ฉลามนุ่มฟูได้เดินขึ้นมา พร้อมกับของหวานในมือ…
“ดวงจันทร์สีทองแสนละมุนนุ่ม อยู่เคียงคู่อวกาศประดับดวงดาราราย ราดด้วยมิลกี้เวย์สีนวลอันหอมหวาน ข้าวเหนียวมะม่วงจันดารา มาเสิร์ฟแล้วขอรับ”
ฉลามนุ่มฟูยกขนมหวานออกมา บนจานใสลวดลายน้ำวนน้อยๆ
“นี่มัน…”
ข้าวเหนียวสีม่วง ตัวแทนของ อวกาศ
ข้าวเหนียวสีน้ำเงินฟ้า ตัวแทนของ เนบิวลา
ข้าวเหนียวสีเหลือง ตัวแทนของ ดาวฤกษ์
สลับผสมปนสู่กันเหมือนอวกาศบนฟากฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวและสายธาร
ราดด้วยน้ำกะทิสีขาวนวลเนื้อเนียนราวกับทางช้างเผือก
มะม่วงสีทองที่ถูกบั้งเป็ตารางและคลี่ออกเป็ลูกเต๋าโดยไม่หลุดออกจากเปลือก ขนาดพอดีคำอย่างหมดจด เสมือนดั่งจันทราในแรม 4 ค่ำ
และปิดฉากด้วย ถั่วทองกรุบกรอบที่ส่องประกายราวทองคำ้ากะทิ
“...มันคืออะไร!? ข้าวเหนียวกินกับมะม่วงเนี่ยนะ!?”
ฉันก้มลงดู แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
ชี้ไปยังขนมหวานที่วางอยู่ในจานนั่น มีใบของใบเตยประดับข้างๆพร้อมกับดอกกล้วยไม้สีม่วง มันแปลกจริงๆนะ ข้าวเหนียวกับมะม่วง มันจะเข้ากันจริงๆหรือ?
“แน่นอนสิขอรับ ของหวานชนิดนี้มีความอร่อยลงตัวอย่างงดงามเลยทีเดียวเชียวนะขอรับ”
ฉลามนุ่มฟูยกครีบ(มือ?)ขึ้นมา เหมือนจะบอกให้ฉันลองดู
“น้ำกะทินั่น หนูเป็คนทำเองแหละ พี่นารุมิ”
โวย่าทำท่ามั่นใจในรสชาติมาก เด็กดีจริงๆแฮะ
“ค่ะ มะม่วงนั่น ดิฉันเองก็เพิ่งจะเก็บมา รับประกันความสดได้เลยค่ะ”
วินเซียเอง ก็ทำท่าประสานนิ้วทั้ง 5 เข้าด้วยกันอย่างอบอุ่น
“อืม…”
ข้าวเหนียวมะม่วงเนี่ยนะ อืม…
ฉันลองตักขึ้นมาดู ก็ดูดีน่าอร่อยดีนะ แต่ว่า…
ฉันหันไปมองโวย่าและวินเซีย ทั้งคู่ทำหน้าทำตาให้ฉันลองชิมดู
เอาก็เอา
งั่ม…
ความหวานมันของข้าวเหนียวและกะทิเข้ากันอย่างลงตัวความหอมที่คลุกเคล้าเข้ากันช่วยกระตุ้นน้ำลายให้ไหลย้อย
ความสดชื่นของมะม่วงสีเหลืองทอง ความสุกที่พอเหมาะและขนาดพอดีคำนี่ เสริมความหวานให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
ถั่วทองกรุบกรอบที่ตัดความนุ่มของมะม่วงและข้าวเหนียวได้อย่างลงตัว ช่วยให้มีรสััที่หลากหลาย
ข้าวเหนียว มะม่วง ถั่วทอง และกะทิ ทั้งหมดได้รวมกันในช้อนเดียว กลายเป็รสชาติความหวานหอมที่ควรจะลิ้มลองสักครั้งในชีวิต
“อร่อย!”
ฉันอุทานออกมาอย่างใ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันเข้ากันได้ขนาดนี้
“ใช่ไหมล่ะ?” โวย่าทำหน้าภูมิใจ ยิ้มแป้นใหญ่
“นี่แหละค่ะ ของดีจากดินแดนช้างเผือกทางตอนใต้”
ความหวานนี่ มันสุดยอดจริงๆเลยนะ แต่ว่า…
“อืม...หวานขนาดนี้ เบาหวานจะถามหาไหมเนี่ย?”
“ไม่หรอกค่ะคุณนารุมิ ทานไปแล้วอย่างไปคิดมากเลยค่ะ ถึงจะหวานแต่ถ้าทานอย่างพอดีและออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็ไม่มีอะไรน่ากังวลค่ะ”
พูดเหมือนกับโค้ชสอนออกกำลังกายเลยแฮะ คุณวินเซียเนี่ย
“ไม่ต้องห่วงไปขอรับ ร้านเรามีบริการรักษาเบาหวาน ตัดขาพร้อมเปลี่ยน เตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วขอรับ…”
ฉลามนุ่มฟูตอบด้วยตาแป๋วแหวว
อืม…มีบริการแบบนั้นในร้านคาเฟ่ด้วยหรือนี่ โลกมันเปลี่ยนไปจริงๆแฮะ
“เชิญชั้นล่างได้เลยขอรับ”
“ยัง!”
ทุกคนหัวเราะขึ้นมา
——————————
แกร็ง ฉันวางช้อนส้อมลงบนจาน
รสหวานยังคงติดอยู่ในปาก
“อร่อยดีจัง…” ฉันมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ท้องก็อิ่มแล้ว พลังงานมาพร้อม คำตอบที่้าก็เจอแล้ว
เหลือแค่ลงมือสินะ
“เอาแหละ กลับดีกว่า”
“จะไปแล้วหรือพี่นารุมิ?”
“อืม พี่จะไปวาดรูปให้เสร็จน่ะนะ”
ฉันลุกขึ้นยืน บิดตัวไปมาเล็กน้อย
“ถ้าอย่างนั้นดิ ฉันขอตัวก่อนนะคะคุณนารุมิ…”
“ดิฉันจะรอชมผลงานชิ้นใหม่ของคุณในงานนิทรรศการนะคะ”
วินเซียยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นเก็บจานขนมหวาน ก่อนละเดินลงไปข้างล่าง
ฉลามนุ่มฟูก็เดินสวนขึ้นมา พร้อมกับถุงอะไรสักอย่าง
“นี่คุกกี้เนยขอรับ ขอฝากคาเฟ่ของเราไว้ในอ้อมกอดด้วยนะขอรับ”
พูดจบก็ยกถุงคุกกี้ ยื่นมาให้ฉัน ก่อนจะหยิบแก้วบลูฮาวายขึ้น
“เออ…นี่ คุณฉลามนุ่มฟู…”
ฉลามนุ่มฟูหันมามองด้วยสายตาแบบว่า เรียกผมอย่างนั้นหรือ?
“ขอรับ?”
“คุณวาดภาพได้ไหม?”
ฉลามนุ่มฟูเงียบไปครู่หนึ่ง
“ก็พอได้ขอรับ”
“ลองวาดให้ดูหน่อยสิ”
ฉันชี้ไปยังแอปเปิลลูกนั้น ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ แอปเปิลที่พวกเราทั้งสาม วาดด้วยกัน
“ได้ขอรับ”
“ไม่เคยเห็นยูนิซาเมะวาดรูปเลยแฮะ” โวย่าเองก็อยากเห็นเหมือนกันสินะ
ฉันเอากระดาษกับดินสอสียื่นให้ ฉลามนุ่มฟูวางแก้วน้ำลง แล้วยืนวาดรูปอยู่อย่างนั้น
ว่าแต่…ครีบ(มือ)ที่ดูนุ่มนิ่มนั่น จับดินสอสีได้ยังไงกันนะ?
“เรียบร้อยแล้วขอรับ” ก่อนจะยื่นกระดาษมาให้ฉันกับ โวย่า วาดได้เร็วมากเลยแฮะ จะเป็ภาพแบบไหนกันนะ
“นี่มัน…” โวย่ากับฉันมองไปยังกระดาษแผ่นนั้น
ภาพที่อยู่ในกระดาษนั้น ชวนต้องตกตะลึงในความสวยงามของมัน
ทั้งความเร็วในการวาด
ฝีไม้ลายแปรง
ความคมของเส้น
น้ำหนักการลงสี
แสง เงา
และความสะอาดที่ไร้รอยแก้ไข
ภาพนั้น…นั่นก็คือ…
“ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่! ยูนิซาเมะ” โวย่าทำแก้มป่องตาโต ส่งเสียง งื้อ เบาๆ พร้อมหมุนกระดาษไปมา
ใช่…ไม่มีอะไรเลย เป็แค่กระดาษเปล่าๆสีขาว ไม่มีรอยขีดเขียนใดๆเลย จะขยี้ตาอีกกี่ที ก็ไม่เห็นมีอะไรเลย นอกจาก กระดาษเปล่าๆ
“คือว่า…” ฉันหันไปหาฉลามนุ่มฟูนั่น
“ภาพนี้คือ อนาคตของ แอปเปิล ขอรับ…”
“อะไรหว่า?” โวย่ายืนมองด้วยสายตาสับสน
อนาคต ของ แอปเปิล ?
“แอปเปิล ลูกนี้ได้ประดับประดาในจานตรงนี้ และหลังจากคุณลูกค้าจากไป มันจะถูกจัดเก็บ อาจจะนำไปล้างแล้วมาทำขนมใหม่ หรือเอาไปบดทำลายกลายเป็ปุ๋ยก็ได้ขอรับ…”
“และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับ แอปเปิล ลูกนี้ก็ตามแต่ แอปเปิล ลูกนี้จะต้องถูกย้ายออกไปจากที่นี่อย่างแน่นอน…”
“เพราะฉะนั้นแล้ว แอปเปิล ลูกนี้ จึงไม่ได้ปรากฏออกมาในกระดาษใบนี้ขอรับ เพราะกระผมได้วาด อนาคต ของ แอปเปิล ดังนั้นในท้ายที่สุด มันจะเหลือแค่ในความทรงจำของพวกคุณเท่านั้นขอรับ”
ฉันยืนนิ่งไป
“ก็ประมาณนี้แหละขอรับคุณนารุมิ”
“ยูนิซาเมะลักไก่ชัดๆ! ไม่ได้วาดอะไรเลยสักหน่อยหนึ่งนี่นา” โวย่ายกมือโวยวายแบบเด็กๆเลย ไม่สิ ก็เด็กจริงๆนั่นแหละนะ
“นั่นน่ะสิขอรับ บางที…อาจจะเป็แบบนั้นก็ได้นะขอรับ ลืมๆไปเถอะขอรับทุกท่าน” ฉลามนุ่มฟูเก็บแก้วแล้วเดินไป
“เดี๋ยวสิยูนิซาเมะ กลับมาวาดก่อน” โวย่าดึงฉลามนุ่มฟูนั่นไว้ แต่เหมือนจะสู้แรงไม่ได้เลยโดนลากไปตามทาง
ฮ่าฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่าฮ่า
ฉันเข้าใจดีเลยละ
ตอนนี้ แอปเปิล ลูกนั้น ยังวางอยู่ตรงนี้ บนโต๊ะนั่น แต่สักวัน แอปเปิล นั้น ก็จะหายไปตามกาลเวลา
ในท้ายที่สุด…มันจะหายไป…จากตรงนี้
“โวย่าไม่เห็นจะเข้าใจภาพที่ยูนิซาเมะวาดเลย พี่นารุมิเข้าใจหรือ?” โวย่าพูดก่อนจะปล่อยมือออก
“อือ เข้าใจเลยแหละ เข้าใจสุดๆไปเลย…โวย่า เดี๋ยวสักวันเธอจะเข้าใจแน่นอน”
ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ
“ถ้าอย่างนั้น ลงไปกันเถอะโวย่า”
โวย่ามองหน้าฉัน ก่อนจะยิ้มแล้วตอบรับ
“อือ”
ฉันเดินลงไปพร้อมกับโวย่า พูดคุยกันเบาๆในเื่ต่างๆก่อนจะออกมานอกคาเฟ่รถไฟแห่งนี้
“เป็คาเฟ่ที่อร่อยมากเลย ถ้าอย่างนั้นไว้เจอกันใหม่นะ”
“บะบายพี่นารุมิ”
“ขอบพระคุณมากขอรับ”
ฉันเดินออกมาด้วยความอิ่มเอมใจ มือซ้ายถือถุงคุกกี้ มือขวาโบกมือลา
“เดี๋ยวก่อนค่ะ! คุณนารุมิ” วินเซียวิ่งเข้ามาหา
“หืม? คุณวินเซีย…มีอะไรหรือ?”
“นี่ค่ะ ดอกไม้ของคุณ”
วินเซียยื่นช่อดอกไม้ที่ถูกห่อมาให้
“ดอกโปรเตีย?”
อ๋อ! ที่ฉันเลือกก่อนจะเข้าร้านสินะ
“ค่ะ ภาษาดอกไม้ หมายถึง ความกล้าหาญและความแข็งแกร่งค่ะ…”
“ดอกโปรเตียมักจะเติบโตในสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งและรุนแรง…”
“ตอนนี้คุณ ก็กำลังจะผลิบานเหมือนกัน”
ตาฉันหลี่ลงเล็กน้อย ความพอใจ ความอบอุ่นและความตื้นตันใจ มันปรากฏออกมา
“ขอบคุณนะ”
“ขอให้โชคดีนะคะ”
วินเซียโค้งตัวลงเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปยังรถไฟคาเฟ่นั่น
ฉันยืนมองดูคาเฟ่นั่น ค่อยๆปิดประตู แล้ววิ่งออกไปตามสายน้ำ ก่อนจะหายลับสายไป
“ว่าแต่…คาเฟ่นั่น ชื่ออะไรกันนะ?”