โชคดีฉันได้สามีสามคน

    บทที่ 54 เมื่อความเศร้าผ่านไป

            “ขำจนท้องแข็งเลย”วรเมธเช็ดน้ำตาที่ไหลจากการหัวเราะ มือยังคงสั่นเล็กน้อย “ขอบคุณนะ ทั้งสองคน”

            สาวสวยนั่งพิงผนังห้องกระชับผ้าขนหนูรอบเอว ยิ้มละมุน “เราอยากเห็นคุณยิ้ม ถึงจะเจ็บมาแค่ไหน แต่คุณก็ยังหัวเราะได้”

            ปพนต์พยักหน้า“ใช่…เสียงหัวเราะสำคัญนะ มันคือการยืนยันว่าคืนนี้เราไม่ปล่อยให้นายอยู่คนเดียว”

            เสียงฝนเริ่มซาลงเป็นละอองพัดลมเพดานกลับมาหมุนเบาๆ เพราะไฟฟ้ากลับมาแล้ว แต่บรรยากาศยังคงเปียกชื้นอยู่ทั่วไปห้องนั่งเล่นค่อยๆ คืนสภาพเป็นบ้านอันปลอดภัยและอบอุ่น ทั้งสามเดินเข้ามาในบ้าน ดึงประตูระเบียงให้ปิดลงอย่างระมัดระวังกลิ่นหมอกฝนและกลิ่นลาเวนเดอร์จากผ้าเช็ดเท้ายังคงติดอยู่ที่ปลายเท้าของวรเมธและปลายนิ้วมือของมารตี

            มารตียักไหล่“คืนนี้รตีคงนอนฝันดี ฝันเห็นฝนตกหนาๆ แล้วมีเท้าอบอุ่นอยู่ข้างๆ”เธอกระซิบเสียงใส

            วรเมธอมยิ้มเขายื่นมือไปโอบสะโพกมารตีเบาๆ ก่อนจะหันไปเล่นมุกกับปพนต์ พี่ช่วยมัดตัวผมไว้ตอนนอนด้วยนะครับกลัวลืมตัว กลับไปนอนบนระเบียงอีก”

            ปพนต์หัวเราะก๊าก“ได้สิ แต่คืนนี้ก็จะมัดนายเหมือนกัน ถ้านายไปจี้เอวมารตีอีก!”

            เสียงหัวเราะของทั้งสามราวกับบันดาลให้ฝนที่กระหน่ำข้างนอกกลายเป็นเสียงเปียโนประกอบบทอารมณ์...เสียงดนตรีธรรมชาติผสมคลอเสียงเพื่อนรักที่เพิ่งช่วยกันสร้างความอบอุ่นขึ้นมาใหม่เสียงฝนภายนอกกระหน่ำลงมาไม่หยุดเสียงฟ้าร้องเป็นจังหวะเสริมที่เหมือนจะเข้ากับอารมณ์ในห้องนี้ได้อย่างประหลาด

            มารตีถูกวรเมธรวบตัวเอาไว้แน่นร่างของเธอสั่นสะท้านไปกับเสียงหัวเราะของตัวเองและแรงจักจี้ที่ยังคงทำเอาเธอแทบหายใจไม่ทัน

            เธอพยายามดิ้นรนแต่แขนแกร่งของวรเมธรัดแน่นเหลือเกิน มือของเขาเลื่อนไปโดนเอวบางและส่วนที่ไวต่อความรู้สึกซึ่งอยู่ต่ำลงไปของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจหรืออาจตั้งใจก็ไม่แน่ใจนัก แต่มันก็ทำให้อารมณ์ร้อนที่ถูกปพนต์จุดไว้เมื่อช่วงไฟฟ้าดับเริ่มคุกรุ่นขึ้นมาอีก

            ปพนต์เดินกลับเข้ามาพร้อมรอยยิ้มมุมปากใบหน้าหล่อเหลาของเขาเปียกชื้นด้วยไอน้ำที่ยังไม่ทันแห้งสนิทแสงจากหลอดไฟสีส้มที่พึ่งกลับมาเปิดได้ สาดเงาสะท้อนวาบวับบนใบหน้าเขา ทำให้ดูเข้มแข็งและเย้ายวนขึ้นกว่าเดิม

            เขาไม่พูดอะไรเพียงแต่เดินเข้ามาช้าๆ แล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ภรรยาคนสวยพลางมองเธอที่หัวเราะจนน้ำตาเล็ดในอ้อมแขนของวรเมธพร้อมกับส่งสายตาเจ้าเล่ห์

            “สนุกกันใหญ่เลยนะ...”เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด

            ผู้เป็นภรรยาชะงักเล็กน้อยแต่ยังคงยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ได้เจือด้วยความเขินอาย หากแต่เต็มไปด้วยความลึกซึ้งหวาน เร่าร้อน และชวนให้ใจเต้นแรง

            เธอเอียงหน้าไปซบไหล่วรเมธอย่างอ้อนๆนิ้วมือขาวเรียวยาวของเธอไล้ไปตามต้นแขนเขา ก่อนจะขยับตัวขึ้นนิดหนึ่งกดจูบแผ่วเบา...ที่หน้าผากของวรเมธ เสียงฝนยังตกเสียงลมหายใจก็ชัดขึ้นในความเงียบที่แทรกเข้ามาแทนเสียงหัวเราะ ริมฝีปากของหยิงสาวไล้จากหน้าผากลงมาถึงริมฝีปากของวรเมธอย่างช้าๆมันไม่ใช่การจูบที่เร่าร้อน แต่เป็นจูบที่ชวนฝัน นุ่มละมุน และเย้ายวนในคราวเดียว วรเมธหลับตาลงรับความหวานนั้นไว้โดยไม่ปฏิเสธ เมื่อเธอถอนริมฝีปากออก พลันก็หันมาทางอีกฝั่งหนึ่ง

            ปพนต์...ที่ยังคงนั่งอยู่เงียบๆ มองมาอย่างลึกซึ้ง ริมฝีปากของเขาเผยอออกเล็กน้อยๆเหมือนเชิญชวน หรืออาจเพียงแค่เปิดทาง เธอเอียงหน้าเข้าไปหาเขา ไม่มีคำพูดไม่มีสัญญาณใดๆ นอกจากสายตาที่บอกว่า “ฉันอยู่ตรงนี้”

            ริมฝีปากของเธอสัมผัสกับริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วเบาอุ่น ชื้น และหวานราวกับไวน์ผลไม้ ปพนต์รับจูบนั้นไว้อย่างนิ่งเฉยทว่าในความเงียบกลับเต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนในหัวใจ

            จากซ้าย...ไปขวา

            จากวรเมธ...ถึงปพนต์

            หญิงสาวเอียงหน้าจูบสลับไปมาไม่มีรีบเร่ง ไม่มีความรุนแรง มีเพียงความตั้งใจ และความเร่าร้อนที่ก่อตัวอัดแน่นด้วยความรู้สึกทุกวินาทีที่ผ่านไปเสียงลมหายใจเริ่มดังขึ้นแทนที่เสียงหัวเราะ เสียงกลืนน้ำลายเบาๆ เสียงสะอื้นในอกของใครบางคนที่ซ่อนไว้ไม่ให้ใครเห็น

            มารตีขยับตัวนิดหน่อยเอนตัวลงไปพิงแผ่นอกของวรเมธ ขณะที่มืออีกข้างยังคงจับมือของปพนต์ไว้แน่น ทั้งสามคนยังคงอยู่ในวงนั้นวงที่ไม่มีคำว่า “ผิด” หรือ “ถูก” มีเพียงความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริง ปพนต์เอื้อมมือมาลูบผมเธอเบาๆพลางมองเธออย่างอ่อนโยนลึกซึ้ง

            วรเมธหัวเราะในลำคอเสียงต่ำพร่าของเขาฟังดูเหมือนคำล้อเบาๆ แต่กลับแฝงความพึงพอใจเอาไว้

    “คืนนี้เธออยู่กับเราแล้วนะ...”เขากระซิบ

            มารตีหันหน้าขึ้นมาสบตาเขาดวงตาเธอวาววับ “คืนนี้...หรืออาจจะเป็นทุกคืนต่อจากนี้” เธอตอบสั่นๆ ปพนต์หันมามองหน้านิ่งก่อนจะพยักหน้าเบาๆ เหมือนเข้าใจบางอย่าง

            “แต่ขอให้คืนนี้...ยาวนานหน่อยก็แล้วกัน”เสียงวรเมธหยอกล้อ

            สาวสวยไม่ตอบแค่ยิ้ม แล้วเอนหัวลงอีกครั้ง ปล่อยให้สองชายหนุ่มประคองเธอไว้คนละด้านมือหนึ่งวางบนต้นขากำส่วนสำคัญของวรเมธ อีกมือหนึ่งสอดเข้าไปลูบไล้กลางตัวของปพนต์ลมหายใจยังคงเร่าร้อน แต่อารมณ์กลับไม่รีบร้อนอีกแล้ว ราวกับเวลาถูกยืดออกไปเพื่อให้ทุกจังหวะของความรู้สึก...ได้ถ่ายทอดออกมาอย่างเต็มที่

            ไม่นานจังหวะก็เปลี่ยนเป็นเร่าร้อนเมื่อสองหนุ่มผลัดกันแนบกายทาบทับบนร่างอวบอิ่มน่าหลงใหลของหญิงสาวสลับกันไป เสียงฟ้าร้องดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้ไม่ใช่สิ่งน่ากลัว แต่กลับเป็นเสียงประกอบของค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยไออุ่นความเปียกชื้น และหัวใจที่กำลังเต้นแรงในอกของคนทั้งสาม ก่อนจะค่อยๆ สงบลง

             

            แสงแดดแรกของวันลอดผ่านผ้าม่านบางเข้ามาอย่างแผ่วเบาลำแสงสีทองอ่อนทอดตัวลงบนร่างที่เปลือยเปล่าซึ่งก่ายกอดกันอยู่บนโซฟาตัวเดียวกันในห้องนั่งเล่นกลิ่นอุ่นๆ ของเช้าวันใหม่คลุกเคล้ากับกลิ่นผิวกาย ความชื้นจางๆ จากเมื่อคืนและกลิ่นไอของความสัมพันธ์ที่ยังอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ

            มารตีค่อยๆลืมตาขึ้น ดวงตาเธอยังขุ่นมัวด้วยคราบฝันและความอ่อนล้าจากค่ำคืนที่ยาวนานเธอกะพริบตาถี่ๆ เมื่อแสงแดดแยงตา แล้วขยับกายเล็กน้อยเพื่อ เลี่ยงมือข้างหนึ่งที่กอบกุมเต้าอวบนุ่มของเธออยู่

    มือใหญ่ แข็งแรง...ของวรเมธ

            สาวสวยเหลือบตาขึ้นมองใบหน้าของเขาใกล้เสียจนเธอได้กลิ่นลมหายใจอุ่นที่ไหลรินจากปลายจมูกของเขาที่อยู่ไม่ห่างใบหน้าหล่อเหลายังหลับพริ้ม เส้นผมยุ่งเล็กน้อยจากการนอนเบียดกระแซะกันบนโซฟาแคบๆกับเธอและปพนต์

            มารตีหันหน้าไปอีกฝั่งเห็นปพนต์นอนหันหลังให้...เงียบและสงบ มือของเขายังสอดประสานอยู่กับมือเธอที่ซ่อนไว้ใต้หมอนมารตีกระชับมือแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาหาวรเมธที่กำลังหายใจช้าๆใบหน้าแนบอยู่กับเส้นผมของเธอ มือของวรเมธที่วางบนอกอวบของเธอขยับน้อยๆราวกับรับรู้สัมผัสจากความอบอุ่นนุ่มใต้ฝ่ามือ

            หญิงสาวโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้หยุดที่ข้างหูของเขา ริมฝีปากขยับเล็กน้อย กระซิบถ้อยคำที่ชวนให้หัวใจสะดุ้ง เสียงเธอเบาและแผ่วแต่เจืออารมณ์ร้อนแรงราวกับแสงแดดยามสาย “ถ้าจะจับ...ก็บีบให้มันเต็มมือหน่อยสิคะคุณวรเมธ…”

            เสียงกระซิบกระทบแก้มและหูของวรเมธจนเขาต้องลืมตาขึ้นมาช้าๆดวงตาสีเข้มของเขาจ้องมาที่เธออย่างไม่เชื่อว่าตัวเองตื่นแล้วจริงๆหรือยังอยู่ในความฝัน ริมฝีปากของเขาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มช้าๆขณะที่ฝ่ามือเขาขยับเบาๆ ยังไม่ทันตั้งใจจะบีบ แต่อุณหภูมิในร่างกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่บางอย่างใต้ผ้าห่มผืนบางเริ่มแข็งตัว ภาพในหัวเริ่มเคลื่อนไหวชัดเจน

            มารตีมองต่ำลง หรี่ตาเล็กน้อยอย่างหยอกล้อ เธอขยับตัวช้าๆ ขึ้นมานิดหนึ่งร่างเปลือยเปล่าของเธอแนบเข้ากับแผ่นอกของเขา ความแนบชิดที่ไม่ต้องใช้คำพูดก็สามารถกระตุ้นหัวใจที่กำลังเต้นเร็วของวรเมธให้ทวีจังหวะที่เร่าร้อนขึ้น

            ร่างสวยตะแคงตัวเลื่อนสะโพกอวบชิดเข้าไปเสียดสีสิ่งที่แข็งขืนนั้นไปมา ช้าๆ ไม่ได้เร่ง ไม่ได้จงใจจนเกินเลยหากแต่แค่ “รู้” ว่าสิ่งนั้นกำลังรับรู้ว่า เธอเองก็รออยู่อย่างคาดหวัง

    คล้ายกับเรื่องโชคดีฉันได้สามีสามคน ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245