ตอนที่ 17
กลางดึกคืนนั้นคนขับรถวกกลับมาที่บ้านของเชอร์ริชพร้อมกับถุงเสื้อผ้าแบรนด์ดังจำนวนมากที่อีฟจัดแจงให้นำมาส่งลูกชายหัวดื้อของเธอ
เอเลียสเพียงแค่เดินไปคุยกับคนขับรถสองสามคำ เขาให้อีกฝ่ายขนถุงเสื้อผ้าเ่าั้มาวางไว้ที่หน้าประตู แล้วจึงพยักหน้าบอกลาอีกฝ่ายด้วยสีหน้านิ่งๆ จากนั้นจึงปิดประตู
“อะไรอ่ะ?”
เชอร์ริชเอ่ยถามเสียงใสพลางเอียงคอมองถุงเสื้อผ้ายี่ห้อดังจำนวนหนึ่งที่อยู่บนพื้นด้วยสายตางงๆ
“แม่ฉันให้คนขับรถเอามาส่งนะ” เอเลียสหันมาเอ่ยกับคนน่ารักด้วยรอยยิ้มบางๆ จากนั้นก็ก้มลงหยิบถุงจำนวนหนึ่งขึ้นมาเตรียมจะเอาไปเก็บที่ห้องนอนของพวกเขา
“นายไม่เป็ไรใช่ไหม?” เชอร์ริชเอ่ยถามอีกฝ่ายเสียงเบาด้วยความกังวลที่อัดแน่นอยู่ภายใน
อันที่จริงั้แ่ตอนที่เอเลียสก้าวเท้าขึ้นรถไปพบอีฟ เชอร์ริชก็เป็ห่วงความรู้สึกของอีกฝ่ายจนทำให้จิตใจของเขาว้าวุ่นอยู่ตลอดทั้งวัน
…ไหนจะสีหน้ายิ้มแย้มของอีกฝ่ายหลังจากนั้นที่ทำให้ชายหนุ่มเป็กังวลมากกว่าเดิมเป็เท่าตัว
อาจเป็เพราะเขารู้อยู่เต็มอกว่า คนงามผู้น่าเวทนาของเขาใสซื่อเกินกว่าที่จะลุกขึ้นมาคัดค้านความ้าของอดีตดาวค้างฟ้าที่หัวใจนั้นอัดแน่นไปด้วยความแค้น
“อืม”
เอเลียสมองเห็นความห่วงใยที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาสีเขียวอันงดงามของคนน่ารัก ชายหนุ่มเพียงแค่ขานรับเสียงนุ่มเป็เชิงปลอบโยน ขณะที่หัวใจอันเต็มไปด้วยร่องรอยของาแนั้นถูกโอบล้อมไปด้วยความอบอุ่น
“ให้ฉันช่วยไหมอ่ะ?” เมื่ออีกฝ่ายขานรับกลับมาแบบนี้ หัวใจที่ว้าวุ่นไปด้วยความกังวลของเชอร์ริชพลันสงบลง ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงก้มลงมองถุงจำนวนมากที่วางอยู่บนพื้น แล้วเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยถามด้วยสุ้มเสียงที่มีชีวิตชีวากว่าเมื่อครู่
“อืม ขอบใจนะ” เอเลียสขานรับความช่วยเหลือของคนน่ารักด้วยรอยยิ้มละไม ขณะที่ดวงตาสีดำคู่งามก็เคลื่อนมองคนน่ารักที่กำลังก้มลงหยิบถุงเสื้อผ้าเ่าั้ด้วยความสุขใจ
ชั่วอึดใจต่อมาทั้งสองจึงเดินเคียงกันขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของพวกเขา โดยที่สองมือของทั้งสองนั้นเต็มไปด้วยถุงเสื้อผ้าแบรนด์ดังที่อีฟส่งมาให้ลูกชาย
ณ เลาจ์ชื่อดังแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในย่านบันเทิงอันคึกคัก ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันตกของเมืองนาฟรี่ย์ ท่ามกลางบรรดาคนดังรุ่นใหญ่ในชุดสบายๆ ราคาแพงที่กำลังสังสรรค์กันอยู่นั้น หญิงวัยกลางคนในชุดสีแดงหม่นกำลังถอนหายใจอยู่ที่บาร์ ขณะที่ฝ่ามืองามของเธอกำลังหมุนแก้วไวน์ทรงสูงอย่างเหม่อลอย
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ ยังไม่คืนดีกับเอเลียสอีกเหรอ?” อองเดรชายผิวแทนตาฟ้า ผู้สูงใหญ่ เ้าของเส้นผมสีน้ำตาลสว่างก้าวมานั่งลงบนเก้าอี้บาร์ข้างกันพลางเลิกคิ้วเอ่ยทักเพื่อนเก่ายิ้มๆ
“ก็ไม่เชิงหรอก” อีฟหันมาเอ่ยปัดเพื่อนเก่าซึ่งเป็ถึงผู้กำกับชื่อดังระดับตำนานพลางถอนหายใจยาวๆ แล้วเอ่ยตอบด้วยความหนักใจ
“เล่ามาสิ เธอก็รู้ว่าเล่าให้ฉันฟังได้ทุกเื่” อองเดรเอ่ยกับอดีตดาวค้างฟ้าด้วยสุ้มเสียงอันผ่อนคลาย จากนั้นก็หันไปสั่งเครื่องดื่มกับบาร์เทนเดอร์โดยไม่คิดที่จะทิ้งให้เพื่อนเก่านั่งเหงาอยู่คนเดียว
“เฮ้อ ฉันไม่เข้าใจความคิดเขา เขาบอกว่า เขาเป็ลูกฉันและไม่อยากได้อะไรจากพวกเลวนั่น” อีฟส่ายหัวด้วยความสับสนพลางเอ่ยความ้าของลูกชายคนเดียวให้เพื่อนเก่าฟังอย่างอับจน
“แล้ว?” อองเดรรับเครื่องดื่มจากบาร์เทนเดอร์ เขาหันมาเลิกคิ้วเอ่ยถามอีฟด้วยสีหน้าที่ไม่ใคร่จะใเท่าไหร่
อันที่จริงเขาพอจะมองความคิดของเอเลียสออกมานานแล้ว เนื่องจากเขาไปเยี่ยมทั้งสองอยู่บ่อยๆ ซึ่งงานฉลองวันเกิดของเอเลียสที่จัดขึ้นทุกปี เขาก็ไม่เคยพลาดที่จะไปร่วมแสดงความยินดีเลยสักครั้ง
ด้วยเหตุนี้เองอองเดรจึงพอจะรู้นิสัยใจคอของเด็กหนุ่มอยู่บ้าง
ส่วนเหตุผลที่เขาไปเยือนคฤหาสน์ของอีฟในวันสำคัญแบบนั้นทุกปี ย่อมเป็เพราะเขาไม่อยากให้เ้าหนูเอเลียสมีปมในใจ
…ถึงเขาจะไม่ใช่พ่อของเอเลียสก็เถอะ แต่อย่างน้อยมันก็ดีกว่าฉลองวันเกิดแบบเหงาๆ กันแค่สองแม่ลูกล่ะนะ
“แต่เืครึ่งหนึ่งในตัวเขาเป็เืของพวกมันนะ ทำไมเขาถึงไม่แค้นเลย นายก็เห็นว่า คนพวกนั้นรังเกียจฉันกับเอเลียสมากแค่ไหน รู้ไหมว่าเขาบอกฉันว่าไง เขาบอกว่า อยากให้ฉันกลับไปเป็คนเดิม!” ท่าทีอันผ่อนคลายของอองเดรเมื่อรู้ว่า ลูกชายของเธอมีความคิดแบบไหน ทำให้อีฟระบายสิ่งที่อยู่ภายในออกมาให้อีกฝ่ายฟังด้วยสุ้มเสียงอันแหลมสูง จนทำให้อองเดรต้องยกมือขึ้นมาปิดหูข้างหนึ่งอย่างช่วยไม่ได้
“ฉันเข้าใจเธอนะ” เมื่อเห็นว่า อีฟมีทีท่าจะะเิอารมณ์ อองเดรจึงเอื้อมมือไปตบไหล่ของเธอหนักๆ หนึ่งทีพลางเอ่ยด้วยสุ้มเสียงอันสุขุม
“ทำไม ฉันในตอนนี้มันน่าสมเพชมากเหรอ?” อีฟก้มหน้าลงพลางเอ่ยด้วยสุ้มเสียงอันเกรี้ยวกราดที่มีความเ็ปเจืออยู่
“ไม่เลยอีฟ แต่เธอในตอนนั้นเจิดจรัสมาก ฉันยังมองเห็นผู้หญิงคนนั้นอยู่ในนี้ มันไม่แปลกที่เอเลียสอยากได้เธอคนเดิมกลับมา” อองเดรบีบไหล่ของอดีตดาวค้างฟ้าเบาๆ เขาเอ่ยข้อเท็จจริงนี้ออกมาอย่างตรงไปตรงมาด้วยสีหน้าอันจริงจัง
เื่ในอดีตที่อีฟเคยผิดพลาดทุกคนต่างก็ทราบกันดี แต่สิ่งที่เธอทำหลังจากนั้นมันทำให้ทุกคนรับไม่ได้ รวมทั้งเขาด้วย แต่เมื่อเวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า อองเดรและคนรอบข้างที่เคยสนิทกับเธอจึงรู้ว่า อีฟถูกความโกรธแค้นเข้าครอบงำจนแทบจะเสียสติ และจากนั้นพวกเขาก็ได้แต่ภาวนาให้เธอผ่านมันไปได้
…ทว่าไม่มีใครรู้เลยว่า สถานการณ์อันเลวร้ายนี้จะดำเนินมายาวนานกว่ายี่สิบปีเต็มๆ แต่กระนั้นแล้วอองเดรก็ยังคงมองเห็นอีฟคนเดิมอยู่ในตัวของเธอเสมอ
“เขาไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ!” อีฟยิ้มหยันให้อดีตอันโง่เง่าของตัวเอง แล้วกระดกไวน์ลงท้องอึกใหญ่
ลูกของเธอไม่มีวันรู้ว่า เธอเคยสูงส่งแค่ไหน งดงามแค่ไหน และเต็มไปด้วยชีวิตชีวามากแค่ไหน จนกระทั่งเธอถูกฉุดให้ร่วงหล่น
“งั้นก็ทำให้เขาเห็นสิอีฟ ฉันเองก็อยากเห็น ทุกคนก็อยากเห็น พวกเราคิดถึงเธอคนเดิม” อองเดรมองเห็นความสั่นะเืราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายในดวงตาสีดำราวกับก้นสมุทรอันน่าหวั่นเกรง ชั่วเวลานั้นเขารับคว้าโอกาสเดียวที่จะได้อีฟคนเดิมกลับมา โดยการใช้สุ้มเสียงอันทรงพลังส่งผ่านเข้าไปในหัวใจที่แตกสลายของเธอ
เธอเคยเป็มากกว่าิญญาแค้นในตอนนี้ อองเดรหวังอย่างสุดหัวใจว่า เธอจะกลับมาเจิดจรัสกลายเป็เทพีผู้สูงส่งอีกครั้ง!
“เฮอะ แต่พวกเขาเผาฉันซะเกรียมเลยนะ”
อีฟปัดมือของอองเดรออกจากไหล่เบาๆ เธอเอียงคอเอ่ยเย้าด้วยสีหน้าอันขบขัน เมื่อนึกถึงพาดหัวข่าวมากมายที่ด่าเธออย่างสาดเสียเทเสีย
“แต่ตัวตนของเธอไม่ได้หายไปไหน ทุกคนต่างก็รู้ดีว่า สักวันหนึ่งไฟก็ต้องมอดดับ และ เธอจะกลับมา รู้มั้ย อีฟ ตลอดหลายปีมานี้ฉันคิดว่า เธอควรจะช่างหัวพวกมันและกลับไปเป็เธอคนเดิมสักที” สีหน้าทีเล่นทีจริงอันคุ้นเคยของอีฟผู้เสียสติ ทำให้อองเดรเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจคนส่วนใหญ่ในวงการออกมาอย่างไม่ยอมแพ้
พวกเขาคือคนที่ทำงานในวงการบันเทิง พวกเขารู้ดีว่า ความผิดพลาดเป็เพียงแค่สิ่งที่ผ่านมาและผ่านไปท่ามกลางแสงไฟอันเจิดจ้าบนเวทีที่ไร้ซึ่ง่พักเบรกเท่านั้น
สิ่งที่อีฟทำมันไม่ถูกต้อง แต่เชื่อเถอะว่า ในวงการบันเทิงมีเคสแบบเธออยู่ถมไป บวกกับเวลาก็ล่วงเลยมานานแล้ว เขามองว่า มันถึงเวลาที่อีฟควรจะได้สติกลับมาเป็เธอคนเดิมเสียที
“งั้นลองมาเป็ฉันดูสิ นายจะได้รู้ว่ามันไม่ง่ายเลยนะ” อีฟหัวเราะขันเมื่อนึกถึง่เวลาที่ต้องกลั้นใจก้าวผ่านถ้อยคำก่นด่าของฝูงชนเพียงเพราะความโง่เขลาในอดีต
เธอเคยโง่ที่ปล่อยให้อีโก้บังตา ดังนั้นเธอจึงสู้หลังชนฝาเพื่อให้เอเลียสได้ในสิ่งที่พึงได้รับจากครอบครัวเลวๆ นั่น
…เธอรู้ดีว่า เธอทำเพื่อตัวเอง และเธอก็ทำเพื่อเอเลียส แต่ตอนนี้เจตนาเ่าั้กลับพร่าเลือนเพียงเพราะความในใจที่ลูกเอ่ยออกมาเมื่อหลายวันก่อน
“ใช่ และมันถึงเวลาที่เธอจะพิสูจน์ให้เอเลียสรู้แล้วว่า เขาสำคัญกว่าความแค้นพวกนั้น” อองเดรมองเห็นความสับสนในดวงตาคู่สวยของอีฟได้อย่างชัดเจน
ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงปล่อยหมัดสุดท้ายเพื่อเรียกสติเธอ จากนั้นก็ควักกระเป๋าเงินออกมาวางค่าเครื่องดื่มไว้บนเคาน์เตอร์แล้วเดินจากไป
ปล่อยให้อดีตดาวค้างฟ้าเหม่อมองเครื่องดื่มสีแดงหม่นในแก้วด้วยสายตาอันสับสน ชั่วนาทีนั้นอีฟมองเห็นใบหน้าคุ้นเคยของใครอีกคนที่สะท้อนอยู่ในนั้น