ในทุก ๆเช้าหนิงเซียนมักจะใช้เวลาอยู่กับพืชผักสวนครัวหลังบ้านเป็ประจำหญิงสาวว่าจ้างสามีของท่านป้าจิวช่วยสร้างโรงเพาะเห็ดให้และยามนี้เห็ดที่เพาะไว้ในโรงเพาะเห็ดหลังเล็ก ๆ กำลังได้ผลผลิตเป็ที่น่าพอใจการได้ลองทำเกษตรพอเพียงเป็ชีวิตที่นางใฝ่ฝันมาตลอด
ตอนที่ยังเป็เบลมีเพียงคุณยายที่เป็เสาหลักเพียงหนึ่งเดียวท่านเป็ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเพื่อสู้ต่อในแต่ละวันเวลานั้นอยากมีที่ที่ต่างจังหวัดสักผืนและมีเงินเก็บสักก้อนจากนั้นก็ย้ายไปใช้ชีวิตอันแสนสงบสุขด้วยกันสองคนยายหลาน แต่ยังไม่ทันจะทำตามความฝันได้สำเร็จคุณยายญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ก็มาสิ้นใจไปก่อนผ่านงานศพไปได้ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ตัวเบลเองก็ดันมาประสบอุบัติเหตุเดินตกท่อตายอย่างช่วยไม่ได้
ในเมื่อโลกใบเดิมไม่มีใครรอนางอยู่และไม่มีใครที่นางอยากจะกลับไปพบเจอจึงไม่จำเป็จะต้องขวนขวายหาทางกลับให้เหนื่อย ขอเพียงแค่เอาชีวิตรอดให้ได้ก็พอแต่สิ่งที่รู้สึกผิดอยู่ในใจมันคือการเข้ามาสวมร่างของหนิงเซียนในเมื่อนางเข้ามาสวมร่างแทนแล้วหนิงเซียนตัวจริงไปอยู่ที่ใดแล้วเ้าตัวจะอยากกลับคืนสู่ร่างเดิมหรือไม่
ถ้าหากว่าการทะลุมิติเข้ามาในโลกของนิยายมันเป็ความประสงค์ของหนิงเซียนเล่าเพื่อให้ตนนำพาชีวิตอันแสนอาภัพของตัวประกอบผู้นี้ได้มีชีวิตรอดไม่เป็ไปตามเส้นเื่ของนิยาย เมื่อทำทุกอย่างสำเร็จแทนตัวจริง หนิงเซียนก็อาจจะได้กลับมาอีกครั้งเช่นนั้นข้าผู้ที่เข้ามาสวมร่างคนนี้จะช่วยให้ชีวิตเ้ารอดพ้นจากอันตรายทั้งหมดเองแม้สุดท้ายแล้วตัวนางเองจะสูญสลายไปก็ไม่เป็ไรเพราะถึงได้กลับไปโลกที่ไม่เหลือใครกลับไปก็เท่านั้น
ร่างบอบบางค่อย ๆดึงดอกเห็ดที่โตได้ที่ใส่ตะกร้าอย่างเบามือไม่คิดว่าสิ่งที่ตนเองมักจะใช้เวลายามว่างอ่านหาความรู้ใส่ตัวจะได้มีโอกาสนำมันมาใช้จริง คงจะมีเื่เดียวที่พอจะขอบคุณอ๋องเหลียงเฟิงได้ก็คือเื่ที่เขานำนางมาปล่อยทิ้งไว้ที่นี่ตามลำพังหากยังคงอยู่วังอ๋องคงไม่ได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตเช่นนี้ หากต้องเลือกระหว่างวังอ๋องนางขอเลือกกระท่อมท้ายหมู่บ้านยังดีเสียกว่า
หลังจากเก็บเห็ดจนเต็มตะกร้าหญิงสาวเตรียมตัวเพื่อจะออกไปเก็บของป่าอย่างที่เคยทำเป็ประจำ ทุก ๆสามวันหนิงเซียนจะเข้าป่าสักหนึ่งครั้ง เพื่อหาผลไม้และของป่าอย่างอื่นนำมาขายให้กับลูกค้าขาประจำในหมู่บ้านแต่ก่อนออกไปก็ได้หิ้วเอาตะกร้าไม้ไผ่สานติดมือมาด้วยภายในมีเห็ดที่ได้จากโรงเพาะและผักกูดใส่ไว้จนเต็มเพื่อนำไปฝากท่านป้าจิวลูกค้าขาประจำเห็ดที่เพาะได้ผลผลิตมากพอสมควรหากให้นางเก็บไว้กินเองก็คงจะกินไม่ทันนำไปแบ่งปันให้เพื่อนบ้านจะได้ไม่เสียของ
“ท่านป้าจิวข้านำเห็ดมาฝากเ้าค่ะ”หนิงเซียนแวะไปบ้านท่านป้าจิวก่อนจะเข้าป่า โชคดีที่วันนี้ท่านป้าอยู่บ้านพอดีจึงไม่ได้มาเสียเที่ยว
“ขอบใจเ้ามากนะ เห็ดนี้เท่าไรหรือรอป้าประเดี๋ยวนะ ป้าจะไปเอาเงินมาให้”
“อุ๊ย ไม่ต้องเ้าค่ะท่านป้าพอดีข้าลองเพาะแล้วได้ผลดีเกิดคาดเ้าค่ะข้ากินเองคงไม่หมดก็เลยเอามาฝากท่านป้าด้วยเ้าค่ะ ไม่คิดเงิน”หญิงสาวรีบห้ามปรามคนแก่เอาไว้เพราะนางนำมาให้ด้วยใจไม่ได้จะเอามาขายให้เสียเมื่อไรกัน
“ไม่ได้สิ เ้าอุตส่าห์ลงทุนไปตั้งเท่าไรให้โดยไม่คิดเงินได้อย่างไร ขาดทุนกันพอดี”ป้าจิวรีบปฏิเสธไม่เห็นด้วยที่จะให้โดยไม่คิดเงิน อย่างน้อยเอาไปสักอีแปะก็ยังดียิ่งเป็แค่สตรีใช้ชีวิตเพียงคนเดียวไม่มีบุรุษคอยหาเลี้ยง ลำบากแค่ไหนนางเข้าใจดี
“ข้าไม่รับเ้าค่ะเช่นนั้นท่านป้าก็ช่วยกระจายข่าวว่าข้ามีเห็ดขายราคาถูก ๆ ก็ได้เ้าค่ะข้าจะได้มีลูกค้าเพิ่ม ถือเสียว่าเห็นนี่เป็ค่านายหน้า”
“อุบ๊ะ! ได้ เื่กระจายข่าวเชื่อมือนางจิวคนนี้เถอะ” หนิงเซียนให้ของนางมาก็มากรู้สึกเกรงใจไม่น้อย ครั้นจะให้เงินหญิงสาวตรงหน้าก็ไม่เคยจะรับสักครั้งสตรีนิสัยดี ๆ เช่นนี้ไม่รู้ว่าสามีชั่วคนไหนทิ้งภรรยาที่น่ารักลงได้ลงคอช่างตามืดบอดเหลือเกิน “แล้วนี่เ้าจะเข้าป่าอีกแล้วหรือพักสักวันไม่ดีกว่าหรือหนิงเซียน”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านป้าข้าว่าจะไปดูต้นพุทราเสียหน่อย คราวก่อนข้าเห็นใกล้จะสุกทั้งต้นแล้วกลัวว่านกจะกินหมดก่อนเ้าค่ะ ข้าเสียดาย” นอกเหนือจากการปลูกผักทำสวนการได้เข้าป่าก็เหมือนเป็การได้คลายเหงา หากให้เอาแต่นั่ง ๆ นอน ๆก็คงเบื่อหน่ายและเอาแต่คิดฟุ้งซ่านกันพอดี
“อย่างไรก็อย่าเข้าไปลึกนักเล่ามันอันตราย”
“ข้าจะระวังตัวเ้าค่ะ”
หลังจากนำเห็ดไปให้ท่านป้าจิวหนิงเซียนก็ได้ขอตัวลาทันทีจากนั้นนางก็มุ่งตรงขึ้นเขาไปอย่างอารมณ์ดีเดิมทีพรุ่งนี้จะถึงกำหนดวันที่นางต้องเข้าป่าทว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างดลใจให้อยากจะไปวันนี้แทนกำหนดเดิมหญิงสาวเดินได้ไม่นานก็ได้เข้ามาถึงป่าชั้นนอกร่างบางเดินวนอยู่พักใหญ่ก็ได้ผลไม้ป่าและผักป่ามากว่าครึ่งกระบุงเสียแล้ว
ป่าแถบนี้อุดมสมบูรณ์พอสมควรผู้คนส่วนมากมักจะล่าสัตว์นำไปขายในเมืองเสียมากกว่าการเก็บพืชผักไปขายเพราะมันได้ราคาน้อยกว่าการเนื้อสัตว์มากอีกทั้งในตลาดก็มีคนต่างหมู่บ้านยึดอาชีพขายผักเป็หลักมากแล้วหมู่บ้านที่นางอาศัยอยู่จึงไม่ค่อยมีผู้ใดเอาผักไปขายในตลาดส่วนมากทำเพียงแค่เก็บมากินในแต่ละวันเท่านั้น
อีกทั้งหมู่บ้านหนานชุนก็ยึดอาชีพขายฟืนเป็หลักนอกจากการล่าสัตว์หนิงเซียนก็แอบเสียดายอยู่บ้าง ถ้าหากว่าการขายถ่านไม่เป็สินค้าควบคุมจากราชสำนักถ้าทำขายคงจะมีเงินทองไหลมาเทมาเต็มกระเป๋าไปนานแล้ว