“แกเป็ใคร?’’ได้ยิน ฉิงเฉาและพรรคพวกก็หันไปมองต้นทางของเสียงด้วยความโมโหเพราะมันไม่เคยมีใครพูดจาเช่นนี้กับพวกเขามาก่อน!
“ผมเป็ใครน่ะเหรอ?ก็แค่คนที่ผ่านทางมาและกําลังจะมอบบทเรียนให้แก่พวกคุณ!’’ มู่หลินแสยะยิ้มแล้วย่างท้าวเข้าหาคนทั้งห้า
“รนหาที่ตาย!’’ถูกหยามซึ่งๆหน้าเช่นนี้ ฉิงเฉาและพรรคพวกต่างโกรธจนหน้าแดงกํ่าพวกเขาไม่รอช้าและพุ่งเข้าหาชายหนุ่มเพื่อที่จะกระทืบอย่างรวดเร็ว
ปึก!ปึก! ปึก!
แต่ก่อนที่พวกมันจะได้ทําอะไรร่างของมู่หลินก็กลายเป็เงาพร่าเลือนพร้อมกับทําการสกัดจุดลูกน้องทั้งหมดของฉิงเฉาจนล้มลงไปนอนกองกับพื้น พวกมันล้วนแหกปากร้องโหยหวนอย่างหนวกหูทันที
“อ๊ากกกก!’’
“แก...แกทําอะไรกับฉัน?!’’
“โอ๊ยยยย!เจ็บจะตายอยู่แล้ว!’’
“...’’
ใบหน้าแดงกํ่าของฉิงเฉาปรากฏความตะลึงงันและตื่นตะหนกให้เห็นเขามองไม่ทันด้วยซํ้าว่าชายหนุ่มทําอะไร แต่ที่แน่ๆชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา!ไม่อย่างนั้นจะสามารถเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเช่นนั้นได้อย่างไร!
“แก…’’ฉิงเฉาดึงบางสิ่งบางอย่างออกมาแล้วข่มขู่ทันที “ถ้าแกกล้าเข้ามา!แกตายแน่!’’
“มีด?คุณจะเอามาแทงผมหรือหั่นผลไม้ล่ะ?’’ มู่หลินหัวเราะเยาะนั่นมันก็แค่มีดทําครัวจะไปแทงใครเขาได้?
ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะสามารถแทงเขาได้!
“แก!’’รู้สึกเหมือนโดนดูถูก ฉิงเฉาไม่สนใจความกลัวอีกต่อไปเขาพุ่งเข้าหาชายหนุ่มโดยที่พุ่งมีดทําครัวในมือออกไปโดยหมายจะทิ่มแทงร่างกายของอีกฝ่ายทันที
หมับ!
แต่แล้วสิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นมีดทําครัวในมือของฉิงเฉากลับถูกหยุดด้วยมือของชายหนุ่มเพียงแค่สามนิ้ว!
เพล้ง!
ทันทีที่สามนิ้วคีบมีดทําครัวเอาไว้มีดทําครัวก็ถูกบีบให้แตกเป็เสี่ยงๆในทันที
ฉิงเฉาตะลึงงันด้วยความไม่อยากเชื่อ“แก! แกมันปีศาจ!’’ ถึงเขาจะรู้ดีว่ามันเป็มีดทําครัวแต่มันจะเป็ไปได้อย่างไรที่คนธรรมดาจะสามารถรับเอาไว้ได้ด้วยมือเปล่าซํ้ายังบีบให้แหลกได้ง่ายๆอีก…
นั่นมันเป็ไปไม่ได้!
ดังนั้นแล้วชายคนนี้จะต้องเป็ปีศาจอย่างแน่นอน!
“ปีศาจ?ผิดแล้ว! ผมคือเทพเ้า!’’มู่หลินเลิกคิ้วขึ้นแล้วยิ้มอย่างชั่วร้ายอย่างตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาพูดมาโดยสิ้นเชิง
จากนั้นก่อนที่ฉิงเฉาจะได้ตอบสนองเขาก็ถูกมู่หลินสกัดจุดจนความเ็ปนาๆชนิดแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่าง
“อ๊ากกกก!’’ฉิงเฉาตาเหลือกร้องก่อนลงไปดิ้นกองกับพื้นด้วยสภาพอนาถกว่าคนอื่นๆ
ไม่ช้าฉิงเฉาและพรรคพวกที่ทนความเ็ปไม่ไหวก็หมดสติไป…
“นี่เป็บทเรียนที่กล้าทําร้ายศิษย์ของผม!’’มู่หลินพูดกับคนทั้งห้าที่หมดสติแล้วจากไป
สําหรับมู่หลินแล้วแม้วั่งซูจะเพิ่งกลายเป็ศิษย์ของเขาแต่นั่นก็ยังถือว่าเป็อยู่ดีดังนั้นก่อนที่อีกฝ่ายจะก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการบ่มเพาะและสามารถปกป้องตัวเองได้เขาจึง้ามามอบบทเรียนให้แก่พวกฉิงเฉาเสียก่อน และด้วยการสกัดจุดของเขามันจะทําให้คนพวกนี้เจ็บเจียนตายที่แม้จะอยากตายก็ตายไม่ได้!
ซึ่งจะเป็แบบนี้ไปนานอีกเจ็ดวัน!
ส่วนหลังจากนั้นน่ะเหรอ?ชะตากรรมของพวกมันคงขึ้นอยู่กับวั่งซูแล้วล่ะ!
…
ดวงอาทิตย์เริ่มตกดินมู่หลินก็เตรียมเดินทางไปหาซุยิตามที่ได้นัดกันเอาไว้ แต่ก่อนที่เขาจะไปเขาคิดได้ว่าเสื้อผ้าของเขามันดูเชยเกินไปดังนั้นเขาจึงตั้งใจที่จะไปช้อปปิ้งเสียก่อน
ไม่ช้ามู่หลินก็มาถึง City of Dreams และเข้าไปยังข้างในทันที
หลังจากที่เข้ามาแล้วมู่หลินก็ตรงดิ่งไปที่โซนการค้าเสื้อผ้าก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร้าน Gucci
ในความทรงจําของมู่หลินเขาจําได้ว่าแบรนด์ Gucci เป็หนึ่งในแบรนด์ยอดฮิตที่พวกวัยรุ่ยชอบใส่กันเขาจึงคิดว่าถ้าซื้อพวกนี้ไปใส่อย่างน้อยมันก็คงไม่มีใครกล้ามาดูถูกเขาในงานเลี้ยง
เพราะถ้าไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว…
คงเกิดเื่ใหญ่อย่างแน่นอน!
อย่างไรก็ตามก่อนที่มู่หลินจะได้ก้าวเข้าไปในร้านเสียงๆหนึ่งก็หยุดเขาเอาไว้ “นั่นมันมู่หลินไม่ใช่รึ?’’
ห่างออกไปไม่ไกลชายหนุ่มตัวอ้วนพุ่งพลุ้ยเดินเข้ามายามมองมู่หลินเขาดูมีความหยิ่งยโสให้เห็นไม่น้อย
เขาคนนี้ก็คือเทาก้าน!
เทาก้านเป็เพื่อนร่วมชั้นในสมัยเรียนมัธยมของมู่หลินแม้รูปลักษณ์และกาลเวลาจะเปลี่ยนไปบ้าง แต่เขาก็จํามู่หลินได้เป็อย่างดี
ทําไมน่ะเหรอ?ก็เพราะในห้องไม่มีใครไม่รู้จักมู่หลินยังไงล่ะ!
มู่หลินแกล้งทําเป็ไม่สนใจแล้วเดินเข้าร้านGucci ไป
เทาก้านที่เห็นดังนั้นจึงโกรธเป็อย่างมากเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนแปลกหน้าที่ไม่ได้อยู่ในสายตาของอีกฝ่ายด้วยซํ้า
“เป็แค่ขยะกล้าดียังไงถึงได้หยิ่งยโสต่อหน้าฉันเช่นนี้!’’เทาก้านโกรธก่อนจะรีบเดินตามไปอย่างรวดเร็วเขามีความคิดที่จะ้าสั่งสอนชายหนุ่มอย่างแน่วแน่
ทางด้านมู่หลินที่เดินเข้ามาแล้วเขาเลือกชมสินค้าอย่างไม่สนใจเทาก้านแม้แต่น้อย ไม่ใช่ว่าเขาจําอีกฝ่ายไม่ได้แต่เขาแค่ไม่ชอบขี้หน้าอีกฝ่ายก็เท่านั้นเอง
“บัดซบ!แกเป็แค่ขยะกล้าดียังไงมาเมินฉันคนนี้? แล้วแกคิดว่าแน่มารึไงถึงได้เข้ามายังร้าน Gucci ? แกมีเงินมากพอขนาดที่จะซื้อให้ได้ซักชิ้นเปล่าเถอะ!’’เทาก้านสบถอย่างไม่พอใจพร้อมกับเสียดสีมู่หลินไปด้วยในอดีตอีกฝ่ายก็แค่ขยะที่ถูกรังแกเสมอ แต่ตอนนี้มันกลับมีความกล้าที่จะหยิ่งยโสต่อหน้าเขา มีหรือเขาจะไม่โกรธ?
บ้าเถอะ!
“โทษทีนะครับไม่ทราบว่าที่นี่มีนโยบายให้คนที่ไม่คิดจะดูสินค้าหรือซื้อเข้ามาป้วนเปี้ยนด้วยงั้นเหรอครับ?’’มู่หลินชักเริ่มรําคาญ เขาจึงหันไปถามพนักงานสาวอย่างแลดูเป็มิตร
พนักงานสาวคนนั้นแม้จะไม่ได้สวยมากมายแต่เธอก็ถือว่าสวยในระดับใช้ได้ทีเดียวเธอที่เห็นหนุ่มหล่ออย่างมู่หลินเข้ามาใกล้ๆจึงรู้สึกประหม่าเล็กน้อยก่อนที่จะถามอย่างไม่รู้ตัว“ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ช่วยเหรอคะ?’’
“ผมถามคุณว่าที่นี่มีนโยบายให้คนที่ไม่คิดจะดูหรือซื้อเข้ามาป้วนเปี้ยนด้วยเหรอครับ!’’มู่หลินชะงักก่อนพูดอย่างชัดถ้อยชัดคํา เขาค่อนข้างรู้สึกว่าเธอคนนี้แปลกๆ
พนักงานสาวเข้าใจได้ทันทีเธอจึงหันไปมองเทาก้านแล้วพูดอย่างสุภาพ“คุณลูกค้าคะหากไม่ได้เข้ามาที่ร้านเพื่อดูหรือลองสิ้นค้าและเอาแต่ก่อกวนเช่นนี้ดิฉันจะเรียกผู้รักษาความปลอดภัยเข้ามานะคะ!’’
ถึงเธอจะดูประหม่าต่อหน้ามู่หลินแต่สําหรับเทาก้านแล้ว เธอค่อนข้างมาดเข้มไม่น้อย ทั้งยังดูใจกล้าและเด็ดเดี่ยวอีกด้วย
แน่นอนว่าพนักงานสาวนั้นสังเกตเห็นการก่อกวนของเทาก้านมาตั้งนานแล้วแต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรจนกระทั่งชายหนุ่มเข้ามาบอกเธอดังนั้นในตอนนี้เธอจึงช่วยเขาเท่าที่ทําได้
“มู่หลินนี่แก…’’เทาก้านถึงกับพูดไม่ออก เขาไม่เคยเจอใครกวนบาทาเขาขนาดนี้มาก่อนเลย
อย่างไรก็ตามเทาก้านไม่กล้าเผชิญหน้ากับผู้รักษาความปลอดภัยอย่างแน่นอนเขาจึงหัวเราะกลบเกลื่อนให้กับพนักงานสาวพลางชี้ส่งๆไปที่นาฬิกาเรือนหนึ่ง“แหะๆ ซื้อสิ! ผมมาที่นี้เพื่อซื้ออยู่แล้ว! เอาตัวนั้นเลยแล้วกัน!’’
พนักงานสาวชะงักเธอคิดไม่ถึงว่าเขาจะมีเงินกล้าซื้อนาฬิกาเรือนนั้น…
“ใจถึงไม่เลวนี่นา!’’มู่หลินแทบหลุดขําไม่ไหวแต่เขาก็ไม่ได้บอกอะไรกับเทาก้าน
“แน่นอน!แค่นาฬิกาถูกๆถ้าฉันไม่มีปัญญาซื้อฉันก็ไม่สมควรใช้ชื่อว่าเทาก้านแล้ว!’’ ได้ยินเทาก้านก็รู้สึกชอบใจ มันดูเหมือนว่าตอนนี้เขาเริ่มหายโกรธมู่หลินไปบ้างแล้ว
“ยังรออะไรอีกล่ะ!รีบไปทํารายการซะสิ!’’ เห็นว่าพนักงานสาวยังไม่ไปทํารายการเทาก้านก็ดูอารมณ์เสียเล็กน้อย
“คุณลูกค้าคะคุณจะเอาเรือนนั้นจริงๆเหรอคะ?คุณน่าจะคิดอีกทีก่อนนะคะ!’’ พนักงานสาวเตือนด้วยความหวังดี เธอเห็นว่าเทาก้านชี้ส่งๆเธอจึงมั่นใจเป็อย่างมากว่าเขาต้องไม่ได้ดูราคาของมัน
“เท่าไหร่ก็มาเหอะ!ไม่ว่าจะกี้ร้อยหยวนหรือพันหยวน! ผมก็ซื้อได้หมดแหละ!’’เทาก้านโบกมือยิ้มอย่างมั่นใจ ถึงเขาจะไม่ได้รํ่ารวยมาก แต่แค่ร้อยหยวนหรือราวๆพันหยวน เขานั้นสามารถซื้อได้ง่ายๆ!
“คุณลูกค้าคะฉันจะถามยืนยันอีกครั้งนะคะคุณ้าที่จะซื้อมันที่มีราคา 7,000 หยวน จริงๆเหรอคะ?ถ้าคุณยืนยันฉันจะไปทํารายการให้เลยค่ะ!’’พนักงานสาวชี้ไปที่ราคาของนาฬิกาเรือนที่ว่ามาอย่างสุภาพ
“ก็บอกแล้วไงว่าจะร้อนหยวนหรือพันหยวนก็มาเหอะ...ฮะ! 7,000 หยวน งั้นเหรอ? ว่าไงนะ?!’’เทาก้านที่กําลังจะโบกมืออีกครั้งก็หน้าเหวออย่างไม่รู้ตัวก่อนที่จะรีบมองไปที่ราคาด้วยความใ เขาใเป็อย่างมาก!
จะ...เจ็ดพันหยวน!
เขาจะไปซื้อมันได้อย่างไร!
“คุณพนักงานนาฬิการุ่นนี้มีของเหลือเยอะไหม?ผม้าซักสองเรือนน่ะ!’’ กลับกันระหว่างที่เทาก้านกําลังใมู่หลินเดินเข้าไปมองนาฬิกาเรือนนั้นใกล้ๆและรู้สึกว่ามันสวยดีจึงถามพนักงานสาวโดยมีความคิดว่าจะเอามาใส่เองเรือนหนึ่งและมอบเป็ของขวัญวันเกิดให้แก่ซุยิเรือนหนึ่ง
“สะ...สองเรือน?’’พนักงานสาวที่ได้ยินถึงกับชะงัก เรือนละตั้งเจ็ดพันหยวนเชียวนะ! คุณมีเงินมากขนาดนั้นเลยรึไง?!
“มู่หลินแกคิดจะทําอะไรของแก?นั่นมันเรือนละเจ็ดพันหยวนเชียวนะ! คนอย่างแกไม่มีปัญญาซื้อมันได้หรอกดังนั้นอย่ามาทําเท่ห์ต่อหน้าสาวเลย หัดเจียมตัวเสียบ้างเถอะ!’’ฝั่งเทาก้านแสยะยิ้มอย่างดูถูก เขายังไม่มีปัญญาซื้อเลยแล้วอีกฝ่ายจะไปมีปัญญาซื้อมันได้อย่างไร!
ฝันกลางวันชัดๆ!
ตรงข้ามกันมู่หลินไม่อยากจะเสียเวลาเสวนากับเทาก้านอีกต่อไปเขาจึงหยิบเงินสองปึกสีแดงที่เพิ่งกดมาจาก ATMแล้วยื่นมันให้กับพนักงานสาวพลางยิ้มบาง “เจ็ดพันหยวนงั้นเหรอ? นิดหน่อยน่ะ!ดังนั้นสองหมื่นหยวนนี่คงพอนะ ว่าไหมคุณพนักงาน?’’
“สะ...สองหมื่นหยวน!’’เทาก้านที่เห็นเงินสองปึกสีแดงถึงกับร่างกันสั่นเทิ้มอย่างไม่อยากเชื่อเขาช็อคและแทบทรุดลงไปเสียเดี๋ยวนั้นด้วยซํ้า
แต่เมื่อนึกถึงคําพูดของมู่หลินได้ เขาก็ต้องโกรธจนแทบกระอักเื!
นิดหน่อยน่ะ?กับผีน่ะสิไม่ว่า!
เล่นใหญ่ขนาดนี้ไปตายซะไป!