“ขวัญไม่น่ารับบัตรของคุณฟงมาเลย ตอนนี้มีผู้หญิงสองคนกล่าวหาว่าขวัญเป็หัวขโมย จะแจ้งความและขู่ว่าจะให้ขวัญเข้าไปนอนในคุก....” ขวัญร้องไห้น้ำตาไหลพราก อย่าว่าแต่ผู้ชมเลยแม้แต่ผู้แสดงยังงงๆเลยว่า ทำไมแค่ได้ยินเสียงปลายสายเธอก็น้ำตารื้อขึ้นมาทันที
ซูซี่คิ้วขมวดและไม่ทันได้เอ่ยอะไร หลังจากเด็กสาวตรงหน้าวางสายไปหลังจากที่บอกชื่อร้านที่อยู่ตอนนี้ให้กับปลายสายรู้ ไม่ถึงห้านาทีที่พวกเธอยังจ้องหน้าจ้องตากันอย่างไม่ลดละ ผู้ชายร่างสูงแต่งสูทก็เดินมาทางพวกเธอ
“สวัสดีครับ ผมเป็ผู้จัดการร้าน ต้องขออภัยคุณนายฟงด้วยนะครับ” คำพูดของผู้จัดการและลักษณะท่าทางนอบน้อมที่เขามีต่อขวัญ สร้างความประหลาดใจให้กับหญิงสาวสองคนที่มองขวัญและผู้จัดการสลับกัน
“คุณผู้หญิงทั้งสองผมต้องขอบัตรที่อยู่ในมือคืนให้กับคุณนายฟงท่านนี้ด้วยครับ”
“คุณนายฟง” ซูซี่และเพื่อนสาวย้ำคำของผู้จัดการอย่างไม่อยากเชื่อ แต่ผู้จัดการร้านพยักหน้า
“ครับ เมื่อสักครู่ทางคุณฟงโทร.เข้ามาที่ร้านครับ ขอความกรุณาพวกคุณทั้งสองด้วยครับ รบกวนคืนของด้วยครับ” ซูซี่จำต้องยื่นบัตรส่งให้ผู้จัดการไป เมื่อตอนนี้เธอกลายเป็ผู้ต้องสงสัยไปเสียแล้ว
ขวัญรับบัตรคืนมาและส่งยิ้มคืนกลับไปให้ซูซี่ก่อนที่จะกล่าวขอบคุณผู้จัดการและก่อนที่เธอจะเดินออกจากร้านไป “นับว่า์ยังมีตา คุ้มครองคนดีๆ” ซูซี่ได้แต่ยืนหน้าบิดเบี้ยว ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนมองจนร่างบางลับสายตาไป
“ซูซี่ นี่มันเื่อะไรกัน ดีแลนไม่ใช่กำลังจะหมั้นกับเธอหรอกเหรอ”
Grrrr เสียงร้องเตือนของโทรศัพท์ ขวัญล้วงออกมาจากกระเป๋า เป็เบอร์ที่เธอโทร.ออกไป บารมีไม่ธรรมดาจริงๆ
“คุณฟง”
“เรียบร้อยแล้วใช่มั้ย”
“ค่ะ”
“อือ” และเสียงตอบกลับเหมือนเดิม คุณฟงคนที่เข้าถึงเนื้อถึงตัวอยู่ที่ไหนเสียละ แม้ปกติของเขาจะเป็แบบนี้เป็ส่วนใหญ่ แต่พอเธอเคยได้พบได้ัักับคุณฟงอีกมุมหนึ่งก็อดรู้สึกแปลกๆไม่ได้ หรือว่าเธออยากถูกคุณฟงเกี้ยวพาราสี
โอ้ยยยย!!! ขวัญจอมลามกคิดอะไรอีกละทีนี้ ทำตัวอย่างกับคนรอวันเสียตัวก็ไม่ป่าน
“ขวัญว่าขวัญกลับดีกว่าค่ะ เดี๋ยวเจอกันนะคะ” ขวัญพูดจบก็ตัดสายไปเลย เมื่อกี้เธอทิ้งท้ายคำว่า เดี๋ยวเจอกันเนี่ยนะ
ทางด้านดีแลนที่เลิกคิ้วอย่างแปลกใจในตอนแรก เขาค่อยๆคลี่ยิ้มออกมา การมาอยู่ฮ่องกงแบบนี้ดีจริงๆ และดีมากด้วยที่เขาเลือกที่จะอยู่ที่นี่ไม่ใช่ที่บ้านที่กว้างขวางเกินไป ซึ่งแบบนั้นจะทำให้เขาและขวัญห่างเหินกันมากเหลือเกิน มาที่นี่แค่สองวันเขากับขวัญก็ก้าวหน้าไปมาก แม้จะไม่ได้พูดคุยคลอเคลียกันเหมือนคู่สามีภรรยาอื่นๆ แต่แบบนี้เขาก็พอใจมาก นอนเตียงเดียวกันแม้จะแค่่เวลาสั้นๆ ก็ไม่เป็ไรเพราะต่อไปมันจะยาวนานกว่านี้แน่
ดีแลนหันไปมองเตียงกว้างของตน ฟากหนึ่งเขานอนอีกฟากคือขวัญ เขาจะต้องให้มันเกิดขึ้นแน่นอนที่กลางเตียง คือเขาและขวัญนอนตะกองกอดกันด้วยความรักที่อบอุ่น ดีแลนยืนผ่อนคลายได้ไม่นาน เพราะเขามีแบบที่ต้องตรวจ นักออกแบบของบริษัทส่งแบบที่ตนได้คิดและสร้างขึ้นมาเป็รูปสามดี ส่งมาให้เขาอนุมัติผ่านเพื่อที่จะเข้าสู่กระบวนการผลิตต่อไป มีไม่น้อยที่ดีแลนต้องแนะนำให้ข้อมูลส่งกลับไปให้เหล่านักออกแบบแก้ไขงานที่ยังไม่เป็ที่พึงพอใจสำหรับเขา
ตลอดหลายปีมานี้ที่บริษัทมีผลกำไรเพิ่มขึ้นทุกปีนั่นก็เพราะผลงานการออกแบบของดีแลนที่เพิ่มยอดการขายสวนกระแสเศรษฐกิจ ผลงานที่เพิ่มการเข้มงวดในรูปแบบงานออกแบบของเหล่าทีมออกแบบที่ดีแลนเป็ผู้ดูแลมาโดยตลอดหกปีมานี้เป็ที่ยอมรับอย่างมาก ซึ่งนั้นก็เพราะผลงานที่ได้รับรางวัลมากมายของดีแลนไม่เป็ที่กังขาของเหล่าคนที่ร่วมงานด้วยกัน
เนื่องจากตอนนี้ดีแลนงานรัดตัว สถาบันการศึกษาชั้นนำต่างๆทั่วโลกในวงการ ต่างก็ทำหนังสือเชิญให้เขาไปเป็อาจารย์ประจำของสถาบัน แต่เขาก็ยังไม่ตอบรับสถานที่ใดเลย ทั้งๆที่เขาเองก็สนใจที่อยากจะถ่ายทอดความรู้ความสามารถของตนให้กับคนที่สนใจด้านนี้ไม่น้อยเช่นกัน
“ไหนว่าจะกลับเลย แต่ทำไมพึ่งจะถึง” ดีแลนยืนกอดอกเต็มความสูงมองหญิงสาวที่ใช้เวลาเดินทางกลับนานกว่าที่ควร จนเขาแทบนั่งไม่ติดไม่เป็อันทำงานต่อไปได้ เมื่อล่วงเวลาการกลับมาของภรรยาสาว
“ตอนแรก็ว่าอย่างงั้น เผอิญผสมบังเอิญ เจอเ้านี้” ควับ!
“ของกินเนี่ยนะ” ขวัญพยักหน้าและอดเผลอมองคุณฟงในอารมณ์แบบอื่น
ดีแลนถอนหายใจเฮือกใหญ่ แม้จะโล่งอก แต่ก็ไม่พอใจอย่างมาก นี่เขาต้องทิ้งงานทิ้งเวลาการทำเงินไปไม่น้อย เพียงเพราะเป็ห่วงเ้าเด็กคนนี้ที่ผิดเวลาเนี่ยนะ มันน่าจับฟาดก้นให้นั่งไม่ได้สักสิบวันดีไม่เนี่ย....
วันที่สามในฮ่องกง ขวัญนั่งมองผู้คนในสวนสาธารณะไม่ไกลจากตึกสูงที่พักมากนัก ดวงตากลมโตขยับไปซ้ายทีขวาทีพร้อมกับทานไอติมที่อยู่ในมือ วันนี้ขวัญล้มแผนที่วางไว้ทั้งหมด แต่เธอไม่อยากอยู่แต่ในห้องเหมือนคุณฟง อย่างรายนั้น ที่วันๆก็เอาแต่ทำงานและทำงานกินนอนไม่เป็เวลา ช่างมหัศจรรย์จริงๆที่เขายังแข็งแรงเติบโตมาได้อย่างปลอดภัยกับการใช้ชีวิตแบบนี้
ทำไมนะก่อนหน้านี้เธอถึงไม่รู้เลยว่าเขาเป็แบบนี้ คงเพราะพวกเธอนอนกันคนละห้องและเธอก็ต้องไปโรงเรียน ่เธออยู่บ้านก็จะได้เจอเขาตอนเวลาอาหาร กับวันหยุดบาง่ที่เธอต้องทำงานให้กับเขาตามคำสั่ง แล้วในที่สุดตลอดสามปีที่อยู่ด้วยกันมา เขาและเธอไม่เคยไป...เอ่อ แบบไปเที่ยวด้วยกันเลย มีแต่ออกงานก็ครั้งแรกก็ครั้งนั้น
เฮ้ยยยย ขวัญถอนหายใจครั้งหนึ่งให้กับตัวเอง เธอ้าอะไรจากเขากันแน่ ตอนแรกคือรอวันที่พ่อจะกลับมารับ ตอนนี้เธอก็คิดว่ายังคงเหตุผลเดิม
แต่สำหรับคุณฟงละ เขาได้อะไรกับการเลี้ยงดูเธอ ตอนแรกเธอคิดว่าเขา้าสิทธิ์ในการอยู่เมืองไทยอย่างไม่ยุ่งยาก แต่ตอนนี้เธอนั่งอยู่ที่ฮ่องกง บ้านเกิดเมืองนอนของเขานะ หรือว่า... “คุณฟงอยากจะกินเด็ก” ขวัญเปรยออกมา ตอนแรกเหมือนจะใกับความคิดของตน แต่ก็นึกขึ้นได้ “เขาก็บอกชัดเจนแล้วนี่น่า ว่าจะกินเรา...” ขวัญยกนิ้วขึ้นมานับวันที่เหลือ “ห้าวัน”
“ขวัญ!”
!!!! ขวัญชนกใกับเสียงเรียกที่คุ้นเคย สายตาเหลือบขึ้นมอง “เมฆ” เธอลืมสิ้นความคิดเื่ทะลึ่งปึงปังเมื่อสักครู่
“พรหมลิขิตแท้ๆ” เมฆเปรยและก้าวยาวๆ แค่สองสามก้าวเขาก็มานั่งบนม้านั่งข้างกายขวัญ
“มาได้ไงเนี่ย”
“ก็บอกขวัญแล้วไงว่าเราจะตามมา”
“เร็วปานนี้เลยเหรอ”
“ขวัญพูดแบบนี้ เราหดหู่เสียความมั่นใจมากเลยรู้มั้ย”
“เอ่อ...ขอโทษจ๊ะ ก็ประหลาดใจนี่น่า”
“ขวัญลืมไปแล้วเหรอว่าพ่อเราเป็ใคร” ขวัญยิ้มและพยักหน้า และด้วยความสัมพันธ์พิเศษที่มีต่อกันมานานทำให้ขวัญที่เหงาๆ และรู้สึกเดียวดายมาตลอดสามวันก็กลับมามีชีวิตชีวา เธอกลับมาพูดคุยหยอกล้อกับเมฆากันอย่างสนุกสนาน สะท้อนภาพให้เหล่าผู้คนที่พบเห็น ไม่อาจแปลและตีความหมายเป็แบบอื่นได้เลย นอกจากความรักของวัยรุ่นทั้งสอง
ดีแลนขบกรามแน่น สีหน้าและแววตาบ่งบอกชัดเจนว่าฟางเส้นสุดท้ายของการอดทนได้ขาดสะบั้นลงแล้ว เพราะเขาถือว่าได้คุยกับขวัญกันรู้เื่แล้ว
ดีแลนล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกะเป๋า “ฉันมีเื่ให้จัดการ” ทันทีที่ปลายสายกดรับ ไม่มีคำทักทายใดๆ บ่งบอกว่าสถานะของสองฝ่ายไว้อย่างชัดเจน
“ไม่ต้อง แค่กักตัวไว้สักระยะ”
“เด็กคนนี้เป็บุตรชายเพียงคนเดียวของนักการเมืองไทย”
“ฉันไม่สน”
“ได้ครับนาย” และทั้งสองฝ่ายก็ตัดสาย