ความเดิมตอนที่แล้ว
เรย์และผู้เล่นที่เหลือผ่าน GAME 01 มาได้ด้วยบทเรียนที่เจ็บปวด กฎของเกมไม่ได้บอกให้พวกเขาฆ่ากัน ไม่ได้บอกให้แย่งห้อง และไม่ได้บอกว่าประตูหนึ่งบานรับคนได้เพียงคนเดียว แต่ความกลัวกลับทำให้ผู้เล่นหลายคนเติมกฎขึ้นมาเอง จนชายหมายเลข 17 กลายเป็นผู้เล่นคนสุดท้ายที่ไม่มีห้องและถูกระบบลงโทษจน LIFE เหลือศูนย์
หลังเกมแรกจบ ผู้เล่นที่รอดชีวิตเหลือ 48 คน ทุกคนได้รับรางวัล LIFE เพิ่ม 5 หน่วย แต่บาดแผลจากการแย่งห้องทำให้บางคนเริ่มมี LIFE ต่ำกว่าคนอื่น ความต่างของค่าชีวิตเริ่มชัดขึ้น และ EVE ก็ทิ้งคำเตือนเอาไว้ว่าเกมต่อไปอาจไม่ได้เดิมพันเพียงชีวิตของตัวเอง
ในช่วงพัก เรย์เห็นชายปริศนาคนหนึ่งที่มี LIFE มากถึง 140 ทั้งที่ผู้เล่นทั่วไปควรมีไม่เกิน 105 ชายคนนั้นยิ้มให้เขา แตะนิ้วลงบน LIFE BAND ของตัวเอง แล้วเดินหายเข้าไปในกลุ่มผู้เล่นราวกับตั้งใจบอกว่า บนเกาะนี้ยังมีกฎบางอย่างที่เรย์ไม่รู้
เริ่มเรื่อง - ตอนที่ 3 — ราคาของชีวิต
ช่วงพักสิบสองชั่วโมงไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกเหมือนได้พักจริง ๆ
หลัง GAME 01 จบ ผู้เล่นทั้งหมดถูกนำกลับไปยังอาคารพักที่อยู่ไม่ไกลจากชายหาด มันเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมสีเทา ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีเครื่องหมาย ไม่มีอะไรบ่งบอกว่าถูกสร้างขึ้นเพื่อมนุษย์อยู่อาศัยนอกจากเตียงสองชั้นจำนวนมากที่เรียงเป็นแถว และตู้โลหะที่เปิดออกพร้อมอาหารกับน้ำตามจำนวนผู้เล่นพอดี
คำว่า “พอดี” ทำให้เรย์ไม่สบายใจ
ข้าวกล่องสี่สิบแปดกล่อง น้ำสี่สิบแปดขวด ผ้าห่มสี่สิบแปดผืน ทุกอย่างถูกคำนวณไว้ราวกับระบบรู้ตั้งแต่ต้นว่าจะมีคนกลับมาจากเกมแรกกี่คน ไม่มีของเหลือ ไม่มีของสำรอง และไม่มีแม้แต่เศษอาหารที่เกินออกมาให้คนที่หิวมากกว่าคนอื่น
คิวเปิดกล่องข้าวแล้วมองมันอยู่นาน “กูไม่รู้ว่าควรดีใจที่มีข้าวกิน หรือควรกลัวที่มันเตรียมมาพอดีขนาดนี้”
“กินก่อน” เจนพูด เธอกำลังใช้ผ้าสะอาดพันมือให้ผู้หญิงที่บอสช่วยไว้ใน GAME 01 “กลัวทีหลังก็ยังทัน”
“คำปลอบใจมึงนี่อบอุ่นเหมือนน้ำแข็งในช่องฟรีซเลยนะ”
“อย่างน้อยน้ำแข็งก็มีประโยชน์กว่าปากมึง”
คิวอ้าปากจะเถียง แต่สุดท้ายก็เลือกตักข้าวเข้าปากแทน เรย์มองทั้งคู่แล้วรู้สึกเหมือนโลกเก่ายังเหลืออยู่ตรงนั้นเล็กน้อย ในบทสนทนากวน ๆ ในการด่ากันแบบคนสนิท ในจังหวะที่เพื่อนยังพยายามทำเหมือนทุกอย่างไม่เลวร้ายเกินไป
แต่ตัวเลขบนข้อมือทำลายภาพลวงนั้นอยู่ตลอดเวลา
เรย์มี LIFE 105 คิว เจน บอส ต้น และไนท์ก็เท่ากัน แต่ผู้เล่นหลายคนไม่ได้โชคดีแบบนั้น ชายที่ถูกกระทืบในเกมแรกเหลือเพียง 75 หลังได้รับรางวัลแล้ว ผู้หญิงที่มือบาดเจ็บเหลือ 92 เพราะตอนถูกเหยียบ LIFE ลดไปส่วนหนึ่ง ผู้เล่นบางคนที่ชกต่อยกันเองมีตัวเลขลดเหลือแปดสิบกว่า และตอนนี้ทุกคนเริ่มทำสิ่งเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย
พวกเขามองข้อมือของกันและกัน
ไม่ใช่เพื่อถามว่าใครบาดเจ็บ
แต่เพื่อประเมินว่าใครมีชีวิตเหลือมากกว่า
“เรย์”
เสียงไนท์ดังขึ้นข้างตัว เขานั่งอยู่บนเตียงล่าง มือหนึ่งถือขวดน้ำ อีกมือชี้ไปทางมุมห้อง
ชายคนนั้นอยู่ตรงนั้น
คนที่มี LIFE 140
เขานั่งพิงผนังอยู่คนเดียว ห่างจากกลุ่มอื่นพอสมควร อายุราวยี่สิบปลาย ๆ หรือสามสิบต้น ๆ ใบหน้าไม่ถึงกับหล่อ แต่มีบางอย่างทำให้มองข้ามยาก ดวงตาของเขานิ่งเกินไปสำหรับคนที่เพิ่งเห็นคนตายต่อหน้า และรอยยิ้มบาง ๆ บนริมฝีปากก็เหมือนคนที่รู้คำตอบของคำถามซึ่งคนอื่นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรถาม
“มึงเห็นเลขเขาใช่ไหม?” เรย์ถาม
ไนท์พยักหน้า “140”
“เป็นไปไม่ได้”
“ถ้าใช้กฎที่เรารู้ตอนนี้ เป็นไปไม่ได้”
คิวขยับเข้ามาฟังด้วย “หมายความว่ามีกฎที่เราไม่รู้?”
ไนท์ไม่ตอบทันที เขามองชายคนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง “หรือมีคนที่ไม่ได้เริ่มต้นเหมือนเรา”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศรอบกลุ่มเงียบลง ต้นกลืนน้ำลายเบา ๆ
“มึงหมายความว่าเขาไม่ใช่ผู้เล่นเหรอ?”
“ยังสรุปไม่ได้” ไนท์ตอบ “แต่เขารู้ว่าตัวเลขตัวเองผิดปกติ และเขาตั้งใจให้เรย์เห็น”
เหมือนได้ยินชื่อของตัวเอง ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นพอดี สายตาของเขาสบกับเรย์จากอีกฟากห้อง ก่อนจะยิ้มให้เหมือนเมื่อคืนไม่มีใครตาย ไม่มีใครกรีดร้อง และพวกเขาไม่ได้ติดอยู่บนเกาะบ้า ๆ แห่งนี้
เรย์ลุกขึ้น
เจนหันมาทันที “จะไปไหน?”
“ถาม”
“แล้วถ้าเขาไม่ตอบ?”
“ก็ค่อยหงุดหงิดทีหลัง”
คิวรีบลุกตาม “งั้นกูไปด้วย เผื่อเขาตอบด้วยหมัด”
“นั่นมึงหรือเขา”
“บรรยากาศแบบนี้ต้องเปิดทางเลือกไว้ก่อน”
เรย์เดินเข้าไปหาชายคนนั้นโดยมีคิวตามหลัง ส่วนไนท์ลุกตามมาห่าง ๆ ชายปริศนาไม่ขยับหนี เขาเพียงมองพวกเขาเดินเข้ามาเหมือนรออยู่แล้ว
“นายเห็นแล้วสินะ” เขาพูดก่อนเรย์จะทันถาม
เรย์หยุดตรงหน้า “140 มาจากไหน?”
“จากคนอื่น”
คำตอบตรงเกินไปจนคิวชะงัก “มึงปล้น LIFE คนอื่น?”
ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ “ถ้าปล้นได้ง่ายขนาดนั้น ตอนนี้ทุกคนคงฆ่ากันตั้งแต่ช่วงพักแล้ว”
“งั้นทำยังไง?”
“กฎบางข้อจะเปิดเมื่อถึงเวลา” เขาตอบ “และบางคนก็เข้าใจระบบเร็วกว่า”
เรย์จ้องเขา “ชื่ออะไร?”
“เคน”
“มึงเป็นผู้เล่นเหมือนพวกกูหรือเปล่า?”
เคนยิ้ม “คำถามนั้นควรถาม EVE”
“กูถามมึง”
“งั้นคำตอบคือใช่” เคนยกข้อมือขึ้นให้ดู LIFE BAND สีดำที่ติดแน่นเหมือนของคนอื่น “อย่างน้อยระบบก็เรียกฉันว่าผู้เล่น”
ไนท์ที่ยืนเงียบมาตลอดถามขึ้น “ถ้า LIFE มาจากคนอื่น แปลว่ามีวิธีโอนอยู่แล้ว?”
รอยยิ้มของเคนจางลงเล็กน้อย “ตอนนี้ยังไม่ควรรู้”
“เพราะอะไร?”
“เพราะถ้าคนที่หิวรู้ว่ากระเป๋าคนข้าง ๆ มีอาหารอยู่ เขาอาจเริ่มมองเจ้าของกระเป๋าไม่เหมือนเดิม”
คิวขมวดคิ้ว “พูดให้เข้าใจง่ายได้ไหมวะ”
เคนมองไปทั่วห้อง “ตอนนี้ทุกคนยังมอง LIFE เป็นตัวเลขของตัวเอง แต่หลังเกมถัดไป พวกเขาจะเริ่มมอง LIFE ของคนอื่นเป็นของที่หยิบมาใช้ได้”
เรย์รู้สึกเย็นวาบในอก “GAME 02 คืออะไร?”
“เกมที่ทำให้คำว่าแบ่งปันกับคำว่าช่วงชิงอยู่ห่างกันแค่นิดเดียว”
เคนลุกขึ้นก่อนเดินผ่านเรย์ไป แต่หยุดเมื่อไหล่เกือบชนกัน
“คำแนะนำเดียวที่ให้ได้คือ อย่าเชื่อคำว่า ‘น้ำหนัก’ เร็วเกินไป”
เรย์หันกลับ “มึงรู้กฎล่วงหน้า?”
เคนไม่ตอบ เขาเดินกลับเข้าไปในกลุ่มผู้เล่นที่เริ่มแตกออกเป็นก๊กเล็ก ๆ ทิ้งเรย์ไว้กับคำเตือนที่ฟังเหมือนไม่ได้ช่วยอะไรเลย
อย่าเชื่อคำว่าน้ำหนักเร็วเกินไป
หกชั่วโมงหลังจากนั้น LIFE BAND ทุกวงก็สั่นพร้อมกัน
เวลาพักไม่ได้ครบสิบสองชั่วโมงตามที่ EVE บอก แต่ไม่มีใครแปลกใจอีกแล้ว มีเพียงเสียงสบถ เสียงถอนหายใจ และเสียงคนลุกจากเตียงอย่างเหนื่อยล้า เรย์มองข้อมือตัวเอง หน้าจอแสดงตัวเลขนับถอยหลัง 00:20:00 ด้านบนมีข้อความใหม่
GAME 02 — น้ำหนักของชีวิต
ประตูห้องพักเปิดออกเอง ไฟนำทางสีฟ้าสว่างขึ้นตามพื้นทางเดิน
“กรุณาเข้าสู่พื้นที่ GAME 02 ภายในยี่สิบนาทีค่ะ”
เสียงของ EVE เรียบเหมือนเดิม ไม่มีคำขอโทษที่พักไม่ครบ ไม่มีคำอธิบายว่าทำไมเกมเริ่มก่อนกำหนด ไม่มีอะไรนอกจากคำสั่ง
ผู้เล่นสี่สิบแปดคนเดินตามแสงไฟเข้าไปในอุโมงค์ที่ลาดลงใต้ดิน ทางเดินคราวนี้แคบกว่าเดิม ผนังทั้งสองด้านเป็นโลหะสีดำสนิทจนแทบสะท้อนใบหน้าของคนที่เดินผ่านได้ ทุกครั้งที่เสียงฝีเท้าดังสะท้อนกลับมา เรย์รู้สึกเหมือนมีคนอีกกลุ่มหนึ่งกำลังเดินสวนอยู่ในผนัง
ปลายทางคือห้องทรงกลมขนาดใหญ่
กลางห้องมีเหวลึกตัดผ่านจากซ้ายไปขวา ก้นเหวมืดจนมองไม่เห็นพื้น มีเพียงเสียงลมเย็นพัดขึ้นมาเป็นระยะ เหนือเหวมีสะพานโลหะสองฝั่งที่ยังไม่เชื่อมกัน ฝั่งซ้ายและฝั่งขวาแต่ละฝั่งมีแท่นวงกลมขนาดใหญ่คล้ายเครื่องชั่ง และเหนือประตูทางออกอีกด้านหนึ่งมีจอสีขาวแสดงข้อความ
BALANCE REQUIRED
ผู้เล่นทยอยเข้ามาจนครบ ประตูด้านหลังปิดลงทันที
EVE ปรากฏบนหน้าจอเหนือเหว
“ยินดีต้อนรับสู่ GAME 02 — น้ำหนักของชีวิต”
ไม่มีใครส่งเสียงตอบ
“กฎของเกมมีเพียงสามข้อค่ะ หนึ่ง ผู้เล่นต้องแบ่งออกเป็นสองฝั่งของสะพาน สอง ประตูจะเปิดเมื่อเครื่องชั่งทั้งสองฝั่งอยู่ในภาวะสมดุล สาม หากไม่สามารถเปิดประตูได้ภายในเวลาที่กำหนด ผู้เล่นทุกคนจะถูกหัก LIFE ตามส่วนต่างของน้ำหนัก”
หน้าจอเปลี่ยนเป็นตัวเลข
TIME LIMIT : 40 MINUTES
PENALTY : DIFFERENCE x 1 LIFE
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที ชายคนหนึ่งตะโกนถาม “น้ำหนักหมายถึงน้ำหนักตัวใช่ไหม?”
EVE ตอบ “ข้อมูลดังกล่าวอยู่ภายในขอบเขตที่ผู้เล่นต้องค้นหาค่ะ”
คำตอบนั้นทำให้ทุกคนเงียบกว่าเดิม
บนพื้นด้านหน้าแท่นทั้งสองฝั่งมีเส้นแบ่งชัดเจน ผู้เล่นเริ่มมองหน้ากัน บางคนมองรูปร่างของคนอื่น บางคนเริ่มจับกลุ่มตามขนาดตัวโดยไม่ต้องมีใครบอก
“ถ้าน้ำหนักตัวจริง เราต้องแบ่งให้ใกล้กันที่สุด” ไนท์พูดเบา ๆ
คิวมองบอส “งั้นไอ้บอสเป็นปัญหาใหญ่เลย”
บอสหันมามอง “กูผิดอะไร”
“มึงเกิดมาตัวใหญ่ผิดเวลา”
เจนตบแขนคิวเบา ๆ “อย่ากวน”
เรย์ไม่ได้หัวเราะ เขากำลังมองข้อความบนจอ คำว่า PENALTY : DIFFERENCE x 1 LIFE ทำให้เขารู้สึกไม่ดี ถ้าส่วนต่างคือกิโลกรัม ทุกคนอาจเสีย LIFE ไม่มาก แต่ถ้าส่วนต่างคืออย่างอื่น...
น้ำหนักของชีวิต
คำเตือนของเคนย้อนกลับเข้ามาในหัว
อย่าเชื่อคำว่าน้ำหนักเร็วเกินไป
ผู้เล่นเริ่มแบ่งฝั่งกันเอง กลุ่มที่ดูมีคนแข็งแรงพยายามคุมการจัดแถว ชายร่างใหญ่คนหนึ่งเสนอให้ผู้หญิงและคนตัวเล็กไปอีกฝั่งเพื่อถ่วงสมดุล บางคนเริ่มโวยวายว่าตัวเองไม่ใช่ถุงทรายให้ใครย้ายไปมา บรรยากาศเริ่มตึงขึ้นทุกนาที
“เราต้องทดสอบก่อน” ไนท์พูด
เรย์พยักหน้า “เอาคนน้อย ๆ ขึ้นแท่น”
เขาเดินไปหาเจนกับคิว “ขึ้นฝั่งซ้ายกับกูก่อน สามคนพอ บอส ไนท์ ต้นอยู่ฝั่งขวา”
ทั้งหกแยกไปตามที่เรย์บอก เมื่อเรย์ คิว และเจนก้าวขึ้นบนแท่นซ้าย หน้าจอเหนือแท่นสว่างขึ้น
LEFT : 315
เรย์ชะงักทันที
คิวก้มมองตัวเอง “สามร้อยสิบห้า? น้ำหนักตัวพวกเรารวมกันไม่น่าถึงนะเว้ย ต่อให้กูอ้วนขึ้นเพราะหมูกระทะก็ยังไม่ขนาดนั้น”
เจนมองข้อมือ “LIFE เราสามคนรวมกันเท่าไร?”
เรย์รู้คำตอบทันที
105 + 105 + 105 = 315
ไนท์ที่อยู่อีกฝั่งพูดขึ้นพร้อมกัน “มันชั่ง LIFE”
เสียงของเขาดังพอให้คนรอบข้างได้ยิน ผู้เล่นหลายคนหันมาทันที บางคนเริ่มก้มดูตัวเลขของตัวเอง บางคนหน้าเสียเมื่อเข้าใจว่าตัวเองไม่ใช่แค่น้ำหนักตัว แต่เป็นน้ำหนักของชีวิตจริง ๆ
“ทุกคนลงจากแท่นก่อน!” เรย์ตะโกน
แต่ช้าไป
ผู้เล่นอีกกลุ่มหนึ่งรีบขึ้นแท่นฝั่งขวาเพื่อทดสอบเอง หน้าจอขวาแสดง RIGHT : 420 เสียงเตือนดังขึ้นเบา ๆ เมื่อส่วนต่างปรากฏบนจอกลาง
DIFFERENCE : 105
คิวหน้าซีด “ถ้าหมดเวลาแบบนี้ ทุกคนโดนหักร้อยห้า?”
“อาจใช่” ไนท์ตอบ “หรืออาจหักเฉพาะคนบนแท่น ยังไม่รู้”
“ไม่ต้องรู้แบบนั้นก็ได้มั้ง”
เมื่อทุกคนเข้าใจว่าน้ำหนักหมายถึง LIFE ความวุ่นวายก็เปลี่ยนรูปทันที ผู้เล่นที่มี LIFE สูงเริ่มถูกมองเป็นของหนัก ผู้เล่นที่ LIFE ต่ำกลายเป็นตัวถ่วงที่ใช้ปรับสมดุลได้ง่าย บางคนเริ่มตะโกนขอดูตัวเลขของคนอื่น บางคนปิดข้อมือไว้แน่นเหมือนกลัวว่าตัวเลขจะกลายเป็นป้ายราคา
เคนยืนอยู่ไม่ไกล LIFE 140 ของเขาสว่างจนเหมือนดึงสายตาทุกคน
ชายคนหนึ่งชี้ไปที่เขา “ไอ้นั่นมี 140! เอามันขึ้นฝั่งนู้น!”
เคนยิ้มจาง ๆ “ถ้าฉันไม่ขึ้นล่ะ?”
“ก็ลากขึ้นไป!”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศเปลี่ยนทันที ผู้เล่นสามคนขยับเข้าใกล้เคน แต่ก่อนจะถึงตัว บอสก้าวมาขวางโดยไม่รู้ตัว
“อย่ามาเริ่มอีก”
ชายคนนั้นถลึงตา “มึงเกี่ยวอะไร?”
“เกี่ยวตรงที่ถ้าพวกมึงลากคนอื่นขึ้นแท่น เดี๋ยวก็มีคนลากพวกมึงบ้าง”
เรย์มองบอสแล้วรู้สึกขอบคุณที่เพื่อนไม่ต้องคิดนานเพื่อเลือกข้าง แต่เขาก็รู้ว่าวิธีนี้ยื้อได้ไม่นาน เกมนี้ไม่ได้ต้องการให้พวกเขาใช้กำลัง มันต้องการให้พวกเขาคำนวณว่าชีวิตใครควรอยู่ฝั่งไหน
ไนท์คุกเข่าลงบนพื้น ใช้นิ้วลากเส้นบนฝุ่นบาง ๆ ที่เกาะพื้นโลหะ
“เรามี 48 คน LIFE รวมหลังเกมแรกคือ 4,965 ตามที่ EVE แสดง ถ้าต้องแบ่งสองฝั่งให้เท่ากันจริง ๆ จะเป็น 2,482.5”
คิวกระพริบตา “ครึ่งหน่วยมีด้วยเหรอ?”
“นั่นแหละปัญหา” ไนท์พูด “ถ้ารวมทั้งหมดเป็นเลขคี่ ไม่มีทางแบ่งให้เท่ากันเป๊ะด้วยการแค่ย้ายคน”
เจนเข้าใจทันที “แปลว่าต้องมีวิธีปรับค่า LIFE”
เรย์มอง LIFE BAND ของตัวเอง
“โอน”
เหมือนระบบรอให้เขาพูดคำนี้ หน้าจอทุกวงสว่างขึ้นพร้อมกัน ข้อความใหม่ปรากฏขึ้นใต้ตัวเลข LIFE
LIFE TRANSFER : TEMPORARY ACCESS
เสียง EVE ดังขึ้น “ใน GAME 02 ผู้เล่นสามารถโอน LIFE ให้ผู้เล่นอื่นได้โดยสมัครใจ การโอนจะสมบูรณ์เมื่อผู้ให้ยืนยันด้วยตนเอง”
ความเงียบกินเวลาสั้นมาก
จากนั้นเสียงโวยวายก็ระเบิดขึ้น
“ให้โอนทำไม!”
“ใครจะยอมให้!”
“ถ้าแค่ต้องสมดุล โอนคนละหน่อยก็พอ!”
“แล้วทำไมกูต้องเสียให้คนอื่น!”
เรย์มองจอกลาง ตัวเลขเวลาลดเหลือ 28:12 พวกเขาเสียเวลาไปมากแล้ว
ไนท์พูดเร็วขึ้น “ถ้ารวมเป็น 4,965 เราต้องทำให้ยอดรวมเปลี่ยนเป็นเลขคู่ หรือมีทางให้ส่วนต่างน้อยที่สุดโดยไม่โดนลงโทษหนัก”
“โอน LIFE ไม่ได้ทำให้ยอดรวมเปลี่ยน” เจนแย้ง “มันแค่ย้ายจากคนหนึ่งไปอีกคน”
“ใช่ ถ้าโอนระหว่างสองฝั่ง ส่วนต่างจะเปลี่ยนสองเท่าของจำนวนที่โอน” ไนท์ลากเส้นบนพื้น “ถ้าฝั่งซ้ายมากกว่าขวา 1 แล้วโอนจากซ้ายไปขวา 0.5 ไม่ได้ แต่ถ้าระบบรับเฉพาะจำนวนเต็ม เราต้องหาว่ามันยอมให้ส่วนต่าง 1 หรือไม่”
คิวกุมหัว “กูเกลียดคณิตตอนจะตาย”
ทันใดนั้นกลุ่มผู้เล่นอีกฝั่งตะโกนขึ้น “เอา LIFE จากคนที่เหลือเยอะมาเฉลี่ยสิ! ทุกคนต้องรอด!”
คำว่า “ทุกคนต้องรอด” ฟังเหมือนสวยงาม แต่สายตาของคนพูดกลับจับอยู่ที่ผู้เล่นที่มี LIFE สูงกว่าใคร เรย์เห็นได้ชัดว่าความคิดกำลังเอียงจากการร่วมมือไปสู่การบังคับ
เคนเดินเข้ามาใกล้เรย์ “เห็นหรือยัง”
“เห็นอะไร”
“ทันทีที่ระบบเปิดให้โอน ชีวิตก็กลายเป็นเงิน”
เรย์ไม่ตอบ
เคนมองจอกลาง “ถ้านายอยากให้ทุกคนรอด รีบหาคำตอบก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจใช้วิธีง่ายที่สุด”
“วิธีง่ายที่สุดคืออะไร?”
เคนหันไปทางผู้เล่นที่มี LIFE ต่ำหลายคน “บังคับให้คนที่มีมากจ่ายให้คนที่มีน้อย แล้วเรียกมันว่าความยุติธรรม”
เรย์กำหมัดแน่น เขาไม่ชอบเคน แต่ครั้งนี้อีกฝ่ายพูดไม่ผิด
เวลาลดเหลือ 20:00
หลังถกเถียงกันอย่างดุเดือด ผู้เล่นถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งชั่วคราวตามค่าที่ไนท์คำนวณ ฝั่งซ้ายมี LIFE รวม 2,510 ฝั่งขวามี 2,455 ส่วนต่างคือ 55 หากหมดเวลาตอนนี้ทุกคนอาจต้องเสีย LIFE 55 หน่วย ซึ่งมากพอจะฆ่าผู้เล่นที่บาดเจ็บบางคน
“ย้ายคนไม่ได้แล้ว” ไนท์พูด “ถ้าย้ายคนหนึ่งคน ส่วนต่างจะมากกว่าเดิม”
“งั้นต้องโอน 28 จากซ้ายไปขวา” เจนคำนวณตาม “ส่วนต่างจะกลายเป็น 1”
“แล้วใครโอน?” ชายคนหนึ่งถามทันที
คำถามนั้นทำให้ทุกคนเงียบ
การโอน 28 ไม่ใช่แค่ตัวเลข มันคือการให้ชีวิตของตัวเองเกือบหนึ่งในสามแก่คนอีกฝั่ง และไม่มีอะไรรับประกันว่าเกมต่อไปจะไม่ใช้ LIFE นั้นฆ่าเจ้าของเดิม
เรย์มองข้อมือตัวเอง 105 ถ้าเขาโอน 28 จะเหลือ 77 ยังไม่ตาย แต่ต่ำกว่าหลายคนมาก เขากำลังจะพูด แต่เจนคว้าข้อมือเขาไว้ก่อน
“อย่าเพิ่ง”
“ถ้าไม่มีใครทำ—”
“เราต้องดูว่ามีทางอื่นไหม ไม่ใช่ให้มึงแบกทุกอย่างคนเดียว”
บอสพูดขึ้น “กูโอนได้”
ต้นหันขวับ “ไม่เอา มึงต้องใช้แรง”
“แต่กูมี 105”
“ทุกคนก็มี!”
คิวกัดฟัน “งั้นแบ่งกันหกคน คนละห้าได้ไหม?”
ไนท์ส่ายหน้า “ต้องโอนข้ามฝั่ง และคนให้กับคนรับต้องอยู่คนละฝั่ง ถ้าพวกเราแบ่งกันต้องจัดตำแหน่งใหม่”
เสียงจากอีกกลุ่มดังขึ้น “พวกมึงคุยกันพอหรือยัง! ถ้าไม่มีใครโอน เราก็ลากคนที่ LIFE เยอะขึ้นแท่นแล้วให้เขาจ่าย!”
ความตึงเครียดพุ่งขึ้นอีกครั้ง ผู้เล่นที่บาดเจ็บหลายคนถอยหลัง ขณะที่ผู้เล่นกลุ่มใหญ่เริ่มรวมตัวกันด้านฝั่งซ้าย เคนยืนอยู่ตรงกลางเหมือนเป้าหมายที่ชัดที่สุด เพราะตัวเลข 140 ของเขามากเกินไป
เรย์มองภาพนั้น แล้วบางอย่างก็สะกิดในหัว
“เดี๋ยว”
ไนท์หันมา “อะไร?”
เรย์มองจอที่เขียนว่า BALANCE REQUIRED แล้วมองแท่นสองฝั่งอีกครั้ง
“มันบอกว่าประตูจะเปิดเมื่อเครื่องชั่งทั้งสองฝั่งสมดุล”
คิวขมวดคิ้ว “ก็ใช่ไง”
“แต่มันไม่ได้บอกว่าต้องมีคนอยู่บนแท่นครบทุกคนตอนเปิด”
ไนท์นิ่งไปหนึ่งวินาที ก่อนดวงตาจะเปลี่ยน
“เราสามารถใช้คนจำนวนน้อยสร้างสมดุลก่อน แล้วให้คนอื่นข้าม?”
เจนหันมองสะพาน “แต่สะพานยังไม่เชื่อม”
“ถ้าสมดุล มันอาจเชื่อมชั่วคราว” เรย์พูด “และถ้าประตูเปิดแล้วไม่ปิดทันที เราไม่จำเป็นต้องเอาทุกคนขึ้นแท่นพร้อมกัน”
คิวอ้าปาก “มันบอกว่าห้ามทำแบบนั้นตอนไหนวะ”
เรย์หันไปมองเขา
คิวชี้หน้า “อย่ามอง กูแค่ยืมประโยคมึง”
ไนท์รีบคำนวณใหม่ “ถ้าใช้แค่สองฝั่ง ฝั่งละคนที่ LIFE เท่ากัน สะพานอาจเปิดได้ แต่ต้องทดสอบ”
เจนยกมือ “ฉันกับคิว 105 เท่ากัน”
ทั้งสองก้าวขึ้นแท่นคนละฝั่ง จอกลางเปลี่ยนทันที
LEFT : 105 RIGHT : 105 BALANCE ACHIEVED
เสียงกลไกดังขึ้น สะพานโลหะกลางเหวค่อย ๆ เลื่อนออกจากผนังทั้งสองด้านจนเชื่อมกันเป็นทางแคบ ๆ ประตูอีกฝั่งเปิดออก
ความเงียบทั้งห้องกินเวลาเพียงเสี้ยววินาที
“ข้าม!” เรย์ตะโกน “ทุกคนข้ามไปก่อน อย่าขึ้นแท่นเพิ่ม!”
ผู้เล่นเริ่มวิ่งข้ามสะพาน บางคนยังลังเล แต่เมื่อเห็นสะพานไม่หายไปทันที ทุกคนก็รีบตาม เรย์ยืนคุมด้านต้นทาง บอสช่วยพยุงคนบาดเจ็บข้าม เจนกับคิวยืนอยู่บนแท่นคนละฝั่ง ไม่กล้าขยับ เพราะไม่รู้ว่าถ้าคนใดคนหนึ่งลง สะพานจะหายไปหรือไม่
“เร็ว!” คิวตะโกน “กูไม่อยากยืนเป็นตุ้มน้ำหนักแห่งมิตรภาพนาน ๆ!”
เวลาลดเหลือ 08:42
ผู้เล่นทยอยข้ามไปเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงกลุ่มของเรย์ เจน คิว และเคนที่ยังไม่ข้าม
ปัญหาคือคนที่ทำให้สะพานเปิดยังต้องอยู่บนแท่น
“แล้วมึงสองคนล่ะ?” บอสตะโกนจากอีกฝั่ง
เรย์มองสะพาน มองแท่น แล้วมอง LIFE BAND ของตัวเอง
“ต้องมีคนมาแทน”
ไนท์ที่อยู่อีกฝั่งตะโกนกลับ “หาอีกสองคนที่ LIFE เท่ากัน!”
แต่ผู้เล่นส่วนใหญ่ข้ามไปแล้ว และไม่มีใครอยากกลับมายืนบนแท่นเสี่ยงตายอีก เสียงโต้เถียงดังขึ้นจากอีกฝั่ง บางคนบอกให้เจนกับคิวเสียสละยืนจนหมดเวลา บางคนบอกว่าเกมคงจบเมื่อคนส่วนใหญ่ข้ามแล้ว
เรย์รู้สึกเลือดขึ้นหน้า
“ไม่มีใครต้องเสียสละ”
เคนเดินขึ้นมายืนข้างเขา “มีสิ”
เรย์หันไป “อะไร?”
เคนยกข้อมือขึ้น “ฉัน 140 นาย 105 ต่างกัน 35 ถ้าฉันโอนให้ใครสักคน 35 ฉันจะเหลือ 105”
“แล้วมึงจะทำ?”
“ถ้าไม่ทำ นายคงทำเองอยู่ดี”
เคนกดหน้าจอ LIFE BAND ระบบโอนเปิดขึ้น เขาเลือกเรย์เป็นผู้รับ
KEN TRANSFER : 35 LIFE
เรย์ชะงัก “เดี๋ยว—”
“รับ”
“ทำไม?”
เคนมองเขาด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออก “เพราะฉันยังอยากดูว่านายจะทำลายเกมพวกนี้ได้ไกลแค่ไหน”
เรย์กัดฟัน แต่เวลาบีบให้ไม่มีพื้นที่สำหรับศักดิ์ศรี เขากดยืนยัน LIFE ของเขาเพิ่มจาก 105 เป็น 140 ขณะที่ของเคนลดลงเหลือ 105
“ตอนนี้นายกับฉันเท่ากัน” เคนพูด “ให้เจนกับคิวลง แล้วเราขึ้นแทน”
แผนเสี่ยง แต่ไม่มีทางเลือก เรย์ตะโกนบอกเจนกับคิว ทั้งสองเตรียมพร้อมนับจังหวะ เมื่อคิวก้าวลงจากแท่น เคนก้าวขึ้นแทนทันที ฝั่งขวายังคง 105 เมื่อเจนก้าวลง เรย์ก้าวขึ้นฝั่งซ้ายในจังหวะเดียวกัน
จอกลางกะพริบหนึ่งครั้ง
LEFT : 140 RIGHT : 105 DIFFERENCE : 35
เสียงเตือนดังขึ้น สะพานเริ่มสั่น
เรย์หน้าซีด “ไม่เท่ากัน”
เคนมองข้อมือเรย์ “นายยังไม่ได้โอนกลับ”
เรย์เข้าใจทันที เขารีบเปิด LIFE TRANSFER แล้วโอน 35 กลับไปหาเคน แต่ระบบถามยืนยันสองครั้ง เวลาที่เสียไปเพียงไม่กี่วินาทีกลับยาวเหมือนทั้งชีวิต สะพานกลางเหวเริ่มหดกลับทีละน้อย เจนกับคิวที่กำลังวิ่งข้ามอยู่เหลือระยะอีกไม่กี่เมตร
“เร็ว!” บอสตะโกน
เรย์กดยืนยัน
LIFE ของเขากลับเหลือ 105 เคนกลับเป็น 140
จอกลางเปลี่ยน
LEFT : 105 RIGHT : 140
“สลับฝั่งผิด!” ไนท์ตะโกนจากอีกด้าน
เรย์สบถลั่น เคนกลับหัวเราะเบา ๆ ราวกับสถานการณ์นี้น่าสนุก
“นายขึ้นฝั่งที่เจนยืน เธอ 105 ส่วนฉันควรยืนฝั่งคิวแล้วโอนลดตัวเอง”
“พูดให้เร็วกว่านี้ไม่ได้หรือไงวะ!”
“กำลังทดสอบว่านายตื่นตัวแค่ไหน”
“นี่เวลาจะตาย!”
เรย์กระโดดลงจากแท่นแล้ววิ่งสลับฝั่งกับเคน สะพานหดจนเจนกับคิวต้องกระโดดช่วงสุดท้าย บอสคว้าคิวไว้ได้ ส่วนเจนกลิ้งกระแทกพื้นอีกฝั่งแต่ยังปลอดภัย
เรย์กับเคนขึ้นแท่นใหม่พร้อมกัน เคนโอน LIFE 35 ให้เรย์อีกครั้ง แต่คราวนี้เขากดยืนยันก่อนขึ้นแท่น
LEFT : 140 RIGHT : 140 BALANCE ACHIEVED
สะพานหยุดหดและเลื่อนกลับมาอีกครั้ง
ประตูทางออกยังเปิดอยู่
“ไป!” เรย์ตะโกน
เขากับเคนวิ่งข้ามสะพานเป็นสองคนสุดท้าย ด้านล่างเป็นเหวมืดที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด เสียงกลไกดังอยู่ข้างหลังราวกับระบบกำลังลังเลว่าจะยอมให้ช่องโหว่นี้ผ่านหรือไม่
เมื่อทั้งสองกระโดดผ่านประตูทางออกเข้ามา ประตูก็ปิดลงทันที
ความเงียบปกคลุมห้องปลายทาง
จากนั้นเสียง EVE ก็ดังขึ้น
“GAME 02 สิ้นสุดค่ะ”
หน้าจอแสดงผล
START : 48 RETURNED : 0 SURVIVED : 48
เสียงถอนหายใจดังไปทั่วห้อง บางคนทรุดลงนั่ง บางคนร้องไห้ บางคนมองเรย์กับเคนด้วยสายตาที่ไม่รู้ว่าควรขอบคุณหรือหวาดกลัว
EVE ปรากฏบนหน้าจอ “ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นทั้งหมดผ่าน GAME 02”
ไม่มีเสียงปรบมือ ไม่มีเสียงดีใจ มีเพียงความเหนื่อยล้าที่กดทับทุกคน
“รางวัลสำหรับ GAME 02 คือ LIFE +10”
LIFE BAND ของเรย์ส่งเสียง ตัวเลขเพิ่มจาก 140 เป็น 150 เพราะเขายังถือ LIFE ที่เคนโอนมาอยู่ เรย์รีบหันไปหาเคน แต่ชายคนนั้นเพียงยิ้ม
“คืนมาสิ”
เรย์เปิดระบบโอนทันที แต่หน้าจอ LIFE TRANSFER เปลี่ยนจาก TEMPORARY ACCESS เป็นข้อความใหม่
LIFE TRANSFER : PERMANENT ACCESS
EVE กล่าวต่อ “จากนี้เป็นต้นไป ผู้เล่นทุกคนสามารถใช้ LIFE TRANSFER ได้ตลอดเวลา ภายใต้เงื่อนไขว่าผู้ให้ต้องยืนยันด้วยตนเอง”
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่เสียงตกใจอย่างเดียว มันมีบางอย่างที่เลวร้ายกว่านั้นผสมอยู่
ความโลภ
เรย์โอน 35 คืนให้เคน ตัวเลขของเขากลับมาเป็น 115 หลังรวมรางวัล ส่วนเคนกลายเป็น 150
คิวมองตัวเลขของเคน “สรุปมึงรวยกว่าเดิมอีกนะ”
เคนยักไหล่ “ชีวิตก็เหมือนดอกเบี้ย คนที่มีมากมักได้มากกว่า”
เรย์ไม่ชอบประโยคนั้นเลย
หน้าจอด้านหลัง EVE เปลี่ยนอีกครั้ง
NEXT SYSTEM : LIFE CLAIM
เสียงในห้องเงียบลงพร้อมกัน
“ตั้งแต่ GAME 03 เป็นต้นไป ระบบ LIFE CLAIM จะถูกเปิดใช้งาน ผู้เล่นบางกลุ่มจะสามารถเรียกร้อง LIFE จากผู้เล่นอื่นได้ภายใต้เงื่อนไขของเกม”
เจนถามเสียงแข็ง “เรียกร้องหมายความว่ายังไง?”
EVE ยิ้มบาง ๆ “รายละเอียดจะแจ้งเมื่อ GAME 03 เริ่มต้นค่ะ”
“แล้วถ้ามีคนบังคับคนอื่นให้โอนช่วงพักล่ะ?” เรย์ถาม
“LIFE TRANSFER จำเป็นต้องได้รับการยืนยันจากผู้ให้”
“ถ้าถูกซ้อมจนยอมล่ะ?”
EVE เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเดิม “ระบบไม่สามารถประเมินความสมัครใจทางจิตใจได้ค่ะ”
คำตอบนั้นทำให้ทั้งห้องเย็นลง
เรย์เข้าใจทันทีว่า EVE เพิ่งประกาศบางสิ่งที่อันตรายกว่ากฎเกม
ถ้าบังคับให้กดยืนยันได้ ก็เท่ากับโอนได้
เคนเดินมาใกล้เขาแล้วพูดเบา ๆ “คืนนี้จะมีคนลอง”
เรย์หันไปมอง “มึงรู้?”
“ฉันรู้มนุษย์”
คำตอบนั้นเรียบง่ายเกินไป และน่ากลัวเกินไป
ผู้เล่นถูกส่งกลับไปยังอาคารพักหลังจากนั้นไม่นาน ไม่มีใครพูดมากเหมือนตอนจบ GAME 01 อีกแล้ว ทุกคนเหนื่อยเกินไป หิวเกินไป และกลัวเกินไป แต่สายตาที่มองกันเปลี่ยนไปชัดเจนกว่าเดิม
เมื่อมีคน LIFE ต่ำเดินผ่าน คน LIFE สูงจะถอยห่าง
เมื่อมีคน LIFE สูงนอนหลับ คน LIFE ต่ำจะมองนานกว่าปกติ
เมื่อมีใครจับข้อมือตัวเอง ทุกคนรอบข้างจะสะดุ้ง
เรย์กับเพื่อนทั้งห้าตัดสินใจนอนรวมกันบริเวณมุมห้อง บอสอาสาเฝ้าช่วงแรก แต่เรย์ไม่ยอมให้เขาเฝ้าคนเดียว สุดท้ายพวกเขาแบ่งเวรเป็นคู่
“คิดว่าจะมีคนทำจริงไหม?” ต้นถามเสียงเบา
ไม่มีใครตอบทันที
คิวมองไปรอบห้อง “ถ้าก่อนหน้านี้กูคงบอกว่าไม่มีใครบ้าขนาดนั้น”
“แล้วตอนนี้?”
คิวถอนหายใจ “ตอนนี้กูไม่อยากเดา”
เรย์เอนหลังพิงผนัง มองตัวเลข 115 บนข้อมือของตัวเอง มันควรทำให้เขารู้สึกปลอดภัยขึ้น แต่กลับตรงกันข้าม ยิ่งตัวเลขมาก เขายิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเป้าหมายที่ชัดขึ้น
ไกลออกไปอีกฝั่งของห้อง มีเสียงผู้เล่นสองคนทะเลาะกันเรื่องที่นอน อีกมุมหนึ่งมีคนเริ่มรวมกลุ่มแลกข้อมูลว่าใครเหลือ LIFE เท่าไร และตรงกลางห้อง กร ชายร่างใหญ่ที่เคยทำร้ายผู้หญิงใน TEAM 07 กำลังนั่งมองผู้เล่นที่อยู่คนเดียวด้วยสายตาที่ทำให้เรย์ไม่สบายใจ
เคนพูดถูก
คืนนี้จะมีคนลอง
และ LAST RETURN เพิ่งสอนให้พวกเขารู้ว่า ชีวิตของคนอื่นสามารถกลายเป็นทางรอดของตัวเองได้
เวลา 02:13 น.
เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นท่ามกลางความมืด
— จบ EP.3 —
ติดตามต่อ EP.4 — ผู้ล่า