เสียงบันทึกยังคงเล่นต่อ เนิบช้า
ไฟในห้องกระพริบเบา ๆ จังหวะเดียวกับหัวใจของลินที่กำลังเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผล
เธอเขียนไปได้แค่ย่อหน้าเดียว
แต่หัวใจเหมือนเขียนไปทั้งเล่มไปแล้ว
พี่สิงห์… ชายรปภ.ที่ดูเงียบ ๆ ที่เธอแทบไม่เคยสบตาตรง ๆ กลับมายืนอยู่ข้างหลังเธอ ราวกับกำลังทดลองการมีอยู่ของตัวเองกับพื้นที่ส่วนตัวของเธอ
“เขาให้เขียนความรู้สึกตอนถูกจับตามองใช่มั้ย”
เสียงของพี่สิงห์แหบต่ำ และไม่แสดงอารมณ์
ลินไม่ได้ตอบ เธอเพียงก้มหน้า นิ้วกดปากกาแน่น
มือหยาบนั้นแตะที่บ่าเธอเบา ๆ อีกครั้ง
ไม่ได้รุนแรง… แต่เย็นจนเธอสะดุ้ง
เขาเอียงหน้ามาใกล้ เหมือนจะดูว่าบนกระดาษเขียนอะไรอยู่
“ตัวหนังสือเธอสั่น… แสดงว่าเธอกลัวจริงๆ นะเนี่ย”
เสียงเขาเหมือนพึมพำกับตัวเอง
ลินกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง แต่จู่ ๆ กล้องที่ตั้งไว้หน้าห้องก็ตัดเสียงขึ้น ติ๊ก
มีไฟแดงขึ้นแสดงสถานะว่า “เริ่มบันทึก”
เธอผวาเงยหน้า
แต่ไม่มีใครอยู่ตรงกล้อง
คงเป็การควบคุมจากระยะไกล…
เธอหันไปหาพี่สิงห์
เขาแค่ยิ้มเล็กน้อย — มุมปากยกขึ้นแบบไม่มีแววล้อเลียน แต่กลับทำให้เธอรู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง
“เขาวางไว้ให้บันทึกทุกอย่างจริง ๆ สินะ…”
เธอพึมพำ
“ก็ใช่สิ”
เสียงเขาแนบหูเธอ “เธอมานี่เพื่อเป็ต้นแบบนิยายไม่ใช่เหรอ”
แล้วมือที่วางบนบ่าก็ค่อย ๆ เลื่อนไปยังต้นแขน
จากนั้น… ลงมาที่ข้อมือ
เขาไม่ได้ใช้แรงบีบ แต่กลับทำให้ลินแทบลุกไม่ขึ้น
เธอพยายามพูด “พี่… หนูว่าแค่นี้พอแล้ว—”
แต่ยังไม่ทันจะจบประโยค เสียงอีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากลำโพงตัวเล็กในมุมห้อง
“ให้เขาอยู่ใกล้เธอ… ไม่ต้องทำอะไร แค่จ้อง จับเบา ๆ แล้วรอเธอเขียนต่อ”
เสียงของภาคิน
น้ำเสียงที่ลึก เย็น และชัดเจน
ลินรู้ทันทีว่าห้องนี้ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวของเธอเลย
มันคือฉาก… และเธอคือผู้แสดง
—
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง
พี่สิงห์ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น
เขาแค่นั่งอยู่บนขอบเตียงไม้ตรงมุมห้อง
มองเธอเขียน
บางครั้งก็เดินมาใกล้ บางครั้งก็ยืนข้างหลังเงียบ ๆ
และในบางจังหวะ… เธอก็เริ่มเขียนโดยไม่ได้กลัวแล้ว
กลัว… จนกลายเป็เฉยชา
ความอึดอัด… กลายเป็ความสั่นไหวที่ปะปนด้วยความรู้สึกผิด
—
วันต่อมา
ที่ห้องเรียน F307
ลินมาถึงก่อนเวลาเหมือนเคย
แต่คราวนี้ เธอไม่อยู่คนเดียว
ภาคินนั่งอยู่แล้ว
เขาอ่านบางอย่างบนแล็ปท็อป พร้อมจิบกาแฟร้อน
“เธอเขียนได้ดีมาก” เขาพูดทั้งที่ไม่ได้เงยหน้า
“คำว่า ‘มือหยาบลากผ่านต้นคอ’ … มันคมกว่าที่ฉันเคยเขียนไว้ตอนอายุ 30 อีกนะ”
ลินเงียบ เธอนั่งลงข้างหน้า ไม่สบตา
“เขาบอกอาจารย์ทุกอย่างเหรอคะ?” เธอถามเบา ๆ
ภาคินเงยหน้าขึ้นครั้งแรก สบตาตรง
และยิ้ม — ยิ้มที่ไม่ได้ปลอบใจ ไม่ได้หลอกล่อ
แต่เป็ยิ้มที่ รับรู้ทุกอย่าง
“ฉันไม่ต้องให้ใครบอกหรอก” เขาเอียงคอเบา ๆ “กล้องบันทึกไว้ชัด… เธอเขียนเพราะรู้สึกจริง”
ลินเม้มปากแน่น ไม่รู้จะโกรธ ใจเสีย หรือแค่เจ็บใจ
เพราะสิ่งที่เขาพูด… ไม่ผิด
“แต่ฉันไม่ได้ยินยอม…” เธอพึมพำ
“การเขียน ไม่มีคำว่ายินยอม” เขายิ้ม
“มันมีแค่ ‘กล้าพอจะเล่าไหม’ เท่านั้นแหละ”
—
คืนนั้น
ลินกลับหอพร้อมกับแฟ้มบางอย่างที่ภาคินให้มา
ในแฟ้ม เขียนชื่อโครงการว่า “ประสบการณ์ต่อไป: ตอนอยู่ในที่แคบกับใครสักคน”
และกระดาษแผ่นหนึ่ง…
“สถานที่: ลิฟต์ฝึกซ้อมอาคาร C / เวลา: 23.00 / ห้ามพกมือถือ”
เธอกำกระดาษแน่น
รู้ทั้งรู้ว่าเธอควรจะไม่ไป
แต่เสียงในหัวกลับดังขึ้นอีกครั้งว่า
“ถ้าไม่ไป… เธอจะเป็นักเขียนที่ล้มเหลว”
และอีกเสียงที่เบากว่า
แต่จริงกว่า…
“ถ้าไม่ไป… จะไม่มีใครเห็นเธอเลย”