บทที่ 18 ไม่มีพี่น้อง
เหวินหน่วนยืนรอในมุมมืดอยู่นานก่อนจะเดินตามไปเงียบ ๆ
สามีที่ตายไปของกัวอันฉินเป็นายพราน เขาทิ้งทรัพย์สินไว้เยอะมากเสียจนตอนนี้ก็ยังได้ชื่อว่าเป็ครอบครัวที่ร่ำรวยอยู่ บ้านนี้สร้างก่อนที่ชายคนนั้นจะเสียชีวิต เป็บ้านที่ค่อนข้างใหญ่ในหมู่บ้านซานชา
ผู้คนในหมู่บ้านต่างลังเลที่จะใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าด แต่เมื่อมาถึงบ้านของกัวอันฉินมันกลับสว่างมากจากไฟตะเกียง
เหวินหน่วนพบกองฟางกองหนึ่งก่อนจะปีนมันขึ้นไป เธอเห็นภาพตรงภายใต้แสงของตะเกียงน้ำมัน กัวอันฉินกำลังรินเหล้าให้เหวินเฟิงฉี ในขณะที่ฝ่ายชายกำลังคีบผัดผักเข้าปาก เขาช่างดูมีมารยาทราวกับตัวเองเป็คนใหญ่โต เธอได้ยินเสียงของทั้งสองพูดคุยกันเป็ระยะ ๆ
"เธอเป็แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ทำไมถึงได้กล้าไปอาศัยอยู่ในบ้านผีสิงหลังนั้น" กัวอันฉินพูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
"นังเด็กนั่นคงไม่กลัวอะไรแล้ว" เหวินเฟิงฉีจิบเหล้าของเขา พลางนึกถึงท่าทางที่แน่วแน่ของเหวินหน่วนในตอนที่เธอออกจากบ้านไป
สายตาแบบนั้นจะกลัวผีที่ไม่มีตัวตนเหรอ?
เขาไม่แปลกใจเลยด้วยซ้ำ!
"เป็ไปได้อย่างไร" กัวอันฉินมองเขาด้วยความโกรธ "ฉันกลัวการนอนคนเดียวตอนกลางคืนมากที่สุด กลัวทั้งผี กลัวทั้งคนมาเคาะประตูกลางดึกเสมอ"
เหวินเฟิงฉีหยุดดื่มและลูบไปที่ใบหน้าของกัวอันฉิน
อากาศภายนอกนั้นเย็นมาก เหวินหน่วนจึงไม่ฟังคำของทั้งสองอีกต่อไป เธอเหลือบมองใบหน้าของ
กัวอันฉินใต้แสงไฟและยกมุมปากขึ้น
…
เฝิงเหยียนลี่เห็นว่าเหวินหน่วนเสนอราคาถูกและของก็ดีด้วย เธอจึงกัดฟันและมอบผ้าห่มทั้งหมดที่ได้รับมาจากฐานทัพในปีนี้ให้เหวินหน่วน
เตียงค่อนข้างชื้น หลังคาเหนือหัวมีรูขนาดใหญ่ เธอยังคงเห็นท้องฟ้ามืดผ่านรอยแตกบนหลังคา ในขณะที่เธอนอนอยู่บนเตียง เธอได้ยินเสียงลมหวีดหวิวแต่ก็อุ่นใจอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
แผนแรกของเธอผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
ทว่าเมื่อนึกถึงสิ่งที่กัวอันฉินพูด ดวงตาเหวินหน่วนก็ยิ่งเ็าขึ้น
ความสามารถในการเกลี้ยกล่อมคนคลั่งอย่างเหวินเฟิงฉีและเล่ห์เหลี่ยมที่เธอเคยเห็นในชีวิตที่แล้ว เหวินหน่วนรู้ดีว่าผู้หญิงอย่างกัวอันฉินนั้นรับมือได้ยากมากแค่ไหน
แต่เธอไม่กลัว
ไม่ว่ากัวอันฉินจะร้ายกาจเพียงใด เธอจะไม่มีวันยอมให้ถูกรังแกอย่างโง่เขลาเหมือนที่เธอเคยโดนเมื่อชีวิตที่แล้วอีก
กลางดึกเหวินหน่วนได้ยินเสียงโครมคราม ตามด้วยเสียงใครบางคนร้องโหยหวน จากนั้นประตูลานบ้านก็ถูกตบเสียงดัง
เหวินหน่วนทำเป็ไม่ได้ยิน เธอหลับตาลงและหลับไปในผ้านวมหนาของตน
ในที่สุดเธอก็สามารถนอนหลับไปได้อย่างสงบสุข
เมื่อเธอตื่นขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้นและเปิดประตูออก เธอพบว่ามีคราบเืติดอยู่ที่ประตู
มีใคราเ็เหรอ?
“เหวินหน่วนเมื่อคืนได้ยินเสียงอะไรไหม” หลายคนกำลังคุยกันขณะที่ถือชามข้าวในมือ เมื่อเห็นเธอเดินออกมา ชาวบ้านคนหนึ่งจึงถามขึ้น
เหวินหน่วนส่ายหน้า “ฉันหลับสนิททั้งคืนก็เลยไม่ได้ยินอะไรเลยค่ะ”
ชายคนนั้นเม้มปาก หลับสนิทได้ในบ้านผีสิง หัวใจของเด็กสาวคนนี้ช่างกล้าหาญจริง ๆ
จากนั้นเหวินหน่วนก็เห็นกองเศษโถดินเผาแตกอยู่ที่บริเวณประตู และมีก้อนน้ำแข็งอยู่ด้านหน้าประตู มันควรจะเป็โถดินเผาเน่า ๆ ที่เธอใส่น้ำวางไว้บนบานประตูก่อนนอนเมื่อคืนนี้ หรือน้ำแข็งบนพื้นก่อตัวขึ้นจากน้ำในโถที่ตกแตกบนพื้น
หรือว่าโถดินหล่นใส่หัวของเหวินเฟิงฉี?
เธอไม่รู้สึกประหลาดใจเลย
เหวินหน่วนเตรียมการเอาไว้แล้วเมื่อคืนก่อนที่เธอจะเข้านอน หลังจากได้ยินคำยุยงของกัวอันฉิน
"เหวินหน่วน" กำลังจะโยนเศษชิ้นส่วนของโถดินทิ้ง แต่หวังเซียนฮัวกลับวิ่งมาอย่างโกรธจัด "นี่แกทำกับพ่อของแกแบบนั้นได้อย่างไร!"
“พ่อของหนู? เขาไล่หนูออกจากบ้านั้แ่เมื่อวาน หนูจะทำอะไรเขาได้อีก?"
“ใช่สิ เซียนฮัว ฉันเห็นเฟิงฉีของเธอเดินไปรอบ ๆ หมู่บ้านเมื่อตอนค่ำแหนะ” มีบางคนพูดติดตลก
สิ่งที่เขา้าจะพูดก็คือ เมื่อคืนนี้เขาเห็นเหวินเฟิงฉีเข้าไปในประตูบ้านของหญิงม่ายกัวอันฉิน
“พวกคุณไม่รู้หรอก!” หวังเซียนฮัวชี้ไปที่เหวินหน่วนด้วยความโกรธ “เมื่อคืนเฟิงฉีกังวลว่าเ้าเด็กนี่จะมีอันตรายอะไรไหมก็เลยมาดู แต่สุดท้าย… เหวินหน่วนก็ทำร้ายใบหน้าเขาด้วยโถดินเผาที่ใส่น้ำไว้จนเต็ม”
“ตอนนั้นมันดึกมาก ต่อให้เป็คนแข็งแรงแค่ไหนก็ทนหัวเปียกไม่ได้หรอก”
เมื่อคืนสามีของเธอกลับมาด้วยอาการงุนงงและเป็ลมก่อนจะถึงประตูบ้าน บังเอิญว่าเธอได้ยินเสียงคนล้มลงพอดีจึงออกไปดู
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเื เขามีไข้และเอาแต่พูดเื่ไร้สาระ
หวังเซียนฮัวเกลียดและโกรธเคือง
เธอต้องใช้เวลาทั้งคืนเพื่อปลอบเหวินเฟิงฉีและยิ่งเธอคิดถึงเื่นี้ เธอก็ยิ่งโกรธ
ใช่ เธอมาที่นี่แต่เช้าเพราะโกรธลูกสาวของเธอมาก
“พ่อเป็ห่วงหนูเหรอ” เหวินหน่วนปิดปากด้วยความประหลาดใจ “แล้ว… พ่อมาเมื่อไหร่ ทำไมหนูไม่รู้เื่เลยล่ะ?”
หวังเซียนฮัวแทบสำลัก
เธอไม่รู้ว่าเหวินเฟิงฉีมาที่นี่
ส่วนเื่กังวล… ไม่ใช่แน่นอน
เมื่อได้ยินเหวินเฟิงฉีพูดติด ๆ ขัด ๆ เมื่อคืนนี้ เขาอาจ้าทำให้เหวินหน่วนใ แต่เขาไม่คาดคิดว่าเด็กหญิงคนนี้จะวางโถดินเผาเน่า ๆ ที่ใส่น้ำเต็มไว้บนบานประตู
เหวินเฟิงฉีผลักประตู แต่เปิดไม่ได้ ทำให้โถดินเผาที่วางบนบานประตูตกลงใส่หัว น้ำเย็นเฉียบราดไปทั่วศรีษะ และโถดินเผาก็หล่นกระแทกแตกใส่หัว
"อ๊ะ!" เหวินหน่วนพูดขึ้นอีกครั้งในทันที "เหมือนหนูจะได้ยินเสียงบางอย่างตอนกลางดึก"
“แล้วทำไมแกไม่ออกมาดู!" ดวงตาของหวังเซียนฮัวเป็สีแดงก่ำ
"ก็หนูคิดว่าผี" เหวินหน่วนพูดอย่างขี้อาย "อีกอย่าง จู่ ๆ มีตัวอะไรก็ไม่รู้มาเคาะประตูกลางดึก ใครจะกล้าเปิด ไม่สิ มีแต่ผีเท่านั้นที่เคาะประตูกลางดึก”
หวังเซียนฮัวแทบจะกระอักเื "นั่นมันพ่อของแกนะ!"
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า..." ผู้ชมจำนวนมากะเิเสียงหัวเราะ
"ผีมาเคาะประตูกลางดึก ใครล่ะจะกล้าเปิด" ชายคนหนึ่งกล่าว
"ห่วงลูกสาวแต่หนีไปกลางดึกเนี่ยนะ" ผู้หญิงคนหนึ่งพูด
ความเป็ห่วงคือเื่แหกตา แต่อยากจะทำให้เหวินหน่วนกลัวเป็ของจริง
ถุย!
หน้าด้าน!
หวังเซียนฮัวผู้ชั่วร้ายที่เรียกตัวเองว่าแม่วิ่งมากล่าวโทษเหวินหน่วนตามอำเภอใจ
“เธอเป็แม่ประสาอะไรกัน!” ป้าหวังพูดอย่างรังเกียจ “ถ้าฉันไม่เคยเห็นเธอท้องโตมาก่อน ฉันคงไม่เชื่อว่าเหวินหน่วนคือลูกของเธอ"
“กลับไปซะ” เหวินหน่วนพูดขึ้น “เมื่อวานหนูพูดไปชัดเจนแล้ว"
ใบหน้าของหวังเซียนฮัวยับยู่ยี้จนน่าเกลียดมากยิ่งขึ้น เธอพูดกับเหวินหน่วนด้วยความโกรธว่า "แกไปไม่รอดหรอก! แกคิดว่าย้ายออกจากบ้านเราไปแล้วจะอยู่รอดด้วยตัวคนเดียวเหรอ?" เธอถลึงตาของเธอมองไปที่ป้าหวังที่อยู่ข้าง ๆ "อย่าหลงคิดว่าคนอื่นจะดีกับแกแบบนี้ตลอดไปนะ"
“ไม่มีใครดีกับแกเท่าฉันกับพ่อแกแล้ว!" เธอยิ่งโกรธมากขึ้น "อนาคตต่อไป เมื่อผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างแกถูกรังแก แกจะไปหวังพึ่งใครได้นอกจากพวกฉัน?"
“ไม่" เหวินหน่วนมองเธอพลางส่ายหัวเบา ๆ "ไม่ต้องห่วง หนูจะไม่เป็เหมือนแม่ นับประสาอะไรคนในครอบครัว ใครจะมาช่วยหนูเหรอ? ลูกน้อยของแม่อย่างเหวินเชี่ยงนั่นน่ะเหรอ?"
พี่น้องพวกนั้นน่ะเหรอจะช่วยเธอ?
เหอะ ๆ เธอถูกลู่กัวจื่อทุบตีแบบนั้นเมื่อชีวิตที่แล้ว ใครบ้างที่อยู่ฝั่งเธอกัน?
มีแต่คนมาตำหนิเธอ เมื่อพวกเขามาถึงโรงพยาบาลกันทีละคน
“ตอนนี้แกโดนความโกรธบังตาแกเลยยังคิดไม่ได้!” จากนั้นหวังเซียนฮัวเหลือบมองไปยังบ้านที่เหวินหน่วนอาศัยอยู่ “อยู่ในบ้านแบบนี้แกไม่กลัวโดนถล่มใส่หรือไง? แต่ก็ดี… พอแกเจอความลำบากบ้าง อาจทำให้แกตาสว่างขึ้นมาได้บ้างว่าใครทำดีกับแก"
"ฉัน... ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าฉันคลอดแกออกมาได้อย่างไร นังลูกไม่รักดี ดื้อรั้นนัก!"
“ถ้างั้นแม่ช่วยแสร้งทำเป็ว่าแม่ไม่เคยให้กำเนิดหนูก็แล้วกัน" เหวินหน่วนพูดเรียบ ๆ "แล้วส่งหนูไปให้ลุงสองรับเป็ลูกบุญธรรม"
หวังเซียนฮัวโกรธจนหัวเกือบะเิกับคำพูดของเหวินหน่วน
“แกอยากไปเป็ลูกคนอื่นขนาดนั้นเลยเหรอ?” เธอชี้ที่เหวินหน่วน “จะรับเลี้ยงลูกบุญธรรมได้ต้องเป็คนไม่มีญาติพี่น้อง!"
“หนูมีพี่น้องด้วยเหรอ? ทำไมหนูไม่เห็นพวกเขามาช่วยหนูเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา” เหวินหน่วนถามกลับ
ที่ผ่านมามีแต่เธอที่ช่วยพี่น้องของเธอไม่ใช่เหรอไง?