หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 14


    “นึกว่าลืมๆกันไปซะแล้ว ว่าแต่เก่งขึ้นเยอะเลยนะ เมื่อก่อนมีแต่เฮียเฮ้งเท่านั้นที่จับสัมผัสของพี่ได้” ชายคนนั้นพูดออกมา และแน่นอนเขาคือทรัพย์ พี่ชายของสินนั่นเอง “แน่นอนพี่ทรัพย์ หนูต้องเก่งขึ้นอยู่แล้ว หนูพึ่งได้รับทรัพยากรมาจากตระกูลสาขาหลักที่ประเทศจีน พลังปราณเลยก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในเดือนที่ผ่านมา” หมวยกล่าวต่อ “อย่างงั้นก็ดีแล้ว ช่วงนี้พี่ติดภารกิจที่ค่อนข้างสำคัญมาก พี่ไม่อยากให้เจ้าสินมันรู้ว่าพี่ทำอะไรที่เสี่ยงตายขนาดนี้ แต่พี่ก็คงยังเป็นห่วงมัน ก็พี่เหลือมันเป็นครอบครัวแค่เพียงคนเดียวนี่นา ก็เลยมาแอบดูก่อนจะเดินทางไปสาขาหลักที่กทม.นะ” เพราะภารกิจหลังๆมานี้ถึงจะได้เงินที่ค่อนข้างมาก แต่ความเสี่ยงตายก็มากขึ้นไปด้วย และในตอนนี้เขาพึ่งรับเลือกให้เป็นหัวหน้าหน่วยล่าปีศาจคนใหม่ ถ้าศัตรูรู้ว่าเขามีน้องชายอยู่ สินคงจะไม่พ้นตกเป็นเครื่องมือต่อรองให้กับพวกมันอย่างแน่นอน “งั้นเหรอคะ ก็ดีแล้วค่ะ พี่สินไม่ควรมารับรู้เรื่องราวในวงใต้ดินอย่างเราๆ” เธอเองก็เข้าใจดีว่าเรื่องวงการใต้ดินนั้น บุคคลธรรมดาไม่ควรที่จะได้รับรู้ เพราะมันเป็นกฎของโลกใต้ดิน คนธรรมดาที่รู้เรื่องมักจะเป็นอันตรายกันเสียทุกคน “สักวันมันก็คงจะต้องรู้ ความลับไม่มีในโลกนี้หรอกนะ ช่วงนี้เจ้าพวกนั้นเองก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างแปลกๆ ยังไงเราก็ระวังตัวไว้ด้วยก็ดีนะ” เขาที่เป็นถึงระดับหัวหน้าหน่วยก็พอจะรู้ข่าววงในขององค์กรอยู่บ้าง แต่องค์กรของเขาส่วนใหญ่จะเป็นกลาง ไม่อยู่ข้างไหน เมื่อพันปีก่อนอย่างที่รู้กันฝั่งของวาติกัน เลือกที่จะอยู่ฝั่งเดียวกับวิทยาศาสตร์ แต่ตอนสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 นี้ องค์กรได้เปลี่ยนความคิดแล้ว (จะมีตอนพิเศษจัดมาให้นะงับ) “เจ้าพวกนักวิทยาศาสตร์สติไม่ดีพวกนั้นนะเหรอ แต่พี่ไม่ต้องห่วงไปหรอกนะคะ ช่วงนี้ฝ่ายเราเองก็มีคนเดินทางเข้ามาในประเทศไทยค่อนข้างเยอะอยู่” “นั่นสินะ เรื่องของผู้ครอบครองปัญหาของพระเจ้าสินะ เหล่าลูกหลานของเหล่าองครักษ์คงวุ่นวายตามหาผู้สืบทอดกันยกใหญ่เลยสิ ดีนะที่รอบนี้วาติกันเป็นกลาง เราจะได้ไม่ต้องมาเป็นศัตรูกัน” “ก็ใช่ค่ะพี่ ดีแล้วที่เราไม่ต้องสู้กัน เรื่องของผู้สืบทอดข่าววงในบอกเพียงแค่ว่าเขาอยู่ในประเทศไทยเพียงเท่านั้น” ข่าวของผู้ครอบครองปัญญา เป็นที่รู้กันดีในวงใต้ดินแล้วในตอนนี้ สามมหาอำนาจใหญ่ทั่วโลกต่างเคลื่อนไหวกันไปบ้าง จากสมดุลที่เคยมีมานับร้อยๆปีกำลังจะเปลี่ยนไปในตอนนี้ “ช่างมันเถอะ ยังไงเรื่องนี้มันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเรามากอยู่แล้ว พวกเราก็แค่พวกปลายแถว ปล่อยๆให้พวกคนใหญ่คนโตเขาดิ้นรนกันไปเถอะ” “นั่นสินะคะ ขอแค่คนที่เรารักไม่เป็นอะไรจากผลกระทบจากเรื่องนี้ก็เพียงพอแล้ว” เธอเพียงแค่นึกถึงครอบครัวเธอ แล้วก็ที่ขาดไม่ได้ในตอนนี้คือพี่สินสุดที่รักของเธอ “นั่นสินะ .... ว่าแต่เราเถอะ เมื่อไหร่จะไปสารภาพรักกับน้องชายพี่กันล่ะ ระวังพี่จะได้เรียกคนอื่นว่าน้องสะใภ้ล่ะ ฮ่าๆ” ทรัพย์เองก็รู้มานานมากแล้ว ที่น้องหมวยคนนี้ชอบน้องชายตัวเองมาตั้งแต่เด็กแล้วมั้ง “พี่ทรัพย์ล่ะก็ ช่วงนี้หนูกำลังทำคะแนนอยู่ พี่สินเขาไม่เคยมองหนูเป็นผู้หญิงคนหนึ่งเลย มองแต่เป็นน้องสาวอยู่ได้” “แล้วเราเคยลองไปบอกความรู้สึกจริงๆกับสินมันหรือยังล่ะ” “หนูยังไม่กล้าอะพี่ทรัพย์ กลัวว่าพี่สินเขาจะปฏิเสธหนูอะ” “ยังไงก็ลองๆดูก่อน บางทีอาจจะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นก็เป็นได้ เอาล่ะ พี่ขอตัวก่อนแล้วกัน เอาไว้พบกันใหม่” เขาพูดเหมือนกับรู้อะไรบางอย่าง “ค่ะพี่ทรัพย์ ยังไงก็แวะมาหาพี่สินบ้างนะ” “จ้า ไปละ” แล้วทรัพย์ก็หายเข้าไปในเงาอันมืดมิด ส่วนหมวยเองก็เดินทางกลับบ้านของตัวเองแล้วคุยเรื่องพี่ทรัพย์กับป๋าของตัวเอง ซึ่งเฮียเฮ้งแกเองก็ไม่ได้ตกใจอะไรมากมายนัก ก็แค่บอกว่างั้นเหรอเพียงเท่านั้น กลับมาทางด้านของสินเองตอนนี้ ก็กลับมาวุ่นวายเรื่องร้านต่อ ในวันนี้เขานั่งมองบัญชีรายรับรายจ่ายของเช้าวันนี้ รายจ่ายค่าวัตถุดิบหมดไปราวๆ 200,000 บาท ขายให้กับมินิมาร์ทเจ๋งฟี้ ได้มาทั้งหมด 12,000 x 17 เท่ากับ 204,000 ขายตอนเช้าทั้งหมด ได้ข้าวกล่อง 2,400 กล่อง แบ่งเป็น 1,600 ราคากล่องละ 25 บาท เป็นเงิน 40,000 บาท และอีก 800 กล่อง กล่องละ 20 เป็นเงิน 1,600 บาท หมูปิ้งทั้งหมด 500 ไม้ ไม้ละ 5 บาท ข้าวเหนียวห่อละ 5 บาท 100 ห่อ เป็นเงิน 3,000 บาท โจ๊กขายออกไปทั้งหมด 200 ชุด ข้าวต้มอีก 150 ชุด ชุดละ 25 บาท เป็นเงิน 8,750 บาท รวมสรุปรายรับ 204,000+40,000+16,000+3,000+8,750 เท่ากับ 271,750 บาท ลบกับรายจ่ายค่าวัตถุดิบที่ 200,000 บาท รวมทั้งสิ้น สินได้รับเงินในเช้าวันนี้ 71,750 บาท สินไล่จ่ายเงินให้กับร้านค้าที่เขาไปเซ็นเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นร้านข้าวสาร ร้านเครื่องปรุง ร้านอาหารสดทันที โดยโอนผ่านทางแอปพลิเคชั่น และเขาก็ยังต้องจ่ายเงินให้กับพนักงานรายวันอีกคนละ 500 บาท รวมเป็นเงิน 8,000 บาท และยังคิดจะให้โบนัสตอนสิ้นเดือนอีกคนละ 1 หมื่นอีกด้วยถ้ายอดขายยังคงดีไปอย่างนี้ ในตอนกลางวันเขาก็ยังเปิดร้านเหมือนเช่นเคย เขาได้รับกำไรเพิ่มในตอนเที่ยงอีกราว 50,000 บาท รวมกำไรสุทธิหลังจากหักทุกอย่างเสร็จแล้ว เขาได้กำไรอยู่ที่ 113,750 บาท (ไม่รวมของอรนะ) เขาตัดสินใจที่จะไปจ่ายค่าเช่า และทำสัญญาที่จะเข้าอยู่บ้านเช่าข้างๆ ที่เคยเป็นที่อยู่ของป้าจิต และจ่ายค่ามอเตอร์ไซค์เลยทันที สินเองก็ตั้งใจไปดูหนังสือเล่มใหม่ที่ร้านหนังสือของพี่เจษอีกด้วย เมื่อเดินทางมาถึงที่ร้านของเฮียเฮ้ง น้องหมวยก็ออกไปเรียนแล้ว แต่เขาไม่ได้ตั้งใจมาหาน้องหมวยสักหน่อยจริงไหม เขากล่าวพูดคุยกับเฮียอีกเล็กน้อยก็จัดการธุระเสร็จแล้ว เขาก็ตรงไปยังร้านหนังสือของพี่เจษทันที
    error loadedคือไรต์ยังไม่ได้กินอะไรเลยเย็นนี้ หิวมาก