วันรายงานตัว…ก่อนวันเริ่มทำภารกิจแทรกซึม1วัน
“ผมร้อยตำรวจเอก ปรมินทร์ โกรฟเนอร์ หน่วยป้องกันปราบปรามยาเสพติด รายงานตัวครับ” ตำรวจหนุ่มในชุดเต็มยศพูดรายงานตัวเสียงหนักแน่นพร้อมกับยืนตัวตรง
“ไม่ต้องพิธีรีตองอะไรมากหรอกครับ เพราะหน่วยของเราไม่ได้แสดงตัวต่อสาธารณชนในฐานะตำรวจเต็มยศอะไร เราเป็แค่หน่วยนอกเครื่องแบบที่คอยแทรกซึมเข้าไปเก็บข้อมูลเป้าหมายและจับกุมเท่านั้น” ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดตำรวจนอกเครื่องแบบพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยก่อนจะโบกไม้โบกมือบอกให้ตำรวจที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่เลิกยืนตัวตรงเข้าระเบียบและให้ทำตัวตามสบายแทน
“รับทราบครับ” ร่างบางขานรับคำสั่งของชายหนุ่มที่เป็หัวหน้าหน่วยก่อนจะเปลี่ยนมายืนในท่าสบายตามที่อีกฝ่ายบอก
“เห็นทางต้นสังกัดเก่าของคุณแจ้งมาว่าคุณเสนอตัวขอย้ายมาอยู่ที่นี่เองทั้งๆ ที่จบจากเมืองนอกเมืองนามาขนาดนี้....ไม่คิดอยากจะอยู่กรมในกรุงเทพฯ สบายๆ รึไงกัน?” เสียงทุ้มเอยถามขึ้นพร้อมกับจ้องแฟ้มประวัติของสมาชิกคนใหม่ที่เพิ่งทำเื่ขอย้ายเข้ามาในหน่วยของเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน
“ไม่ครับ ผมอยากออกปฏิบัติหน้าที่มากกว่า แล้วจังหวัดนี้ก็เป็บ้านเกิดของผมด้วย” ชายหนุ่มร่างบางตอบเสียงหนักแน่นอย่างตรงไปตรงมาตามความเป็จริงแล้วชี้ไปที่ข้อมูลในประวัติตรงหัวข้อ ‘เหตุผลการยื่นคำร้องขอโยกย้าย’ ที่ตัวเขาได้ระบุไว้บนเอกสาร
“เอาล่ะ งั้นเราไม่ต้องพูดห่างเหินเป็ทางการกันแล้วนะ ผมก็เป็คนในพื้นที่เหมือนกันถือว่าเป็คนกันเอง ผมพันตำรวจตรี นที เป็สารวัตรที่ดูแลหน่วยนี้ แต่คุณเรียกผมว่า ‘นที’ เฉยๆ ก็แล้วกัน.....เวลาไปออกภาคสนามปลอมตัวอยู่จะได้ไม่เผลอเรียกยศให้เป้าหมายไหวตัวทัน” นทีพูดพร้อมกับเดินไปกอดคอตบบ่าอีกฝ่ายอย่างเป็กันเอง
“ครับ...พี่นที” ชายหนุ่มร่างบางพยักหน้าเข้าใจแล้วเรียกชื่อคนตรงหน้าที่อายุมากกว่าเขา2ปี
“แล้วน้อง...เอ่อ ชื่อเล่นอะไร?” นทีมองใบหน้าหวานพร้อมกับถามชื่อเล่นอีกฝ่าย
“ปลายฝนครับ เรียกปลายเฉยๆ ก็ได้ครับ” ปลายฝนแนะนำตัวเองด้วยชื่อเล่นพร้อมกับยิ้มให้อย่างเป็มิตร
“วันนี้วันแรกไม่มีไรมาก...เดี๋ยวจะแนะนำคนในหน่วยให้รู้จักก่อนแล้วกัน” นทีเดินนำหน้าร่างบางไปหาสมาชิกคนอื่นๆ ในทีมที่อยู่อีกห้องพร้อมกับพูดแนะนำตรงนู้นตรงนี้ให้เขารู้จักและทำความคุ้นชินไปด้วย
‘วันนี้เป็วันแรกที่เข้ามารายงานตัวที่หน่วย ผมยังคงเกร็งๆ และยังไม่ค่อยชินกับการเปลี่ยนเวลาของที่นี่เท่าไรนัก....เพราะอังกฤษกับที่นี่เวลาต่างกันตั้ง6ชั่วโมง! ถึงน้าหนาม กับ น้าจอร์จ จะบอกให้ผมเตรียมตัวและปรับสภาพให้ได้ก่อนมาไทยก็เถอะ แต่ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้กลับมาบ้านเกิดที่ไม่ได้กลับมาหลายปีและเจอยายแก้วสุดที่รักของผม ผมก็นอนไม่หลับแถมยังลืมนู้นลืมนี้ไปหมดเสียทุกอย่าง’
ก๊อก ก๊อก
นทีใช้สันข้อนิ้วมือเคาะที่บานกระจกใสของห้องออกกำลังกายเสียงดังจนทำเอาชายผิวเข้มร่างหนาที่กำลังวิดพื้นอยู่ถึงกับชะงัก
“นี่โก้ เป็ฝ่ายแทรกซึมเหมือนกันกับปลาย บางทีปลายกับเขาอาจจะได้ร่วมงานกัน ตีซี้ไว้ล่ะ” นทีชี้ไม้ชี้มือพร้อมกับพูดแนะนำสมาชิกคนแรกในหน่วยให้ปลายฝนรู้จัก โก้หันมามองสัญญาณมือของเพื่อนสนิทที่อยู่อีกฟากของบานกระจกก่อนจะพยักหน้าเข้าใจแล้วโบกมือทักทายสมาชิกคนใหม่
“ครับ…สวัสดีครับ” ถึงแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายคงจะไม่ได้ยินเสียงทักทายของเขาแต่ปลายฝนก็ยังพูดทักทายออกมาพร้อมกับยกมือไหว้อย่างนอบน้อมอยู่ดี
ห้องเก็บหลักฐานและเอกสารสำคัญ
ครืด…
ประตูกระจกถูกเปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่เดินนำหน้าตำรวจใหม่เข้ามาในห้อง นทีมองแผ่นหลังเล็กของเพื่อนร่วมทีมอีกคนก่อนจะเดินอ้อมไปด้านหลังแล้ววางมือใหญ่บนพนักพิงเก้าอี้อีกฝ่าย
“คนนี้ชื่อ หนูเบลล์ เป็ฝ่ายข้อมูล เห็นตัวเล็กๆ หน้าเด็กแบบนี้แต่อายุเข้าเลข3แล้วนะ…เป็เพื่อนสนิทกับพี่ั้แ่เด็ก” นทีพูดแล้วทำท่าชะเง้อชะแง้หน้าเข้าไปก่อกวนคนตัวเล็กที่กำลังจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์และกองเอกสารตรงหน้าอย่างขะมักเขม้น
“……” คนถูกกล่าวถึงไม่ได้ตอบโต้อะไร ใบหน้าหวานผละออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วหรี่ตามองรอยยิ้มกวนประสาทของร่างสูงอย่างเอาเื่
‘ถ้าไม่บอกว่า30แล้วผมคงคิดว่าพี่เขาเพิ่ง20ต้นๆ ....หน้าเด็กฉิบหาย! ’
“อย่ามาเรียกชื่อกูด้วยน้ำเสียงกวนประสาทแบบนี้อีกเชียว ไม่งั้นมึงเจอดีแน่ไอ้นที!” คนตัวเล็กกว่ามองค้อนก่อนจะทำท่าฮึดฮัดไม่พอใจ
หมับ!
นทียิ้มกรุ้มกริ่มก่อนเอื้อมมือไปขยี้หัวอีกฝ่ายอย่างไม่แย่แสต่อสายตาอาฆาตเลยแม้แต่น้อย
“มึงคิดว่าสายตาแบบนั้นจะทำอะไรกูได้เหรอวะ หนูเบลล์ หึหึ” เสียงทุ้มพูดขึ้นแล้วหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ
“โอ๊ย! ปล่อยหัวกูนะ ไอ้เชี้ยนที” คนตัวเล็กกว่ายังคงดิ้นและโวยวายเสียงดังสะบัดหัวหนีมือหนาที่ไม่ยอมปล่อยพร้อมกับจ้องใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนสนิทอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก
“ฮ่า ฮ่า ทักทายเด็กใหม่ก่อนกูถึงจะปล่อย” นทีหัวเราะชอบใจกับท่าทีของคนตัวเล็กกว่าก่อนจะชี้ไปที่สมาชิกใหม่ข้างๆ
“เออ หวัดดี” เสียงทักทายห้วนๆ อย่างไม่เป็มิตรพูดขึ้นทั้งๆ ที่ยังไม่ทันจะหันมามองหน้าสมาชิกใหม่เสียด้วยซ้ำ
“สวัสดีครับพี่หนูเบลล์” ปลายฝนยกมือไหว้ทักทายแต่คนตัวเล็กกลับโบกมือรับไหว้แบบขอไปที
“โอเค ตั้งใจทำงานนะหนูเบลล์...ถ้าเป็เด็กดีเดี๋ยวคืนนี้เลี้ยงชาบู” นทีก้มหน้าลงให้อยู่ในระดับเดียวกับหน้าคนตัวเล็กกว่า จากที่โวยวายสะบัดหน้าหนี พอได้ยินคำว่า ‘ชาบู’ กับของฟรีเท่านั้นใบหน้าหวานก็หันกลับมามองร่างสูงตาเป็ประกาย
“เออ ก็ได้...แล้วอย่าลืมที่พูดด้วยล่ะ ชาบู!” หนูเบลล์ตอบรับข้อเสนอในทันทีอย่างไม่ลังเล
“ไม่ลืมแน่นอน แต่วันนี้ขอข้อมูลที่กูบอกให้หาด้วยล่ะ” นทียิ้มให้คนตัวเล็กก่อนจะเขี่ยแก้มใสนุ่มนิ่มตรงหน้าสนุกมือด้วยใบหน้าอ่อนโยน
“ได้แน่นอน! เตรียมเสียตังเลี้ยงกูได้เลย” คนตัวเล็กรับปากแล้วหันกลับไปค้นหาข้อมูลในระบบต่อ
‘เมื่อกี้ผมสังเกตเห็นสายตาที่พี่นทีมองพี่หนูเบลล์แล้วก็รู้ได้เลยว่าพี่เขาต้องคิดอะไรที่มากกว่าเพื่อนแน่นอน เพราะสายตานั่นมันเหมือนสายตาที่น้าจอร์จมองน้าหนามอยู่ทุกวันไม่มีผิด! ....สงสัยคนแถวนี้จะแอบหลงรักเพื่อนสนิทเข้าซะแล้ว’
ห้องประชุม
ครืด...
หลังจากที่นทีพาปลายฝนไปแนะนำกับสมาชิกในทีมคนอื่นเสร็จเขาก็เดินนำร่างบางเข้ามาในห้องประชุม
“นั่งลงสิ” นทีพูดแล้วผายมือเชื้อเชิญให้สมาชิกใหม่นั่งลงบนเก้าอี้ข้างเด็กหนุ่มที่นั่งรออยู่ในห้องนี้มาสักพักแล้ว
“ครับ” ปลายฝนขานรับพร้อมกับพยักหน้าก่อนจะนั่งลงตามที่นทีบอก
“คนนี้คือ ‘มาวิน’ เขาไม่ใช่ตำรวจหรอกนะปลาย แต่เป็นักศึกษาที่เราเคยจับได้ว่าเป็เด็กวิ่งส่งยา....แล้วตอนนี้ก็อาสาเป็สายให้เรา” นทีแนะนำเด็กหนุ่มข้างๆ ให้ปลายฝนรู้จักแล้วหยิบเอกสารที่ระบุภารกิจครั้งนี้ออกมาจากแฟ้ม
‘ยังเด็กอยู่เลย....หน้าตาก็ดูใสซื่อ ทำไมถึงได้ไปเป็เด็กวิ่งส่งยากันนะ’
“มาวินนี่ ‘ปลายฝน’ เป็ตำรวจใหม่ที่จะเข้าไปแทรกซึมในภารกิจนี้ด้วย ผมจะส่งให้เขาเข้าไปเป็นักศึกษาห้องเดียวกับเป้าหมาย” นทีแนะนำปลายฝนให้อีกฝ่ายรู้จักบ้าง เด็กหนุ่มหันมามองหน้าตำรวจใหม่พร้อมกับพยักหน้าทักทายอย่างสุภาพ
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมมาวิน หรือเรียกผมว่าวินเฉยๆ ก็ได้ครับ” มาวินพูดอย่างนอบน้อมพร้อมกับยิ้มให้ตำรวจใหม่เพื่อแสดงความเป็มิตร
“ผมปลายฝนครับ เรียกปลายเฉยๆ ก็ได้ครับ” ปลายฝนยิ้มตอบแล้วยื่นมือออกไปจับมือฝ่ายตรงข้ามด้วยความเคยชินจนลืมไปว่าที่ประเทศไทยไม่ทักทายด้วยการจับมือ
“อะ เอ่อ...ครับ” มาวินใกับการทักทายแบบตะวันตกไปครู่หนึ่งก่อนจะเออออตามน้ำไปโดยไม่ได้พูดแย้งอะไร
“ขอโทษทีครับ พอดีผมเพิ่งย้ายมาจากอังกฤษก็เลยเผลอทักทายแบบที่นั่น” ดูเหมือนเ้าตัวจะรู้สึกได้ถึงท่าทีแปลกๆ ของเด็กหนุ่ม ปลายฝนผละมือที่จับทักทายอีกฝ่ายออกแล้วเอยปากขอโทษอย่างเขินๆ
“ไม่เป็ไรครับ” มาวินพูดพร้อมกับยิ้มให้ปลายฝน
ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าของคนตัวเล็กวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารและไอแพดคู่ใจในมือ หนูเบลล์ได้ค้นหาและรวบรวมข้อมูลตามที่นที้ามาได้ครบถ้วนแล้ว จึงรีบวิ่งตรงดิ่งมาที่ห้องประชุมเพื่อรายงานและทวงคำสัญญาก่อนหน้านั้นทันที
“กูหาข้อมูลที่มึง้าได้แล้ว!” เสียงหวานพูดแล้วชูหน้าจอข้อมูลของเป้าหมายขึ้นมาโชว์ให้ร่างสูงดู
“นั่งลงแล้วแจงข้อมูลที่หามาได้ก่อน….ถ้ากูพอใจมึงถึงจะได้ตามที่สัญญา” นทีเลื่อนเก้าอี้ข้างตัวออกแล้วใช้มือตบเบาะให้คนตัวเล็กนั่งลงพร้อมกับรอฟังข้อมูล
“เป้าหมายเราในภารกิจนี้คือ จิน หรือชื่อเต็มๆ คือจินเผิง สัญชาติฮ่องกง เพิ่งย้ายมาเรียนที่ไทยเมื่อสัปดาห์ก่อนหลังจากที่เราจับเด็กส่งยาที่คลับหลังมอได้” รูปถ่ายของชายหนุ่มใบหน้าคมเข้มที่เป็เป้าหมายถูกโชว์ขึ้นบนจอโปรเจคเตอร์ก่อนที่คนตัวเล็กจะเริ่มอธิบายข้อมูลที่หามาได้ให้คนในทีมฟังอย่างละเอียด
“มึงคิดว่าคนนี้คือตัวการใหญ่รึเปล่า?” นทีถามขึ้นแล้วหันไปขอความคิดเห็นของเพื่อนสนิทที่นั่งข้างๆ
ตอนนี้คดีที่พวกเขากำลังตามสืบอยู่คือการถอนรากถอนโคนแก๊งพ่อค้ายาเสพติดที่กำลังแพร่ระบาดในหมู่นักศึกษา ่ระยะหลังมานี้มีคดีปล้นชิงทรัพย์และฆ่าตัวตายที่เกิดขึ้นจากการเสพยาเกินขนาดของนักศึกษาเพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง2เท่า ทางผู้ใหญ่ในกรมจึงได้มีคำสั่งให้ทีมของพวกเขารีบตามสืบและจับกุมตัวการใหญ่ให้เร็วที่สุด
“กูก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะ....แต่จากที่กูหาข้อมูลมามันแปลกมากนะที่ข้อมูลครอบครัว หรือประวัติการศึกษาไม่มีเลย มีแต่ข้อมูลการเดินทางเข้าออกประเทศไทยที่ค่อนข้างจะบ่อยและถี่มากจนผิดปกติ แค่ปีนี้ก็12ครั้งแล้ว และทุกครั้งจะพักที่คอนโดส่วนตัวที่ซื้อในชื่อบริษัทฮ่องกงทรานสปอร์ต” มือเล็กยื่นเอกสารข้อมูลให้กับนที แล้วจ้องร่างสูงตาเป็ประกายราวกับกำลังหวังอะไรบางอย่าง
‘นี่คงหวังให้กูพอใจกับข้อมูลแล้วเลี้ยงชาบูคืนนี้ให้ได้สินะ....ไอ้ตัวเล็กเห็นแก่กินเอ๊ย!’
“แล้วบริษัทฮ่องกงทรานสปอร์ตมีตัวตนอยู่จริงไหม?” นทีถามต่ออย่างสงสัย
“มีอยู่จริง...แต่ข้อมูลเ้าของบริษัทถูกปิดเป็ความลับ รู้แต่ชื่อผู้บริหารระดับล่าง” หนูเบลล์พูดพร้อมกับเปิดข้อมูลบอร์ดบริหารของบริษัทฮ่องกงทรานสปอร์ตขึ้นบนจอโปรเจคเตอร์
“งั้นภารกิจต่อจากนี้ของเราก็คือ การตามสืบที่มาที่ไปของเป้าหมาย ‘นายจินเผิง’ ถ้าเราโชคดี....เราอาจจะชนเข้ากับต้นตอการระบาดของยาเสพติดครั้งนี้ก็ได้” นทีออกคำสั่งและยื่นรูปของเป้าหมายส่งให้ตำรวจใหม่เพื่อรับภารกิจ
“รับทราบครับ” ปลายฝนขานรับคำสั่งก่อนจะก้มมองรูปถ่ายของชายหนุ่มในมือ
‘หน้าตาก็ไม่ได้ดูร้ายกาจ แต่ทำไมรู้สึกเหมือนคนๆ นี้มีอะไรบางอย่างที่ดึงดูดให้ผมสนใจ’
“มีอะไรรึเปล่าปลาย” มาวินเอยถามเมื่อเห็นชายหนุ่มข้างๆ นั่งมองรูปในมือราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“ไม่มีๆ แล้วนี่วินจะกลับเลยใช่ไหม?” ปลายฝนตอบพร้อมกับส่ายหัวและถามอีกฝ่ายกลับ
“ใช่ เดี๋ยวเราคงจะต้องขอตัวกลับเลย” มาวินตอบแล้วโบกมือลาเพื่อขอตัวกลับ
“กลับดีๆ นะ...ไว้เจอกันพรุ่งนี้” ปลายฝนพยักหน้าเข้าใจก่อนจะกล่าวคำลา
ั้แ่พรุ่งนี้ภารกิจของผมคือการแทรกซึมเข้าไปเป็นักศึกษาปี2 เพื่อนร่วมชั้นของเป้าหมาย...ชักสนุกขึ้นมาแล้วสิ ไม่รู้เหมือนกันว่าบรรยากาศมหาลัยที่ประเทศไทยมันจะเหมือนที่ประเทศอังกฤษไหมนะ...หวังว่าภารกิจครั้งนี้จะราบรื่น!