บทที่ 10 ผู้ช่วย
เจียงอันเล่อกลับมาที่จวนด้วยสภาพอ่อนล้า วันนี้ทั้งวันนางได้แต่ยกเอกสารขึ้นลงไปมาจนร่างกายปวดร้าวไปทั้งตัวทั้งยังหงุดหงิดใจที่ได้ยินข่าวเื่หานอี้หลงอีกต่างหาก“เฮ้อ...ท่านจะตายเพราะนางอยู่แล้วยังไม่สำนึกอีก”เจียงอันเล่อได้แต่ก่นด่าในใจด้วยความหงุดหงิด
หลีอันรีบเข้ามาปรนนิบัตินายหญิงของตนอย่างรวดเร็วหลังจากเจียงอันเล่ออาบน้ำเป็ที่เรียบร้อย นางก็ล้มตัวลงนอนในทันทีความเหนื่อยล้าที่ก่อตัวขึ้นอย่างมากทำให้เปลือกตาของนางที่หนักอึ้งปิดลงไปอย่างรวดเร็วในที่สุด
ยามเช้าที่แสงแดดเริ่มทอประกาย เจียงอันเล่อเดินทางมาถึงด้านหน้าของสำนักโยธาอย่างกระตือรือร้นอีกครั้งนางก้าวเดินเข้าสู่ด้านในด้วยท่าทีคล่องแคล่วและมั่นใจ มวยผมที่มัดรวบขึ้นเหนือหัวเฉกเช่นบุรุษกับชุดขุนนางสีกรมท่าที่ดูหลวมโคร่งกว่าชายหนุ่มทั่วไปแอบซ่อนอำพรางเรือนร่างหญิงสาวไว้ได้อย่างมิดชิด
เมื่อเจียงอันเล่อก้าวเท้าเข้าสู่ห้องทำงานใหญ่ของสำนัก ดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นเต้นรอยยิ้มเล็กผุดขึ้นที่มุมปากพร้อมกับมือที่กำแน่นขึ้นมา
ตรงกลางห้องโถงใหญ่หานอี้หลงกำลังยืนอยู่ด้านหน้าโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยเอกสารและแบบแปลนจำนวนมากร่างสูงสง่างามในชุดขุนนางสีดำปักลวดลายเมฆด้วยด้ายเงิน มือใหญ่กำลังจับพู่กันหมึกจีนขีดเขียนอะไรบางอย่างลงไปบนแผ่นกระดาษตรงหน้าด้วยท่าทางที่จริงจังใบหน้าคมคายของเขาเคร่งขรึม คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเกิดรอยย่นเล็ก ๆ ระหว่างคิ้วอย่างคนที่กำลังใช้ความคิดอย่างหนัก
เจียงอันเล่อหยุดยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโค้งกายลงคำนับหานอี้หลง “คำนับใต้เท้าหาน”
เสียงเอ่ยทักทำให้หานอี้หลงหยุดชะงักลง เขาเงยหน้าขึ้นมองหลงซีอ่าวก่อนจะหลุบตาลงไปยังกองเอกสารตรงหน้าอีกครั้ง
เจียงอันเล่อเม้มปากแน่นกับท่าทีดังกล่าว แต่นางก็ยังข่มใจก้าวเท้าเดินไปหยุดตรงข้ามกับหานอี้หลงอีกครั้ง“ใต้เท้าหาน ท่านกำลังดูสิ่งใดอยู่หรือ มีสิ่งใดที่ข้าพอจะช่วยได้หรือไม่”
หานอี้หลงเงยหน้าขึ้นมองหลงซีอ่าวอีกครั้งอย่างรู้สึกขัดเคืองที่ถูกทำลายสมาธิดวงตาคมกริบสบสายตาเข้ากับเขาอย่างนึกตำหนิ “ข้ากำลังยุ่งอยู่ เ้าจะไปไหนก็ไปเถิด”เสียงทุ้มต่ำตอบกลับด้วยความหงุดหงิดออกมาอย่างไม่เกรงใจก่อนจะก้มหน้าลงบนเอกสารอีกครั้งด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดยิ่งขึ้นกับปัญหาที่เขายังคงแก้ไม่ตกในเวลานี้
เจียงอันเล่อยังคงไม่ยอมแพ้เขาชะเง้อหน้าไปมองเอกสารตรงหน้าอย่างพิจารณาอีกครั้ง
“ใต้เท้าหาน...นี่คือแบบแปลนเขื่อนกั้นน้ำใช่หรือไม่” เจียงอันเล่อเอ่ยทำลายความเงียบออกมาอีกครั้ง“ข้าน้อยเห็นท่านยืนครุ่นคิดอยู่นาน หากมีปัญหาสิ่งใดพอจะบอกข้าได้หรือไม่”
หานอี้หลงถอนหายใจยาวออกมา ก่อนจะเงยหน้ามองชายหนุ่มตรงหน้าที่เอาแต่เซ้าซี้เขาไม่หยุดจากนั้นหานอี้หลงจึงยกมือขึ้นชี้ไปที่แบบแปลนขนาดใหญ่ที่กางอยู่บนโต๊ะ“นี่คือแบบแปลนเขื่อนกั้นน้ำสำหรับเมืองเตียงอัน เมืองนี้ประสบปัญหาน้ำท่วมแทบทุกปีทำให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ข้าเองกำลังหาวิธีแก้ไขเื่ดังกล่าวแต่ดูเหมือนว่าแบบแปลนนี้ยังมีข้อบกพร่องอยู่อีกมาก...หากเ้ามีความคิดอันใดก็ลองว่ามา”
เจียงอันเล่อรีบฉวยโอกาสเคลื่อนกายไปยืนข้างหานอี้หลงในทันทีรอยยิ้มยกอย่างคนเ้าเล่ห์ฉายวาบขึ้นมาบนใบหน้าก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็ปกติอีกครั้ง “เช่นนั้นข้าขอลองดูสักหน่อย”
เจียงอันเล่อก้มลงพิจารณาแบบแปลนดังกล่าวด้วยท่าทางที่ดูจริงจังมากขึ้น“ใต้เท้า ข้าน้อยขอดูแผนผังเมืองและข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่โดยรอบได้หรือไม่”
หานอี้หลงพยักหน้า พร้อมหยิบม้วนเอกสารอีกชุดจากกองแล้วส่งให้นางเจียงอันเล่อคลี่แผนที่ออกอย่างระมัดระวังดวงตากลมโตของนางจับจ้องไปที่แม่น้ำสายหลักและเส้นทางน้ำในเมือง “ใต้เท้าหานมิทราบว่าสภาพดินตรงริมแม่น้ำมีลักษณะเป็เช่นใดหรือ”
“บริเวณแถบนั้นเป็ดินร่วนปนทราย”
เจียงอันเล่อเผลอตัวยกมือขึ้นลูบคางอย่างคนกำลังใช้ความคิด สักพักหนึ่งนางก็ชี้ไปที่จุดโค้งของคุ้งน้ำดังกล่าว
“ใต้เท้า...ท่านลองดูตรงบริเวณนี้...บริเวณนี้เป็แนวโค้งน้ำ นี่ดูเหมือนจะเป็จุดอ่อนของการสร้างเขื่อนกั้นน้ำอย่างมากเพราะกระแสน้ำที่พัดแรงจะกัดเซาะดินบริเวณนี้เป็พิเศษหากสร้างเขื่อนโดยไม่ปรับปรุงพื้นที่นี้เสียก่อน ข้าเกรงว่าเขื่อนอาจจะไม่สามารถทนต่อแรงดันของน้ำได้”
ดวงตาคมของหานอี้หลงเปล่งประกายขึ้นมาในทันที เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยกับข้อสังเกตของหลงซีอ่าว“เ้ามีความคิดเห็นเช่นข้าทีเดียว แต่ที่ข้ายังกังวลใจเนื่องจากข้ายังคิดหาวิธีแก้ไขเื่นี้มิได้”
เจียงอันเล่อยืดตัวตรงขึ้นอย่างรู้สึกภาคภูมิก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ทางแก้หลักคงต้องเป็เื่สภาพดินของบริเวณนี้ที่เป็ดินทรายหากไม่มีการปรับปรุงฐานรากที่เหมาะสม เขื่อนก็มิอาจทานทนอยู่ได้ เช่นนั้นข้าขอเวลาสิบห้าวันข้าจะรวบรวมข้อมูลและเสนอแผนในการแก้ปัญหานี้ให้กับท่านอีกครั้ง”
“เ้าแน่ใจหรือ” หานอี้หลงอุทานออกมาอย่างไม่เชื่อหูตนเอง
“ท่านก็ลองให้ข้าลองทำดูก่อน ถึงอย่างใดเวลานี้ท่านก็ยังคิดมิตกอยู่ดีมิใช่หรือ”เจียงอันเล่อกล่าวออกมาอย่างท้าทาย
หานอี้หลงนิ่งคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้า “ดี เช่นนั้นเ้าจงไปจัดเตรียมข้อมูลมาคุยกับข้าหากเ้าทำได้ดี ข้าย่อมมีรางวัลให้กับเ้าอย่างงามเป็แน่”
เจียงอันเล่อเบิกตากว้างกับคำว่า “รางวัล” ขึ้นมา “หากข้าสามารถทำได้ท่านจะให้รางวัลใดกับข้าหรือ”
หานอี้หลงหัวเราะหึๆ ออกมาเบาๆ “แล้วเ้า้าสิ่งใด”
เจียงอันเล่อยิ้มกว้างขึ้นมาจนเห็นไรฟันขาว “หากข้าทำสำเร็จ ข้าค่อยบอกสิ่งที่ข้าอยากได้ได้หรือไม่ถึงเวลานั้นท่านจะเบี้ยวข้ามิได้นะขอรับ”
หานอี้หลงหัวเราะร่าออกมา “ไว้รอเ้าสร้างผลงานให้ข้าเห็นก่อนเถิดค่อยมาคุยโวเช่นนี้”
เจียงอันเล่อยิ้มออกมาอย่างมุ่งมั่นตั้งใจเต็มที่ รางวัลจากหานอี้หลงเป็แรงผลักดันให้นางต้องทำให้สำเร็จให้จงได้“ขอบคุณใต้เท้า ข้าจะมิทำให้ท่านผิดหวังเป็แน่”