ตอนที่สิบ
แม่ทัพใหญ่
หลิงเฉินเฝ้ามองการปรากฏกายของแม่ทัพใหญ่อยู่ไกลๆ ท่าทางของเขาองอาจผ่าเผยสมกับเป็แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นิ มิได้มีเพียงแค่นั้นหลิงเฉินหรี่ตาเล็กลงมองสังเกตดูที่ร่างกายนั้นอีกครั้ง
พลังิญญาที่เข้มข้นเผยออกมาจากร่างกาย
“ โอ้!! นี่มันพลังิญญา ไม่ยักกะรู้ว่าท่านแม่ทัพใหญ่ผู้นี้จะเป็ผู้ฝึกตนด้วย ” หลิงเฉินกล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจก่อนที่จะยกนิ้วขึ้นมาลูบที่ปลายคางพลันหรี่ตาเล็กลงอีกขั้นเพื่อสังเกตุเพิ่มอีก
“ มิได้มีเพียงแค่นั้นแม่ทัพผู้นี้ยังฝึกฝนทักษะกายาเทวะด้วย ที่เป็ทักษะยุทธระดับสีแดงแถมยังอยู่ในขั้นที่ 7 อีกด้วย ” หลิงเฉินกล่าวออกมาหลังจากวิเคราะห์สิ่งที่ติดอยู่ในใจ
เส้นทางแห่งการฝึกตนมิได้มีเพียงแค่อักขระเท่านั้นที่เป็พลังได้ เอาจริงแล้วการฝึกฝนอักขระมันยังเป็ส่วนน้อยด้วยซ้ำเมื่อเทียบกับการฝึกทักษะยุทธ์
โดยปกติแล้วผู้คนจะมุ่งกับการฝึกตนโดยมุ่งไปในการขัดเกลาพลังิญญา คนปกตินั้นจะเลือกฝึกฝนทักษะยุทธมากกว่าอักขระ เพราะว่าการที่จะฝึกฝนอักขระนั้นซับซ้อนกว่าทักษะยุทธ
จริงๆแล้วการวาดอักขระพื้นฐานต้องทำความเข้าใจกับมันและต้องจดจำรูปลักษณ์ของอักขระแต่ละชนิดให้ขึ้นใจเพื่อใช้ในการวาดแต่ละครั้ง
ส่วนหลิงเฉินไม่จำเป็สักนิดเพราะว่าตอนนี้เขาจำอักขระได้มากมายหลายพันหลายหมื่นอักขระจากการศึกษาตลอดหลายร้อยปีในตอนที่เขามีชีวิตอยู่ในอดีต
แต่กระนั้นการฝึกฝนทักษะยุทธและอักขระไปพร้อมเพียงกันก็เป็ไปได้เพราะว่าในอดีตหลิงเฉินก็ทำเช่นนั้น
ั้แ่กลับมาเกิดใหม่แม่ทัพใหญ่ผู้นี้น่าจะเป็ผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งที่สุดที่เขาพบเจอมา พลังิญญาเข้มข้นและยังฝึกวิชากายาเทวะที่เป็ทักษะระดับสีแดงได้ถึงขั้น 7
ทักษะกายาเทวะมันเป็ทักษะที่ถือว่ายอดเยี่ยมทักษะหนึ่งโดย ความสามารถของมันก็คือร่างกายจะมีพลังิญญาปกคลุมิัอยู่ตลอดเวลาแล้ว ถ้าเป็คมดาบหรือคมกระบี่ธรรมดาก็คงจะไม่สามารถทำร้ายร่างกายของผู้ที่ฝึกทักษะนี้ได้เลย
อย่าว่าแต่คมกระบี่หนือคมดาบธรรมดาเลยถ้าผู้ฝึกฝนทักษะนี่ฝึกฝนจนขึ้นไปสู่ระดับที่ยิ่งสูงขึ้นแม้แต่กระบี่ที่แฝงไปด้วยพลังิญญาก็ไม่สามารถทำอันใดร่างกายนั้นได้
ทักษะยุทธเองก็มีระดับแบ่งความล้ำเลิศของแต่ละทักษะเป็สีเช่นเดียวกับวิชาอักขระ
ระดับของวิชายุทธ์
-สีขาว ขั้น 1-10
-สีเขียว ขั้น 1-10
-สีฟ้า ขั้น 1-10
-สีคราม ขั้น 1-10
-สีม่วง ขั้น 1-10
-สีแดง ขั้น 1-10
-สีส้ม ขั้น 1-10
-สีทอง ขั้น 1-10
โดยทักษะยุทธแต่ละทักษะจะสามารถฝึกฝนได้ั้แ่ขั้นที่ 1 ขึ้นไปจนถึง ขั้นที่ 10 ที่เป็ขั้นที่สูงที่สุด ผู้ที่ฝึกฝนทักษะยุทธขึ้นไปถึงขั้นที่ 10 จะเรียกได้ว่าบรรลุถึงแก่นแท้ของทักษะนั้นๆแล้ว
แม่ทัพใหญ่ผู้นี้สามารถฝึกฝนทักษะกายาเทวะได้ถึงขั้นที่ 7 นับว่าเป็ผู้มีพร์ ถ้าเป็ทักษะระดับสีขาวหรือสีเขียว ถ้าฝึกฝนได้ถึงขั้นที่ 7 ก็ถือว่าธรรมดา แต่นี่เป็ระดับสีแดงหลิงเฉินก็เลยนับว่าท่านแม่ทัพผู้นี้เป็ผู้มีพร์
“ มีพร์ มีพร์ ” หลิงเฉินกล่าวพึมพำกับตนเอง
ท่านแม่ทัพน้อยเมื่อเห็นว่าบิดาของตนเองปรากฏกายออกมา ร่างกายของแม่ทัพน้อยก็สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว “ ท่า....ท่านพ่อ ”
“ เ้ามาทำอันใดที่นี่ิหยางเว่ย ”
“ ข้าแค่มาเดินเล่นน่ะขอรับ... ” แม่ทัพน้อยตอบกลับไปด้วยเสียงสั่นเทา
แม่ทัพใหญ่ที่ยืนอยู่มองต่ำลงที่ร่างของบุตรชายเ้าปัญหา เขาเป็คนฉลาดมีหรือจะไม่รู้ถึงของนิสัยใจคอของบุตรชายตนเอง
“ ไปกลับได้แล้วตามพ่อมา ” แม่ทัพใหญ่กล่าวออกมาเพื่อหวังจะช่วยเหลือทาสพวกนี้ หลิงเฉินที่ยืนมองอยู่ไกลพยักหน้าขึ้นลงด้วยความพึ่งพอใจ เพราะว่าท่านผู้นี้แม่ทัพผู้ชั่งมีจิตใจเมตตาต่อทาสต่ำสกุล ชั่งน่านับถือ!!! ชั่งน่านับถือ!!!
หลังจากที่สถานการณ์ของทั้งหมดสงบลงเหล่าทาสนั้นโล่งใจที่ตนเองรอดพ้นความตาย เมื่อสถานการณ์ของโรงเลี้ยงม้าแห่งนี้เป็ปกติหลิงเฉินก็เข้าไปทำงานต่อ
ภายใน่เวลาที่ทำงานหลิงเฉินลองสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับท่านแม่ทัพใหญ่ผู้นั้น เขา้ารู้ถึงข้อมูลผู้ที่มีพร์เช่นนี้
โดยตาเฒ่ามู่ก็บอกข้อมูลที่รู้เกี่ยวกับท่านแม่ทัพใหญ่ให้กับหลิงเฉิน ท่านแม่ทัพผู้นี้คือิเว่ย เขาอภิเษกกับพี่สาวของจักรพรรดิแห่งแคว้นิ เมื่อก่อนเขานามเดิมว่า เว่ย เป็แม่ทัพที่เก่งกาจผู้หนึ่งของแคว้นิ เมื่อเข้าพิธีอภิเษกแล้วจึงใช้แซ่ิและได้เป็แม่ทัพใหญ่ของแคว้น ปัจจุบันเขานับเป็เชื้อพระวงศ์คนหนึ่ง
ท่านแม่ทัพใหญ่ผู้นี้เป็ขุนพลที่เก่งกาจเป็ที่นับหน้าถือตา เพราะว่าเขานั้นเป็ผู้ฝึกตน ที่บัดนี้ฝึกพลังิญญาไปถึงขั้นบรรลุชะตาแล้ว ผู้คนในเมืองหลวงมีเื่เล่ากันว่า ครั้งหนึ่งแม่ทัพเว่ยผู้นี้เคยปะทะกับทหารต่างแคว้นเป็ร้อยด้วยตัวคนเดียวแถมยังสามารถฆ่าศัตรูอีกฝ่ายจนหมดด้วยตัวคนเดียว เื่เล่านี้ถูกเล่าปากต่อปากไปทั่วทุกทิศ
ยามราตรีมาถึงภายในวังหลวงเงียบสงัดท้องนภาถูกขีดเขียนทับด้วยน้ำหมึกสีดำ ค่ำคืนนี้มิมีทั้งจันทราและดวงดาราเหมาะกับการที่หลิงเฉินจะลักลอบออกจากวังอีกครั้ง
หลิงเฉินใช้วิธีการหนีออกจากวังด้วยวิธีการเดิมนั้นคือใช้อักขระพรางกายออกมา ค่ำคืนนี้หลิงเฉินตั้งใจจะออกไปหาซื้อยาเม็ดิญญา เขา้ามันโดยเร็วเพื่อใช้ในการฝึกฝนให้รวดเร็วที่สุด
เงินในกระเป๋าของเขามีอยู่หลายชั่งคงจะซื้อได้หลายเม็ด ตอนนี้ยิ่งทำให้ได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเพราะว่าการมีอักขระทาสอยู่บนร่างกายเช่นนี้เขาคงจะทำอันใดได้ไม่สะดวกสักเท่าไหร่
จบบท