บทที่ 5 เซียนเอ๋อกับถ้ำผนึกสุริยันจันทรา และดารา
“ครืน!”
พลังปราณสั่นะเือย่างรุนแรงเย่อู๋เชวียวิ่งออกจากบ้านตระกูลมู่หรงอย่างไม่รอช้าเขาระบุทิศทางและวิ่งไปทางนั้นโดยไม่หยุดพัก
“ฮ่าๆๆดูเหมือนว่ามู่หรงปิงหลานจะไม่พอใจเ้ามาก”
เสียงล้อเลียนของกงดังขึ้นในหัวเย่อู๋เชวียแน่นอนว่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ย่อมไม่สามารถหลีกเลี่ยงสายตาของกงไปได้
หลังจากผ่านไปเพียงหนึ่งคืนที่ปราณและเืสีทองกลับสู่ร่างกายเย่อู๋เชวียก็สามารถทะลวงจากอาณาจักรหลอมรวมร่างกายระดับห้าเป็ระดับหกได้อย่างง่ายดายมิหนำซ้ำตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขายังอยู่ในจุดสูงสุดของอาณาจักรหลอมรวมร่างกายชั้นที่หกและกล้ามเนื้อของเขาก็อยู่ในจุดสูงสุดเช่นกัน
นี่คือสถานะปัจจุบันของเย่อู๋เชวีย อย่างไรก็ตามนี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
ความแข็งแกร่งของจิติญญาการต่อสู้แห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ได้รับการเปิดเผยแล้วข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุดคือเย่อู๋เชวียสามารถเอาชนะมู่หรงไห่ที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าเขาถึงสองระดับได้อย่างง่ายดาย
และหากเย่อู๋เชวียไม่มีความมั่นใจอย่างถึงที่สุดเขาคงไม่มีทางท้าสู้มู่หรงเทียนในสนามประลองเมื่อวานนี้อย่างแน่นอน
แต่เวลาเพียงหนึ่งเดือนยังถือว่าสั้นเกินไปตอนนี้มู่หรงเทียนได้ก้าวเข้าสู่อาณาจักรชำระิญญาและสามารถควบแน่นิญญาจันทราได้แล้วการฝึกฝนของเขาแข็งแกร่งกว่าของมู่หรงไห่หลายเท่าและมันแทบเป็ไปไม่ได้เลยที่เย่อู๋เชวียจะได้รับชัยชนะ
แต่นี่คือสิ่งที่เย่อู๋เชวีย้าหากไม่มีแรงกดดันมหาศาลเขาจะมีแรงจูงใจในการทะลุทะลวงขีดจำกัดได้อย่างไร?
หลังจากเงียบไปสิบปี ร่างของเขาก็ถูกขัดเกลาเหมือนหยกชิ้นงามที่ยังไม่ผ่านการเจียระไนและตอนนี้เขา้ากลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง
“การหมั้นหมายของเราเป็เพียงเื่ตลกในวัยเด็กเท่านั้นในขณะเดียวกันข้าก็ไม่สามารถทำอะไรนางได้เพราะไม่ว่าอย่างไรนางก็เป็ลูกสาวของลุงฉางชิง”
เย่อู๋เชวียตอบคำถามของกงอย่างไม่ใส่ใจจากนั้นดวงตาของเขาก็หรี่ลงเล็กน้อยเพราะตอนนี้สายตาของเขาได้จับจ้องไปยังถ้ำดึกดำบรรพ์ที่อยู่ในระยะไกล
เย่อู๋เชวียเคยมาที่นี่เมื่อสิบปีก่อน
“สิบปีผ่านไป ไม่รู้ว่าถ้ำผนึกสุริยัน จันทราและดารา จะถูกคนอื่นค้นพบแล้วหรือไม่?”
เมื่อมองไปยังูเาดึกดำบรรพ์และป่าไม้ในระยะไกลเย่อู๋เชวียก็รำพึงเบาๆ ด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้
“ถ้ำผนึกสุริยัน จันทราและดารานั้นตั้งอยู่ในสถานที่ลึกลับอย่างยิ่ง ไม่มีทางที่คนธรรมดาจะค้นพบได้ถ้าตอนนั้นเ้าไม่บังเอิญตกลงมาจาก้าก็คงไม่มีวันพบทางเข้าถ้ำอย่างแน่นอน”
คำตอบของกงหนักแน่นด้วยความมั่นใจ
“ลืมไปเถอะ เมื่อไปถึงที่นั่นเราจะรู้เองข้าหวังว่าผนึกจันทราและดาราที่เหลืออยู่จะมีบางอย่างที่สามารถปรับปรุงความแข็งแกร่งของข้าได้”
เมื่อสิบปีก่อนเย่อู๋เชวียได้พบกับกงในถ้ำผนึกสุริยันจันทรา และดารา ซึ่งในตอนนั้นเขายังไม่มีโอกาสค้นหาสมบัติล้ำค่าที่อยู่ในถ้ำ
นี่คือเป้าหมายในการเดินทางครั้งนี้ของเย่อู๋เชวียท้ายที่สุดเขาก็มีเวลาเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นหากเขาไม่ได้รับสมบัติวิเศษบางอย่างที่ช่วยให้พัฒนาความแข็งแกร่งได้อย่างฉับพลันเร่งด่วนมันคงไม่มีทางที่เขาจะไปยืนอยู่ในจุดเดียวกันกับมู่หรงเทียนได้นับประสาอะไรกับการเอาชนะฝ่ายตรงข้าม
“ซ่า”
เย่อู๋เชวียเร่งความเร็วขึ้นอีกครั้งด้วยความเร็วเช่นนี้เขาจะสามารถไปยังถ้ำผนึกสุริยัน จันทราและดาราในเวลาเพียงไม่ถึงชั่วยามเท่านั้น
“หืม?”
เย่อู๋เชวียหยุดฝีเท้าลงอย่างกะทันหัน เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยกำลังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็วในเวลาไม่นานรอยยิ้มจริงใจและน้ำเสียงที่อ่อนหวานได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขา
“พี่เย่”
ด้านหลังหินก้อนใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากเย่อู๋เชวียมีร่างอันบอบบางของหญิงสาวชุดขาวคนหนึ่งเส้นผมสีดำของนางร่วงหล่นบนไหล่ที่หอมกรุ่นเหมือนน้ำตกผิวพรรณที่ขาวผ่องเหมือนหยกเนื้อดีนั้นสอดรับกับใบหน้าอันงดงามได้อย่างลงตัว
หญิงสาวผู้ลึกลับคนนี้งดงามราวกับเทพธิดาที่ตกลงมาจาก์นางเป็หญิงสาวอายุประมาณสิบสี่สิบห้าปีที่มีรอยยิ้มแจ่มใสเหมือนดอกกุหลาบในตอนนี้นางกำลังจ้องมองเย่อู๋เชวียด้วยความตื่นเต้น
“วาบ”
ด้วยการก้าวเท้าเบาๆหญิงสาวได้เคลื่อนตัวผ่านความว่างเปล่าที่มีระยะทางกว่าสามวาและปรากฏตัวที่ด้านหน้าของเย่อู๋เชวียอย่างสง่างาม
เมื่อเห็นหญิงสาวเข้ามาใกล้ ใบหน้าของเย่อู๋เชวียก็ปรากฏรอยยิ้มกว้างเขาเดินไปข้างหน้าและลูบเส้นผมของนางด้วยความเอ็นดูและกล่าวว่า“เซียนเอ๋อเ้าทำตัวซุกซนอีกแล้ว ป่าโบราณแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ปลอดภัยระวังพยัคฆ์ตัวใหญ่จะจับเ้าไปกิน”
เซียนเอ๋อไม่ได้รู้สึกรำคาญที่ถูกเย่อู๋เชวียขยี้เส้นผมนางััความอบอุ่นจากมือขวาของเย่อู๋เชวียพร้อมกับกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“พี่เย่เ้าก็ออกมาเที่ยวซุกซนเหมือนกันไม่ใช่หรือเซียนเอ๋อไม่ได้เจอเ้าเป็เวลานานแล้ว”
น้ำเสียงของเซียนเอ๋อนั้นชัดเจนและสดใสเหมือนน้ำค้างท่าทางที่เป็ธรรมชาติของนางสามารถทำให้ผู้คนเกิดความผ่อนคลายจิตใจโดยไม่รู้ตัว
ทั้งสองมองหน้ากันแล้วยิ้มออกมาในสายตาของเย่อู๋เชวีย หญิงสาวลึกลับคนนี้เป็เหมือนน้องสาวแท้ๆ ของเขานางทั้งน่ารักและใจดี
เซียนเอ๋อเป็หนึ่งในสองหญิงสาวที่งดงามที่สุดของตระกูลมู่หรงและนิสัยของนางนั้นแตกต่างจากมู่หรงปิงหลานราวฟ้ากับเหว
เย่อู๋เชวียและเซียนเอ๋อมีชะตากรรมที่ค่อนข้างคล้ายกันพวกเขาเติบโตขึ้นมาในตระกูลมู่หรงและต้นกำเนิดของพวกเขาก็ค่อนข้างลึกลับอย่างไรก็ตามเซียนเอ๋อมีสถานะในตระกูลมู่หรงค่อนข้างพิเศษมาก และดูเหมือนว่ามู่หรงฉางชิงจะยังให้ความรักความเอ็นดูต่อเซียนเอ๋อมากกว่าบุตรีของตัวเองด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตามเย่อู๋เชวียพบว่าแม้มู่หรงฉางชิงจะใจดีกับเซียนเอ๋อแต่ในความใจดีนั้นดูเหมือนจะผสมความยำเกรงอยู่ด้วย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาผู้คนในตระกูลมู่หรงต่างมองว่าเย่อู๋เชวียเป็เพียงขยะกองหนึ่งและมีเพียงเซียนเอ๋อคนเดียวเท่านั้นที่ให้ความรักและความสนิทสนมกับเขาซึ่งแน่นอนว่าการกระทำของนางย่อมทำให้ผู้คนจากตระกูลมู่หรงไม่พอใจเป็อย่างมาก
เพราะในสายตาของลูกหลานตระกูลมู่หรงเซียนเอ๋อแทบไม่เหลือเค้าความเป็มนุษย์อยู่เลยนางเป็เหมือนเทพธิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งตกลงมาจากท้องฟ้าและการที่เย่อู๋เชวียกล้าทำตัวสนิทสนมกับนางมันก็ทำให้พวกเขาอดเปรียบเปรยไม่ได้ว่านี่คือการกระทำของคางคกที่พยายามกินเนื้อหงส์
“พี่เย่ เดี๋ยวเซียนเอ๋อจะกลับไปก่อนถ้าเ้ามีเวลาว่างอย่าลืมมาหาเซียนเอ๋อด้วย”
ราวกับััได้ถึงอะไรบางอย่างเซียนเอ๋อเพียงยิ้มเล็กน้อยและเดินจากไปทันทีเย่อู๋เชวียมองดูแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยความงามอันสมบูรณ์แบบและไม่สามารถพูดอะไรได้
การปรากฏตัวและการจากไปอย่างกะทันหันของเซียนเอ๋อทำให้เย่อู๋เชวียอดไม่ได้ที่จะยิ้มเล็กน้อย“สาวน้อยคนนี้ฉลาดจริงๆ”
“อย่าได้ประมาทหญิงสาวคนนี้การที่ตระกูลมู่หรงรับเลี้ยงเ้าก็เป็เื่ที่แปลกประหลาดมากพอแล้วยังมีนางอีกคน เ้าคิดว่านี่เป็เื่ปกติหรือไม่?”
กงผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในโลกมาอย่างยาวนานย่อมมีวิสัยทัศน์สูงกว่าคนทั่วไปมาก
เย่อู๋เชวียไม่มีเวลามาคิดเื่นี้ดังนั้นเขาจึงเร่งเร้าพลังโลหิตและวิ่งไปในทิศทางของถ้ำผนึกสุริยัน จันทราและดาราทันที
หลังจากผ่านไปหนึ่งก้านธูป
“ซ่า!!!”
เสียงที่รุนแรงของน้ำตกสั่นะเืประสาทััของเย่อู๋เชวียอย่างรุนแรง
น้ำตกสูงสิบวาไหลเอ่อล้นไปด้วยไอสีขาวและสายน้ำที่ไร้สิ้นสุดได้ตกลงสู่เบื้องล่างโดยไม่มีการหยุดพัก
นี่คือน้ำตกที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าโบราณ และเป็สถานที่ที่เย่อู๋เชวียค้นพบถ้ำผนึกสุริยันจันทรา และดาราเมื่อสิบปีก่อนหลังจากผ่านไปสิบปีในที่สุดเขาก็มีโอกาสกลับมาที่นี่อีกครั้ง
ในขณะนี้กงยังคงนิ่งเงียบโดยไม่พูดอะไรเย่อู๋เชวียยืนรำลึกความหลังอยู่ราวๆ สิบลมหายใจ จากนั้นร่างของเขาก็พุ่งเข้าสู่น้ำตกโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย!
“ซัว”
ร่างกายที่ัักับน้ำได้รับความเ็ปอย่างรุนแรงถึงกระนั้นเย่อู๋เชวียก็ยังทะลุผ่านกระแสน้ำและหายเข้าไปในถ้ำอย่างรวดเร็ว
“เฮ้อ!”
หลังจากถอนหายใจอย่างโล่งอกเย่อู๋เชวียก็พยายามรักษาท่วงท่าให้มั่นคงอีกครั้งในขณะนี้เขายืนอยู่ในถ้ำที่กว้างขวางและมีเพดานค่อนข้างสูงน้ำตกด้านนอกเป็เหมือนประตูตามธรรมชาติซึ่งมันทำหน้าที่ปิดกั้นทุกอย่างแม้กระทั่งแสงสว่างก็ไม่สามารถเล็ดลอดเข้ามาในนี้
นี่คือถ้ำผนึกสุริยัน จันทราและดาราซึ่งซ่อนอยู่หลังม่านน้ำตก
ภายในถ้ำที่มืดสลัว เย่อู๋เชวียเดินช้าๆไปตามเส้นทางคดเคี้ยว ความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนปรากฏขึ้นอย่างช้าๆเขาเดินไปตามความทรงจำจนกระทั่งค้นพบสถานที่ที่เขาคุ้นเคย
“ชัวะ”
แสงเจิดจ้าสามดวงปรากฏขึ้นในดวงตาของเย่อู๋เชวียและทำให้อารมณ์ของเขาเกิดความตื่นเต้นเล็กน้อย
เพราะสิ่งที่เขา้าอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่วาเท่านั้น!
มันเป็วัตถุสีเทาอมฟ้าตั้งอยู่บนแท่นหินที่มีรอยด่างยาวคล้ายกับวางอยู่ที่นี่มาั้แ่ยุคโบราณใจกลางของมันมีกลุ่มแสงขนาดใหญ่สองกลุ่มลอยขึ้นๆ ลงๆ ราวกับว่าพวกมันกำลังหายใจแสงสว่างทั้งสามกลุ่มค่อนข้างมีสีสันสดใสและงดงาม
กลุ่มแสงสีฟ้าทางด้านซ้ายเป็เหมือนดวงดาวสีฟ้าจางๆแกว่งไปมาอย่างมีความหมายทำให้ผู้คนหวนคิดถึงวันเก่าๆและที่ด้านข้างของกลุ่มแสงสีฟ้าคือแสงสีขาวนวลซึ่งมีลักษณะคล้ายกับดวงจันทร์
“ผนึกสุริยัน จันทราและดาราถูกทิ้งอยู่ที่นี่เป็เวลากว่าสิบปีแล้ว ข้าไม่คิดเลยว่าจะมีโอกาสได้พบพวกมันอีกครั้ง”
เย่อู๋เชวียรู้สึกได้ถึงความอ้างว้างอย่างไม่สามารถอธิบายได้“ตอนที่พบพวกมันครั้งแรกข้าอายุแค่ห้าขวบเท่านั้นการจากไปอย่างกะทันหันของลุงฝูทำให้ข้ารู้สึกโดดเดี่ยวจนวิ่งเข้าไปในป่าโบราณเพียงลำพังสุดท้ายข้าบังเอิญตกลงมาที่นี่โดยไม่ตั้งใจในตอนนั้นข้ายังคิดว่ามันเป็โชคร้ายอย่างถึงที่สุดแต่ตอนนี้เมื่อหวนคำนึงอีกครั้งข้ากลับคิดว่านี่อาจเป็หนึ่งในโชคดีครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของข้า”
เย่อู๋เชวียเต็มไปด้วยอารมณ์การขัดเกลาจิตใจอย่างต่อเนื่องทำให้เขามีความสงบนิ่งเหนือชายหนุ่มทั่วไปแต่ความยากลำบากที่เขาต้องพบเจอนั้นแทบไม่สามารถบรรยายเป็คำพูดได้
“ข้าถูกขังอยู่ในผนึกสุริยันซึ่งมีกฎศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุดส่วนผนึกอีกสองชิ้นที่เหลือนั้นย่อมมีประโยชน์ต่อเราอย่างแน่นอน”
คำพูดของกงเต็มไปด้วยความเศร้าโศกที่แม้แต่เย่อู๋เชวียยังััได้
“ผนึกสุริยัน จันทราและดาราเป็ความโชคดีสำหรับข้า แต่สำหรับกงมันเป็กรงขังใครกันที่ผนึกกงอยู่ข้างใน?”
เย่อู๋เชวียกล่าวเบาๆเมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็กล่าวว่า“กงสิบปีมานี้พวกเราสองคนถูกผูกติดกันโดยไม่สามารถแยกออกได้เพราะฉะนั้นข้าจะถือว่าเื่ของเ้าก็เป็เื่ของข้าเช่นกันสักวันหนึ่งข้าจะค้นหาต้นกำเนิดของเ้าให้ได้ นี่คือคำสัญญาของข้าเย่อู๋เชวีย”
แม้ว่าเสียงของชายหนุ่มจะนุ่มนวลมากแต่ความมั่นคงในคำพูดนั้นทำให้กงมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าเย่อู๋เชวียจะปฏิบัติตามสัญญาอย่างแน่นอน
“ข้าไม่รู้เหตุผลว่าทำไมเมื่อสิบปีก่อนเ้าจึงทำลายผนึกเหล่านี้ได้แต่ตอนนี้เ้าได้หลอมรวมต้นกำเนิดกฎศักดิ์สิทธิ์เข้ากับร่างกายแล้วการที่เ้าจะใช้ผลึกเหล่านี้เติมเต็มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองมันเป็สิ่งที่ง่ายเหมือนกับการดื่มกินเท่านั้น”
“ขอให้จริงเถอะ!”
สิ้นเสียงเย่อู๋เชวียก็ปลดปล่อยพลังโลหิตของเขาออกมาและส่งพวกมันให้ครอบคลุมเข้าหาผนึกทั้งสามทันที!
“ปัง ปัง!”
มีเสียงะเิดังขึ้นอย่างต่อเนื่องและทั้งถ้ำก็ถูกล้อมรอบด้วยปราณสีทองซีด!
“อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องที่เต็มไปด้วยความเ็ปของเย่อู๋เชวียดังขึ้นดวงตาของเขาลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงในเวลาเดียวกันมีวัตถุสองสิ่งปรากฏขึ้นในที่เดิมของผนึกจันทราและดารา
มันคือกล่องสี่เหลี่ยมสีเข้มและลูกแก้วแสงสีแดงที่ลุกโชนเต็มไปด้วยกลิ่นหอม!