บางทีคำภาวนาของฉินจงอาจจะได้ผล รถตู้ไหลตรงดิ่งไปข้างหน้าตามนั้น ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากไหลผ่านไปได้สักยี่สิบกว่าเมตร ความเร็วก็เทียบเท่ากับการเดินจ้ำอ้าวแล้ว นับว่าโชคดีที่ตลอดทางไม่มีสิ่งกีดขวางอื่นใดเลย
พอรถตู้แล่นผ่านสี่แยก พื้นถนนก็ยิ่งลาดเอียงมากขึ้น ความเร็วของรถจึงเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น ตลอดทางมีเสียงกระแทกดังโครมครามไม่ขาดสาย มันพุ่งชนพวกซอมบี้ที่ขวางทางจนปลิวกระเด็นไปนับสิบตัว
ฉินจงมองผ่านกระจกหน้ารถ จ้องสถานการณ์เบื้องหน้าเขม็ง น่าเสียดายที่ไม่มีกุญแจรถ พวงมาลัยจึงถูกล็อกตายจนบังคับทิศทางไม่ได้ ไม่อย่างนั้นหากเขาฉวยโอกาสสตาร์ตรถตอนนี้ บางทีอาจจะหนีรอดไปได้อย่างฉลุยจริง ๆ
เมื่อทิศทางเริ่มเบี้ยว รถตู้ก็ค่อย ๆ ไถลเบียดเข้ากับขอบฟุตบาทริมถนน ตัวรถสั่นสะท้านอย่างรุนแรงก่อนจะปีนพุ่งขึ้นไป เสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว มันพุ่งชนเข้ากับเสาไฟริมถนนเต็มเปาจนรถหยุดกึก
แรงกระแทกมหาศาลทำให้เสาไฟสั่นะเือย่างรุนแรง มันโอนเอนไปมาอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ โค่นล้มลงมา...
เสียงโครมครามที่ดังต่อเนื่องกันเป็พรวน ดึงดูดความสนใจของฝูงซอมบี้รอบ ๆ ไปั้แ่แรกแล้ว ซอมบี้บริเวณนั้นพากันกรูเข้ามาราวกับมดได้กลิ่นอาหาร พวกมันต่างแย่งกันพุ่งเข้ามาบีบวงล้อมรถตู้เอาไว้
เมื่อรถหยุดนิ่ง ฉินจงก็ไม่กล้ารอช้า เขายกเท้าถีบประตูรถออกอย่างแรงแล้วกระโจนพรวดลงไป ภายใต้แสงจันทร์ที่สว่างไสว ฝูงซอมบี้กำลังตีวงล้อมเข้ามาหาเขาทุกทิศทาง
ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบ ๆ คร่าว ๆ ก็ต้องใจนหน้าซีดเผือด ซ้ายขวาหน้าหลังรวม ๆ กันแล้ว อย่างน้อยต้องมีสองถึงสามร้อยตัวแน่ ๆ ถ้าปล่อยให้ถูกล้อมไว้ล่ะก็ จบเห่แหง ๆ!
ทำยังไงดีวะ! ทำยังไงดี!
ฉินจงรีบหันขวับมองหาทางรอด สองข้างทางล้วนเป็ร้านรวงที่เรียงราย ขืนวิ่งหนีเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า เกรงว่าคงหนีความตายไม่พ้นแน่ เห็นสถานการณ์ชวนสิ้นหวังแบบนี้เขาก็ได้แต่เจ็บใจ คราวนี้คงจบเห่แล้วจริง ๆ ดูเหมือนว่าเขาจะต้องมาตายอีกรอบซะแล้ว หมดทางหนีราวกับนกปีกหักโดยสมบูรณ์
แต่ในวินาทีนั้นเอง เสียงโครม! ก็ดังสนั่นขึ้น
ฉินจงหันขวับไปมอง ก็เห็นเสาไฟที่ทำท่าจะล้มแหล่มิล้มแหล่เมื่อครู่ เอนไปพาดพิงเข้ากับอาคารพาณิชย์ริมถนนพอดิบพอดี อาคารนั้นชั้นล่างเป็ร้านค้า ส่วนชั้นสองเป็ที่พักอาศัย เสาไฟกระแทกกระจกหน้าต่างชั้นสองจนแตกกระจาย ยอดเสาเสียบทะลุเข้าไปในห้องนั้นพอดี!
์ยังไม่ทอดทิ้งกัน! นี่มันทางรอดที่ฟ้าประทานมาให้ชัด ๆ!
ฉินจงไม่กล้าชักช้า เขารีบพุ่งตัวออกไป ปีนป่ายขึ้นไปตามเสาไฟอย่างรวดเร็ว เมื่อมุดหน้าต่างเข้าไปได้อย่างทุลักทุเลและหันกลับไปมอง ก็เห็นฝูงซอมบี้แห่กันมากระจุกอยู่ใต้เสาไฟจนมืดฟ้ามัวดิน พวกมันต่างแหงนหน้าส่งเสียงคำรามโหยหวน แต่ด้วยท่อนขาที่แข็งทื่อทำให้พวกมันไม่มีปัญญาปีนตามขึ้นมาได้
รอดตายแล้ว... รอดไปที!
เมื่อเห็นภาพเบื้องล่าง หัวใจที่เต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งถึงค่อย ๆ สงบลง หลังจากรอดพ้นจากความตายมาได้อย่างหวุดหวิด ฉินจงก็เริ่มกวาดสายตาสำรวจห้องนี้ มันคือห้องนอนที่เตียงถูกจัดไว้อย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย บนผนังหัวเตียงมีรูปถ่ายแต่งงานแขวนประดับไว้
ในรูปถ่ายแต่งงาน คู่บ่าวสาวรูปร่างหน้าตาดีกำลังยิ้มแย้มอย่างเบิกบาน แต่ไม่รู้ทำไม พอฉินจงมาเห็นรูปนี้ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ เขากลับไม่ััถึงความสุขเลยสักนิด กลับรู้สึกหนาวเยือกขึ้นมาที่สันหลังระลอกแล้วระลอกเล่าขึ้นมาแทน
ตอนนี้ท้องฟ้าด้านนอกสว่างจ้าขึ้นมาแล้ว หลังจากตรวจสอบภายในห้องนอนจนแน่ใจ ฉินจงก็เดินไปที่ประตู เขาค่อย ๆ แง้มประตูออกเป็ช่องเล็ก ๆ แล้วใช้ตาข้างหนึ่งส่องออกไปดูความเคลื่อนไหวด้านนอก
ทันใดนั้น เขาก็เผลอหลุดเสียงอุทานออกมาเบา ๆ และรีบดึงประตูปิดกลับทันที!
บริเวณหน้าประตูห้อง มีซอมบี้หญิงตัวหนึ่งยืนตัวแข็งทื่ออยู่ สายตาของมันเย็นเยียบชวนขนหัวลุก ใบหน้าบิดเบี้ยวน่าสยดสยอง วินาทีที่ฉินจงแง้มประตู เขาก็ได้สบตากับมันพอดิบพอดี!
เสียงปัง! ดังลั่น ยังไม่ทันที่ฉินจงจะปิดประตูได้สนิท เขาก็ััได้ถึงแรงกระแทกมหาศาลที่พุ่งชนประตู แรงสั่นะเืนั้นทำเอาเขาผงะถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนจะเสียหลักล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกองกับพื้น
ต้องเข้าใจก่อนว่า ซอมบี้หญิงตัวนั้นมองปราดเดียวก็รู้ว่าสูงแค่ราว ๆ ร้อยหกสิบเิเเท่านั้น เมื่อเทียบกับร่างสูงร้อยแปดสิบเิเของฉินจงแล้ว ถือว่าบอบบางกว่าตั้งเยอะ ทว่าพละกำลังของมันกลับมหาศาลจนน่าใ
ฉินจงดีดตัวลุกพรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขาไม่ทันได้คิดอะไรก็กระโจนหลบขึ้นไปบนเตียง ซอมบี้หญิงจึงพุ่งพรวดเข้ามาในห้องนอนได้สำเร็จ เค้าโครงหน้าของมันดูคุ้นตา คล้ายคลึงกับเ้าสาวแสนสวยในรูปถ่ายแต่งงานบนผนังไม่มีผิดเพี้ยน
เพียงแต่หลังจากหล่อนกลายร่างเป็ซอมบี้ รูปร่างหน้าตาก็บิดเบี้ยวไปอย่างรุนแรง ใบหน้าเต็มไปด้วยความดุร้ายกระหายเื ไม่เหลือเค้าความสวยงามอ่อนหวานใด ๆ ให้เห็นอีกต่อไป!
ใบหน้าเขียวคล้ำซีดเซียวเยี่ยงซากศพของมัน ส่งเสียงคำรามขู่ฟ่ออย่างดุร้าย ภาพที่น่าสะอิดสะเอียนนั้นทำเอาฉินจงมองแค่แวบเดียว ก็ไม่กล้าจ้องมองเป็ครั้งที่สอง
แฮร่!
ลำคอของซอมบี้หญิงเปล่งเสียงคำรามต่ำลึก มันพุ่งกระโจนไปข้างหน้าอย่างเกรี้ยวกราดจนเกือบจะตะปบท่อนขาของฉินจงไว้ได้ แต่เมื่อพุ่งวืด ร่างของมันก็คะมำหน้าทิ่มลงบนเตียง และด้วยความที่ข้อต่อศพค่อนข้างแข็งทื่อ มันจึงไม่สามารถยันตัวลุกขึ้นมาได้ในทันที
เมื่อสบโอกาส ฉินจงก็ไม่ลังเล เขาอาศัยจังหวะที่มันเชื่องช้าเพียงเสี้ยววินาที กระทืบเท้าเหยียบลงกลางหลังของมันอย่างแรง แล้วยืมแรงสปริงตัวะโข้ามไปที่หน้าประตูห้องนอน จากนั้นก็เผ่นพรวดออกไปด้านนอก เอื้อมมือดึงประตูปิดล็อก ขังซอมบี้หญิงไว้ข้างในทันที
เพียงชั่วอึดใจ ด้านหลังประตูก็ดังระงมไปด้วยเสียงเล็บขีดข่วนและเสียงกระแทกชน หน้าผากของฉินจงมีเหงื่อเย็นผุดพราย เขากำลูกบิดประตูไว้แน่นสนิท เพราะเกรงว่าซอมบี้หญิงจะเปิดประตูพังออกมาได้
แต่ยังนับว่าโชคดีที่พวกซอมบี้ไม่รู้วิธีเปิดประตู หลังจากเสียงตึงตังกระแทกประตูอย่างบ้าคลั่งดังอยู่พักหนึ่ง เสียงโครมครามเ่าั้ก็ค่อย ๆ เงียบสงบลงไป
เมื่อััได้ว่าภายในห้องหยุดนิ่งแล้ว ฉินจงก็ค่อย ๆ คลายมือออกจากลูกบิดประตู ในใจแอบลอบถอนหายใจ โชคดีจริง ๆ ที่ซอมบี้พวกนี้ไม่มีสติปัญญาหลงเหลืออยู่ และไม่รู้จักวิธีเปิดประตู
อีกอย่าง ความจำของพวกซอมบี้ก็ไม่ได้ยาวนานไปกว่าปลาทองสักเท่าไหร่นัก ดังนั้น หลังจากดันทุรังกระแทกประตูได้ไม่ถึงสิบวินาที ภายในห้องก็กลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง
แต่ถึงอย่างนั้น ฉินจงก็ยังไม่กล้าประมาท ชายหนุ่มมองซ้ายมองขวา ก่อนจะลงมือยกโต๊ะอาหารและโต๊ะน้ำชาที่อยู่ใกล้ ๆ มาดันขวางปิดตายประตูห้องนอนเอาไว้จนมิด
เขามองดูประตูห้องที่ถูกบล็อกเอาไว้ แต่เพราะยังกลัวว่ามันจะไม่แ่าพอ สุดท้ายก็เลยยกโซฟาเดี่ยวมาวางทับซ้อนทับไว้อีกชั้น
เมื่อเห็นประตูห้องนอนถูกปิดตายประหนึ่งป้อมปราการ ฉินจงถึงค่อยพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ออกมาด้วยความโล่งอก
เมื่อ่เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานผ่านพ้นไป พอหันมามองดูกองข้าวของตรงหน้า เขาก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเฟอร์นิเจอร์พวกนี้ไม่ใช่เบา ๆ เลย เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ถึงได้ยกของหนักอึ้งทั้งหมดนี่ตัวปลิวได้ด้วยตัวคนเดียว
"สงสัยเส้นด้ายระหว่างความเป็ความตาย คงไปกระตุ้นศักยภาพแฝงเข้าให้ละมั้ง... ดูเหมือนว่า ฉันเองก็มีแววจะได้เป็ซูเปอร์แมนกะเขาเหมือนกันนะเนี่ย!"
ฉินจงก้มมองมือทั้งสองข้างของตัวเอง พลางลอบหัวเราะเยาะตัวเองในใจ
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ฉินจงก็ยังไม่กล้าหยุดพัก เขาฝืนลากสังขารพาขาที่สั่นระริกไปตรวจดูห้องนอนเล็ก ห้องหนังสือ ห้องครัว และห้องน้ำที่เหลือจนครบ เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มี ‘ตัวอะไร’ หลงเหลืออยู่อีก เขาก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนโซฟายาวทันที
หลังจากการออกแรงอย่างหนักหน่วง ผนวกกับความตื่นตระหนกสุดขีด ตอนนี้ฉินจงรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปทั้งตัว แม้แต่นิ้วก้อยสักนิ้วก็ยังยกไม่ขึ้น ความกล้าหาญและพละกำลังมหาศาลก่อนหน้านี้ ราวกับถูกสูบออกไปจนหมดเกลี้ยงในคราวเดียว
ภายในห้องนอนใหญ่ยังมีเสียงซอมบี้คำรามเล็ดลอดออกมาเป็ระยะ ๆ ฉินจงปาดเหงื่อเย็นเฉียบที่ผุดพราย พลางคิดประเมินสถานการณ์ ถ้าซอมบี้หญิงตัวนั้นพังประตูออกมาไม่ได้ ฉันก็จะขอใช้ที่นี่เป็ที่กบดานชั่วคราวก่อน าแสะสมพวกนี้จำเป็ต้องได้รับการฟื้นฟู พอร่างกายพร้อม ค่อยกลับไปชำระแค้นที่ศูนย์หลบภัย!
ภายในบ้านถูกจัดเก็บไว้เรียบร้อยสะอาดตา บนพื้นแทบไม่มีฝุ่นจับ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นยังดูใหม่เอี่ยมเป็เงาวับ ดูออกเลยว่าเ้าของบ้านหญิงเป็คนขยันขันแข็งแค่ไหน บนผนังสีขาวโพลนยังมีตัวอักษร ‘มงคลสมรส’ สีแดงสดแปะเอาไว้ ที่นี่คงเป็เรือนหอของคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันแน่ ๆ
และในตอนนั้นเอง กระเพาะของเขาก็เริ่มร้องโครกครากประท้วงขึ้นมา ค่อนวันมานี้ เขามีแค่น้ำอัดลมตกถึงท้อง ผนวกกับการวิ่งสู้ฟัดหนีตาย เขาใช้แรงไปจนหมดก๊อก พละกำลังร่างกายถูกดึงมาใช้จนทะลุขีดจำกัดไปนานแล้ว
ก่อนหน้านี้มัวแต่โฟกัสกับการหนีตาย จิตใจจึงตึงเครียดตลอดเวลาจนลืมความหิว แต่ตอนนี้พอได้ผ่อนคลายลง กระเพาะที่ว่างเปล่าก็เริ่มประท้วงโหยหวนอย่างต่อเนื่อง!
แม้ฉินจงจะไม่อยากขยับเขยื้อนร่างเลยสักนิด แต่หลังจากนี้ก็ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับสถานการณ์บัดซบอะไรอีก การกินเพื่อฟื้นฟูพละกำลังจึงเป็เื่ที่โคตรสำคัญ!
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉินจงก็กลั้นใจฝืนตะเกียกตะกายลุกขึ้น เดินลากขาเข้าไปในห้องครัว เขาเจอข้าวสารครึ่งถุงและอาหารสำเร็จรูปแพ็กซีล จึงจัดการใช้เตาแก๊สหุงข้าวขึ้นมาหม้อหนึ่ง เพื่อยาไส้ให้รอดตายไปก่อน
เขายัดข้าวและกับข้าวลงท้องอย่างตะกรุมตะกราม ถึงค่อยรู้สึกว่าร่างกายกลับมาเปี่ยมไปด้วยเรี่ยวแรงอีกครั้ง น่าแปลกที่ั้แ่เมื่อวานเป็ต้นมา ฉินจงััได้อย่างชัดเจนว่าตัวเองมีพละกำลังมหาศาลมากกว่าแต่ก่อนเยอะมาก
ถ้าไม่มีความเปลี่ยนแปลงนี้ เมื่อครู่ตอนที่เขายกเฟอร์นิเจอร์หนัก ๆ พวกนั้นมากั้นประตู ก็คงไม่ราบรื่นง่ายดายขนาดนี้แน่
หรือว่า การรอดพ้นจากความตายแบบเฉียดฉิว จะไปกระตุ้นศักยภาพแฝงอะไรในร่างกายเข้า?
หรือว่า... เขาจะกลายเป็ 'ผู้กลายพันธุ์' ที่มีโอกาสเกิดแค่หนึ่งในหมื่นคนกันล่ะเนี่ย!