สวรรค์ชั้นต่ำ มหาลัยชั้นเลว 18+ (Low Heaven, Dirty Campus)

    02 เขียนด้วยร่างกาย

     

    เสียงบันทึกยังคงเล่นต่อ เนิบช้า

    ไฟในห้องกระพริบเบา ๆ จังหวะเดียวกับหัวใจของลินที่กำลังเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผล

     

    เธอเขียนไปได้แค่ย่อหน้าเดียว

    แต่หัวใจเหมือนเขียนไปทั้งเล่มไปแล้ว

     

    พี่สิงห์… ชายรปภ.ที่ดูเงียบ ๆ ที่เธอแทบไม่เคยสบตาตรง ๆ กลับมายืนอยู่ข้างหลังเธอ ราวกับกำลังทดลองการมีอยู่ของตัวเองกับพื้นที่ส่วนตัวของเธอ

     

    “เขาให้เขียนความรู้สึกตอนถูกจับตามองใช่มั้ย”

    เสียงของพี่สิงห์แหบต่ำ และไม่แสดงอารมณ์

     

    ลินไม่ได้ตอบ เธอเพียงก้มหน้า นิ้วกดปากกาแน่น

     

    มือหยาบนั้นแตะที่บ่าเธอเบา ๆ อีกครั้ง

    ไม่ได้รุนแรง… แต่เย็นจนเธอสะดุ้ง

    เขาเอียงหน้ามาใกล้ เหมือนจะดูว่าบนกระดาษเขียนอะไรอยู่

     

    “ตัวหนังสือเธอสั่น… แสดงว่าเธอกลัวจริงๆ นะเนี่ย”

    เสียงเขาเหมือนพึมพำกับตัวเอง

     

    ลินกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง แต่จู่ ๆ กล้องที่ตั้งไว้หน้าห้องก็ตัดเสียงขึ้น ติ๊ก

    มีไฟแดงขึ้นแสดงสถานะว่า “เริ่มบันทึก”

     

    เธอผวาเงยหน้า

    แต่ไม่มีใครอยู่ตรงกล้อง

    คงเป็๲การควบคุมจากระยะไกล…

     

    เธอหันไปหาพี่สิงห์

     

    เขาแค่ยิ้มเล็กน้อย — มุมปากยกขึ้นแบบไม่มีแววล้อเลียน แต่กลับทำให้เธอรู้สึกเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง

     

    “เขาวางไว้ให้บันทึกทุกอย่างจริง ๆ สินะ…”

    เธอพึมพำ

     

    “ก็ใช่สิ”

    เสียงเขาแนบหูเธอ “เธอมานี่เพื่อเป็๲ต้นแบบนิยายไม่ใช่เหรอ”

     

    แล้วมือที่วางบนบ่าก็ค่อย ๆ เลื่อนไปยังต้นแขน

    จากนั้น… ลงมาที่ข้อมือ

    เขาไม่ได้ใช้แรงบีบ แต่กลับทำให้ลินแทบลุกไม่ขึ้น

     

    เธอพยายามพูด “พี่… หนูว่าแค่นี้พอแล้ว—”

     

    แต่ยังไม่ทันจะจบประโยค เสียงอีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากลำโพงตัวเล็กในมุมห้อง

     

    “ให้เขาอยู่ใกล้เธอ… ไม่ต้องทำอะไร แค่จ้อง จับเบา ๆ แล้วรอเธอเขียนต่อ”

     

    เสียงของภาคิน

    น้ำเสียงที่ลึก เย็น และชัดเจน

    ลินรู้ทันทีว่าห้องนี้ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวของเธอเลย

    มันคือฉาก… และเธอคือผู้แสดง

     

    —

     

    เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง

     

    พี่สิงห์ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น

    เขาแค่นั่งอยู่บนขอบเตียงไม้ตรงมุมห้อง

    มองเธอเขียน

    บางครั้งก็เดินมาใกล้ บางครั้งก็ยืนข้างหลังเงียบ ๆ

    และในบางจังหวะ… เธอก็เริ่มเขียนโดยไม่ได้กลัวแล้ว

     

    กลัว… จนกลายเป็๞เฉยชา

    ความอึดอัด… กลายเป็๲ความสั่นไหวที่ปะปนด้วยความรู้สึกผิด

     

    —

     

    วันต่อมา

    ที่ห้องเรียน F307

     

    ลินมาถึงก่อนเวลาเหมือนเคย

    แต่คราวนี้ เธอไม่อยู่คนเดียว

     

    ภาคินนั่งอยู่แล้ว

    เขาอ่านบางอย่างบนแล็ปท็อป พร้อมจิบกาแฟร้อน

     

    “เธอเขียนได้ดีมาก” เขาพูดทั้งที่ไม่ได้เงยหน้า

    “คำว่า ‘มือหยาบลากผ่านต้นคอ’ … มันคมกว่าที่ฉันเคยเขียนไว้ตอนอายุ 30 อีกนะ”

     

    ลินเงียบ เธอนั่งลงข้างหน้า ไม่สบตา

     

    “เขาบอกอาจารย์ทุกอย่างเหรอคะ?” เธอถามเบา ๆ

     

    ภาคินเงยหน้าขึ้นครั้งแรก สบตาตรง

    และยิ้ม — ยิ้มที่ไม่ได้ปลอบใจ ไม่ได้หลอกล่อ

    แต่เป็๲ยิ้มที่ รับรู้ทุกอย่าง

     

    “ฉันไม่ต้องให้ใครบอกหรอก” เขาเอียงคอเบา ๆ “กล้องบันทึกไว้ชัด… เธอเขียนเพราะรู้สึกจริง”

     

    ลินเม้มปากแน่น ไม่รู้จะโกรธ ใจเสีย หรือแค่เจ็บใจ

    เพราะสิ่งที่เขาพูด… ไม่ผิด

     

    “แต่ฉันไม่ได้ยินยอม…” เธอพึมพำ

     

    “การเขียน ไม่มีคำว่ายินยอม” เขายิ้ม

    “มันมีแค่ ‘กล้าพอจะเล่าไหม’ เท่านั้นแหละ”

     

    —

     

    คืนนั้น

     

    ลินกลับหอพร้อมกับแฟ้มบางอย่างที่ภาคินให้มา

    ในแฟ้ม เขียนชื่อโครงการว่า “ประสบการณ์ต่อไป: ตอนอยู่ในที่แคบกับใครสักคน”

     

    และกระดาษแผ่นหนึ่ง…

     

    “สถานที่: ลิฟต์ฝึกซ้อมอาคาร C / เวลา: 23.00 / ห้ามพกมือถือ”

     

    เธอกำกระดาษแน่น

    รู้ทั้งรู้ว่าเธอควรจะไม่ไป

    แต่เสียงในหัวกลับดังขึ้นอีกครั้งว่า

     

    “ถ้าไม่ไป… เธอจะเป็๞นักเขียนที่ล้มเหลว”

     

    และอีกเสียงที่เบากว่า

    แต่จริงกว่า…

     

    “ถ้าไม่ไป… จะไม่มีใครเห็นเธอเลย”