แสงแดดแห่งรุ่งอรุณได้ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนอนสีครีมอ่อน หญิงสาวในวัย 23 ปี ได้ค่อยๆ ลืมตาขึ้นและลุกจากที่นอนอันแสนนุ่ม วันนี้เป็วันแรกที่พิมพ์ขวัญ จะต้องเข้าทำงานในฐานะพนักงานฝึกงาน ฝ่ายการตลาด ซึ่งตรงตามสาขาวิชาที่ได้เรียนจบมา แต่ด้วยความเป็ลูกสาวคนสุดท้องของท่านประธานนาวินเอง และเป็บุตรสาวที่แสนรักและหวงแหนเป็อย่างมาก จึงให้บุตรสาวเข้าทำงานในบริษัทของตนเอง ในฐานะพนักงานฝึกงานก่อน ในการเรียนรู้งานเบื้องต้น
“คุณพ่อคะ รอพิมพ์ทานข้าวเช้าทำไมคะ ทานก่อนลูกได้เลยนะคะ”
พิมพ์ขวัญได้เดินเข้ามาหอมแก้มพร้อมกอดผู้เป็พ่ออย่างอ่อนโยน
“แล้วแม่ล่ะจ๊ะ”
คุณหญิงประภาถามลูกสาวด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวาน พิมพ์ขวัญได้เข้าไปหอมแก้มและสวมกอดผู้เป็มารดาอย่างอ่อนโยนเช่นเดียวกัน กับผู้เป็พ่อ
“พี่นภา ยังไม่ลงมาหรอค่ะ เมื่อคืนวานนี้หนูเห็นพี่กลับมา ค่อนข้างดึก ไม่แน่ใจว่าไม่สบายไหม”
“ไม่ต้องห่วงพี่เขาหรอกลูกพิมพ์ รีบทานข้าวต้มเถอะ เดี๋ยวหายร้อน คุณพ่อจะรอนานด้วย ส่วนพี่เขาเผื่อจะตื่นน่าจะสายๆ”
“ใครว่านภา จะตื่นสายคะ”
หญิงสาวร่างบอบบาง ก้าวลงเดินจากบันได กำลังเดินเข้ามาร่วมรับประทานอาหารเช้า ร่วมกับครอบครัว นภาเป็ผู้หญิงที่สวย ทันสมัย และมีความมั่นใจ ในตัวเองสูง
“เป็ยังไงบ้าง ยัยพิมพ์ ตื่นเต้นไหม สำหรับวันทำงานวันแรกของน้องสาวพี่”
“ตื่นเต้นสิคะ พี่นภา แต่หนูจะตั้งใจทำงานให้เต็มที่ค่ะ”
ประธานนาวินได้ฟัง ก็แอบยิ้มปนขำเล็กน้อย พร้อมหันไปมองลูกสาวทั้งสองคน ซึ่งลูกสาวทั้งสองคนนี้ บุคลิกและนิสัยช่างแตกต่างกันมาก แต่คนที่น่าเป็ห่วงของผู้เป็พ่อและแม่ก็คงเป็พิมพ์ขวัญ เพราะมีนิสัยอ่อนโยน และเป็คนโอบอ้อมอารี เมื่อก้าวเข้าสู่บริษัทของผู้เป็พ่อ บริษัทนาวิน กรุ๊ป เป็บริษัทที่ผลิตยางรถยนต์และจัดจำหน่ายทั่วไปทั้งในไทยและส่งออกต่างประเทศด้วย
“พิมพ์ พ่อจะแนะนำคุณสายใจให้รู้จัก คุณสายใจเป็หัวหน้าแผนกการตลาดของลูกนะ คุณสายใจรบกวนด้วย ช่วยสอนงานให้ยายพิมพ์ด้วยนะครับ เธอพึ่งจบใหม่ ยังไม่มีประสบการณ์มากพอ”
“ได้สิคะ ท่านประธาน ดิฉันจะตั้งใจสอนงานคุณพิมพ์ขวัญให้ดีที่สุดค่ะ”
“คุณพิมพ์ขวัญคะ เดี๋ยวสายใจจะพาไปยังแผนกเราก่อนนะคะ”
“คุณสายใจ เรียกพิมพ์ สั้นๆ ก็ได้นะคะ”
คุณสายใจเป็หญิงวัยกลางคน แต่เป็หัวหน้าแผนกที่ใจดี เมื่อรู้ว่าพิมพ์ขวัญจะเข้ามาทำงาน เธอได้จัดโต๊ะทำงานริมหน้าต่างที่สามารถมองวิวออกไปข้างนอก เพื่อพักสายตาและรีแล็กซ์ในเวลาที่เครียดจากงาน
“คุณพิมพ์นั่งทำงานที่โต๊ะตรงนี้นะคะ เดี๋ยวอีกสักครู่พี่จะพาไปรู้จักแผนกต่างๆ ที่เราจะต้องประสานงานนะคะ”
“ขอบคุณมากนะคะ คุณสายใจที่ดูแลพิมพ์”
“นี่…ทุกคน มารู้จักคุณพิมพ์กัน คุณพิมพ์จะมาช่วยงานที่แผนกเรานะจ๊ะ”
สายตาทุกคู่ในห้องแผนกการตลาดได้มองมาที่พิมพ์ขวัญด้วยความสนใจ และความตื่นเต้น เพราะไม่คิดว่าจะมีลูกสาวของท่านประธานบริษัทมาร่วมทำงานที่แผนกนี้
“คุณพิมพ์ขวัญ สวยมากๆ นะคะ”
นาตาชาหญิงสาววัยกันเคียงกับพิมพ์ขวัญกล่าวชื่นชมด้วยความตื่นเต้น และต้องเป็บัดดี้ในการสอนงานกับพิมพ์ขวัญ
“คุณพิมพ์ นี่คือน้องนาตาชาที่จะมาช่วยสอนงานคุณพิมพ์นะคะ และเป็บัดดี้กับคุณพิมพ์ในการทำงาน”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณนาตาชา พิมพ์ก็ดีใจนะคะ ที่ได้นาตาชามาช่วยสอนงานพิมพ์”
“ยินดีเช่นกันนะคะ คุณพิมพ์”
วันแรกในการเข้ามาทำงานของพิมพ์ขวัญ เป็การทำงานที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น และการทำความเข้าใจงานที่ตัวเองต้องปฏิบัติงาน และต้องเยี่ยมชมแผนกที่จะต้องประสานงาน ทำให้สาวน้อยร่างบอบบางอย่างพิมพ์ขวัญถึงกับเหนื่อยไปบ้าง แต่ยังคงมีความมุ่งมั่นในการเรียนรู้งาน
เสียงโทรศัพท์ที่โต๊ะพิมพ์ขวัญดังขึ้นมา ซึ่งปลายสายเป็ใครไม่ต้องเดา
“ยัยพิมพ์...เป็อย่างไรบ้าง ทำงานวันแรก สนุกไหมจ๊ะ”
“พี่นภา...น้องยังต้องเรียนรู้งานอีกเยอะเลยนะคะ พี่นภามีอะไรหรือเปล่าคะ”
“พี่จะโทรมาบอกเราว่า อีก 3 วัน คุณพ่อและคุณแม่จะพาพวกเราไปเรางาน แต่งงานของลูกชายที่เป็เพื่อนสนิทของคุณพ่อ พี่ตื่นเต้นมาเลยนะ เพราะจะได้เจอคุณภาคิน”
“เขาเป็ใครหรอคะ คุณภาคิน”
“น้องยังคงไม่รู้จักล่ะซิ คุณภาคิน...เขาเป็ถึงท่านประธานบริษัทนำเข้ารถยนต์ และมีโรงแรมหลายแห่งในการบริหารงานภายใต้การดูแลของเขาเอง ซึ่งเข้ามาบริหารงานแทนท่านประธานเกียรติศักดิ์ ที่เสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็งเมื่อ 2 ปี ก่อนที่เราจะเรียนจบไง ยายพิมพ์”
พิมพ์ขวัญแอบขำในสายสนทนา ระหว่างพี่น้องที่สนิท และในความลงรายละเอียดของพี่สาวของตน ที่จำรายละเอียดของท่านประธานภาคินได้
“เราไม่ต้องขำพี่เลย... ยัยพิมพ์ เดี๋ยวเราเจอจะตะลึงในความหล่อของคุณภาคิน”
บนตู้ในระหว่างทางกลับบ้าน พิมพ์ขวัญได้เผลอหลับระหว่างทาง ทำให้ผู้เป็พ่ออดคิดไม่ได้ว่าวันนี้ลูกต้องเรียนรู้งานเยอะขนาดไหน แต่ยังทำให้อดภูมิใจในตัวลูกสาวทั้งสองคน โดยเฉพาะพิมพ์ขวัญแม้จะเจอปัญหาอะไรหรือเจอเื่หนักขนาดไหน ลูกสาวจะไม่เคยยอมแพ้หรือมาฟ้องพ่อ ซึ่งเป็ถึงประธานบริษัท เมื่อรถตู้เข้าสู่คฤหาสน์ของท่านประธานนาวิน คุณหญิงประภายืนรอรับ อย่างยิ้มแย้มด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น พร้อมก้าวเท้าเข้าไปทักทาย 3 คนพ่อลูกที่กำลังลงรถตู้
“เป็อย่างไรกันบ้างจ๊ะ กลับบ้านกันมาเหนื่อยๆ วันนี้แม่ทำไข่พะโล้ ของชอบของทุกคนไว้ให้เลยนะ”
“คุณแม่คะ ไข่พะโล้ยายพิมพ์เขาชอบมากนะคะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น พิมพ์ขวัญได้เข้าไปสวมกอดคุณหญิงประภาอย่างอ่อนโยน พร้อมมองมายังผู้เป็พ่อได้ยิ้มมามองทั้ง 2 แม่ลูก
“คุณหญิง เราเข้าไปทานข้าวเย็นกันดีกว่า ผมอยากทานไข่พะโล้ฝีมือคุณหญิงล่ะ”
ในระหว่างมื้อค่ำ นภาได้พูดขึ้นเื่งานแต่งของลูกชายที่เป็เพื่อนสนิทของ คุณพ่อว่านานแล้วที่ไม่ได้เจอคุณอาเจริญศิลป์เลย ั้แ่หลังการผ่าตัดเข่า ที่ครอบครัวประธานนาวินได้ไปเยี่ยม เป็เวลาเกือบ 5 ปีได้ นี่ถือว่าเป็ข่าวสำคัญมาก สำหรับกลุ่มไฮโซและเซเลบริตี้ ทายาทของกลุ่มนักธุรกิจจะได้มารวมตัวกันในงานแต่งลูกชายท่านเ้าสัวเจริญศิลป์ในครั้งนี้
“คุณพ่อคะ คุณอาเจริญศิลป์ หลังจากผ่าตัดเข่ายังคงเดินถนัดขึ้นไหมคะ นภาไม่ได้เจอคุณอานานแล้ว”
“พ่อ พบก็ประมาณ 3 เดือนก่อนนี้ ยังคงเดินไม่ถนัดเท่าไร ก็ตามวัยนะลูก”
“คนอายุ 60 ปี ร่างกายไม่ได้แข็งแรงเท่าคนหนุ่ม คนสาวแล้ว ใช้เวลานานกว่าร่างกายจะดีขึ้น”
หลังรับประทานอาหารค่ำแล้วพิมพ์ขวัญได้หอบแฟ้มงานที่จะต้องเรียนรู้ มาศึกษาต่อด้วยความตั้งใจ เพราะนี้คืองานแรกของตนหลังจากเรียนจบมาจากเมืองนอก และหวังว่าจะได้ช่วยธุรกิจของครอบครัว และไม่ทำให้ผู้เป็พ่อผิดหวัง จนตัวเองได้เผลอหลับด้วยความเหนื่อยล้ามาตลอดทั้งวัน