แล้วทั้งสองคนก็กล่าวขอบคุณ และจากไป เมื่อสินกลับมาทำงานต่อ จนถึงช่วงตีสี่เศษๆ ก็มีเหล่าแม่บ้านชุดใหม่อีก 4 คนเดินเข้ามาที่ร้านของสิน สินให้ 2 คนมาช่วยเรื่องการเสียบหมูกับไก่ เพราะวันนี้เขายังจะทำเมนูใหม่ที่คนไทยชอบกินกัน ใช่แล้วมันคือ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ไม้ 5 บาท “เวลาตีห้าแล้ว พี่อีกสองคนมาช่วยสินหน่อยครับ คนหนึ่งเริ่มดังไฟที่ปิ้งหมูปิ้ง มือพัดไปพักก่อนนะครับ ส่วนใครว่างมาช่วยกันขนขึ้นรถหน่อยครับ” บรรยากาศทุกอย่างเรียกว่าเป็นกันเองสุดๆ เพราะแต่ละคนนั้นรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่ก่อนแล้ว เมื่อไรต์มันจะเขียนข้ามๆไปบ้างก็เถอะ แต่ทุกคนพูดคุยกันเหมือนครอบครอบครัวสักมากกว่า ในเวลานี้ผู้คนเริ่มจะมาต่อแถวเพื่อชื้อข้าวกล่องของร้านสินแล้ว มีบางคนได้เห็นว่ามีการดังไฟเกิดขึ้น มีการขนข้าวกล่องจำนวนมากไปที่ไหนสักที่ เมื่อติดตามข่าวใน กูรู ก็รู้ได้ในทันทีว่า ในวันนี้มินิมาร์คชื่อดังในเชียงใหม่ทุกสาขา จะเปิดขายข้าวกล่องของนายสิน กล่องละ 30 บาท ราคาที่รวมๆแล้วสินรับได้กับการที่พวกเขาขายในราคานั้น พวกเขาต้องเสียค่าจ้างบุคลากร ค่าน้ำมัน ค่าความเสี่ยงอะไรอีกตั้งมากมาย แล้วในที่สุดร้านก็เปิด พร้อมผู้คนที่ให้ความสนใจกับเมนูใหม่ “ว้าว มีหมูปิ้งด้วยล่ะวันนี้ พี่สินขายยังไงคะ หมวยเริ่มหิวแล้วสิ” น้องหมวยพูดออกมา ชุดที่น้องหมวยใส่นั้นก็ชุดสปอร์ตเกิร์ลที่รัดรูปเป็นอย่างมาก ทำให้เห็นสัดส่วนอย่างชัดเจน แม้สินจะคิดกับหมวยเป็นเพียงแค่น้องสาวคนหนึ่งก็ไม่อาจจะต่อต้านได้ เช่นเดียวกับเหล่าชายชาตรีที่เข้าแถวอยู่ในตอนนี้ แต่พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรหมวย เพราะหมวยเรียนศิลปะการต่อสู้แบบจีนกับเฮียเฮ้งอีกด้วย เคยมีคนคิดจะเข้าไปแอบจับนู้นจับนี่ของน้องหมวย แต่เหมือนน้องหมวยจะรู้ล่วงหน้า เลยจับมือมาหักพร้อมกับทุ่มข้ามหัว ทำให้คนๆนั้นต้องนอนเป็นผักอยู่ที่บ้านนับ 3 เดือน เนื่องจากกระดูกหักหลายท่อน จากการกระทำนี้ทำให้ไม่มีใครกล้ายุ่งกับเธอมากสักเท่าไหร่ คิดซะว่าเป็นอาหารตาก็เพียงพอแล้ว “ได้สิน้องหมวย น้องมาเลือกเอาอันไหนก็ได้นะ ไม้ละ 5 บาทจ้า ยังไงก็รู้จักพี่ๆคนปิ้งอยู่แล้วใช่ไหม” สินชี้ไปที่เตาให้หมวยไปเลือกเอาอันที่เธออยากจะกิน ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นไม้ที่ไม่ค่อยจะมีมันหมู “จ่ายก่อนเลยนะ ว่าแต่พี่สินเหนื่อยไหมคะ ให้หมวยช่วยขายไหมคะ” “ไม่เป็นไรครับน้องหมวย ขอบใจมากนะจ้า” ถึงสินก็พูดปฏิเสธไป แต่หมวยก็ยังมาช่วยเขาขายของอยู่เหมือนเดิม จนในที่สุดก็เวลา 06.30 นาฬิกา ข้าวของส่วนใหญ่ก็ขายออกเกือบจะหมดแล้ว สินก็เริ่มให้เหล่าลูกจ้างช่วยกันทยอยเก็บไปบางส่วน ส่วนสินเขาได้เดินมาส่งหมวยที่รถมอเตอร์ไซค์ ก่อนที่เขาจะขอตัวกลับไปดูแลร้าน และยังต้องไปจัดโต๊ะร้านอาหารให้อยู่ในมุมต่างๆ ได้อย่างเรียบร้อย ในขณะที่หมวยกำลังจะขึ้นรถ เธอสัมผัสพลังบางอย่างได้จากในซอย เหมือนเป็นพลังที่ใช้จับตามองส่องมาทางที่พี่สินสุดที่รักของเธออยู่ เธอรีบวิ่งไปยังซอยนั้น แล้วปลดปล่อยพลังปราณ 10 ปีออกมา “แกเป็นใครออกมานะ แกต้องการอะไร”เธอตะโกนออกมาภายในซอยที่มืดมิด “โอ้ว นึกว่าสาวน้อยที่ไหน น้องหมวยเองหรือเนี่ย ไม่อยากจะเชื่อมีพลังปราณตั้ง 10 ปีแหนะ” บุคคลปริศนาเดินออกมาจากเงามืด ชุดคลุมที่คล้ายกับนักบุญ “พวกวาติกันหรอ ว่าแต่แกมารู้จักฉันได้ยังไง แกจับตามองอะไรพี่สินของฉัน” “แล้วเป็นพี่มันผิดตรงไหนละ น้องหมวย” เขาพูดกับหมวยแล้วเดินออกมาให้เห็นตำแหน่ง และใบหน้าของเขาทั้งหมด “สร้อยเส้นนั้น นักล่าปีศาจ สีทองระดับหัวหน้าหน่วย ... ไม่จริง....พี่ทรัพย์”