" อู้ฮู!! สวยจังเลย "
ชิงลู่ลู่ที่เพิ่งปีนต้นเหมยขึ้นมานั่งบนกิ่งไม้ยอดบนสุดได้สำเร็จอุทานออกมาด้วยความตื่นตะลึงเมื่อมองเห็นภาพบรรยากาศอันงดงามราวสวน์ที่เต็มไปด้วยดอกไม้มากมายมหาศาลภายในงาน 'เทศกาลลอยดอกไม้' ที่ชาวเมืองแคว้นเหลิ่งร่วมกันจัดขึ้นเพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพชนเมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวของทุกปี สหายตัวน้อยทั้งสี่ที่เกาะอยู่กิ่งไม้ใกล้ๆ กันต่างพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
" ถ้าได้เข้าไปดูใกล้ๆ คงสวยกว่านี้หลายเท่า "
เด็กสาวเปรยออกมาใบหน้าที่ตื่นเต้นเมื่อครู่พลันหม่นเศร้าลงไปเล็กน้อย
" อย่าเสียใจไปเลยนะลู่ลู่ "
" ข้าไม่ได้เสียใจหรอกมิงมิง ข้าก็แค่เสียดายแทนชาวบ้านที่ไม่มีโอกาสได้เห็นภาพอันงดงามเหล่านี้ แม้แต่งานสนุกรื่นเริงก็ยังเข้าร่วมไม่ได้ "
" พวกมนุษย์ก็เป็เช่นนี้แหละ จะกี่ร้อยกี่พันปีก็ไม่เคยเปลี่ยน เห็นแก่ตัวขลาดเขลา " นกกระจิบป่าหมาเชี่ยสบถออกมาอย่างนึกรังเกียจ
ชิงลู่ลู่ทอดสายตามองภาพบรรยากาศตรงหน้าด้วยความรู้สึกหนักหน่วงในใจ ที่นกกระจิบป่าหมาเชี่ยพูดมาล้วนไม่ผิด
มนุษย์ก็เป็เช่นนี้
ไม่ว่าจะโลกนี้หรือโลกไหน ความเป็มนุษย์ก็ไม่เคยเท่าเทียมกันได้ มันคงเป็สัจธรรมกระมัง
ช่างเถอะ ยังไงก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อยู่ดี
ความจริงที่นางมาอยู่ที่นี่เป็เพราะคำไหว้วานของมารดาที่ให้มารอเก็บดอกไม้ที่ชาวเมืองใช้ลอยในงานพิธีกลับไปที่หมู่บ้านลู่เว่ยเพื่อความเป็สิริมงคล ในทุกๆ ปีชาวบ้านลู่เว่ยจะแอบส่งคนมารอเก็บดอกไม้ที่ลอยตามแม่น้ำมาเพราะไม่สามารถเข้าไปร่วมงานมงคลด้วยได้เนื่องจากมีราชโองการจากเบื้องบนสั่งห้ามไม่ให้คนใน 'หมู่บ้านต้องสาป' เข้ามาในเทศกาลมงคล 'ทุกอย่าง' ที่ทางแคว้นจัดขึ้นเป็อันขาด เพราะทรงเกรงว่าความอัปมงคลจะติดตัวชาวบ้านมาด้วย
เฮอะ!! ช่างน่าขันและไร้สาระสิ้นดี
แล้วที่หมู่บ้านของนางต้องกลายเป็เช่นนี้เพราะเหตุใดเล่า
หรือเบื้องบนผู้สูงส่งอาจจะหลงลืมไปแล้วว่าคำสาปเลวร้ายนี้แท้จริงแล้วมันเกิดขึ้นมาเพราะใคร
" อย่างน้อยชาวบ้านลู่เว่ยก็แตกต่างจากมนุษย์พวกนั้นนะหมาเชี่ย พวกเขาใจดี ดูอย่างเปลือกหอยของข้าสิ พวกเขาก็ไปเสาะหามาให้ ปีกของเ้าพวกเขาก็เป็ผู้รักษาให้ " หอยทากวัวหนิวร้องค้านขึ้นมาอย่างไม่พอใจ
" ข้าแค่พูดถึงส่วนมากเท่านั้นหนิวเอ๋อร์ ไม่ได้หมายรวมถึงชาวบ้านของ ลู่เอ๋อร์เสียเมื่อไร "
นกกระจิบป่าหมาเชี่ยพูดเสียงอ่อยอย่างขอลุแก่โทษที่พูดไม่คิดก่อนเขยิบเอาหัวไปไถ่ตัวหอยทากวัวหนิวเบาๆ อย่างง้องอน สร้างเสียงหัวเราะให้กบอิงอิงและกบมิงมิงยิ่งนัก
ส่วนชิงลู่ลู่เองก็ได้แต่กลั้นหัวเราะเอาไว้ ความรู้สึกหน่วงในใจมลายหายไปในทันที เด็กสาวหันไปมองภาพงานเทศกาลอีกครั้งด้วยดวงตาที่สดใสกว่าเดิม
" ข้าเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองโชคดีจริงๆ ก็วันนี้เอง "
" โชคดี? "
" อืม โชคดีที่ได้อยู่ในหมู่บ้านลู่เว่ย โชคดีที่มีท่านพ่อท่านแม่ที่รักข้า โชคดีที่มีพี่ป้าน้าอาที่น่ารัก และโชคดีที่มีสหายแบบพวกเ้าอย่างไรเล่า "
กล่าวจบเด็กสาวก็หันมาแจกยิ้มสว่างสดใสให้กับเหล่าสหายที่อยู่ข้างกาย
รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสดใส จริงใจ และมีความสุขทำให้เหล่าสหายตัวน้อยพลอยยิ้มตามนางไปด้วย
" พวกข้าก็โชคดีที่มีเ้าเป็สหายนะเ้ามนุษย์ซื่อบื้อ "
" ขอบคุณนะอิงอิง นี่ก็ใกล้เวลาแล้วพวกเ้ารอข้าอยู่ที่นี่นะ ข้าจะรีบไปรีบกลับ " จากนั้นเด็กสาวก็ปีนลงจากต้นไม้ทันที
" ระวังตัวด้วยนะลู่ลู่ " กบมิงมิงะโตามหลังเด็กสาวที่เดินหายไปในความมืดด้วยความเป็ห่วง
" ทำไมข้ารู้สึกไม่ค่อยสบายใจอย่างไรไม่รู้ " หอยทากวัวหนิวเปรยออกมา
" ข้าก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน " นกกระจิบป่าหมาเชี่ยพยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วย
" พวกเ้าอย่าคิดมากไปเลย นางดูแลตัวเองได้ พวกเราก็รอนางอยู่ที่นี่แหละ " กบอิงอิงปรามสหายทั้งที่ภายในใจของตนเองก็รู้สึกไม่สบายใจเช่นเดียวกับสหายตัวอื่นๆ
คงไม่เป็ไร นางคงไม่เป็อะไรหรอก
ชิงลู่ลู่เดินลัดเลาะไปตามเส้นทางภายในป่าใหญ่ ปากก็ฮัมเพลงไปด้วยอย่างอารมณ์ดี
คืนนี้แม้จะไร้เงาของพระจันทร์ดวงใหญ่แต่ก็ยังมีดวงดาวดวงน้อยมากมายที่คอยส่องแสงระยิบระยับงดงามจับตาอยู่เต็มท้องฟ้า
และเพราะมัวแต่แหงนมองดูดวงดาวจนเพลินเด็กสาวจึงไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าบนพื้นทางเดินข้างหน้านั้นมีบุรุษชุดแดงผู้หนึ่งนั่งเหยียดขาขวางทางอยู่ เป็เหตุให้นางสะดุดเข้ากับขายาวนั้นจนเสียหลักล้มหน้าทิ่มลงไปบนร่างใหญ่อย่างไม่ได้ตั้งใจ โชคดีที่นางใช้มือยันพื้นเอาไว้ได้ทันก่อนที่ใบหน้ากลมป้อมจะกระแทกลงไปกับ 'พื้น' เสียก่อน
" โอ๊ยจุกชะมัด "
" ซุ่มซ่าม "
เสียงกลั้วหัวเราะจากชายชุดแดงทำให้ชิงลู่ลู่ที่คิดว่าตัวเองล้มลงไปกับพื้นรีบกระเด้งตัวขึ้นมาทันควันก่อนจะกระเถิบถอยหลังไปสองสามก้าวด้วยความใ
" ข้าไม่ใช่มูลสัตว์ไม่ต้องทำท่าทางรังเกียจกันถึงเพียงนั้นก็ได้ " ชายชุดแดงกลอกตามองเด็กสาวอย่างหน่ายๆ
" เอ่อ.. คือ.. ขอโทษเ้าคะ ข้าผิดเองที่เดินไม่ระวัง ท่านาเ็ตรงไหนหรือไม่เ้าคะ "
" ช่างเถอะ ว่าแต่ดูเ้าแล้วคงมารอเก็บดอกไม้กลับไปหมู่บ้านต้องสาปสินะ "
" ท่านรู้ได้อย่างไร? " ชิงลู่ลู่ผงะถอยหลังด้วยความใ
จบเหแล้ว ถ้าเขาเอาไปแจ้งทางการนางจะทำอย่างไร
“วางใจเถอะ ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของข้า เ้าอยากทำอันใดก็ทำไป”
เด็กสาวผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ดูๆ ไปแล้วชายผู้นี้ก็ไม่ได้น่ากลัวเท่าใดออกจะเป็มิตรเสียด้วยซ้ำ ถึงจะดูปากเสียและกวนประสาทไปหน่อย
" แล้วท่านมาทำอันใดที่นี่หรือเ้าคะ "
ชิงลู่ลู่เอ่ยถามพลางเขยิบไปนั่งพิงต้นไม้ต้นตรงข้ามกับที่ชายชุดแดงนั่งอยู่ อาจเป็เพราะท่าทีสบายๆ และคำพูดเป็กันเองของชายหนุ่มทำให้นางไม่รู้สึกหวาดระแวงแล้ว
" ชมจันทร์ " ชายชุดแดงหันมาตอบเด็กสาวยิ้มๆ
กลางป่าเช่นนี้น่ะหรือ แปลกคน!!
" รับไว้สิ " ชายชุดแดงโยนลูกแก้วสีใสลูกหนึ่งไปให้เด็กสาวด้วยใบหน้าที่ยังคงแย้มยิ้มไม่เปลี่ยน
" อะไรหรือเ้าคะ "
" ลูกแก้วอย่างไรเล่า "
" ข้ารู้เ้าค่ะ แต่ท่านเอามาให้ข้าทำไมกันเ้าคะ "
" เอาไว้ส่องทางเ้าจะได้ไม่เดินไปเหยียบใครเข้าอีก "
เด็กสาวก้มมองลูกแก้วในมือด้วยความประหลาดใจ
“เอ่อ.. แล้วมันใช้อย่างไรหรือเ้าคะ”
ชายชุดแดงไม่ได้อารมณ์เสียหรือแสดงท่าทางรำคาญแต่อย่างใดทั้งยังสอนวิธีใช้งานลูกแก้วให้เด็กสาวอย่างใจเย็น
" ขอบคุณนะเ้าคะ "
" ไม่ต้องเกรงใจ "
ปุ้ง ฟิ้ว ปุ้งๆๆ
เสียงพลุดังกระจายบนท้องฟ้าทำให้ชิงลู่ลู่ที่กำลังจะด่าชายชุดแดงกลับไปอย่างเหลืออดแหงนเงยขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความสนใจ พลุขนาดน้อยใหญ่แตกกระจายเปล่งประกายวับแวมสวยงามอยู่เต็มท้องฟ้า งดงามเหมือนพลุที่นางเคยเห็นในโลกเดิมตอนเด็กๆ ไม่มีผิด
ชิงลู่ลู่ยิ้มกว้างมองดูพลุสีสวยบนท้องฟ้าด้วยดวงตาเปล่งประกาย รอยยิ้มสดใสไร้เดียงสาเหมือนเด็กเล็กของนางทำให้ชายชุดแดงที่นั่งอยู่ตรงข้ามพลอยแย้มยิ้มตามอย่างอดไม่อยู่
เขารู้สึกชื่นชอบรอยยิ้มสดใสของเด็กสาวแก้มอวบน่ากัดผู้นี้อย่างบอกไม่ถูก อาจเพราะยามที่นางแย้มยิ้มออกมาดูเหมือนโลกทั้งใบคล้ายจะดูสดใสและน่าอยู่ขึ้นหลายเท่า โดยเฉพาะพวงแก้มอวบอิ่มกลมยุ้ยน่าบีบนั่น ยามมองเห็นทีไรเป็ได้คันไม้คันมืออยากจะก้มลงไปกัดเล่นให้หายมันเขี้ยวอยู่ร่ำไป แต่เขาเป็บุรุษจะกระทำหยาบคายเช่นนั้นกับสตรีได้อย่างไร
" ข้าคงต้องไปแล้ว ขอบคุณท่านอีกครั้งนะเ้าคะสำหรับความช่วยเหลือทั้งหมด ขอบคุณแทนชาวบ้านลู่เว่ยทุกคน "
เด็กสาวรู้ว่าที่ชายชุดแดงมอบลูกแก้วนำทางนี้ให้ก็เพราะ้าช่วยเหลือนางทางอ้อม ไม่เช่นนั้นเขาคงกลับไปแจ้งทางการหรือไม่ก็ข่มขู่เอาความกับนางไปนานแล้ว และคงไม่ปล่อยให้นางนั่งดูพลุอย่างสบายใจจนจบเช่นนี้แน่
ชายชุดแดงทำเพียงคลี่ยิ้มกวนๆ แล้วโบกมือส่งให้อย่างไม่ใส่ใจ ชิงลู่ลู่จึงหันหลังเดินออกมาโดยใช้ลูกแก้วที่ชายชุดแดงโยนให้ส่องทาง
" ิเสวี่ยนอู่ ข้าชื่อิเสวี่ยนอู่ "
ชิงลู่ลู่ไม่คิดว่าชายชุดแดงจะะโไล่หลังตามมาเช่นนี้
นี่เป็ครั้งแรกที่มีคนรู้ว่าพวกนางมาจากหมู่บ้านลู่เว่ยแล้วไม่แสดงท่าทางรังเกียจทั้งยังให้ความช่วยเหลือโดยไม่หวังผลเช่นนี้
" ข้าจะจดจำนามของท่านไว้เ้าค่ะ ส่วนข้าชิงลู่ลู่แห่งหมู่บ้านลู่เว่ย ขอบคุณท่านอีกครั้งนะเ้าคะ "
ชิงลู่ลู่หันกลับมาตอบชายชุดแดงก่อนจะโค้งศีรษะลงเป็การแสดงความขอบคุณจากใจจริง
'ิเสวี่ยนอู่' ยกยิ้มทะเล้นมองตามเด็กสาวแก้มอวบน่ากัดที่เดินจากไปอย่างอารมณ์ดีเป็พิเศษก่อนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงดาวระยิบระยับพลางนั่งฮัมเพลงต่อไปอย่างสบายอารมณ์
" แล้วพบกันใหม่นะ เ้าแก้มซาลาเปา "
ชิงลู่ลู่ใช้ลูกแก้วที่ิเสวี่ยนอู่ให้มาส่องเส้นทางจนเดินมาถึงปลายแม่น้ำที่ไหลออกมาจากเมืองหลวง
บริเวณนั้นมีดอกไม้ลอยตามกระแสน้ำออกมามากมาย เด็กสาวรีบเก็บลูกแก้วเข้าชายแขนเสื้อแล้วเดินเข้าไปเก็บดอกไม้เ่าั้ก่อนที่จะมีใครมาเห็นเข้า
ในขณะที่เด็กสาวกำลังเอื้อมมือไปคว้าดอกจู๋ร์ฮวาสีเหลือง (1) ดอกใหญ่ที่ลอยอยู่ตรงหน้าขึ้นมา สายตาของนางพลันเหลือบไปเห็นแสงสะท้อนจาก 'กำไล' วงเล็กที่ถูกผูกติดอยู่ปลายก้านของดอก
ชิงลู่ลู่ยกกำไลวงนั้นขึ้นมามองดูใกล้ๆ ด้วยความสงสัย
กำไลหยกสีดำลายดอกจู๋ร์ฮวา
สวยแต่ดูแปลกตาไปสักหน่อย บางทีอาจมีใครทำตกเอาไว้ก็เป็ได้
เมื่อคิดได้เช่นนั้นชิงลู่ลู่จึงวางกำไลไว้ตรงริมตลิ่งเผื่อว่าเ้าของกำไลจะได้หาเจอง่ายๆ แล้วหันไปเก็บดอกจู๋ร์ฮวาใส่ไว้ในกระเป๋าแขนเสื้อของตนเองต่อไปโดยไม่ได้ใส่ใจกับกำไลวงนั้นอีก
แต่ทว่าพอเด็กสาวกำลังจะเดินไปเก็บดอกไม้ดอกอื่นเพิ่ม ฉับพลันนั้นก็บังเกิดสายลมหอบใหญ่พัดวูบเข้ามากระแทกร่างของนางอย่างแรงจนเสียหลักล้มลงไปอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้แขนข้างขวาของนางพาดทับกำไลหยกสีดำที่วางอยู่ริมตลิ่งเข้าอย่างพอดิบพอดี
ทันใดนั้นเองกำไลหยกพลันยืดตัวออกแล้วโอบรัดข้อมือของเด็กสาวเอาไว้แน่นจนมันแนบสนิทเข้ากับข้อมือ เด็กสาวทั้งใทั้งตื่นกลัว พยายามแกะอย่างไรก็แกะไม่ออก ยิ่งพยายามแกะมันก็ยิ่งรัดแน่นจนรู้สึกเจ็บข้อมือเล็กไปหมด
" โอ๊ย!! กำไลบ้าอะไรเกาะแน่นอย่างกับปลิง "
ชิงลู่ลู่ทิ้งข้อมือลงข้างตัวอย่างสิ้นหวัง
นี่มันเกิดเื่บ้าบออะไรกัน กำไลประหลาดวงนี้มันคืออะไร ถ้าเ้าของเขามาเจอเข้าว่าอยู่บนข้อมือของนางแล้วจะทำอย่างไร คนเขาจะไม่คิดว่านางเป็หัวขโมยเอาหรือ
ซวยแล้ว!!
ในขณะที่ชิงลู่ลู่กำลังคิดไม่ตกอยู่ว่าจะเอายังไงดีกับกำไลเ้าปัญหาวงนี้ จู่ ๆ ก็มีเงาร่างหนึ่งพุ่งตรงมาสกัดจุดนางจากทางด้านหลังเป็เหตุให้ร่างทั้งร่าง ของเด็กสาวไม่อาจขยับเขยื้อนได้ราวกับเป็อัมพาต ตาและปากของนางถูกผูกปิดไว้อย่างรวดเร็วและแ่าจนมองอะไรไม่เห็นได้แต่ส่งเสียงร้องอู้อี้ในลำคอ มือทั้งสองข้างแม้จะไม่สามารถขยับได้แล้วก็ยังถูกจับมัดรวบตึงไว้ด้านหลัง
หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามอย่างหวาดหวั่นและหวาดกลัว หูของนางได้ยินเสียงแข็งกระด้างของบุรุษปริศนาผู้หนึ่งก้าวเดินมาหยุดยืนอยู่เื้ัก่อนจะเอ่ยสั่งการกับบุรุษปริศนาอีกคน
" พานางไปให้ท่านประมุขก่อน "
" ขอรับ!! "
สิ้นเสียงตอบรับดุดัน ร่างของนางก็ถูกยกขึ้นพาดไว้บนบ่าแข็งเกร็งจากนั้นหูของนางก็ได้ยินเพียงเสียงหวีดหวิวของสายลมที่แทรกผ่านร่างไปอย่างรวดเร็ว
อะไรกัน!!
ประมุขบ้าบออะไรอีก
ใครก็ได้ช่วยข้าที ท่านพ่อท่านแม่ ช่วยลู่เอ๋อร์ด้วย
หมายเหตุ
1) ดอกเบญจมาศ
*หวังว่าทุกคนจะเอ็นจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)