cosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ

    เปลี่ยนแปลงไปมาก

    หลายต่อหลายเดือนที่ไป๋ฉีหายไปพร้อมกับบรรดาแฟนสาว ทุกคนในหน่วยมังกรขาวถามถึงเขากับอู่จินหยางผู้เป็นอาจารย์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ซึ่งอู่จินหยางก็บอกตามตรงว่าไป๋ฉีนั้นไปฝึกวิชาหนึ่งปีเดี๋ยวก็กลับมา

     

    ในขณะเดียวกันที่โลกภายนอกตอนนี้ทุกอย่างเริ่มมีการปรับเปลี่ยนจากเดิมไปมาก เนื่องจากมีเหล่านักสู้จำนวนมหาศาลที่ยังไม่ได้สังกัดกองกำลังไหนเลย ดังนั้นทั้งสิบประเทศจึงจำเป็นต้องประชุมและหารือกันจนเกิดเป็นไอเดียหนึ่งขึ้นมา

     

    นั่นคือการสร้างแหล่งรวมตัวของนักสู้อิสระ ที่เรียกว่าสมาคมนักสู้ เพื่อควบคุมนักสู้เองและยังใช้ในการแลกเปลี่ยนสิ่งของต่างๆเป็นเงินได้ อีกทั้งยังมีการตกลงกันว่าจะสร้างตลาดแลกเปลี่ยนสินค้าให้ สุดท้ายคือพวกเขาใช้กฏหมายบังคับให้เหล่านักสู้ต้องลงทะเบียนกับสมาคมไม่อย่างนั้นจะถือว่าเป็น นักสู้เถื่อน ทันที

     

    และหากใครได้รับสถานะนักสู้เถื่อนนี้ พวกเขาจะไม่สามารถซื้อขายในตลาดกลางที่แต่ละประเทศสร้างขึ้นได้เลย อีกทั้งถ้าพวกเขาทำผิดกฎของนักสู้จนมีประกาศจับเมื่อไร โทษเดียวที่พวกเขาจะได้คือ 'การประหารชีวิต'อย่างไม่ละเว้น

     

    เมื่อราชวงศ์ทั้งสิบประกาศใช้กฏนี้ออกไป แน่นอนว่าประชาชนส่วนใหญ่ล้วนแต่เห็นด้วย เนื่องจากมันเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับนักสู้อิสระทุกคนที่ยังไม่ได้สังกัดกองกำลัง แถมกฏเกณฑ์พวกนี้มันก็ดูสมเหตุสมผลเป็นอย่างมาก ไม่งั้นวงการนักสู้อาจจะเกิดความโกลาหลวุ่นวายได้

     

    ทุกอย่างเป็นไปได้อย่างราบรื่นไม่ได้ติดขัดใดๆ จะมีเพียงพวกตลาดมืดและองค์กรมืดเท่านั้นที่ระส่ำระส่าย จะทำอะไรก็ต้องวาดระเเวงกันไปหมดเพราะกฏหมายนี้มันแรงจริงๆ และการถูกตามล่าจากทั้งสิบประเทศย่อมไม่ใช่อะไรที่พวกมันต้องการ

     

    "พ่อ เรียกผมมามีอะไรครับ" ณ ตึกใหญ่ของดราก้อนเอ็มไพร์ อู่จินหยางเดินเข้ามาในห้องของผู้บัญชาการแล้วเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย

     

    "ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากถามว่าเจ้าหนูไป๋ฉีเป็นอย่างไรบ้าง หลายเดือนแล้วที่เขาเงียบไป"ผู้บัญชาการอู่ชิงถามไถ่ขึ้นมา

     

    อู่จินหยางถอนหายใจ "บอกตามตรงตอนนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับว่าเด็กคนนั้นไปอย่างไรบ้าง ทั้งตัวเขาและแฟนสาวทั้งห้าคนปิดกำไลสื่อสารกันหมดเลย แต่ก็น่าจะอยู่ที่เกาะ เพราะสัญญาณเครื่องบินรบของโรสอยู่ที่นั่นไม่ได้ออกไปไหน"

     

    "โอ้ งั้นหรือ อยากจะรู้แล้วสิว่า เมื่อเขากลับมาจะพัฒนาไปมากเพียงใด.......... โอ้แล้วก็.......จินหยาง! ดูแลครอบครัวของไป๋ฉีให้ดีล่ะเข้าใจไหม เพราะดูเหมือนว่าพวกองค์กรมืดมักจะชอบมาถ้ำมองใกล้ๆรั้วของดราก้อนเอ็มไพร์เป็นประจำ เป้าหมายของพวกมัน พ่อเดาเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยจริงๆ"

     

    "ผมเข้าใจแล้วครับพ่อ ถ้าหากพวกมันกล้าบุกเข้ามาและคิดร้ายกับครอบครัวของลูกศิษย์ผม ก็จะเท่ากับว่าพวกมันทำผิดกฏของนักสู้ และสิ่งที่มันได้รับก็คือความตายเท่านั้น"อู่จินหยางกล่าวเสียงเย็น ก่อนที่เขาจะทำความเคารพอู่ชิงและหันหลังเดินออกไป

     

    ต้องบอกก่อนว่าในช่วงสามเดือนก่อนที่ไป๋ฉีจะออกไปฝึกฝนนั้นเขาได้สร้างโพชั่นเสริมพลังธาตุแสงจากปะการังฟ้าครามให้กับอู่จินหยาง

     

    ซึ่งโพชั่นนั้นเองมันดูจะเข้ากับอู่จินหยางเอามากๆ ดังนั้นจึงทำให้ระดับของอู่จินหยางตอนนี้กลายเป็นจักรพรรดิสงครามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาจึงมีความมั่นใจมากว่าจะสามารถจัดการทุกอย่างในเขตของตนเองได้

     

    ตัดกลับมายังเกาะที่ไป๋ฉีอยู่ตอนนี้สภาพของมันเปลี่ยนแปลงไป บริเวณยอดเขาขนาดใหญ่มันราวกับถูกดาบฟันจนขาดออกจากกัน ซึ่งหากสังเกตุดีๆจะเห็นไป๋ฉีกำลังนั่งสมาธิอยู่กลางอากาศรับแสงอาทิตย์เพื่อเรียนรู้และซึมซับกฏเกณฑ์แห่งแสงและเปลวเพลิง แน่นอนว่านี่เป็นสิ่งที่เสี่ยวไป๋แนะนำ

     

    หากไม่เช่นนั้นแล้ว ไป๋ฉีจะต้องไปเรียนรู้และดูดซับกฏเกณฑ์จากภูเขาไฟ และนั่นคือที่อยู่ของอสูรระดับเทพสงครามและจ้าวพิภพ ซึ่งไป๋ฉีตอนนี้ยังต่อกรกับพวกมันไม่ได้

     

    ชายหนุ่มยิ่งเรียนรู้และดูดซับมันตัวเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเริ่มคุ้นชินและสนิทกับทั้งแสงและเปลวเพลิงราวกับพวกมันเป็นสหาย มือข้างขวาของเขาปรากฏแสงสว่างเป็นประกาย มือซ้ายปรากฏเปลวเพลิงสีทองที่เปลี่ยนแปลงรูปร่างเป็นสิ่งต่างๆตามแต่ใจที่ไป๋ฉีอย่างให้เป็น

     

    เมื่อเห็นการพัฒนาเช่นนี้เสี่ยวไป๋ด้านในหอคอยก็ยกยิ้มอย่างยินดียิ่ง ท่านผู้สร้างสรรค์เลือกคนไม่ผิดจริงๆเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น ไป๋ฉีกลับพัฒนาตนเองมาได้ถึงขนาดนี้

     

    แถมที่ดีเยี่ยมไปกว่านั้นคือไป๋ฉีเป็นพวกเรียนรู้เร็วมาก นางสอนอะไรเขาไปเขาก็จำได้หมดทุกอย่าง อีกทั้งฝึกฝนแค่ครั้งสองครั้งก็สามารถทำได้ สำหรับเสี่ยวไป๋แล้วการเรียนรู้และปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้นี่แหละถึงจะเรียกว่าอัจฉริยะที่แท้จริง

     

    "บูมมม!!"

     

    ในขณะที่เสี่ยวไป๋กำลังคิดเรื่องพวกนี้อย่างเพลิดเพลินใจ เปลือกตาของไป๋ฉีก็เปิดออกพร้อมกับแสงและเปลวเพลิงในมือที่เจิดจรัสยิ่ง ชายหนุ่มยกยิ้มต่อมาได้เเปรสภาพมันจนกลายเป็นมังกรตัวเล็กๆและปลดปล่อยมันออกไปยังเบื้องหน้า

     

    มังกรแสงและมังกรเพลิงพุ่งไปบนท้องนภา เมื่อไป๋ฉีผสานมือเข้าด้วยกันก็พลันเกิดระเบิดสะเทื่อนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งภูเขา สามารถบอกได้เลยว่าระเบิดนี้ไม่ใช่อะไรที่ราชันสงครามจะทำได้

     

    "สำเร็จ!"

     

    ไป๋ฉีอุทานใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ เขาในตอนนี้สามารถที่จะเข้าใจกฏเกณฑ์ของเปลวเพลิงและแสงสว่างได้ระดับหนึ่งแล้ว จึงทำให้เขาดึงประสิทธิภาพของธาตุนั้นๆออกมาได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นเพียงการโจมตีเล็กๆเช่นเมื่อครู่นี้จึงสามารถทำให้เกิดความเสียหายขนาดใหญ่ได้

     

    ไป๋ฉีดีใจได้อยู่สักพัก ก่อนที่เขาจะฝึกฝนร่ายรำดาบของตนเองต่อไป ด้านหลังของเขาเกิดร่างพลังงานพร่าเลือนขนาดใหญ่หน้าตาเหมือนกับตัวเขาไม่มีผิดเพี้ยน แต่กลับมีมีแขนทั้งหมดแปดข้างด้วยกัน ซึ่งแขนสามข้างจากแปดนั้นถือดาบสีแดง สีม่วง และสีทองเอาไว้ ภาพนี้หากใครได้พบเห็นคนต้องหวาดสะพรึงไปตามๆกัน

     

    นี่คือผลของการฝึกฝนตลอดระยะเวลาหลายเดือนของไป๋ฉี และมีร่างพลังงานปรากฏขึ้นมาเช่นนี้มันก็เนื่องมาจากตัวของชายหนุ่มได้บรรลุขั้นจิตแห่งดาบแล้วนั่นเอง

    คล้ายกับเรื่องcosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ ที่คุณอ่าน