หลังจากที่จูหยวนจางจากไปได้หลายวันแล้วหลินเทียนได้บอกเล่าเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้กับผู้อำนวยการชิงหลงให้รับทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้ ชิงหลงถึงกับอึ่งเงียบไปสักพักใหญ่เพราะตัวตนของผู้ถือครองกายาอสูรนั้นนับว่าหาได้ยากเป็นอย่างมากนับว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ตัวของมันนั้นนับว่าทำพลาดอย่างใหญ่หลวง“หลินเทียนการที่ตัวเจ้าตัดสินใจเองเช่นนี้มันจะไม่ดูข้ามหน้าข้ามตาข้าไปหน่อยเหรอ อย่าคิดว่าตัวของเจ้าเองเป็นถึงผู้มีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาวแล้วนึกที่จะทำตามใจอะไรก็ได้นะ เจ้ารู้รึไม่ตัวข้านั้นเป็นตัวตนระดับใด เจ้าคิดว่าคนเช่นข้าจะไม่สามารถสั่งสอนผู้ถือครองกายาอสูรได้อย่างงั้นเหรอ” ชิงหลงกล่าวออกอย่างลืมตัวด้วยความโมโหอย่างถึงที่สุด หากตัวของมันนั้นรับรู้ว่าภายในโรงเรียนของตนมีผู้ถือครองกายาอสูรมีหรือที่จะปล่อยมันให้หลุดพ้นมือ“ข้าไม่จำเป็นต้องรับรู้ว่าตัวของท่านนั้นเป็นตัวตนระดับใด แต่นี่คือความจริงว่าพวกท่านนั้นตัดสินผู้คนจากภายนอกจึงทำให้เรื่องราวบัดซบเช่นนี้เกิดขึ้น หากจูหยวนจางได้รับการดูแลจากพวกท่านเป็นอย่างดีตั้งแต่แรกมีหรือที่พลังฝีมือของมันจะต่ำทรามถึงเพียงนี้” หลินเทียนนั้นเชื่อว่าผู้อำนวยการชิงหลงนั้นเป็นคนดี แต่การที่ตัวของมันผู้นี้ชอบใช้ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ตัวของหลินเทียนนั้นไม่ค่อยที่จะรู้สึกชอบใจนักและด้วยพื้นฐานของหลินเทียนนั้นก็เป็นชายหนุ่มที่อารมณ์ร้อนเช่นกันจึงทำให้เกิดการปะทะคารมขึ้น“ไอ้บัดซบ ไอ้เด็กเหลือขอ เจ้าควรที่จะรู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่เสียบ้าง” คำพูดของหลินเทียนนั้นนับว่าจี้ใจดำต่อผู้อำนวยการชิงหลงเป็นอย่างมากตัวของมันนั้นเป็นถึงผู้ที่เก่งกาจที่สุดของทวีปแต่กับไม่สามารถรับรู้ถึงผู้ถือครองกายาอสูร แต่กับเป็นเด็กน้อยผู้หนึ่งที่เป็นฝ่ายค้นพบ“ข้าเชื่อว่าตัวของท่านนั้นเป็นคนดีผู้อำนวยการชิงหลง และดูเหมือนว่าความคิดของพวกเรานั้นจะไม่ตรงกันนักพวกเราไม่มีอะไรที่จะต้องพูดคุยกันอีก นับจากนี้เป็นต้นไปข้าขอลาออกจากโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้และตัวของข้าเองขอขอบคุณเกี่ยวกับทุกๆเรื่องที่ผ่านมาลาก่อน” หลินเทียนนั้นไม่รอรับฟังคำพูดของชิงหลงอีกมันรีบเดินจากไปจากห้องทำงานของผู้อำนวยการชิงหลงในทันทีอึก เฮือก… ผู้อำนวยการชิงหลงถึงกับกลืนน้ำลายลงคอตัวเองไปอึกใหญ่ นับว่าตัวของมันเองพลาดอย่างใหญ่หลวงที่ปล่อยให้เรื่องราวเช่นนี้มันเกิดขึ้น นั่นเป็นเพราะตัวของเขาเองนั้นกำลังรู้สึกเสียดายในตัวของผู้ถือครองกายาอสูรอยู่ไม่น้อย“เจ้าเฒ่านี่เจ้ากำลังคิดอะไรกันอยู่พวกเราสูญเสียผู้ถือครองกายาอสูรไปแล้วนั้นนับว่าไม่เป็นไรแต่พวกเราจะไม่สามารถสูญเสียผู้ถือครองผู้มีพรสวรรค์ระดับ 7 ดาวได้เป็นอันขาด ต่อให้เจ้าเด็กหลินเทียนผู้นี้ไม่ได้ผ่านการสั่งสอนจากพวกเรา แต่ข้าเชื่อว่าด้วยความสามารถของมันนั้นมันจะต้องเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ด้วยตัวของมันเองเป็นแน่” ฉินอู๋โหย่วกล่าวออกมาด้วยความโกรธเคืองในตัวผู้อำนวยการชิงหลง“ข้าควรที่จะทำอย่างไรดี นับว่าในครั้งนี้นั้นตัวของข้าผิดพลาดไปแล้วจริงๆตั้งแต่เจ้าเด็กที่ชื่อจูหยวนจางแล้วจะมายังเรื่องของหลินเทียนอีก” ดวงจิตของชิงหลงในยามนี้นั้นแทบที่จะแตกเป็นเสี่ยงๆการที่สูญเสียเด็กรุ่นเยาว์ผู้มากไปด้วยพรสวรรค์เช่นนี้นั้นตัวของมันเกินกว่าที่จะรับไหวจริงๆ“เห้อ…เดี่ยวข้าจะไปพูดคุยกับเจ้าหนู่นั่นให้เองเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงแล้วกรุณาอย่าสร้างเรื่องอีก” ฉินอู๋โหย่วเชื่อว่าหากตัวของมันไปพูดคุยกับหลินเทียนเด็กหนุ่มจะต้องยอมรับฟังมันเป็นแน่เมื่อตัวของมันพูดจบก็รีบเดินทางออกไปหาเจ้าเด็กแสบนั่นในทันทีก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมันจะสายเกินไป
ณ ห้องพักของหลินเทียน“เจ้าหนุ่มเจ้าอยู่ในห้องรึเปล่าให้ตาแก่ผู้นี้เข้าไปได้รึไม่” เพียงชั่วอึดใจฉินอู๋โหย่วก็เดินทางมาถึงห้องพักของหลินเทียน“ท่านอาจารย์เป็นท่านอย่างงั้นเหรอเชิญท่านเข้ามาก่อนเถอะ” หลินเทียนนั้นรับรู้ในทันทีว่าเจ้าของน้ำเสียงผู้นี้นั้นเป็นใครและตัวของเขานั้นก็คาดเดาในการมาของมันได้ว่าสาเหตุที่วิ่งหน้าตื่นมาหาตนเช่นนี้นั้นมาด้วยเหตุผลอันใด เพราะเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้นั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลย“ฮ่า ฮ่า เจ้าหนูตัวของเจ้าช่างทำตัวเป็นเด็กขี้ใจน้อยนัก ทั้งตัวเจ้าแล้วก็เจ้าเฒ่านั่นมีนิสัยที่ไม่ค่อยแตกต่างกันเลย” ฉินอู๋โหย่วกล่าวทักทายต่อหลินเทียนด้วยท่าทางยิ้มแย้ม เจ้าคนทั้งสองนี้นั้นชอบสร้างเรื่องชวนปวดหัวต่อตนเองมิใช่น้อย มีปัญหาอะไรกันก็ควรที่จะพูดจากันดีๆถึงจะถูก“ท่านมาหาข้าด้วยเหตุอันใดอย่างงั้นเหรอ”“หลินเทียนอย่าให้เรื่องมันยุ้งยากไปกว่านี้เลยเจ้ามีปัญหาอะไรก็ควรที่จะไปคุยกับตาเฒ่านั่นดีๆซ่ะ”“อืม” หลินเทียนเองก็ตอบรับด้วยคำพูดที่เรียบง่าย ฉินอู๋โหย่วไม่ฟังคำอันใดอีกรีบรากร่างของหลินเทียนไปที่ห้องทำงานของผู้อำนวยการชิงหลงในทันที เผือเรื่องทุกอย่างมันจะดีขึ้นเมื่อหลินเทียนมาถึงคนทั้งสองกับนิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรออกมาจนกระทั่งเป็นหลินเทียนที่เป็นฝ่ายเปิดปากพูดก่อน“ท่านผู้อำนวยการชิงหลงข้าขอโทษ ข้าเป็นเด็กรุ่นเยาว์ไม่ควรที่จะไปใช้คำพูดเช่นนั้นกับท่าน” หลินเทียนเป็นฝ่ายที่เปิดปากขอโทษขึ้นมาก่อนในทันที เพราะเกี่ยวกับเรื่องนี้นั้นตนเองก็เป็นฝ่ายที่ผิดอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว“ข้าเองก็ขอโทษเจ้าเช่นกัน สิ่งที่ข้าต้องการเพียงแค่ต้องการเห็นความก้าวหน้าของโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้เท่านั้น จนหลงลืมความรู้สึกของพวกเจ้า นักเรียนของโรงเรียนจอมเวทแห่งนี้ล้วนแล้วแต่มีอิสระทั้งสิ้นไม่ว่าพวกเจ้าจะตัดสินใจอะไรก็ตาม” ชิงหลงเองก็กล่าวขอโทษกับเจ้าเด็กแสบตรงหน้าเช่นกัน“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ให้มันได้อย่างงี้สิ พวกเจ้าช่างทำตัวเป็นคนขี้ใจน้อยนัก” ฉินอู๋โหย่วถึงกับระเบิดหัวเราะออกมาด้วยความรู้สึกชอบใจ ไม่ว่าจะอย่างไรคนทุกคนก็ล้วนแล้วแต่มีเหตุผลเป็นของตัวเองทั้งสิ้น“หลินเทียนเจ้าจงเตรียมความพร้อมไว้ให้ดี อีกไม่กี่วันหลังจากนี้พวกเจ้าจะต้องทำพิธีเรียกอสูรในพันธสัญญา” น้ำเสียงของชิงหลงในยามนี้นั้นเต็มไปด้วยความเงียบขรึมและจริงจังเป็นอย่างมาก“อสูรในพันธสัญญาอย่างงั้นเหรอ” หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าใครต่างก็รู้สึกคาดหวังในอสูรพันธสัญญาของตนด้วยกันทั้งนั้นว่าตัวของพวกมันนั้นจะเป็นสัตว์อสูรชนิดใดกันแน่