ตอนที่206 กองผักเน่าๆ ต้นหนึ่ง
ที่ชายหนุ่มใช้เวลาฝึกเป็นเวลาหกสิบปีเต็มในห้องลึกลับ ที่สามารถยืดเวลาหนึ่งนาทีเป็นหนึ่งปี ทำให้เขาฝึกฝนร่างกายและทักษะการต่อสู้ ที่ต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งร้อยปีให้สั้นลงแค่สองชั่วโมงเท่านั้น มันเป็นโชควาสนาโคตรๆ ของกริชเพชร ที่ได้เข้าไปอยู่ในห้องแก้วผลึกลึกลับ
เขาวิ่งออกมาอย่างรวดเร็วทะลุผ่านอุโมงค์ ส่งดวงจิตอสูรกระจายออกไปป้องกันภัยในรัศมี หนึ่งพันวา และสามารถตรวจจับสิ่งผิดปกติแบบกล้องวงจรปิด ปรากฏในสมองเห็นได้อย่างชัดเจน โฟกัสขยายขึ้นทั้งใกล้และไกล ตรวจได้แม้แต่คลื่นพลังรบของอสูรที่พบเห็น
กริชเพชรพบอสูรเกือบ เก้าร้อยตัวที่กระจัดกระจายกันอยู่ในถ้ำ ค้นหาสมบัติคลังยา อาวุธและตำราการต่อสู้ มีบางกลุ่มแย่งชิงเข่นฆ่าอีกฝ่ายอย่างเลือดเย็น และมีหลายกลุ่มที่รวมตัวกันโจมตีอีกฝ่าย เหมือนสร้างพันธมิตรขึ้นเพื่อต่อสู้กับกลุ่มที่เล็กกว่า ตักตวงผลประโยชน์
หลังจากที่กริชเพชรสแกนอสูรเหล่านี้ ก็พบว่าพลังรบของพวกมันยังห่างไกลเขาห้าร้อยตัว ส่วนพลังที่อยู่ในระดับราชันย์ขั้นที่สิบมีถึง สามร้อย ส่วนที่มากกว่าเขาในระดับตำนานมีแค่สองร้อยคน
ส่วนที่เหลือไม่สามารถตรวจจับพลังรบของพวกมันได้เหมือนว่า กายอสูรและพลังจิตของคนเหล่านี้ ถูกปิดซ่อนด้วยความเด่นล้ำที่เหนือกว่ากริชเพชร มันเป็นอะไรที่เขาต้องยืนแอบหลบมุม คิดใคร่ครวญดูว่าจะหาทางหลบหลีกออกจาก สุสานนางฟ้านี้ไปได้ยังไง
ที่เขาไม่หนีออกไปทางกล่องนิลกาฬเพราะว่าเมื่อยิ่งเคลื่อนตัวเข้าใกล้อัญมณีสีแดง ที่ถูกผนึกไว้ด้วยรูปปั้นนางฟ้า พลังชีวิตของนางฟ้าที่อยู่ในผลไม้ กลับมีความเข้มข้นสูงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนนางต้องการผลึกสีแดงนั้น ทำให้กริชเพชรลังเล แสดงว่าอัญมณีมีความสำคัญต่อนางฟ้าที่กำลังจะเกิดมา
ถ้าเขาไม่ได้นำกลับคืนมาให้นางฟ้าตัวน้อย มันอาจ จะมีผลต่อการเจริญเติบโตหรือพลังรบของนางในภายภาคหน้า หลังจากที่ตรวจจับอัญมณีสีแดงพบว่า หลายคนที่เข้าไปหวังจะยึดครองมันมาเป็นสมบัติ เมื่อแตะต้องพวกอสูรเหล่านั้น กลับ
ถูกพลังแสงสีขาวนวลกระโชกใส่ แม้อสูรระดับตำนานก็ยังได้รับบาดเจ็บจนไม่กล้าเข้าไปใกล้มัน
ไม่กล้าแตะต้องอัญมณีสีแดง ยังคงปล่อยมันให้สถิตอยู่ในคฑารูปปั้นนางฟ้า แม้ว่าเหล่าอสูรระดับตำนานจะร่วมมือกัน
เข้าไปยึดมันออกมาได้ก็คงจะต้องสูญเสียพลังรบไป เพราะการโจมตีของพลังประหลาดของผลึกสีแดง จึงไม่คุ้มค่าที่พวกมันจะเสี่ยงเลยกระจายกันออกค้นหาสมบัติที่ซ่อนอยู่ในสุสานนางฟ้าที่ง่ายต่อการหยิบฉวยดีกว่า
กริชเพชรตัดสินใจออกไปเอาอัญมณีสีแดงให้กับนางฟ้าตัวน้อย เพราะเขาสัมผัสถึงแรงปรารถนาของนาง มันรุนแรงเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขาเคลื่อนกายไปหาตัวอัญมณี
ชายหนุ่มตัดสินใจถ้าได้อัญมณีสีแดงมาแล้วจะเปิดวาร์ปกลับอาณาจักรอสูรวารีน้ำจืดทันที เพื่อความปลอดภัย
กริชเพชรจึงเคลื่อนตัวดวงจิตทิพย์ระดับตำนานของเขาเข้าไปในบอลกายอสูรสีฟ้า กลายร่างเป็นอสูรพฤกษาที่สูงใหญ่
หล่อเหลาเปลือยเปล่าท่อนบนที่กล้ามแกร่ง ผมยาวสลวยของเขาเป็นที่จับตามันงดงามและมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม
ชายหนุ่มใช้พลังจิตอสูรสายซัพพอร์ตเก็บงำพลังรบของตัวเอง ให้เหลือแค่ระดับราชันย์ ก่อนจะเคลื่อนกายออกจากที่ซ่อนอย่างระมัดระวัง
ถ้าอุโมงค์ มีบริเวณกว้างกว่านี้สักหน่อยเขาคงต้องกลายร่างเป็นผีเสื้อโปร่งแสง หลบหนีออกจากที่นี่ อย่างน้อยก็รอดพ้นสายตา เหล่าอสูรระดับราชันย์ ถ้าไม่ถูกจับสังเกตจากอสูรพลังจิต ก็คงจะรอดพ้นไปได้อย่างง่ายดาย
กริชเพชรเดินฝ่าอสูรที่กระจัดกระจายกันไปค้นหาสมบัติ เขาแกล้งเข้าห้องนั้นแกล้งเข้าห้องนี้ เพื่อตรวจค้นหาสมบัติทำตัวแอบแฝงไปกับ พวกเหล่าอสูรแบบเนียนๆ ก่อนที่จะชะแว๊บหลบเลี่ยงจากห้อง ท้ายสุดเข้ามาสู่ลานกว้างขนาดใหญ่กลางสุสาน
มีอสูรชราท้องป่องตัวใหญ่ใส่เสื้อคลุม หน้าตาเปล่งปลั่ง กริชเพชรใช้หางตามอง มันจ้องเขม็งมาที่เขา ชายหนุ่มแกล้งหลบหลีกหมายจะเข้าห้องเล็กๆ ด้านซ้ายมือ เพื่อจะหลบหลีกคนเหล่านี้ เขาจับคลื่นพลังรบของคนผู้นี้ได้ว่า มันมีกายอสูรสูงส่งไม่สามารถคำนวณได้ ด้วยพลังจิตสายอสูรซัพพอร์ตของเขา
และที่สำคัญเขาจับคลื่นพลังจิตอสูรของคนผู้นี้ได้มันมีพลังจิตอสูรระดับสูงส่ง ต้องเป็นระดับเพชรขึ้นไปอย่างไม่ต้องสงสัย ที่กริชเพชรสะดุดตาที่สุดก็คือแม่นางสือหงษ์ เจ้าของโรงเตี๊ยมประจำเมืองใหญ่ของอสูรพฤกษา นางก็ยืนอยู่ข้างกายคนผู้
นี้ด้านหลังสุด เขาจำได้ว่าเป็นคุณชายสือเล้งพี่ชายใหญ่ของแม่นางสือหงษ์ กายอสูรของเขาต่ำกว่าคนที่ยืนอยู่หลังสุด หน้าตาคล้ายคลึงกันเหมือนเป็นพี่น้องคนผู้นี้ คงจะเป็นน้องเล็กของตระกูลสือ ที่ได้เนื้ออสูรหงส์ไฟไป ดูเหมือนกับว่าเขา
เลื่อนระดับเป็นอสูรราชันย์ขั้นที่ห้า เหมือนกับแม่นางสือเช่นเดียวกัน และรู้สึกว่าเขาจะมีระดับสูงกว่านางนิดหน่อย
แววตาที่ส่งประกายเยือกเย็นเหมือนน้ำค้าง สีดำในดวงตามันดูเวิ้งว้างและน่าเกรงขาม จนกริชเพชรพยายามที่จะไม่ให้คนเหล่านี้ จับสังเกตเขาได้
"พ่อหนุ่มจะรีบไปไหน ในตัวของเจ้ามีของวิเศษอยู่ให้เราผู้เฒ่าได้ชมดูสักเล็กน้อยไม่ได้รึ..."
เสียงของเฒ่าทารกท้องป่องเผยให้เห็นพุงออกมา เอ่ยถามเสียงแหลมเล็กเหมือนคนแคระ แต่ในน้ำเสียงนั้นกลับมีพลังอำนาจข่มขู่อย่างล้นเหลือ กริชเพชรทำเป็นไม่สนใจเขา เดินเลี่ยงเข้าไปในห้องเล็กนั้น
ตูมมม!!
เสียงตูมดังสนั่นม่านน้ำแข็งขนาดยักษ์ปิดประตูที่ชายหนุ่มกำลังจะเข้าไป เขายืนตะลึงงัน คนผู้นี้มีพลังน้ำแข็งที่ร้ายกาจ เขาตวัดมือทีเดียวก็ส่งคลื่นพลังจิตอสูรระดับเพชร ก่อเกิดเป็นม่านน้ำแข็งส่งสะท้อน พลังคุกคามกดดันกริชเพชรได้ในระยะไกล
"คิกๆ ๆ ๆ!! "
กริชเพชรฝืนยิ้มหันไปมองเฒ่าอสูรทารกที่หัวเราะคิกคิกอย่างสะใจที่ได้ปิดกั้นการเข้าไปในห้องของชายหนุ่มได้
"ขอโทษท่านผู้อาวุโสท่านคุยกับข้าอย่างนั้นหรือ.."
เขาหันไปถามทำหน้างงๆ แม่นางสือหงษ์กลับจำกริชเพชรไม่ได้ แต่นางรู้สึกว่าคนผู้นี้ในแววตาของเขา คล้ายคุ้นเคยยังไงบอกไม่ถูก คลับคล้ายคลับคลาว่านางเห็นดวงตาคู่นี้จากไหนสักแห่ง
"คิกๆ ..ข้าคุยกับเจ้านั่นแหละพ่อหนุ่มรู้สึกว่ากล้ามแกร่งของเจ้าจะสวยงามยิ่งนัก และข้าผู้อาวุโสตระกูลสือ เฒ่าทารกดงหิมะ อยากจะใคร่ขอดูของวิเศษ ที่เจ้าได้พกพามา ข้าเป็นอสูรพลังจิตข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของผลไม้ธิดาแห่งสวรรค์.."
ทุกคนเมื่อได้ยินผู้อาวุโสเฒ่าทารกท้องป่องกล่าวอย่างชัดเจน และไม่อ้อมค้อมต่างร้องฮือขึ้น หันมาจับตามองกริชเพชรด้วยสายตาแบบเดียวกัน พวกมันต่างทยอยกันเข้ากดดันชายหนุ่ม ที่ยืนอยู่ตรงมุมห้อง อสูรเหล่านี้มีเกือบห้าสิบตน
"ฮ่าๆ ..ท่านผู้อาวุโส ข้าขวานบินอสูรแห่งเผ่าพันธุ์ต้นไม้เหล็ก หูคงไม่ฝาดกระมั้ง ท่านกำลังกล่าวว่าเด็กน้อยนี้ ได้ผลไม้ธิดาแห่งสวรรค์มาแล้วกระนั้นใช่หรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงมันผู้นี้ช่างมีวาสนายิ่งนัก ดูสิพวกเรา..ข้าประเมินแล้วหนุ่มน้อยผู้นี้ ก็คงมีกายอสูรราชันย์ธรรมดาเท่านั้น เด็กน้อยได้ผลไม้ธิดาแห่งสวรรค์มาเยอะหรือไม่ แบ่งให้พวกเราคนละลูกสองลูกเป็นไรไป.."
เสียงของคนผู้นี้กล่าวขึ้นอย่างห้าวหาญข่มขู่กริชเพชรซึ่งๆ หน้า เพราะมันอยู่ใกล้ชายหนุ่มมากที่สุด คนผู้นี้มั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าสายตาของเฒ่าทารกตระกูลสือ ที่มีพลังจิตระดับเพชรขั้นที่สี่ ต้องพบเห็นพิรุธของวิเศษ ที่อยู่ในร่างกายของชายหนุ่มอย่างไม่ต้องสงสัย
แม้ว่ามันไม่ได้เป็นอสูรพลังจิต แต่คนผู้นี้มีวิชาเพลงขวานที่ร้ายกาจของเผ่าต้นไม้เหล็ก กายอสูรของมันก็ไม่ใช่ย่อย อยู่ในระดับตำนานขั้นที่สอง ดังนั้นมันจึงคิดแบ่งสมบัติกับเฒ่าทารกด้วยพลังของพวกมัน ที่อยู่ในบริเวณนี้มีถึงยี่สิบตน
"ข้ารึ?!! ..มีผลไม้ธิดาแห่งสวรรค์ ท่านผู้อาวุโสล้อเล่นกับข้าแล้วกระมั้ง กายอสูรระดับต่ำต้อยอย่างข้า จะมีปัญญาไปเอาของวิเศษนั้นมาจากที่ใด พวกท่านเข้าใจผิดแล้ว..."
กริชเพชรกล่าวพร้อมกับยกมือคารวะเฒ่าทารก ที่ตอนนี้มันเคลื่อนกายเข้ามากดดันชายหนุ่มอีกด้านหนึ่ง คนผู้นี้ย่อมรู้ดีว่าเผ่าต้นไม้เหล็ก ตอนนี้อยากจะได้ส่วนแบ่งกับพวกเขาแม้คนของตระกูลสือมาสี่คน แต่กำลังรบกลับเหนือกว่าพวกเผ่าอสูร
ต้นไม้เหล็ก ที่มีจำนวนมากแต่พลังรบของมัน ถัวเฉลี่ยแล้วมีกายอสูรระดับตำนานแค่ขั้นที่สองเท่านั้น ดังนั้นพวกมันจึงอาศัยพวกมากเข้ากดดัน หวังได้รับส่วนแบ่งกับคนตระกูลสือบ้าง
"ท่านผู้อาวุโสเฒ่าทารกแห่งตระกูลสือ..เอาอย่างนี้เป็นไร พวกเราแบ่งผลไม้ธิดาแห่งสวรรค์คนละครึ่ง แล้วรีบสลายตัวจากที่นี่ ข้ารู้ว่ามีเผ่าอสูรมากมาย และสำนักที่ทรงอิทธิพลเข้าร่วมการค้นหาของวิเศษ เมื่อพวกเราเป็นผู้โชคดีพบมันที่นี่ เราก็แบ่งสันปันส่วนกันอย่างยุติธรรม แล้วจากไปท่านผู้เฒ่าเห็นว่าดีหรือไม่.."
กริชเพชรได้ยินมันกล่าวเขางงเป็นไก่ตาแตกตอนนี้ สองฝ่ายตกลงแบ่งสมบัติในถุงนิมิตของเขาเรียบร้อย ดูเหมือนพวกมันเห็นชายหนุ่มเป็นแค่ผักเน่าๆ กองหนึ่ง ไม่มีความหมายสำหรับพวกมันจะหยิบยก หรือขว้างทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ตลอดเวลา
.......................................................................................................................................................