บริษัทสารทิศการช่าง จำกัด(มหาชน) ริเริ่มก่อตั้งมาโดยคุณพายัพ ทศทิศเทวากุล และคุณแกมแก้ว ทศทิศเทวากุลผู้เป็ภรรยา และมีการชักชวนคุณบูรพา ทศทิศเทวากุล มาเป็หุ้นส่วนเพิ่มอีกหนึ่งคน
คุณบูรพาเป็บุตรคนที่สองของตระกูลทศทิศเทวากุลหรือก็คือน้องชายที่คลานตามคุณพายัพออกมานั่นเอง หลังจากที่เรียนจบสถาปัตยกรรมและออกมาทำงานหาประสบการณ์ได้ห้าปี พี่ชายอย่างคุณพายัพและคุณแกมแก้วที่เรียนจบมาทางด้านวิศวกรรม ก็มีความคิดที่จะตั้งบริษัทรับงานก่อสร้างกันเองจึงได้ชวนให้น้องชายอย่างเขามาร่วมเป็หุ้นส่วนด้วย
หลังจากนั้นอีกสามปีต่อมาก็ได้รับน้องชายคนที่สามอย่าง คุณทักษิณ ทศทิศเทวากุล ที่เรียนจบมาทางด้านบริหารเข้ามาช่วยดูแลบริหารงานในบริษัทด้วยอีกคน
ดังนั้นบริษัทสารทิศการช่างจึงคล้ายกับเป็กิจการของครอบครัวไปโดยปริยาย ถึงแม้ว่าน้องชายคนที่สี่อย่างคุณอุดร ทศทิศเทวากุล จะไม่ได้เข้ามาร่วมทำงานด้วย เพราะมีความรักในการทำอาหารและเลือกที่จะไปเอาดีทางด้านการเป็เชฟ เปิดร้านอาหารของตนเองทว่าก็ยังมีการไปซื้อหุ้นของบริษัทเก็บเอาไว้กินดอกผลที่พี่ชายทั้งสามคนช่วยกันบริหารให้เกิดขึ้นจึงนับว่าบริษัทสารทิศการช่างเป็ดั่งคลังสมบัติที่ไม่มีวันหมดของคนตระกูลทศทิศเทวากุล
ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมานับว่าบริษัทสารทิศการช่าง ได้เติบโตก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งได้จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็บริษัทมหาชนทว่าผู้ถือหุ้นใหญ่ก็ยังคงเป็พี่น้องตระกูลทศทิศเทวากุลโดยมีพี่ใหญ่อย่างคุณพายัพและภรรยาถือหุ้นใหญ่
แต่เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วบริษัทแห่งนี้กลับต้องสูญเสียคุณพายัพ ทศทิศเทวากุล และคุณแกมแก้ว ทศทิศเทวากุลผู้เป็ภรรยาไป ซึ่งทั้งสองคนดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารบริษัท (ซีอีโอ)และผู้ช่วยฯ ไปด้วยอุบัติเหตุรถตกเขา ในระหว่างที่ กำลังเดินทางไปดูที่สำหรับการทำรีสอร์ททางภาคเหนือและถือโอกาสพักผ่อนไปในตัว นับเป็การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ของตระกูลทศทิศเทวากุลและบริษัทสารทิศการช่าง ที่ถือเป็ผู้รับเหมารายใหญ่อีกรายหนึ่งของประเทศ
ขณะนี้คุณบูรพาซึ่งเป็รองประธานกรรมการบริหารบริษัทจึงต้องทำหน้าที่รักษาการประธานกรรมการบริหารแทนไปด้วยเพื่อรอให้หลานชาย ซึ่งเป็ลูกชายคนเดียวของคุณพายัพและคุณแกมแก้วกลับมารับตำแหน่งแทนผู้เป็พ่อหลานชายที่ไม่ได้พบเจอหน้ากันมานานหลายปี เนื่องจากคุณพายัพได้ส่งลูกชายไปศึกษายังต่างประเทศั้แ่อายุได้สิบขวบ
จนบัดนี้ผ่านไปสิบกว่าปีแล้วเด็กน้อยเติบใหญ่ เรียนจบ ได้ทำงานหาประสบการณ์และสนุกกับการใช้ชีวิตอิสระในโลกใบใหญ่และยังไม่คิดที่จะกลับเข้ามาอยู่ในอาณาจักรของสารทิศการช่างจนกระทั่งได้รับข่าวการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่คือการจากไปพร้อมกันของทั้งพ่อและแม่ของเขา
“ตกลงเข็มทิศจะกลับมาถึงวันไหนกันแน่”บูรพาเอ่ยถามถึงหลานชาย ทายาทเพียงคนเดียวของพี่ชายที่เสียชีวิต
“เห็นว่าจะถึงเย็นนี้นี่ละครับคุณทักษิณรับจะเป็คนจัดการดูแล ป่านนี้คงส่งคนไปรอรับที่สนามบินแล้วมั้งครับ”คชาธร เลขาคนสนิท เอ่ยตอบท่านรองประธาน
“อืออย่างนั้นวันนี้ผมคงต้องกลับไปค้างที่บ้าน”
“ครับ”คนที่ยืนรอให้เ้าของห้องเซ็นเอกสารอยู่เอ่ยตอบสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบและใบหน้านิ่งเฉย
“หือ...”ท่านรองประธานหนุ่มใหญ่ เงยหน้าจากกองเอกสารขึ้นมองคนที่ส่งเสียงตอบ“ไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ”
“พูดอะไรครับ”คชาธรเอ่ยถามพร้อมกับสีหน้าสงสัย
“มาใกล้ ๆ นี่สิ”บูรพากระดิกนิ้วชี้เรียกคนที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะให้เข้ามาใกล้ตัวซึ่งเลขาหนุ่มก็ยอมทำตามแต่โดยดี
หมับ! มือใหญ่รวบเอวคนที่เดินมาใกล้แล้วดึงให้ลงมานั่งตัก แล้วสวมกอดเอาไว้พร้อมกับเอาคางเกยไหล่ของคนบนตัก
“ก็พูดว่าไม่ค้างไม่ได้เหรอ ผมไม่อยากนอนคนเดียว ผมคิดถึง หรือว่าอะไรทำนองนั้นน่ะ”
“แล้วถ้าผมพูดอย่างนั้นคุณจะชอบเหรอครับ ถ้าผมรั้งคุณ ทั้งที่รู้ว่านั่นเป็เวลาของครอบครัวคุณคุณจะไม่ว่าผมงอแงไม่รู้กาลเทศะใช่มั้ยครับ”
“หึหึ ช่างพูดนะ” คางที่เกยอยู่บนไหล่ไซ้เข้าที่ซอกคอจนคนถูกไซ้ต้องหดคอหนี “แค่นี้ผมก็หลงคุณจนไปไหนไม่รอดแล้ว”
พูดจบบูรพาก็ส่งริมฝีปากผ่าวร้อนเข้าไปประกบกับริมฝีปากอิ่มของคนบนตักมอบจูบหวาน ๆ ให้คนบนตัก ก่อนจะผละออกมาเอื้อนเอ่ยอีกครั้ง
“ผมขอโทษนะที่เปิดเผยเื่ของเราให้ใครรู้ไม่ได้” บูรพาเอ่ยเสียงแ่ถึงเื่ที่ตนเองก็หนักใจและรู้สึกไม่สบายใจมาโดยตลอดเขาไม่อยากเอาชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของบริษัทมาเสี่ยงกับความรักที่สังคมอาจไม่ยอมรับเขาไม่อาจเห็นแก่ตัวแล้วพาให้พี่น้องทุกคนต้องเดือดร้อน
“ไม่เป็ไรครับผมเข้าใจ”
บ้านทศทิศเทวากุล กำลังจัดเตรียมงานปาร์ตี้เล็กๆ ในบ้านสำหรับการเลี้ยงต้อนรับ เข็มทิศ ทศทิศเทวากุลทายาทหนึ่งเดียวของพายัพและแกมแก้ว ผู้ที่จะมาเป็ประธานบริษัทสารทิศการช่างคนต่อไปเพราะหุ้นทั้งหมดในมือของผู้เป็พ่อแม่ ได้ถูกโอนต่อให้กับผู้เป็ลูกแล้วตามกฎหมายรวมทั้งทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่ผู้เป็พ่อแม่ได้สร้างไว้ด้วย
งานเลี้ยงครั้งนี้มีคุณจีรนันท์ภรรยาของคุณทักษิณ เป็แม่งาน โดยมี น้ำค้าง ลูกสาวคนเล็กช่วยจัดดอกไม้ประดับตกแต่งสถานที่
“จะวุ่นวายจัดกันไปทำไมไร้สาระ” เสียงจาก ภูผา ลูกชายคนโตของคุณทักษิณและคุณจีรนันท์เอ่ยขึ้นและแ่ลงในท้ายประโยค เมื่อเดินลงมาจากชั้นสองของบ้าน แล้วเห็นว่าผู้เป็แม่กำลังวุ่นวายสั่งงานคนงานผู้ชายในบ้านให้นำเก้าอี้ไปจัดเรียงไว้ที่ริมสระน้ำ
“...”คุณจีรนันท์รีบหันกลับมาทำตาเขียวใส่ เมื่อได้ยินประโยคขวางโลกของลูกชายสายตาของผู้เป็แม่มองการแต่งตัวของลูกชาย แล้วก็อดเอ่ยถามไม่ได้“แล้วนั่นจะไปไหนตาภู”
“ผมมีนัดกับเพื่อนครับ”
“แล้วทำไมถึงมานัดวันนี้ล่ะแม่บอกแล้วไงว่าวันนี้เราจะมีเลี้ยงต้อนรับพี่เข็มทิศน่ะ”
“แม่บอกช้าผมนัดกับเพื่อนก่อนแล้ว”
“งั้นก็ยกเลิกนัดไปซะ”ผู้เป็แม่ยื่นคำขาด
ประตูรั้วของบ้านทศทิศเทวากุลเปิดกว้างเพื่อให้รถสมาชิกของตระกูลเข้ามาภายในอาณาจักร บ้านหลังใหญ่ที่พ่อแม่สร้างไว้ให้ถูกขยายให้ใหญ่โตมากกว่าเดิมอีก เมื่อบริษัทสารทิศการช่างเจริญเติบโตไปได้อย่างสวยงาม พายัพ พี่ชายคนโตก็ได้ซื้อที่รอบด้านเพิ่มและได้ต่อเติมบ้านหลังเดิม ขยายปีกซ้ายปีกขวา รวมทั้งด้านหลังออกไปเพื่อให้พี่น้องทั้งสี่คน ได้เข้ามาอยู่ในบ้านเดียวกัน เป็ครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่น ตามคำสั่งเสียของพ่อแม่
ทว่าในความเป็จริงตอนนี้คนที่อยู่บ้านหลังใหญ่เหมือนจะมีคุณทักษิณและครอบครัวอยู่ครอบครัวเดียวที่อาศัยอยู่เป็หลักจากแต่ก่อนที่มีคุณพายัพและภรรยาอยู่ร่วมด้วย ส่วนคุณบูรพามักจะไปอยู่คอนโดฯกับแฟนหนุ่ม และคุณอุดร น้องชายคนเล็ก ที่หลังจากพ่อแม่เสียชีวิตไปแล้ว ก็ไปเปิดร้านอาหารและอาศัยอยู่ที่ร้านอาหารนั้นเลย นาน ๆ ถึงจะกลับมาบ้านที
“คุณเข็มทิศมาแล้วค่ะ”เสียงสาวใช้ที่เห็นรถที่ส่งออกไปรับคนที่จากบ้านไปนานหลายปี ค่อย ๆเคลื่อนผ่านประตูรั้วเข้ามาะโเป็สัญญาณบอกให้ทุกคนออกมาเตรียมตัวต้อนรับตามที่ได้นัดหมายกันไว้
และเมื่อประตูรถมินิแวนคันงามที่เคลื่อนมาจอดยังหน้าประตูบ้านเปิดออกเผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มคนสำคัญของวันนี้ เสียงเอ่ยยินดีต้อนรับก็ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง
“ยินดีต้อนรับนะหลานชายไม่ได้กลับบ้านซะหลายปี เป็ยังไง คิดถึงเมืองไทยรึเปล่า”คุณบูรพาที่กลายเป็ผู้ใหญ่ที่สุดของที่นี่ก้าวเข้าไปโอบไหล่ เอ่ยต้อนรับหลานชายอย่างเป็ทางการ
“สวัสดีครับ...อาาา...บูน”ใบหน้าขาวใสขมวดคิ้วครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยชื่อออกมาได้ในที่สุดพร้อมกับการแอบพรูลมหายใจ ออกมา
“ค...คิดครับ...คิดถึงมากครับ”น้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย เมื่อตอบคำถามของผู้เป็อา
จากนั้นชายหนุ่มจึงได้หันไปทักทายทุกคนที่มารอต้อนรับถึงแม้ว่าจะมีติดขัดที่จำหน้าไม่ได้ทุกคนแต่ทุกคนก็เข้าใจกันว่าเพราะเขาจากบ้านไปนานกว่าสิบปี จึงเป็เื่ปกติที่จะลืมเลือนกันไปบ้าง