ตอนที่ 81 สอบ
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ทันทีที่ได้ยินคำพูดของเจ้าหน้าที่เด็กแต่ละคนก็เดินไปที่เสาแสงเหล่านั้น
เมอร์ลินไม่ได้รีบร้อนเขาเดินไปทางเสาแสงต้นหนึ่งที่อยู่ใกล้ แต่ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปเด็กหนุ่มผมทองกลับหายวับเข้าไปในเสาแสงพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ทิ้งเอาไว้
สองไหล่ของเมอร์ลินยกขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ
ย่อมไม่วิ่งตามเด็กที่ไม่รู้จักโตแบบนี้ เห็นได้ชัดว่าเด็กคนนี้ดูทะนงตัวเป็นอย่างมาก ด้วยฐานะและความสามารถของเขานั้นมีสิทธิ์ที่จะทำแบบนี้กับเด็กทุกคนที่อยู่ที่นี่
เมอร์ลินมองผ่านเรื่องนี้ไป เขาเลือกเสาแสงต้นอื่นก่อนจะเดินเข้าไป
วูบ ...
ทันทีที่เข้ามาในเสาแสง เขาก็เหมือนหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่ง
โลกที่เหมือนท้องฟ้าอันเวิ้งว้าง ทว่าเขากลับรู้สึกคุ้นเคยกับมัน
แน่นอนว่าเขาย่อมต้องคุ้นเคยกับบรรยากาศแบบนี้เพราะมันเหมือนตอนที่เขาอ่านรายงานทางวิชาการในแผ่นตรา
“นี่น่ะหรอสถานที่สอบ”
ทันทีที่เมอร์ลินพูดจบ ตอนนั้นเองทั่วบริเวณก็ปรากฏเสียงอันทรงภูมิดังขึ้น
“สามหมื่นสี่พันแปดร้อยยี่สิบห้าปีก่อน ทำไมคณะเดินทางถึงยังมหาทวีปแห่งนี้?”
คำถามแรกถูกเอ่ยออกมา
ตอนนั้นเองเมอร์ลินก็ได้รู้ว่าการสอบเทียบเริ่มขึ้นแล้ว
“เพราะพ่ายแพ้ให้กับศาสนจักร” เมอร์ลินตอบคำถามออกไปอย่างง่ายๆ
แน่นอนว่านี่คือความรู้เบื้องต้น การสอบนี้คงจะไล่ระดับไปตั้งแต่คำถามที่ง่ายไปจนถึงคำถามที่ยากเพื่อวัดระดับความรู้ที่แท้จริงของผู้สอบ
หากสังเกตให้ดีก็จะพบว่าคำพูดของเจ้าหน้าที่คนนั้นไม่ได้บอกเวลาสอบเอาไว้
นั่นหมายความว่าที่นี่คือโลกที่ไม่มีเวลาจำกัด เพราะมันจะถูกดำเนินไปภายในความคิดของผู้เข้าสอบ
แม้ไม่รู้ว่ามันร่นระยะเวลาได้มากเท่าใด แต่คาดว่าเวลาในห้องการสอบเทียบนี้ย่อมต้องไหลช้ากว่าเวลาในโลกจริงอย่างแน่นอน
หลังจากที่เมอร์ลินตอบคำถามแรก คำถามต่อไปก็ถูกเอ่ยออกมา
“ภาษาของเวทยาศาสตร์คืออะไร?”
คำถามง่ายๆ ถูกเอ่ยออกมาอีกครั้ง
“รูนศาสตร์” เมอร์ลินตอบด้วยท่าทางที่สบายๆ
คำถามง่ายๆ แบบนี้แน่นอนว่าต้องเป็นคำถามระดับโรงเรียนพื้นฐาน
การทดสอบนี้จะทดสอบระดับความรู้ทั้งหมดของโรงเรียนพื้นฐาน โรงเรียนเวทมนตร์ชั้นต้น และโรงเรียนเวทมนตร์ชั้นสูง
แน่นอนว่าตอนลงทะเบียนย่อมมีบันทึกประวัติของผู้เข้าสอบ
เนื่องจากเมอร์ลินไม่ได้เข้าเรียนแบบเด็กปกติ เขาไม่มีพื้นฐานในการศึกษาจึงต้องเริ่มสอบตั้งแต่โรงเรียนพื้นฐาน ซึ่งเด็กทั้งหมดที่เข้าร่วมการสอบนี้ล้วนผ่านมันมาหมดแล้ว
คำถามง่ายๆ ถูกทะยอยเอ่ยออกมา มันมีมากมายหลายวิชาซึ่งเป็นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณเลขง่ายๆ การระบุรูปแบบวงเวท การเขียนอักษร การเขียนอักขระรูนพื้นฐาน คำถามด้านสังคม คำถามด้านอาชีพพื้นฐาน
คำถามระดับโรงเรียนพื้นฐานถูกเอ่ยออกมาหลายร้อยข้อ ก่อนที่จะเลื่อนระดับเป็นคำถามระดับโรงเรียนเวทมนตร์ชั้นต้นอีกเกือบพันข้อ คราวนี้ค่อนข้างมุ่งเน้นไปที่คำถามเรื่องเวทมนตร์ ถามเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ชีวประวัติของบุคคลสำคัญ
จากนั้นก็เป็นคำถามของโรงเรียนเวทมนตร์ชั้นสูง ครั้งนี้ไม่เพียงแค่การตอบคำถามทางทฤษฎี แต่ยังมีการสอบปฏิบัติโดยจำลองการใช้คาถาเวท เงื่อนไขของการเรียนจบระดับชั้นนี้จำเป็นต้องสำเร็จเป็นนักเวทฝึกหัดเป็นอย่างน้อย
ใช่แล้ว ผู้ที่จบจากโรงเรียนเวทมนตร์ชั้นสูงจะต้องใช้เวทมนตร์ได้ ไม่เหมือนโรงเรียนเวทมนตร์ชั้นต้นที่มีเงื่อนไขแค่ผ่านการสอบทฤษฎีเท่านั้น
เมอร์ลินตอบคำถามนับพันข้อ ไม่เท่านั้นยังมีการแก้ไขโจทย์คำนวณ การเขียนวงเวท ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเวทจำเป็นต้องรู้
ซึ่งคำถามเหล่านี้ค่อนข้างยากสำหรับเด็กทั่วไป แม้แต่คนที่อายุใกล้อายุยี่สิบก็ยังตอบได้ยาก เพราะเหตุนี้ผู้ที่จบจากโรงเรียนเวทมนตร์ชั้นสูงบางคนนั้นมีอายุเกินยี่สิบขึ้นไป
เนื่องจากโรงเรียนเวทมนตร์ชั้นสูงนั้นต่างจากโรงเรียนเวทมนตร์ชั้นต้นเรื่องการจำกัดจำนวนปีที่เข้าเรียน
โรงเรียนเวทมนตร์ชั้นต้นจำเป็นต้องเรียนสามปีเพื่อจบการศึกษา ส่วนโรงเรียนเวทมนตร์ชั้นสูงสามารถเข้าเรียนได้สูงสุดแปดปี หากภายในแปดปีนี้ไม่สามารถเรียนจบได้ก็จะถูกไล่ออก ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่จะใช้เวลาเรียนห้าหรือหกปีทั้งสิ้น
แม้คำถามเหล่านี้จะค่อนข้างยาก แต่สำหรับเมอร์ลินที่อ่านหนังสือทั้งหมดของหอสมุดเมืองวินเซนแล้ว มันกลับไม่ใช่เรื่องที่ยากแต่อย่างใด
ความจริงลิสหนังสือที่ออสตินให้มานั้นไม่เพียงพอต่อข้อสอบเหล่านี้ แม้หนังสือที่บรรณารักษ์แลนเซลให้มาอ่านเพิ่มเติมก็ไม่เพียงพอที่จะทำข้อสอบเหล่านี้เช่นกัน เพราะข้อสอบเป็นคำถามที่มีการประยุกต์ใช้และครอบคลุมความรู้หลากหลาย
เรียกได้ว่ามันเป็นข้อสอบที่ต้องการให้ไม่มีคนตอบทั้งหมดได้ถูกต้องก็ว่าได้
แต่น่าเสียดายที่ผู้เข้าสอบคือเมอร์ลิน ไม่เพียงขอบเขตความรู้จากหนังสือทั้งหมดในหอสมุด ยังมีความเข้าใจที่สูงส่งจากดวงเนตรสีเงิน นี่จึงทำให้ไม่ว่าจะเป็นข้อสอบรูปแบบใด เขาก็สามารถทำมันได้หมดทั้งสิ้น
จนในที่สุดการสอบก็เสร็จสิ้น
วูบ!
เมอร์ลินรู้สึกเหมือนตื่นขึ้นมาจากความฝัน เขาปรากฏตัวในห้องโถงใหญ่อีกครั้ง
บนพื้นไม่ได้ปรากฏวงเวทอีกต่อไป เสาแสงทั้งหมดหายไป แล้วเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากด้านนอกก็ดังขึ้น
เป็นกลุ่มผู้ปกครองที่เดินทางมาที่นี่
เมอร์ลินมองเห็นออสตินเดินมากับคนกลุ่มนั้น เขายิ้มให้กับชายชรา
“เป็นยังไงบ้าง? ลูกทำมันได้ไหม?” ออสตินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น
เมอร์ลินขยิบตาข้างขวาและเอ่ย “มันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ... ดีมาก! สมกับเป็นลูกชายของฉัน” ออสตินกล่าวออกมาอย่างชอบใจ
เสียงพูดคุยของผู้เข้าสอบและผู้ปกครองดังขึ้นอย่างอึกทึก
จนกระทั่งเสียงของเจ้าหน้าที่ดังขึ้น
“ผลการสอบจะถูกประกาศเดี๋ยวนี้” เสียงนี้ไม่ได้ดังสนั่น แต่เป็นเสียงพูดธรรมดาที่ดังในหูของทุกคน แน่นอนว่านี่เป็นเวทกระจายเสียงอย่างหนึ่ง
แล้วตอนนั้นเองในกลางของห้องโถงก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ศิลาสีดำขนาดใหญ่ถูกดันขึ้นมาจากพื้น มันพุ่งขึ้นสูงจนเกือบจะจรดเพดาน
แล้วตอนนั้นเองตัวอักษรสีทองก็ปรากฏขึ้น
“การประกาศผลสอบจะประกาศตามลำดับการลงทะเบียน จะมีข้อความวัดผลคุณสมบัติความรู้ของผู้ที่เข้าสอบโดยเทียบกับระดับชั้นเรียนที่ถูกรับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ”
ทันทีที่เจ้าหน้าที่คนนั้นกล่าวจบ ตัวอักษรสีทองก็ถูกเขียนเป็นชื่อของผู้เข้าสอบ
“เซรีน วินดิเช่”
“ระดับโรงเรียนเวทมนตร์ชั้นต้นปีสาม”
เด็กหญิงผมดำที่อายุพอๆ กับเมอร์ลินฉีกรอยยิ้มออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดี
“เยี่ยมมากเซรีนเธอทำได้”
“แบบนี้เธอก็ไม่ต้องเข้าเรียนปีหนึ่งแล้ว แต่กระโดดขึ้นไปปีสามเลย เธอเข้าเรียนแค่อีกปีเดียวก็สามารถจบจากโรงเรียนเวทมนตร์ชั้นต้นได้แล้ว”
เหล่าบรรดาผู้ปกครองต่างดีใจและกล่าวชมเชย
ประโยชน์ของการสอบเทียบนี้คือการลดระยะเวลาในการเข้าเรียน หากผู้เข้าสอบมีความสามารถมากพอ เพราะเหตุนี้ตัวตนระดับสูงของเมืองจึงต้องการให้ลูกหลานของพวกเขาเข้าสอบการสอบเทียบนี้ แม้ว่าลูกหลานของพวกเขาจะเข้าเรียนแบบปกติแล้วก็ตาม