‘ไม่มีสิ่งใดอาจขวางกั้น ความปรารถนาในอิสระของนาย
ชีวิตที่โบยบินอย่างเสรี หัวใจของนายไร้ซึ่งห่วงผูกพัน
ก้าวผ่านคืนวันอันมืดมิด ก็ยังเคยรู้สึกอ้างว้าง…’
จังหวะนั้นเอง เสียงริงโทนโทรศัพท์ก็ดังกึกก้องขึ้นจากกระเป๋าเสื้อของฉินจงอย่างกะทันหัน จังหวะดนตรีที่เร้าใจราวกับแตรสัญญาณเรียกรวมพล ดึงดูดความสนใจของพวกซอมบี้รอบข้างในทันที
"เวรเอ๊ย!"
ฉินจงชะงักงันไปชั่วขณะ ก่อนจะสบถลั่น ในที่สุดเขาก็เข้าใจเจตนาอันร้ายกาจของหยางซินแล้ว โทรศัพท์เครื่องที่ถูกยัดใส่กระเป๋าเสื้อเขา เห็นได้ชัดว่ามันถูกตั้งเวลาปลุกเอาไว้ และเมื่อถึงเวลา... มันก็คือเสียงระฆังส่งิญญาของเขานั่นเอง
พวกซอมบี้ประสาทััไวต่อเสียงมาก บนถนนที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า เสียงริงโทนโทรศัพท์จึงดังกังวานผิดปกติ มันดังพอที่จะทะลวงไปถึงทุกซอกทุกมุมของบริเวณนี้
ยิ่งไปกว่านั้น มือทั้งสองข้างของฉินจงยังถูกมัดไพล่หลัง เขาจึงไม่อาจเอื้อมหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าออกมาได้เลย ไม่ต้องพูดถึงการกดปิดเสียงบ้าๆนี่ เสียงเพลงที่ยังคงแผดร้องอย่างต่อเนื่องราวกับเสียงเรียกของยมทูต มันมากพอที่จะดึงดูดซอมบี้ละแวกนี้ทั้งหมดให้แห่กันมาหาเขาแล้ว
หัวใจของฉินจงเต้นรัวดั่งรัวกลองรบ เขาััได้ถึงวิกฤตเฉียดตายอย่างที่ไม่เคยเผชิญมาก่อน หากไม่รีบหาทางเอาตัวรอดโดยเร็ว เขาคงถูกฝูงซอมบี้ฉีกทิ้งเป็ชิ้น ๆ ในอีกไม่กี่อึดใจแน่
มือที่ไพล่หลังกำเศษแก้วแน่น ฉินจงเร่งออกแรงฝนเชือกอย่างเอาเป็เอาตาย เหงื่อเย็นเยียบผุดพรายเต็มหน้าผาก สายตากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็วเพื่อหาทางหนีทีไล่ ขณะเดียวกันในใจก็สาปแช่งไอ้ระยำหยางซินกับอู๋เชี่ยนอย่างสาดเสียเทเสีย
ตึก! ตึก! ตึก!
เสียงฝีเท้าวิ่งตะบึงดังมาเป็ชุด ดวงตาของฉินจงเบิกกว้างกะทันหัน ภาพสะท้อนในั์ตาคือฝูงซอมบี้จำนวนมหาศาลที่กำลังพุ่งทะลักเข้ามามืดฟ้ามัวดิน เห็นได้ชัดว่าพวกมันถูกเสียงเพลงกระตุ้นจนคลุ้มคลั่ง
ด้วยความเร็วที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต ซอมบี้จำนวนมากจึงสะดุดล้มและเหยียบย่ำทับถมกันเอง พวกมันถาโถมเข้ามาดั่งกระแสน้ำเชี่ยวกราก เพียงชั่วพริบตา คลื่นซอมบี้ฝูงนี้ก็พุ่งเข้ามาใกล้จนห่างจากฉินจงไม่ถึงสิบเมตรแล้ว!
ท่ามกลางความตื่นตระหนก ฉินจงไม่มีเวลาให้คิดทบทวน เขากลิ้งตัวไปกับพื้นแล้วสปริงตัวลุกขึ้นยืนทันที สับขาหันหลังวิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิต ทว่าเพิ่งจะวิ่งออกไปได้แค่สิบกว่าก้าว เขาก็ต้องเบรกฝีเท้าดังเอี๊ยด ใบหน้าฉายแววแตกตื่นถึงขีดสุด
เพราะตรงหัวถนนเบื้องหน้า มีซอมบี้อีกฝูงใหญ่กำลังพุ่งกรูกันเข้ามาอย่างบ้าคลั่งไม่แพ้กัน!
"บ้าเอ๊ย! หนีเสือปะจระเข้ชัด ๆ!"
ภาพตรงหน้าทำเอาหัวใจของฉินจงแทบจะหยุดเต้น ทว่าแม้แต่ในวินาทีความเป็ความตาย มือที่ไพล่หลังก็ยังคงกำเศษแก้วแน่นและฝนเชือกต่อไปอย่างไม่ลดละ เศษแก้วบาดมือจนเืสีแดงสดไหลซึมออกมาไม่ขาดสาย
ผึง!
จังหวะนั้นเอง เสียงขาดผึงเบา ๆ ก็ดังขึ้น เชือกที่ถูกฝนจนเหลือเพียงเส้นบาง ๆ ถูกฉินจงออกแรงกระชากจนขาดกระจุยในที่สุด
สองมือเป็อิสระแล้ว! ฉินจงพุ่งตัวกลิ้งหลบเข้าไปซ่อนใต้ท้องรถตู้คันหนึ่งที่จอดอยู่ข้างทางทันที เขารีบล้วงโทรศัพท์เ้ากรรมออกมา และกดปุ่มปิดเครื่องด้วยความเร็วที่สุดในชีวิต
โครม! โครม! โครม!
แทบจะในเสี้ยววินาทีที่เขามุดเข้าใต้ท้องรถ ฝูงซอมบี้จากทั้งสองฝั่งก็เบรกไม่อยู่ พวกมันพุ่งประสานงาชนกันเองอย่างจัง ชั่วขณะนั้น เสียงคำรามแหบพร่าสารพัดรูปแบบดังกึกก้องระงมไปทั่วทั้งถนน
บรรยากาศสุดสะพรึงทำเอาฉินจงรู้สึกวูบหนึ่งว่า ตัวเองได้หวนกลับไปสู่วันที่ 'วันแห่งหายนะ' เพิ่งปะทุขึ้น ราวกับกำลังร่วงหล่นลงสู่นรกขุมที่สิบแปดก็ไม่ปาน
ฉินจงพยายามขดตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ไอ้โทรศัพท์เวรนี่จะเกือบทำให้เขาต้องเอาชีวิตมาทิ้ง แต่เขาก็ไม่ได้โยนมันทิ้งไป กลับเลือกที่จะเก็บซ่อนมันไว้กับตัวอย่างมิดชิดอีกครั้ง
มีสิ่งหนึ่งที่หยางซินพูดถูก โทรศัพท์เครื่องนี้คือของที่เขาหวงแหนที่สุด เพราะในเครื่องมีรูปถ่ายของเขากับครอบครัวเก็บเอาไว้
บ้านเกิดของฉินจงอยู่เมืองเล็ก ๆ ทางตอนเหนือ หลังวันแห่งหายนะ การจะฝ่าฟันระยะทางนับพันกิโลเมตรกลับบ้านเกิดนั้น แทบไม่อยากจะจินตนาการถึงความยากลำบากเลย เขาเคยพยายามโทรกลับไปหาที่บ้านหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีใครรับสายเลยสักคน ซึ่งเขาก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่านั่นหมายความว่าอย่างไร
ดังนั้น หลังจากขาดการติดต่อกับครอบครัวอย่างสิ้นเชิง รูปถ่ายในโทรศัพท์มือถือเครื่องนี้จึงกลายเป็ที่พึ่งพิงทางจิตใจเพียงหนึ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่
ตูม!
จังหวะนั้นเอง เสียงะเิกัมปนาทก็ดังกึกก้องขึ้นฉับพลัน พื้นดินสั่นะเืเลื่อนลั่น หัวใจของฉินจงที่เต้นระทึกมาจุกอยู่ที่คอหอยแทบจะกระดอนทะลุออกมาทางปาก
ตามมาด้วยเสียงสาดะุปัง! ปัง! ปัง! รัวเป็ชุด สอดแทรกด้วยเสียงแผดร้องอย่างเ็ปทรมานของใครบางคน
เสียงะเิดึงดูดความสนใจของฝูงซอมบี้ที่ยังคงป้วนเปี้ยนอยู่รอบรถตู้ พวกมันหันขวับไปมองตามต้นเสียงทันที ซอมบี้จำนวนมหาศาลเปลี่ยนเป้าหมาย หลั่งไหลราวกับกระแสน้ำมุ่งหน้าไปยังทิศทางของเสียงะเิแทน
เมื่อฝูงซอมบี้ส่วนใหญ่เคลื่อนตัวจากไป ซอมบี้ที่หลงเหลืออยู่เพียงหยิบมือก็เริ่มเดินเตร็ดเตร่ไปมาอย่างเลื่อนลอยไร้จุดหมาย
ฉินจงพยายามอยู่นิ่งให้มากที่สุดเพื่อไม่ให้เป็จุดสนใจ เขาซุกตัวอยู่ใต้รถด้วยความอกสั่นขวัญแขวน ได้แต่ภาวนาในใจไม่ให้พวกซอมบี้ก้มลงมาเจอ
ความหวังนั้นช่างสวยงาม แต่ความเป็จริงกลับโหดร้ายเหลือทน
ทันใดนั้น ฉินจงก็เหลือบไปเห็นซอมบี้ผู้หญิงร่างขาดครึ่งท่อนตัวหนึ่งอยู่ไม่ไกล เขาไม่รู้เลยว่ามันคลานมาอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงสามเมตรั้แ่เมื่อไหร่!
ั์ตากลวงโบ๋คู่นั้นกำลังจ้องเขม็งมาที่เขา ลูกตาขุ่นมัวที่เหมือนปลาตายถูกปกคลุมด้วยเยื่อสีเทา มันดูไม่เหมือนดวงตาของมนุษย์อีกต่อไป และไร้ซึ่งความรู้สึกนึกคิดใด ๆ หลงเหลืออยู่อย่างสิ้นเชิง
การถูกซอมบี้จ้องตาเขม็งระยะประชิด ทำเอาฉินจงเสียวสันหลังวาบ ความหนาวเหน็บแล่นพล่านจากกระดูกก้นกบพุ่งปรี๊ดขึ้นมาตามแนวสันหลัง จนเขารู้สึกเย็นเยือกไปถึงขั้วกระดูก
แฮร่...
ซอมบี้สาวตะเกียกตะกายอยู่บนพื้น มันคืบคลานเข้ามาหาเขาทีละศอก ทิ้งรอยเืลากเป็ทางยาวไว้เื้ั ระยะห่างค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ เหลือหนึ่งเมตร... ครึ่งเมตร...
ไม่นานนัก กรงเล็บเปื้อนเืของมันก็แกว่งตะปบไปมาอยู่ตรงหน้าฉินจง มันดูร้อนรนหิวโหย แทบจะอดใจไม่ไหวที่จะตะครุบเขาไปฉีกทิ้งเป็อาหารมื้อโอชะ!
สถานการณ์บีบบังคับให้ฉินจงต้องกระถดตัวถอยหลังหนีอย่างต่อเนื่อง ถอยไปจนร่างของเขาแทบจะโผล่พ้นออกมาจากใต้ท้องรถอยู่อีกฝั่งอยู่แล้ว ทว่าเวลานี้บนถนนยังคงเต็มไปด้วยพวกซอมบี้บัดซบนี่ แล้วเขาจะโผล่ออกไปหลบซ่อนตัวที่ไหนได้อีกล่ะ?
แม้เสียงะเิและเสียงปืนจะเบนความสนใจของซอมบี้จำนวนมหาศาลไปแล้ว ทว่าหากเขากล้าทะลึ่งพรวดพลาดลุกขึ้นมาวิ่งหนีตอนนี้ล่ะก็ รับรองว่าวิ่งไปได้ไม่ถึงสิบเมตร คงถูกซอมบี้ที่เหลือไล่ตะครุบทัน แล้วโดนรุมทึ้งล้อมกรอบจนไร้ทางรอดแน่
ถึงตอนนั้น จุดจบเดียวที่รอเขาอยู่... ก็คือการถูกรุมฉีกเนื้อกินทั้งเป็
มนุษย์ทุกคนเกิดมาล้วนต้องตาย แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีใครหน้าไหนอยากถูกกัดกินทีละคำตอนที่ยังมีลมหายใจหรอก พอจินตนาการถึงสภาพการตายอนาถแบบนั้น ฉินจงก็อดไม่ได้ที่จะขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
สภาพการตายแบบนี้ มันแทบจะไม่ต่างอะไรกับโทษทัณฑ์แล่เนื้อทั้งเป็สุดแสนโเี้ในสมัยโบราณเลยสักนิด!
และนี่ก็คงจะเป็รูปแบบการตายสุดสยองที่ไอ้สารเลวหยางซินตั้งใจจัดฉากไว้ให้เขา หากไม่ใช่เพราะเขาบังเอิญตื่นขึ้นมาก่อนเวลา หากไม่ใช่เพราะมีเสียงะเิดังขึ้นมาช่วยชีวิตไว้ปุบปับล่ะก็ เกรงว่าเขาคงไม่มีทางรอดพ้นจากความตายไปได้จริง ๆ
ในขณะที่ซอมบี้สาวครึ่งท่อนคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉินจงที่กำลังลนลานก็หันไปสังเกตเห็นว่า ประตูฝั่งผู้โดยสารของรถตู้คันนี้ดูเหมือนจะปิดไม่สนิท
ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว! ฉินจงตัดสินใจวัดดวง เอื้อมมือไปดึงบานประตูเบา ๆ แล้วประตูรถก็แง้มออกอย่างง่ายดาย การค้นพบนี้ทำเอาฉินจงดีใจจนแทบคลั่ง!
รอดตายแล้วโว้ย!
วินาทีนี้ ในใจของฉินจงเปี่ยมไปด้วยความปีติยินดีอย่างล้นพ้น เขารีบมุดตัวเข้าไปในรถตู้ ดึงประตูปิดและกดล็อกอย่างแ่าทันที ก่อนจะหดตัวลงซ่อนอยู่ด้านหลังเบาะคนขับอย่างมิดชิด
รถตู้คันนี้ติดฟิล์มกรองแสงสีดำมืดทึบทุกบานยกเว้นกระจกหน้ารถ การซ่อนตัวอยู่หลังเบาะคนขับแบบนี้ ตราบใดที่เขาไม่รนหาที่ตายจนเผลอส่งเสียงดังออกไป ต่อให้พวกซอมบี้เอาหน้ามาแนบชิดติดกระจก ก็ไม่มีทางมองเห็นเขาที่หลบซ่อนอยู่ด้านในได้หรอก
ส่วนนังซอมบี้สาวที่ตะเกียกตะกายอยู่ใต้ท้องรถ ต่อให้มันเห็นฉินจงมุดเข้ามาในรถตู้ ทว่าซอมบี้ที่ไร้สติปัญญาและส่งเสียงร้องไม่เป็ภาษาอย่างมัน ย่อมไม่มีทางไปฟ้องเรียกพรรคพวกมารุมทึ้งฉินจงได้อย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น ขาของมันก็ขาดวิ่นไปหมดแล้ว ไม่มีปัญญาแม้แต่จะลุกขึ้นยืนเกาะกระจกรถด้วยซ้ำ
ตูม!
จากที่ไกล ๆ มีเสียงะเิกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นอีกระลอก ฉินจงััได้ถึงแสงไฟสว่างวาบอยู่นอกหน้าต่างรถ เขาค่อย ๆ แอบชะเง้อมองออกไป ก็เห็นกลุ่มควันสีดำทะมึนพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าตรงจุดที่เกิดเสียงะเิก่อนหน้านี้ ไม่รู้เลยว่ามันกำลังเกิดเื่บ้าอะไรขึ้นกันแน่!