“พี่สาว เมื่อครู่ท่านได้ยินหรือไม่" ไป๋เยี่ยนหรูรีบกระซิบถามซุนเหยาเบาๆ เมื่อเดินออกห่างมาจากกลุ่มคนแล้ว
“อย่าเพิ่งพูดอะไร รีบกินให้หมด ก่อนที่จะมีคนมาแย่งอาหารของเราไป" ซุนเหยาร้องเตือน
“เมื่อวานมีคนมาแย่งชามข้าวของเราสองคนไปขอรับท่านน้า” เสี่ยวเสียบุตรชายของซุนเหยาฟ้อง ส่วนเสี่ยวซิงผู้เป็น้องสาวก็พยักหน้าตาม แล้วรีบก้มหน้าก้มตากินอาหารในชามของพวกเขาต่ออย่างเร่งรีบ
ไป๋เยี่ยนหรูถอนหายใจเบาๆ หากเมื่อวานมีคนมาแย่งชามข้าวของเด็กทั้งสองไป เช่นนั้นพี่สาวซุนเหยาก็คงยอมอดอาหารเพื่อให้ลูกๆ ได้กินเป็แน่
“ท่านเอาของข้าไปกินเถิด” นางส่งชามของตนให้พี่สาวซุนผู้น่าสงสาร
“ได้อย่างไรกัน! วันนี้ข้ามีส่วนของข้าแล้ว เ้าไม่จำเป็ต้องทำเช่นนี้” นางปฏิเสธพลางดันชามข้าวในมือไป๋เยี่ยนหรูกลับไป
“ข้าไม่หิว แล้วก็กินไม่ลงด้วยเ้าค่ะ”
ซุนเหยาเห็นแววตาหนักแน่นของนางก็ได้แต่น้ำตาคลอ ในใจเต็มไปด้วยคำขอบคุณ เพราะปริมาณอาหารในชามของแต่ละคนมีน้อยจนเด็กคนหนึ่งก็ยังกินไม่อิ่ม
ไป๋เยี่ยนหรูเห็นซุนเหยายังเกรงใจจึงส่งชามข้าวให้เสี่ยวเสียรับเอาไว้แทน
“ขอบคุณท่านน้าขอรับ/เ้าค่ะ”
“เมื่อครู่เ้าถามข้าว่าอะไรนะเยี่ยนหรู ได้ยินอะไรหรือ ข้าไม่ทันฟัง”
หญิงสาวขยับเข้ามาใกล้อีกนิด พลางเอ่ยเสียงเบา “ข้าได้ยินทหารพูดกันว่า มีสตรีหายไปสองคน ห้าวันแล้วก็ยังไม่พบศพ พี่สาวคิดว่าเป็ไปได้ไหมว่าจะเป็พวกนาง”
ซุนเหยาถอนหายใจ “เ้าเลิกคิดถึงพวกนางได้แล้วกระมัง จะใช่หรือไม่ใช่ เราก็ทำได้เพียงรอให้ทหารค้นหาร่างของพวกนางให้พบเท่านั้น ความจริงที่เ้าต้องยอมรับให้ได้ก็คือพวกนางไม่มีชีวิตอยู่อีกแล้ว”
“แต่ข้ากลับไม่คิดเช่นนั้นเ้าค่ะ” ไป๋เยี่ยนหรูแย้ง “ถ้าพวกนางตายไปแล้วป่านนี้ต้องมีกลิ่นศพโชยออกมาเป็แน่ อากาศร้อนอบอ้าวเช่นนี้ไม่ต้องรอให้ถึงห้าวันหรอก”
ซุนเหยาชะงัก แววตาลังเล “หากพวกนางยังอยู่แล้วเหตุใดจึงไม่กลับมาหาพวกเราเล่า? ยังมีที่ไหนให้พวกนางไปหลบซ่อนตัวได้อีกหรือ?”
ไป๋เยี่ยนหรูไม่กล่าวออกมา แต่สายตากลับมองไปยังทิศทางท้ายหมู่บ้าน
“อย่าบอกนะว่าเ้าคิดว่าพวกนางจะไปอาศัยอยู่กันที่เรือนร้าง!! ไปอยู่ที่นั่นแล้วจะเอาอะไรกินกันเล่า?" ซุนเหยาเผลอทำเสียงดังจนไป๋เยี่ยนหรูต้องรีบยกมือขึ้นห้าม
“ท่านไม่สังเกตหรือว่าก่อนหน้านี้อู่หลิงเยว่ถามถึงเื่เรือนสกุลเกาอยู่บ่อยครั้ง และนางยังพยายามเดินหนีเข้าไปทางเนินดินบ่อยๆ อีกด้วย นางคิดจะหนีออกจากหมู่บ้านหานเฉิงมานานแล้วเ้าค่ะ”
ซุนเหยาเม้มปากแน่น กล่าวตามจริงนางก็เคยคิดจะพาลูกๆ ไปหาผักป่าแถวหลังเนินดินบ้าง ที่นั่นไม่เคยมีใครก้าวล่วงผ่านเข้าไป ย่อมมีอาหารให้เก็บกินหลงเหลืออยู่ไม่น้อย ถ้าอู่หลิงเยว่คิดจะไปอาศัยอยู่ในเรือนร้างจริงๆ ก็ยังมีความเป็ไปได้
“สำหรับหลิงเยว่..ข้าไม่แปลกใจ แต่ท่านยายหุยเล่า? นางไม่ยอมไปที่นั่นแน่นอน เ้าก็รู้ว่าคนดั้งเดิมในหมู่บ้านหานเฉิงเคารพดวงิญญาของคนสกุลเกามาก”
ไป๋เยี่ยนหรูดึงซุนเหยาห่างจากเด็กๆ ออกมาอีกเล็กน้อย
“พรุ่งนี้ข้าคิดจะไปพิสูจน์ดู! ข้าอยากให้ท่านคอยดูต้นทางให้ข้าด้วยเ้าค่ะ!"
ซุนเหยาอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าไป๋เยี่ยนหรูจะบ้าบิ่นถึงเพียงนั้น!
ท้ายหมู่บ้านใกล้เนินดิน ยามนี้กลายเป็สถานที่ฝังศพของทหารและชาวบ้านแคว้นเหยียนไปแล้ว กลุ่มคนที่มีหน้าที่ออกไปตัดฟืนหรือหาของป่าต่างพากันหลีกเลี่ยงเส้นทางเดิม เลือกอ้อมไปไกลขึ้นเพียงเพื่อจะไม่ต้องผ่านบริเวณนั้น ความเงียบวังเวงจึงยิ่งกดทับ จนแม้เพียงสายลมพัดก็ชวนให้ขนลุก
เห็นซุนเหยาทำท่าจะคัดค้าน ไป๋เยี่ยนหรูจึงรีบพูดต่อ
“ข้าจะรีบไปรีบกลับให้เร็วที่สุด ข้าไม่เชื่อเื่ผีสางอันใดนั่นหรอกเ้าค่ะ ขอเพียงให้ได้เห็นกับตาตัวเอง ข้าจะได้เลิกคิดฟุ้งซ่านเสียที”
ซุนเหยาครุ่นคิดอยู่หลายอึดใจ ก่อนจะพยักหน้ายินยอม “ตกลง!”
……….
เช้าวันถัดมา กลุ่มชาวบ้านเริ่มทยอยออกจากเพิงพักไปยังชายป่าอีกด้าน เสียงฝีเท้าหลายสิบคู่เหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้งกรอบดังเป็จังหวะที่สม่ำเสมอ
ไป๋เยี่ยนหรูกระชับผ้าคลุมศีรษะให้แน่นขึ้น แล้วก้มหน้าก้มตาเดินตามอยู่กลางกลุ่ม ราวกับไม่มีสิ่งใดผิดปกติ
แต่เมื่อเดินพ้นแนวเพิงพักไปได้ครู่หนึ่ง นางก็เริ่มชะลอฝีเท้า จนร่างค่อย ๆ ถูกกลืนหายไปด้านหลังขบวน ก่อนจะค่อย ๆ เบี่ยงตัวแยกออกไปอีกทางหนึ่งอย่างระมัดระวัง
นางเหลือบไปเห็นซุนเหยา ที่แสร้งทำเป็หันมาคุยกับเสี่ยวเสีย แต่สายตากลับกวาดไปทั่วคอยดูต้นทางให้นาง ก็ทำให้นางรู้สึกอุ่นใจขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเร่งฝีเท้าเปลี่ยนเส้นทางออกไปโดยเร็ว
จังหวะหนึ่ง เท้าของนางเผลอชะงักไปโดยไม่รู้ตัว ความเย็นวาบไหลวูบผ่านแผ่นหลัง เมื่อััได้ถึงสายตาหนักแน่นจากใครบางคนที่หันมามองนาง
เพียงชั่วลมหายใจ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังใกล้เข้ามา บุรุษสูงวัยผู้หนึ่งกำลังเร่งฝีเท้าตรงมาทางนาง ดวงตาของเขาวาววับ จับจ้องราวกับ้าถามให้ชัดว่าหญิงสาวกำลังจะไปที่ใด
ซุนเหยาที่คอยมองอยู่แล้ว พอเห็นความผิดปกติหัวใจของนางก็เต้นแรงขึ้นทันที นางไม่ลังเลที่จะสร้างเื่บังหน้า
“งู! ข้าเห็นงูอยู่ตรงนี้!” นางส่งเสียงร้องลั่นพร้อมกับชี้มือสั่นระริกไปยังพื้น อีกมือรีบคว้าร่างเสี่ยวเสียกับเสี่ยวซิงมากอดไว้ด้านหลัง
เด็กน้อยทั้งสองที่ไม่รู้ว่ามารดากำลังเสแสร้ง พากันเบิกตากว้าง ก่อนส่งเสียงกรีดร้องออกมาพร้อมกันดังลั่นด้วยความใ
เสียงร้องของสามแม่ลูกดึงสายตาทุกคู่ให้หันไปมองทันที บรรยากาศที่เงียบงันกลับตึงเครียดขึ้นมาในพริบตา แต่แทนที่จะมีคนหวาดกลัว หลายคนกลับหยิบไม้และมีดพร้าขึ้นมา ดวงตาเป็ประกายราวกับได้พบขุมทรัพย์! งูก็คือเนื้อ!!
ชายที่ตั้งใจจะตรงมาทางไป๋เยี่ยนหรูหยุดกะทันหัน ก่อนหันกลับไปช่วยล้อมจับงู ความสนใจทั้งหมดจึงถูกดึงไปทางซุนเหยาโดยสิ้นเชิง
ไป๋เยี่ยนหรูสูดลมหายใจลึก อาศัยจังหวะที่ผู้คนกำลังชุลมุนเร่งฝีเท้า หลบหายไปทางเส้นทางด้านหลังหมู่บ้านอย่างเงียบงัน
กลุ่มชาวบ้านพากันกรูเข้ามาล้อมบริเวณที่ซุนเหยาชี้ ทุกคนกวาดสายตามองหาอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่พบกระทั่งหางงู!!
“ไม่เห็นจะมีงูสักตัว!!” ชายวัยกลางคนเอ่ยพลางใช้ไม้เคาะพื้นดินสองสามครั้ง
ซุนเหยาหัวเราะแห้ง ๆ มือข้างหนึ่งยกขึ้นปัดเหงื่อ “ข้าคงหิวจนตาลาย เห็นใบไม้แห้งเป็งูไปเสียแล้วกระมัง” นางทำทีหลบสายตาคนรอบข้างอย่างขัดเขิน
เสียงบ่นและหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้น บรรดาชาวบ้านเลิกสนใจและเริ่มออกเดินต่อเพื่อมุ่งหน้าไปยังชายป่าอีกด้าน
แต่ในจังหวะที่ซุนเหยากำลังจะก้าวตามชาวบ้านไป นางหันมองไปทางไป๋เยี่ยนหรูอีกครั้ง และภาพที่เห็นก็ทำให้หัวใจนางหยุดเต้นไปชั่วขณะ บุรุษสองคนกำลังเดินเลียบเนินดินไปทางเดียวกับที่ไป๋เยี่ยนหรูแยกตัวออกไปเมื่อครู่
แม้ตำแหน่งระหว่างทั้งสองจะห่างกันอยู่บ้าง แต่ท่าทางของบุรุษสองคนนั้นแฝงความจงใจชัดเจนว่าพวกเขากำลังตามไป๋เยี่ยนหรูไป!!
เืในกายของนางเย็นวาบ เพราะจดจำได้ดี..สองคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็พวกอันธพาลในหมู่บ้านที่เคยมีเื่บาดหมางกับไป๋เยี่ยนหรูมาก่อน!
ซุนเหยากัดริมฝีปากแน่น ใจหนึ่งอยากวิ่งตามไปดู แต่หากพาลูกทั้งสองคนไปด้วยคงเป็การเสี่ยงเกินไป
สายตานางกวาดมองไปรอบ ๆ เพื่อหาความช่วยเหลือ จนเห็นทหารสองคนเดินอยู่ห่างออกไปทางด้านหลัง นางรีบวิ่งฝ่าฝูงคนไปหยุดตรงหน้าพวกเขา
“นายท่าน! ช่วยด้วยเ้าค่ะ! น้องสาวข้า นางถูกคนตาม!” ซุนเหยาพูดรัวจนแทบไม่ทันหายใจ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความร้อนรน
ทหารหนุ่มที่อยู่ใกล้ที่สุดขมวดคิ้ว “ว่าอย่างไรนะ?”
“ข้าบอกว่ามีบุรุษสองคนตามน้องสาวข้าไปทางนั้น!"
ทหารสองคนหันมาสบตากัน เส้นทางที่สตรีผู้นี้ชี้มือไปนั่นมันเป็เนินดินอันเป็เขตหวงห้ามมิใช่หรือ? พวกเขาเคยได้รับคำสั่งจากแม่ทัพเซี่ยว่าห้ามผู้ใดเข้าไปวุ่นวายในพื้นที่นั้นเป็อันขาด!!