สนามพลังระดับหวงมิใช่สิ่งที่สามารถมองข้ามได้เลยสนามพลังของเ้าหมาป่าตัวนี้มีขนาดรัศมีถึงห้าก้าวมันครอบคลุมรอบกายของเ้าสัตว์เวททุกทิศทุกทางคล้ายกับปราการคุ้มครองที่ผ้าคลุมบรรพตมหานทีก่อขึ้นก่อนหน้านี้
ยามนี้ฝั่งของจิ้งหวางจึงได้ตระหนักว่าพวกตนกำลังประสบกับความยากลำบากอย่างยิ่งยวดที่สุดในชีวิต
เพราะระดับของมันที่พวกเขาคาดคะเนความเป็ไปได้บัดนี้ได้เผยความจริงออกมาเรียบร้อยแล้ว
“ระดับหวงขั้นสูงสุด”สือเจียหย่งราวกับถูกปราณะเืแช่แข็งไว้กับที่ สิ่งที่หนานกงฉางเซินคาดการณ์ไว้ได้กลายเป็ความจริงดูเหมือนว่าวันนี้พวกเขาจะพบดาวมัจจุราชเข้าให้เสียแล้ว
“ระวังตัวให้มากที่สุดอย่าประมาทแม้เสี้ยวลมหายใจ สนามพลังระยะห้าก้าวรอบกายของมันไม่อาจเข้าใกล้ไม่เช่นนั้นพวกเ้าจะถูกปราณสังหารระดับหวงขั้นสูงสุดโจมตี”แม้หนานกงฉางเซินจะตกตะลึงไม่ต่างจากสหายข้างกายแต่เขาก็ตั้งสติได้เร็วกว่าและไม่ลืมที่จะเอ่ยปากเตือนเื่สำคัญ
พวกองครักษ์ทั้งหมดระดับสูงสุดก็แค่ปฐีขั้น๔ หากถูกสนามพลังระดับหวงขั้นสูงสุดโจมตีเข้าก็ไม่ต้องคาดเดาว่าจะาเ็สาหัสถึงเพียงไหนเพราะพลังของสัตว์เวทระดับหวงขั้นสูงสุดเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนระดับปฐีขั้น๗ไปจนถึงก้าวย่างนภาเลยทีเดียว
การที่เ้าขนเงินมีสนามพลังรัศมีกว้างห้าก้าวรอบกายเป็เครื่องหมายเตือนชั้นดีว่าสัตว์เวทตัวนี้ห่างจากระดับชั้นถัดไปเพียงครึ่งก้าวเท่านั้นเอง
“เ้าพาเสี่ยวฉยงหนีไปก่อนข้าจะถ่วงเวลาไว้ให้” โอกาสชนะของพวกเขามีน้อยกว่าครึ่งต่อให้พวกเขาทั้งหมดลงมือพร้อมกันก็ยังไม่สามารถแน่ใจได้ว่าจะรับมือสัตว์เวทตัวนี้ได้เพราะฉะนั้นจิ้งหวางจึงเสนอทางเลือกที่น่าจะเป็ผลดีกับทุกฝ่ายหากสามารถพาฝูอวี้ฉยงหนีรอดไปได้ฝั่งพวกเขาที่ถ่วงเวลาเอาไว้ทางนี้ก็สามารถหลบหนีไปอีกทางหากสถานการณ์เลวร้ายขึ้น
“หมาป่าขนเงินตัวนี้เ้าเล่ห์เกินไปอีกอย่างข้าคิดว่าเป้าหมายของมันคือเสี่ยวฉยง หากข้าพาเสี่ยวฉยงหนีไปอย่างมากพวกเ้าก็ต้านทานมันได้เพียงครึ่งเค่อเท่านั้นแยกกันสองทางรังแต่จะทำให้เกิดความเสียหายมากเพิ่มขึ้นเ้าก็เห็นว่ามันควบคุมพื้นดินได้แค่ข้าตั้งท่าจะพาเสี่ยวฉยงหนีมันก็คงเรียกหลาวหินขึ้นมาขวางไว้” หนานกงฉางเซินรีบปฏิเสธอย่างรวดเร็วั้แ่ต้นจนถึงตอนนี้เ้าสัตว์ตัวร้ายแสดงออกถึงสติปัญญาอันล้ำเลิศหากมันพุ่งเป้ามาที่พวกเขาจริงด้วยระดับพลังชั้นหวงขั้นสูงสุดมันสามารถโจมตีสังหารได้โดยตรงไม่จำเป็ต้องยืดเยื้อมาจนถึงตอนนี้ยิ่งมันกระโจนข้ามผ่านทุกคนแล้วมาหยุดอยู่ห่างจากรถม้าที่ฝูอวี้ฉยงนั่งอยู่ไม่เกินห้าสิบก้าวหนานกงฉางเซินก็ยิ่งแน่ใจว่าเป้าหมายของมันอยู่ที่หลานสาวของเขา
“ลงมือพร้อมกันเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดในเวลานี้”ชายหนุ่มพูดต่ออย่างไม่ลังเลวันนี้ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ถือว่าเขาได้พยายามสุดความสามารถแล้วต่อให้คำสัญญาที่เขามอบให้พี่สาวและพี่เขยหน้าหลุมศพจะไม่อาจทำได้แต่เชื่อว่าพวกเขาทั้งสองต้องเข้าใจ
“ถ้าเช่นนั้นก็ทำตามที่เ้าว่า”เห็นความแน่วแน่ที่สหายแสดงออกมาจิ้งหวางก็ไม่คัดค้านแต่อย่างใดพลางกวาดตามองไปยังเหล่าองครักษ์ของตนบัดนี้นอกจากสามคนที่ยืนประจำที่อยู่หน้ารถม้าของฝูอวี้ฉยงพวกที่เหลือได้ขึ้นมายืนเหนือแท่งหินที่ผุดขึ้นจากพื้นดินกันหมดทุกคนแล้วเห็นดังนั้นสือเจียหย่งจึงมีคำสั่งหนึ่งออกมา
“ปล่อยพลุสัญญาณ”
“รับคำสั่ง”องครักษ์สองนายหยิบพลุสัญญาณขึ้นมาแล้วประจุปราณเข้าไปภายใน พลุสัญญาณทั้งสองพวยพุ่งขึ้นสู่กลางฟ้าก่อนจะะเิออกเป็อักษร “หย่ง” สีเขียวและเหลืองสามารถมองเห็นได้จากระยะไกลนับร้อยลี้มันคือสัญญาณที่ใช้ติดต่อกันระหว่างจิ้งหวางและคนใต้สังกัดต่อให้คณะทูตแคว้นฉินจะเดินทางล่วงหน้าไปหลายวันแล้ว แต่ตามจุดพักแต่ละจุดจะมีคนของพวกเขารั้งอยู่หนึ่งคนเพื่อรับคำสั่งในสถานการณ์ฉุกเฉิน
หลังส่งสัญญาณแล้วจิ้งหวางก็ออกคำสั่งอีกครั้ง
“ลงมือพร้อมกัน”สิ้นเสียงเงาร่างของพวกเขาทั้งหมดก็เหินลงมาจากยอดศิลาปราณโจมตีนับสิบสายถูกส่งตรงไปยังเป้าหมายเดียวกันเมื่อปราณหลุดออกจากปลายศัสตราก็เกิดปราณระลอกใหม่ตามติดอย่างไม่มีเว้นระยะ
ดวงตาสีเหลืองเบิกขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดมันยกขาหน้าตวัดกรงเล็บสังหารคล้ายท่าทางครั้งก่อนหากยามนี้มันได้ใช้พลังระดับสูงสุดของตนในการรับมือกรงเล็บปราณสีเงินดูคลับคล้ายกระบวนท่าที่มันแสดงแต่ไอสังหารและความเข้มข้นกลับรุนแรงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว
แค่ท่วงท่าแรกที่มันโต้กลับก็ทำให้บรรดาผู้ฝึกตนทั้งมวลถูกพลังสะท้อนกลับจู่โจมบางคนกระเด็นไปกระแทกเสาหินด้านหลังจนสลบไปบางคนก็ถูกซัดไปด้านข้างร่างตกลงที่พื้นและถูกแรงซัดที่ยังเหลือพาให้ร่างครูดไปกับพื้นนับสิบจั้งเวลานี้มีเพียงจิ้งหวาง หนานกงฉางเซินและเซียวเฉินเท่านั้นที่ยังยืนหยัดอยู่ได้
แต่เ้าสัตว์ร้ายก็ไม่รอเวลาให้พวกเขาฟื้นฟูกำลังมันตวัดกรงเล็บสังหารรอบใหม่เข้าใส่พวกเขาอย่างไม่รีรอพลังคุกคามเต็มไปด้วยปราณทำลายล้างแม้หนานกงฉางเซินใช้ผ้าคลุมบรรพตมหานทีเข้าขวางแต่ก็ยังถูกแรงสะท้อนกลับจนกระอักเืออกมา
“ฉางเซิน”จิ้งหวางร้องขึ้นอย่างตระหนกเกรงว่าอาการของสหายจะกำเริบขึ้นมาเสียก่อนแต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ทันเตรียมตัวรับมือเ้าขนเงินก็ใช้กรงเล็บตะกุยอากาศโจมตีไปยังสามองครักษ์ที่ยืนประจำอยู่หน้ารถม้าเสียแล้ว
สามบุรุษยกอาวุธฟาดฟันแผ่พุ่งปราณของพวกตนเข้าใส่
ซูเฉี่ยนซึ่งยืนอยู่บนรถด้านหน้าประตูทางเข้ารู้ตัวดีว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหมาป่าขนเงินแต่นางหวังว่าอย่างน้อยตนจะสามารถยื้อเวลาได้สักห้าหกลมหายใจยืดเวลาออกไปเพื่อให้นายท่านสามลงมือได้ทันท่วงที
แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของตนก็พร้อมยินดีมือขวาของนางกระชับหอกเหล็กดำไว้มั่น ร่างประเปรียวเหินเข้าใส่อย่างไม่ลังเลนางขว้างหอกยุทธ์ในมือของตนเข้าโจมตีอีกแรงหากระดับชั้นที่ห่างกันมากเกินไปแม้พอทัดทานได้ในเบื้องต้นแต่พลังกรงเล็บที่มีพลานุภาพทำลายล้างสูงก็พุ่งเข้าโจมตีทั้งสี่อย่างรวดเร็วร่างของซูเฉี่ยนถูกซัดจนกระเด็นไปด้านหลังหลายสิบจั้งอกด้านขวามีรอยถากจากกรงเล็บปราณจนทำให้เืไหลออกมาโซมกาย
ขณะที่สามองครักษ์ก็มีสภาพย่ำแย่ไม่ต่างจากนาง
“เ้าสัตว์หน้าขนวันนี้ข้าขอชีวิตแลกกับเ้า”เงาร่างของหนานกงฉางเซินปรากฏขึ้นด้านหน้ารถม้าของหลานสาวแส้แข็งในมือกวัดแกว่งหลายน้ำแข็งนับสิบแล้วพุ่งเข้าโจมตีหมาป่าอย่างเหี้ยมหาญจิ้งหวางรีบเข้ามาช่วยอีกแรงโดยใช้พัดบรรพตมหานทีของตนคอยก่อกวนด้ามพัดลอยฉวัดเฉวียนโจมตีหมาป่าขนเงินราวกับมีชีวิตเมื่อปลายพัดััร่างของมันก็สามารถเรียกเืจากมันได้หลายรอยแผลแต่แผลที่ปรากฏก็เป็รอยตื้น ๆ ไม่ได้ทำร้ายจนสามารถทำให้มันาเ็ได้
ยิ่งต่อสู้หักหาญยิ่งเผยความแตกต่างระหว่างชั้นั้แ่หมาป่าขนเงินเผยความสามารถที่แท้จริงของมันออกมาก็ยังไม่มีตอนไหนใดเลยที่มันเผยช่องโหว่ให้โจมตีหากมันสามารถตัดผ่านสู่ระดับเสวียนได้สำเร็จเกรงว่าต่อให้ชนชั้นนภาขั้นกลางก็ยากจะรับมือกับมันได้
ยิ่งประมือโรมรันด้วยสรรพกำลังหักหาญด้วยความเหี้ยมโหดสถานการณ์ยิ่งย่ำแย่ลงจนความหวังในการรอดชีวิตริบหรี่ประหนึ่งกองไฟกลางสายฝนอีกไม่ช้ากำลังเพลิงก็จะลดลงและมอดไหม้กลายเป็เถ้าถ่าน
“อั่ก ๆ”ไม่นานเซียวเฉินก็พลาดท่าถูกพลังจู่โจมเข้าจนร่างใหญ่ลอยไปกระแทกเสาหินอีกรายตามติดด้วยจิ้งหวางที่ถูกพลังกรงเล็บของเ้าสัตว์ร้ายเล่นงานต่อมาแม้จะมีพัดระดับหวงขั้นสูงสุดช่วยต้านรับแต่กลับไม่อาจแสดงอานุภาพที่แท้จริงของสมบัติเวทในมือออกมาได้หากเขาสำเร็จระดับนภาคงทำให้พลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในพัดบรรพตมหานทีปลดปล่อยออกมาได้เต็มกำลัง
“เจียหย่ง” หนานกงฉางเซินร้องเรียกอีกฝ่ายอย่างตระหนกเมื่อเห็นว่าสือเจียหย่งถูกจู่โจมจนร่างของเขามิอาจต้านรับได้แม้แต่เสี้ยวลมหายใจเดียวหากไม่มีพัดบรรพตมหานทีช่วยเสริมเกรงว่าวันนี้สือเจียหย่งคงสิ้นนามจากการโจมตีครั้งนี้ก็เป็ได้
หนานกงฉางเซินแม้ใจจะเป็ห่วงจิ้งหวางแต่สถานการณ์ของเขาก็ตึงมือจนไม่อาจเคลื่อนไหวหลังจากหมาป่าลงมือกับจิ้งหวางสำเร็จ มันเลยหันมาจัดการกับเขาเป็รายต่อไป...พลังคำรามที่ส่งมามีแรงกดทับดุจขุนเขาลูกใหญ่แม้หนานกงฉางเซินจะะโหลบไปอีกทาง แต่ก็ยังโดนพลังบางส่วนคุกคามจนรู้สึกปั่นป่วนในอกคล้ายว่าโลหิตภายในจะเดือดพล่านเพราะแรงกดทับประหลาดนี้
โครม ...
รถม้าคันใหญ่ถูกกรงเล็บปราณที่หมาป่ามากเล่ห์ส่งมาทำลายลงผนังสี่ด้านรวมทั้งหลังคารถแตกหักจนหลุดออกจากพื้นรถที่เป็ฐานยึดเผยให้เห็นร่างของเด็กหญิงสองคนที่กำลังนั่งอยู่บนเบาะ เด็กหญิงที่สูงและโต
กว่าใช้ร่างของนางบังอยู่ด้านหน้าผู้เป็นายแม้ั์ตาคู่นั้นจะสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวแต่นางก็ไม่หนีเอาตัวรอดแล้วทิ้งผู้เป็นายไว้เื้ั
ดวงตาสีเหลืองอำพันของสัตว์เวทจับจ้องร่างของเด็กน้อยที่อยู่ด้านหลังอย่างเป็ประกายในที่สุดกลิ่นหอมที่ดึงดูดมันออกจากการจำศีลหลายสิบปีก็เผยโฉมออกมาจนได้
เดิมทีหมาป่าขนเงินตัวนี้ไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่แถบนี้มันเกิดและเติบโตในแผ่นดินของแคว้นระดับสามดาวและไม่เคยคิดลงมาเกลือกกลั้วกับแดนระดับหนึ่งดาวแห่งนี้ด้วยซ้ำแต่เหตุการณ์เมื่อหลายสิบปีก่อนบีบบังคับให้มันต้องหนีหัวซุกหัวซุนมาไกลหลายพันลี้
เพราะกลุ่มผู้ฝึกตนระดับนภา้าจับมันเป็สัตว์พันธะสัญญาเลยทุ่มเททุกวิธีเพื่อให้มันยอมจำนน แต่มันก็แข็งขืนจนทำร้ายฝ่ายพวกผู้ฝึกตนาเ็ไปหลายคนจากเดิมที่้าจับเป็เพื่อผูกพันธะรับใช้ ก็กลายเป็ความโกรธเกรี้ยวหมายเอาชีวิต เนื่องจากมันทำร้ายกลุ่มผู้ฝึกตนเ่าั้มิหนำซ้ำยังมีผู้ฝึกตนคนหนึ่งาเ็สาหัสจนเสียชีวิต พวกเขาจึงแค้นมันอย่างมาก
การไล่ล่าเกิดขึ้นอย่างดุเดือดยิ่งหนีก็ยิ่งาเ็ พอหันกลับไปสู้ก็พบว่ากำลังเสริมของฝ่ายนั้นเพิ่มมากขึ้นแต่มันก็กัดฟันหนีต่อจนในที่สุดก็กลายเป็ปลารอดแหสลัดการไล่ล่าจากชนชั้นนภาจนหลุด หากมันก็าเ็สาหัสจนเกือบสิ้นชื่อต้องหลบซ่อนอยู่ในขุนเขาห่างไกลแห่งนี้ โดยมีป่าดิบระยะร้อยลี้เป็กำแพงกันภัยเกือบ ๓๐ ปีที่ผ่านมันฟื้นฟูอาการาเ็ด้วยการจำศีลนิทรา เข้าสู้ห้วงปราณลึกล้ำอันที่จริงยังเหลือเวลาอีก ๑ ปีจึงจะครบกำหนดจำศีล ๓๐ ปี
แต่เพราะกลิ่นหอมยั่วยวนใจลอยตามลมมาจากแดนไกลปลุกให้มันตื่นขึ้นจากการจำศีล แม้การออกจากการจำศีลก่อนกำหนดจะทำให้อาการาเ็ของมันมิได้ฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์แต่มันก็พร้อมยอมแลกมาเพราะสิ่งที่ส่งกลิ่นหอมยั่วกิเลสในใจของมันให้ระอุขึ้นมา หากได้มานอกจากมันจะสามารถฟื้นฟูอาการาเ็จนหายดีเป็ปลิดทิ้งในทันทีมันก็จะสามารถบรรลุเข้าสู่เขตแดนขั้นเสวียนได้โดยไม่ต้องรอเวลาบำเพ็ญอีก ๑ ร้อยปี
รถม้าคันใหญ่ที่สุดของขบวนถูกทำลายจนเหลือเพียงส่วนล่างซึ่งเป็พื้นรถที่ติดกับล้อ มีที่นั่งสามด้านซึ่งมีร่างของฝูอวี้ฉยงและจิงเว่ยอยู่ขณะที่อาชาพันธุ์ดีทั้งสี่ซึ่งเทียมอยู่ด้านหน้ากลับยืนอยู่กับที่ราวกับรูปปั้นแท้จริงพวกมันถูกรังสีอำมหิตของสัตว์เวทระดับหวงขั้นสูงสุดสะกดไว้จนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจทั้งที่หากเป็เหตุการณ์ทั่ว ๆ ไป พวกมันคงจะเตลิดหนีหายไปไหนต่อไหนแล้ว
สองเด็กหญิงซึ่งนั่งอยู่บนเบาะด้านในเมื่อเห็นว่าสัตว์ร้ายตัวใหญ่เท่าม้าคือต้นเหตุก็รู้สึกพรั่นพรึงหากจิงเว่ยที่โตกว่าไม่รอช้าหยิบมีดสั้นที่นางพกติดกายขึ้นมาถือหากเกิดเหตุสุดวิสัยใด ๆ ขึ้นอย่างน้อยก็พอมีสักหนึ่งกระบวนปกป้องตนเองและคุณหนู
หมาป่าตัวใหญ่เพ่งมองมายังพวกนางด้วยดวงตาประดุจสายฟ้าจับจ้องเหยื่อตรงหน้าด้วยความยินดีเป็ที่สุด ขณะที่มันกำลังย่างสามขุมเพื่อเข้าใกล้พวกนาง