#วันจันทร์สีชมพู 19
“แฮ่ ก็มีแล้วค่ะ คบกันนานแล้ว” พี่กั้งเล่าไปแก้มก็แดงไปด้วย ฉันเองก็ชะงักไปเหมือนกัน ถ้าพี่กั้งมีแฟนแล้ว แล้วใครกันคือคนที่ทำเื่แบบนี้กับฉัน ระหว่างนั่งอ่านเอกสารประตูห้องก็ถูกเคาะอีกครั้ง
“ให้พี่ไปดูให้ไหมคะ?” พี่กั้งอาสา
“รบกวนด้วยค่ะ”
“ด้วยความยินดีค่ะ” พี่กั้งเดินออกไปยังประตูห้องฉันก็รีบอ่านและทำความเข้าใจกับเอกสารบนโต๊ะ แต่เสียงที่ได้ยินนั้นทำให้ฉันต้องหันไปมองทั้งสองด้วยความใระคนสงสัย
“ตัวเองทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ”
“ก็เค้าเอาเอกสารมาให้เ้านาย”
“นี่ก็ห้องเ้านายเค้าอ่ะ”
“คุณมันเดย์?”
“ใช่ แต่เค้าเรียกคุณจันทร์”
“โลกกลมจัง เข้ามาค่ะ” เสียงพูดคุยอย่างสนิทสนมของคนทั้งสองทำเอาฉันงงอยู่ไม่น้อย เพราะเป็เสียงของพี่กั้งและพี่จ๋า
“คุณจันทร์สวัสดีค่ะ” พี่จ๋าเอ่ยทัก
“สวัสดีค่ะ แล้วนี่ รู้จักกันเหรอคะ” ฉันเอ่ยถามไปตามตรง ยิ่งเห็นพี่กั้งช่วยพี่จ๋าถือแฟ้มเอกสารฉันก็ยิ่งสงสัยว่าพวกเขาต้องรู้จักกันมาก่อนแน่ ๆ
“รู้จักค่ะ รู้จักดีเลยด้วย นี่แฟนกั้งเองค่ะคุณมันเดย์”
“คะ!? อะไรนะ แฟนพี่กั้งคือพี่จ๋าเหรอ หนูในะเนี่ย”
“แฮ่ คบกันนานแล้วค่ะั้แ่เรียนมหาลัย”
“จริงจัง? หนูใอะ แปบนะคะ แปบนะเดี๋ยวเราค่อยคุยกัน” ฉันยกมือห้ามทั้งสองไว้ทันที ในหัวมึนงงไปหมด กดส่งข้อความให้พี่ซันมาหาที่ห้องแทน รอไม่ถึงห้านาทีพี่ซันก็เข้าห้องมา พี่จ๋ากับพี่กั้งนั่งอยู่ข้าง ๆ กัน พี่ซันเดินมานั่งข้างฉันที่กำลังนั่งตรวจเอกสารกระทั่งทำเสร็จเรียบร้อย ฉันถึงได้เริ่มตรวจและดูบัญชีของร้านอยู่สักพักก็เสร็จ
“เอาล่ะ มาคุยกันค่ะ”
“ค่ะ” พี่กั้งขานรับ เมื่อได้ยินฉันพูดแบบนั้น
“พี่กั้งกับพี่จ๋าคบกันนานแล้วถูกต้องไหมคะ?”
“ใช่ค่ะ เกือบสิบปีแล้วค่ะ” พี่กั้งตอบ
“แล้วที่พี่จ๋าบอกว่าแฟนอยู่ที่นี่?”
“เราเพิ่งซื้อคอนโดด้วยกันค่ะ อยู่ชั้นห้า” พี่จ๋าตอบบ้าง ฉันหันมามองพี่ชายตัวเองที่นั่งมองทั้งพี่จ๋าและพี่กั้งอย่างพินิจพิเคราะห์
“มีอะไรยืนยันว่าทั้งคู่คบกันจริง ๆ ผมไม่ได้อะไรกับความสัมพันธ์ของพี่ทั้งสองคนนะครับ แต่ตอนนี้น้องผมถูกคุกคามอย่างหนักผมไม่อยากเชื่อถ้าไม่มีหลักฐาน”
“พี่เข้าใจค่ะ คุณซันไชน์ก็บอกอยู่ว่าให้ตรวจสอบระบบความปลอดภัยของคุณมันเดย์ เพราะมีคนลุกล้ำความเป็ส่วนตัว”
“เฮียไชน์?”
“ใช่ค่ะ คุณซันไชน์ห่วงคุณทุกคนนั่นแหละค่ะ ทุกคนจะมีบอดีการ์ดคอยดูแลความปลอดภัยอยู่ห่าง ๆ อยู่แล้วค่ะ พี่ได้รับงานให้ดูแลคุณมันเดย์ ั้แ่เริ่มไปเรียนที่ชลบุรี”
“พี่เป็คนของเฮียไชน์”
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ” พี่กั้งยิ้มรับ
“ถ้าไม่ใช่พี่กั้งกับพี่จ๋า แล้วใครกันคะที่ทำแบบนั้น หนูนึกไม่ออกจริง ๆ ค่ะ”
“พี่ยังนึกไม่ออกเหมือนกัน แต่ผมอยากให้คุณทั้งสองช่วยดูแลน้องผมด้วยนะครับ”
“ได้ค่ะ”
“วันนี้ไม่มีอะไรแล้ว พี่ ๆ กลับไปพักได้แล้วล่ะครับ ขอบคุณมาก ขอโทษด้วยที่สงสัยพวกพี่”
“ไม่เป็ไรค่ะ ถ้ายังไงพี่ขอตัวไปดินเนอร์กันก่อนนะคะ วันนี้วันครบรอบพอดี” พี่กั้งยิ้มกว้างอย่างมีความสุข พี่จ๋าหน้าแดงน้อย ๆ เราเอ่ยลากันและกันรอให้ทั้งคู่ออกจากห้อง พี่ซันทิ้งร่างพิงโซฟาอย่างหมดแรง ฉันเองก็ไม่ต่างกัน
“พี่นึกไม่ออกจริง ๆ ว่าใครทำ”
“หนูก็นึกไม่ออก เย็นนี้มีปาร์ตี้ที่ห้องพี่อยู่ด้วยกันนะ เพื่อนหนูจะมาทั้งโมเมแล้วก็ขนุน ชวนซ้อด้วย”
“ได้ครับ ตอนนี้ไปห้องข้าง ๆ ก่อนไหม เขาดูกังวลมากเลยนะคงเป็ห่วงหนู”
“ค่ะ เดี๋ยววางสายก่อน” ไม่นานเราสองพี่น้องกลับไปยังห้องพี่พิงค์ในเวลาต่อมา สีหน้ากังวลของพี่พิงค์ทำให้ฉันแทบจะพุ่งเข้าไปกอดเขาถ้าไม่ติดว่าสายตาดุ ๆ ของพี่ชายที่กำลังจ้องมองฉันอยู่ ฉันพุ่งเข้าไปกอดแล้วจริง ๆ อะ
“พี่กั้งกับพี่จ๋าเป็แฟนกัน ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ทั้งคู่จะทำแบบนั้นกับหนู” พี่พิงค์มองหน้าฉันเงียบ ๆ ไม่ได้พูดอะไร มือที่จับฉันยู่บีบแน่น แทนคำพูด
“เอาเถอะ วันนี้พอก่อนแต่อย่าลืมว่าทั้งคุณหมอกับเราต้องเหมือนทะเลาะกันนะ เรายังไว้ใจใครไม่ได้” พี่ซันเดย์เอ่ยเตือน เรานั่งคุยกันอีกนิดหน่อยก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนเื่คุยเพราะกลัวว่าทุกคนจะเครียดจนเกินไป
“เดี๋ยวเพื่อนหนูจะเข้ามาที่ห้องนะคะ ว่าจะทำชาบูกันพี่ ๆ อยู่ด้วยกันนะ”
“ครับ เดี๋ยวพี่กับซ้อเราจะออกไปซื้อของเองแล้วกัน ปะที่รักไปซื้อของกัน” ซันเดย์จับมือพี่ฟางออกจากห้องไปแล้ว ตอนนี้มีเพียงฉันและพี่พิงค์ที่นั่งอยู่ด้วยกัน พี่พิงค์เดินเข้าห้องนอนด้วยท่าทีนิ่ง ๆ ฉันเองกลัวเขาจะโกรธ จะคิดมากจึงรีบเดินตาม แต่เหมือนจะคิดผิดเพราะทันทีที่เดินเข้าห้องและประตูปิดลง ร่างสูงที่เดินนำเข้ามาผลักฉันติดประตูจู่โจมเข้ามาบดจูบอย่างร้อนแรงและดุดัน เขาจูบอยู่นานกว่าจะยอมถอยออกห่าง เราต่างจ้องกันเงียบ ๆ พี่พิงค์ถอนหายใจเฮือกใหญ่รั้งฉันเข้าไปกอดซบอกเขานิ่งๆ
“พี่กลัวมากเลยรู้ไหม ถ้าเกิดว่าหนึ่งในสองคนนั้นเป็คนทีjส่งข้อความมาพี่จะทำยังไง พี่กลัวเข้าไปช่วยเราไม่ทัน” พี่พิงค์กระซิบเสียงเข้ม เขาสั่นอยู่ไม่น้อยเมื่อเราได้กอดกันแนบชิดแบบนี้จึงทำให้ััได้ถึงความกลัวที่มีอยู่ในใจของเขา
“ไม่เป็ไรแล้วนะคะ ขอโทษที่ทำให้พี่กลัวนะ พี่พิงค์ไม่โกรธนะคะ” ฉันยกแขนกอดรอบเอวเขาหลวม ๆ ร่างสูงพาเดินไปยังเตียงนอน เราทั้งสองล้มตัวลงบนเตียงโดยที่สองร่างยังกอดกันอยู่
“พี่ไม่ได้โกรธครับพี่เป็ห่วง”
“รู้แล้วค่ะ วันนี้เพื่อนจะมาที่ห้องนะคะ โมเมกับขนุนค่ะ”
“หนูทานข้าวแล้วนี่ จะทานต่อได้เหรอ?”
“ได้ค่ะ อยากนั่งคุยกับเพื่อน”
“แบบนั้นก็ได้ครับ” พี่พิงค์ยอมในที่สุด ระหว่างที่กอดกันอยู่มือหนาก็ลูบผมไปมาอย่างอ่อนโยน ไหนจะริมฝีปากร้อนที่กดจูบลงบนแก้มสลับกับหน้าผาก ความอ่อนโยนที่ได้รับจากเขาทำให้ฉันรู้สึกสุขอยู่ไม่น้อย ั้แ่เจอเขามาฉันเหมือนมีเป้าหมายในการใช้ชีวิตมากกว่าเดิม ฉันเองก็ต้องขอบคุณเขาในหลาย ๆ เื่เช่นเดียวกัน
“อะไรกันครับ มองหน้าพี่แล้วยิ้มแบบนั้นคืออะไร?”
“ขอบคุณนะคะที่ทำให้หนูมีความสุขมากขนาดนี้”
“อ้อนเก่งจัง พี่ยินดีทำครับแค่หนูมีความสุขพี่เองก็มีความสุขแล้ว” พี่พิงค์กดจูบที่หน้าผากเบา ๆ ริมฝีปากที่เรากำลังเลื่อนใกล้กันอีกครั้งนั้นมีอันต้องชะงักไปเมื่อโทรศัพท์เครื่องหรูของพี่พิงค์ส่งเสียงเรียกเข้า
“รับก่อนค่ะ” ฉันบอกคนอายุเยอะกว่า
“ครับ” พี่พิงค์จูบที่ริมฝีปากเร็ว ๆ แล้วรีบผละออกไปรับโทรศัพท์ที่มีสายรียกเข้า ฉันลุกนั่งบนเตียงขยับลงไปยืนข้างเตียงช้า ๆ แล้วเดินออกไปยังห้องนั่งเล่นของเขา
“ครับพ่อ” พี่พิงค์เดินมานั่งข้าง ๆ เอนตัวล้มนอนหนุนตักฉันพร้อมกับคุยโทรศัพท์ไปด้วย
“มาเหรอครับ? ไม่บอกเลย”
“ครับ ๆ จะให้ไปรับใช่ไหมครับ เดี๋ยวไปรอรับครับ”
“เดี๋ยวถามน้องก่อนนะครับ แต่น้องมีนัดแล้ว พรุ่งนี้จะพาไปเจอครับ พ่อดูแลแม่ผมด้วยนะ ครับ เจอกันครับพ่อ”
“พ่อกับแม่จะมาหาครับ” พี่พิงค์เงยหน้าขึ้นบอก
“วันนี้เหรอคะ ดึกแล้วนะ”
“ครับ นั่งเครื่องมา เห็นบอกว่าจะไปร่วมงานแต่งลูกสาวเพื่อน”
“อ๋อ ค่ะ พี่จะไปรับใช่ไหมคะ”
“ครับ อีกสักพักก่อน หนูไปกับพี่ไหมหรือจะรออยู่ห้อง”
“อยากไปนะคะแต่เพื่อนก็จะมา”
“งั้นเดี๋ยวพี่ไปรับเองอยู่ที่นี่นะ เดี๋ยวรอพี่ชายหนูมาก่อนพี่ค่อยออกไป”
สี่ทุ่มเพื่อนฉันทั้งสองคนมากันพร้อมหน้าเราทานชาบูกันไปสักพักโมเมก็ชวนคุยไปเรื่อย พี่ซันเดย์ขอตัวพาพี่ฟางกลับไปพักเกือบ ๆ ห้าทุ่ม ส่วนพี่พิงค์อออกไปรับคุณพ่อและคุณแม่เขาไปส่งที่บ้านยังไม่กลับ ตอนนี้ทั้งห้องเลยเหลือแค่เราสามคน
“อัพเดทกันหน่อย่นี้เป็ยังไงกันบ้าง” โมเมถาม มือยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบ ขนุนนั่งเงียบมองแก้วเหล้าก่อนจะยกขึ้นมาชนกับแก้วฉัน แววตาที่ขนุนมองฉันมันแปลกไปจนฉันไม่กล้าสบตากับเพื่อน จากที่เคยแปลกอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งปลกไปกันใหญ่
“่นี้ก็เรื่อย ๆ งานไม่เครียดอะไร” ฉันตอบ
“แกล่ะขนุนงานแต่งเตรียมไปถึงไหนแล้ว” โมเมถามขนุน รายนั้นเริ่มนั่งก้มหน้าไม่สบตากับใครเลย
“เราไม่อยากแต่ง”
“หือ? ทำไมล่ะ” โมเมถาม อย่างสงสัย
“เขา ฮึก เขาชอบทำร้ายเรา เวลาเขาไม่พอใจ” ขนุนดึงชายเสื้อขึ้นเล็กน้อยทำให้เราได้เห็นรอยช้ำมีเข้มตามร่างกายเล็ก ๆ มันะเืใจจนฉันไม่กล้าพูดอะไรออกไปกลัวว่าถ้าพูดไปจะกระทบจิตใจเพื่อน
“ขนุน...”
“บอกแม่กับพ่อยัง ว่าอีกฝ่ายเป็แบบนั้น”
“บอก บอกแล้ว แต่เขาไม่ฟังเขาบอกให้แต่ง ๆ ไปก่อน ฮึก เราเจ็บ เราไม่อยากแต่งเลย” ขนุนร้องไห้สะดื้ออย่างน่าสงสาร ฉันขยับเข้าไปนั่งข้างเพื่อนก่อนจะรั้งเข้ามากอดปลอบ
“ไม่เป็ไรนะ ไม่เป็ไรเรามาช่วยกันคิดนะว่าควรจะทำยังไงกันดี” ฉันเอ่ยปลอบเพื่อนเสียงเบา
“ฮึก เราขู่เราด้วยมันเดย์ เขาไม่อยากแต่งงาน เราอยากอยู่กับมันดย์นะ...” ฉันสะดุ้งผละออกห่างจากขนุนแล้วมองหน้าเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ มือที่ยกวางที่เอวฉันเลื้อยไปมาไม่หยุด ฉันขยับออกห่างจากเพื่อนอีกนิดแต่ขนุนก็ยังขยับเข้ามาเบียด เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ปกติแล้วล่ะ มันไม่ปกติแล้วฉันคิดแบบนั้น
“โมเอาน้ำแข็งเพิ่มไหม?” ฉันเปลี่ยนเื่ทันที พร้อมกับขยับไปใกล้ถึงน้ำแข็งและตักน้ำแข็งใส่แก้วให้โมเม ขนุนนั่งจ้องฉันอย่างไม่พอใจ โมเมมองฉันสลับกับขนุนไปมาอย่างสงสัย
“แล้วนี่แฟนไปไหนคะคุณมันเดย์ ปกติตัวติดกันนี่นา” โมเมแซวอย่างนึกสนุก แต่สายตาไม่ได้สนุกเลยสักนิดติดจะไปทางเครียดเสียมากกว่า
“ไม่รู้อ่ะ” เกือบพลั้งปากพูดไปแล้วไหมล่ะ ยังดีที่นึกขึ้นได้ว่าต้องพูดว่ายังทะเลาะกับพี่พิงค์อยู่
“ทะเลาะกันเหรอ” ขนุนถาม
“ก็...นิดหน่อย”
“อือ ถ้าไม่มีความสุขก็ถอยออกมาเถอะ เลิกกันไปจะได้จบ ๆ ” ทันทีที่พูดประโยคนี้ออกมา แววตาเ้าเล่ห์ที่มองฉันเปลี่ยนเป็แข็งกร้าวขึ้นมาทันที ฉันเริ่มจะกลัวแล้วนะ ทำไมเพื่อนถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้ เมื่อก่อนเวลาฉันมีแฟนหรือคนคุยก็ไม่เคยมีอาการชัดเจนแบบนี้นะ แต่นี่ทำไมถึงแสดงอออกชัดเจนว่าไม่ชอบพี่พิงค์ละ หรือว่าพวกเขาเคยรู้จักกัน
“ขนุนเคยรู้จักพี่พิงค์เหรอ?”
“ไม่หรอก ไม่เคยรู้จัก ทำไมหึงเหรอ?”
“เปล่า เรานึกว่ารู้จักกันน่ะ”
“เอาละ ๆ ทำไมดูเครียดกันจัง ดื่มกันต่อเถอะ” โมเมเปลี่ยนเื่ จากนั้นเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันเพิ่มเติม ตีหนึ่งเราทั้งสามที่ดื่มกันหนักต่างเริ่มไม่ไหว โมเมจู่ ๆ ก็หลับไปบนโซฟา ขนุนโบกมือลาแล้วหลับไปข้าง ๆ ขนุน ฉันที่เป็เ้าของห้องเดินไปหาผ้าห่มมาคลุมให้เพื่อน แล้วลากตัวเองเข้าห้องนอนเพื่อที่จะนอนพัก ไม่ลืมส่งข้อความไปหาพี่พิงค์บอกว่าจะนอนแล้ว จังหวะที่กำลังจะเคลิ้มหลับความอึดอัดก็โถมเข้ามาในความรู้สึก มันทั้งหนักและแน่นไปหมด ฉัน รำคาญมากจนต้องยกมือปัดป่ายสิ่งนั้นให้หลุดไปจากร่าง แต่ความรู้สึกที่ััที่ตรงสะโพกทำให้ฉันเริ่มดิ้นไปมาด้วยความกลัว ฉันลืมตาขึ้นมองภายใต้ความมืดเงาที่เห็นนั้นช่างน่ากลัว และน่ากลัวไปกว่านั้นคือคนที่กำลังคร่อมร่างฉันคือเพื่อนที่ก่อนหน้านี้หลับไปแล้ว ฉันตั้งใจจะร้องให้โมเมตื่นขึ้นมาช่วยแต่ก็ช้าไปเพราะขนุนยกมือปิดปากฉันไว้แน่น ยิ่งฉันดิ้นเธอก็ยิ่งออกแรงกดแรงขึ้น
“ปล่อย! ปล่อยนะ ฮื่อ ขนุนเราเป็เพื่อนกันนะ ปล่อยเรา” ฉันร้องขอด้วยความรู้สึกกลัว ขนุนแสยะยิ้มก่อนจะมีเม็ดยาอะไรสักอย่างส่งเข้ามาในปากฉัน นั่นยิ่งทำให้ฉันดิ้นสุดแรง ผลักเธอออกห่าง แต่ความมึนงงที่เป็อยู่ตอนนี้ทำให้ฉันที่จะวิ่งออกไปข้างนอกล้มลงบนพื้นอย่างอ่อนแรง
“ใครอยากเป็เพื่อนกับเธอกัน เราน่ะอยากเป็แฟนเธอจะตาย แต่เธอแม่งไม่มองเรา!” ขนุนบีบแก้มฉันแร งๆ จนมันเริ่มเ็ปไปหมด
“ฮื่อ อย่า เลยนะ อย่าทำอะไรเราเลย”
“เราไม่ทำอะไรเธอหรอกที่รัก เรารักเธอจะตายไป ห้องเธอเราก็ทำความสะอาดให้ เสื้อผ้าก็ซักให้ ชุดชั้นในเธอเรายิ่งชอบ” ฮื่อ! ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย ฉันไม่ไหวแล้วฉันกลัว ฮื่อ พี่พิงค์เมื่อไหร่จะกลับมา พี่ซัน เฮียไชน์ เธิร์ส ป๊า ช่วยหนูด้วย ฮื่อ
“ตอนที่เธอบอกว่าจะเลิกกับมัน เราดีใจมากเลยนะ เราจะได้มีโอกาสอยู่ใกล้ ๆ เธอไงมันเดย์ วันนี้เรามีความสุขด้วยกันนะ เราออกมาจากที่นั่นได้มาเจอเธอ เรามามีความสุขด้วยกันนะ”
“ไม่! อย่าทำอะไรเราเลยนะ อย่าทำเราเลย”
“เราทำไม่เจ็บหรอก เราจะรักเธอเบา ๆ ...”
“ฮื่อ!! ไม่นะ พี่พิงค์ช่วยหนูด้วย ฮื่อ อึก!” มือข้างที่บีบแก้มฉันเปลี่ยนเป็กำรอบคอฉันในทันทีเมื่อได้ยินฉันเอ่ยเรียกพี่พิงค์
“ทำไม! อยู่กับเราจะเรียกมันทำไม!! มันไม่มาช่วยเธอหรอก มันไม่รับสายเธอด้วยซ้ำ เรานี่ เรารีบมาหาเธอนะ มองเราสิ มองเรา รักเรา” ยิ่งขนุนตะคอกเสียงดัง มือที่บีบคอฉันยิ่งบีบแรงขึ้น ความอึดอัดเริ่มเข้าใกล้ฉันมาอีกครั้ง ฉันดีดดิ้นสุดแรงเมื่อเริ่มหายใจไม่ออก น้ำตาหยดที่เท่าไหร่ไม่รู้เริ่มไหลอาบแก้มไม่หยุด ความกลัว ความเ็ปเริ่มกัดกินความรู้สึกจนพังไม่มีชิ้นดี สายตาพร่ามัวไปหมดเริ่มมองอะไรไม่ชัดเจน อยากจะฝืนมองสิ่งรอบข้างอีกครั้งแต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย แม้กระทั่งเสียงสุดท้ายที่ได้ยินฉันก็ไม่รู้ว่าเป็เสียงใครกันแน่
“ทำบ้าอะไรวะ!!!”
====
มาแล้วๆๆ ที่หายไปเพราะเค้าวุ่นเื่สมัครงานสมัครสอบอยู่ ขอโทษที่ไม่ได้เข้ามาจแ้งนะคะ
ปล.ฝากคอมเม้นด้วยนะคะ อยากอ่านคอมเม้นจากทุกคนจัง