พารันเป็เด็กหนุ่มที่หล่อเหลาและมีรูปร่างหน้าตาโดดเด่นไม่ต่างจากผู้เป็พี่สาว เดิมทีเขาเป็คนที่ร่าเริงและทะเล้นอยู่มากแต่หลังจากที่ผ่านวันแห่งการพิพากษาเขาก็ต้องเสียพี่สาวที่ตกอยู่ในสภาวะนิทราทำให้เขาเติบโตขึ้น แต่จุดที่ทำให้เขาเปลี่ยนแปลงมากที่สุดก็คือตอนที่พ่อของเขาจากไป พารันสาบานกับตัวเองไว้ว่าเขาจะต้องกลายเป็หลักยึดเหนี่ยวให้กับครอบครัวที่เหลืออยู่ให้ได้
ทว่าน่าเสียดายที่ความเป็จริงนั้นโหดร้ายอย่างมาก แม้ว่าเขาจะพยายามอย่างหนักในโรงเรียนเพื่อเตรียมสอบเข้าสถาบันพิทักษ์ไทยและยังทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่จุดที่ยากที่สุดก็คือตัวเขานั้นเป็เพียงคนธรรมดาที่ไม่สามารถปลุกพลังได้ เมื่อเทียบกับนักเรียนที่ปลุกพลังได้สำเร็จต่อให้เขาพยายามแค่ไหนก็เป็ได้แค่ว่าที่ฝ่ายสนับสนุนซึ่งถือเป็ชนชั้นสองในมุมมองของคนส่วนใหญ่
เพราะโลกในตอนนี้ให้ความเคารพเฉพาะผู้ที่แข็งแกร่งและมีอำนาจเป็อันดับแรก ดังนั้นคนธรรมดาอย่างเขาจึงมักจะเจอกับอุปสรรคหลายอย่าง โดยเฉพาะพวกคนที่ชอบสร้างปัญหาและหลงในอำนาจจากพลังที่ตัวเองได้
“ไอ้เวรนี่ ยังกล้ามองฉันด้วยสายตาแบบนี้อีก? หรือจะให้ฉันหักขาแกทิ้งดี?” ตอนนี้พารันถูกล้อมเอาไว้ด้วยนักเรียนกลุ่มหนึ่งประมาณสี่คนที่บังคับพาเขาเข้ามาในตึกร้างระหว่างที่กำลังเดินทางกลับบ้าน แน่นอนว่าเขารู้จักนักเรียนกลุ่มนี้เป็อย่างดี เนื่องจากคนเหล่านี้ต่างก็เป็เพื่อนร่วมโรงเรียนและเรียนอยู่ชั้นเดียวกับเขา
พารันหรี่ตาจ้องมองชายร่างท้วมที่เป็ผู้นำของคนกลุ่มนี้ พวกเขาต่างก็เป็ผู้ปลุกพลังและเป็นักเรียนที่ถูกคาดหวังว่าจะกลายเป็นักล่าที่ยอดเยี่ยมในอนาคต พารันอยากจะหัวเราะเยาะความคาดหวังเ่าั้เพราะสกิลของสี่คนนี้ต่อให้เป็เ้าคนร่างท้วมที่เป็หัวหน้าก็มีขีดจำกัดแค่ระดับ C เท่านั้น คุณสมบัตินี้ยังไม่มากพอจะกลายเป็นักล่าชั้นแนวหน้าเลยแม้แต่น้อย อย่างมากก็เป็ได้แค่หัวสุนัขที่เก่งเฉพาะในหมู่คนอ่อนแอเท่านั้น ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงอีกสามคนที่สกิลระดับ D
เขาคุ้นเคยกับนักล่าระดับสูงเพราะพ่อของเขาเอง ขนาดพ่อของเขามีสกิลระดับ A อยู่มากกว่าสามสกิลก็ยังพลาดท่าในการต่อสู้ เพราะแบบนี้เขาจึงไม่เห็นคนเหล่านี้ในสายตา
แต่จุดที่น่ารำคาญที่สุดก็คือตัวเขาเองที่เป็คนธรรมดา ต่อให้นักล่าอ่อนแอแค่ไหนแต่ตราบใดที่ปลุกพลังได้ก็ยังแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาอย่างเขามาก
“ถ้าแกทำร้ายฉันคิดเหรอว่าแกจะรอดไปได้ง่ายๆ?” พารันไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าเล่นงานตนเอง
“เหอะๆ” ชายร่างท้วมหัวเราะอย่างเ็า “แกคิดว่าพวกเราไม่กล้า? ต่อให้ฉันหักขาแกที่นี่ก็ไม่มีใครทำอะไรฉันได้ทั้งนั้น โรงเรียนน่ะไม่มีทางเลือกทำโทษพวกเราเพื่อคนธรรมดาอย่างแกอยู่แล้ว”
“บ้านเมืองยังมีกฎหมายอยู่ ต่อให้โรงเรียนไม่เอาเื่พวกแกแต่ยังไงพวกแกก็ไม่มีทางลอยนวลไปได้สบายๆหรอก”
“งั้นเหรอ ฉันเองก็อยากลองอยู่พอดีเหมือนกันเลยว่ะ” ว่าแล้วชายร่างท้วมก็แสยะยิ้มและขยับเข้าหาพารันพร้อมชกหมัดออกไปทันที
พารันตกตะลึงแต่ก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว เขาฝึกฝนตัวเองอย่างหนักแม้ว่าจะเป็เพียงคนธรรมดาที่ไร้พลังดังนั้นจึงมีปฏิกิริยาตอบโต้ที่รวดเร็วและขยับหลบหมัดได้ทันเวลา
ทว่าแม้จะหลบได้สำเร็จแต่เขาก็ยังถูกแรงปะทะลึกลับฟาดเข้าที่ใบหน้าจนปลิวออกไปสามเมตรในทีเดียว
“ฮ่าๆ เป็ไง? สกิล ‘Shockwave’ ของฉันตอนนี้พัฒนาจนถึงระดับ E แล้ว เจ็บถึงใจดีไหมละ?” ชายร่างท้วมหัวเราะอย่างเย้ยหยัน
พารันดันตัวลุกขึ้น เช็ดเืที่มุมปากและเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ไอ้ดิน ถ้าพวกแกไสหัวไปตอนนี้ฉันจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือพวกแกอยากให้ฉันแจ้งตำรวจ?”
ชายร่างท้วมหัวเราะขบขัน “แจ้งตำรวจ? แกคิดว่าตำรวจจะทำอะไรพวกเราได้งั้นเหรอ คิดจริงๆเหรอว่าพวกเรามาเล่นงานแกวันนี้โดยไม่เตรียมตัวหรือไม่มีความมั่นใจน่ะ? ไอ้โง่เอ้ย ถ้าจะโทษก็โทษตัวเองเถอะที่กล้าขัดใจคุณหนูของตระกูลสิธารินทร์น่ะ”
เมื่อได้ยินนามสกุลนั้นสีหน้าของพารันก็มืดมนมากยิ่งขึ้น คุณหนูของตระกูลสิธารินทร์เป็เพื่อนร่วมชั้นของเขาเช่นกัน ตระกูลของเธอเติบโตขึ้นหลังจากเหตุการณ์วันแห่งการพิพากษาจากที่เคยเป็แค่นักการเมืองตำแหน่งเล็กๆ พวกเขาได้ปลุกพลังขึ้นมาสำเร็จและได้สกิลระดับ A หลังจากนั้นจึงรวบรวมอำนาจและสร้างกิลด์คมเขี้ยวธาราขึ้นมา
กิลด์คมเขี้ยวธาราถือเป็กิลด์เอกชนที่มีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่ชื่อเสียงในทางที่ดีเท่าไหร่นัก ไพศาล สิธารินทร์อดีตนักการเมืองคนนี้เดิมทีก็เป็คนประเภทวิ่งเข้าหาผลประโยชน์และหาช่องว่างกอบโกยให้ตัวเองมาโดยตลอด ยิ่งเมื่อกลายมาเป็ผู้มีพลังและยังเป็ผู้นำกิลด์ที่มีอำนาจยิ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่ากิลด์ของเขาจะดำเนินการในรูปแบบไหน
ลูกสาวของไพศาลก็คือคุณหนูที่ถูกกล่าวถึง แม้เธอจะเป็เด็กสาวที่ดูน่ารักสดใสแต่กลับถูกเลี้ยงดูมาให้กลายเป็คุณหนูที่เอาแต่ใจและโหดร้าย ยิ่งครอบครัวมีอำนาจมากขึ้นเธอก็ยิ่งไม่กลัวฟ้ากลัวดิน ทั้งที่เป็แค่เด็กสาวอายุสิบเจ็ดสิบแปดปีกลับมีความคิดบิดเบี้ยวและโหดร้าย เธอชื่นชอบพวกเด็กหนุ่มที่ดูดีเป็พิเศษและ้าที่จะควบคุมเด็กหนุ่มเ่าั้โดยใช้อำนาจของครอบครัว คนที่ปฏิเสธและต่อต้านเธอมักจะต้องเจอกับการเล่นงานลับหลัง และพารันเองก็เป็หนึ่งในเป้าหมายของเธอเช่นกัน
แน่นอนว่าพารันไม่มีความสนใจเด็กสาวเอาแต่ใจแบบนี้ เขาปฏิเสธและเมินเฉยเธอทำให้เด็กสาวโกรธมาก เพราะแบบนี้เธอจึงสั่งให้กลุ่มนักเรียนที่ปลุกพลังมาเล่นงานเขา โดยใช้ประโยชน์จากการที่คนเหล่านี้เกลียดชังพารันอยู่ก่อนแล้วเนื่องจากรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่นของเด็กหนุ่ม เพราะมีเธอช่วยเปิดทางและอำนวยความสะดวกเด็กพวกนี้จึงไม่กลัวและไม่กังวลเลยแม้แต่น้อยว่าพวกเขาจะต้องถูกทำโทษหลังจากที่ลงมือ
เมื่อรู้ว่าเื่นี้มีผู้หญิงคนนั้นอยู่เื้ัพารันก็รู้แล้วว่าเขาคงไม่สามารถออกไปจากสถานการณ์นี้ได้ง่ายๆอย่างแน่นอน
เขาพยายามรักษาความเยือกเย็นเอาไว้และมองไปที่คนทั้งสี่ตรงหน้าอย่างเคร่งขรึม อีกฝ่ายกำลังประมาทดังนั้นเขาจะฉวยโอกาสทำให้อีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน ถ้าเขาลงมือรุนแรงพอก็น่าจะเปิดโอกาสให้ตัวเองสามารถหาช่องว่างหลบหนีออกไปได้
ทว่าคนธรรมดาเมื่อเผชิญหน้ากับผู้ที่ปลุกพลังแล้วต่อให้เป็การสู้ตัวต่อตัวก็ยังยากลำบาก ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าเบื้องหน้าของเขามีผู้ปลุกพลังถึงสี่คน
“พี่ดิน จัดการหักขามันสักข้างเถอะ เห็นว่าเ้านี่ฝันอยากจะเข้าสถาบันพิทักษ์ไทย ไม่รู้จักเจียมตัวเสียบ้างเลย เป็แค่ขยะที่ไม่มีพลังแท้ๆ” ลูกสมุนของชายร่างท้วมหัวเราะเยาะและเรียกใช้สกิลของเขาออกมา
‘แย่แล้ว’ พารันรู้จักสกิลของอีกฝ่ายดีจึงตระหนักได้ถึงอันตราย สกิลของอีกฝ่ายก็คือ ‘Paralysis Needle’ ที่จะทำการยิงเข็มพิษเข้าใส่เป้าหมาย ความเร็วของเข็มพิษนั้นมากเกินกว่าที่เขาจะหลบได้ทัน ร่างของพารันชาวาบทำให้เขาล้มลงบนพื้นและไม่สามารถขยับตัวได้ชั่วคราว
“ไอ้บ้านี่ แกทำให้มันเป็อมพาตแบบนี้เราก็หมดสนุกกันพอดี ฉันยังอยากจะได้ยินเสียงมันกรีดร้องตอนที่โดนหักขาทิ้งนะโว้ย” ชายร่างท้วมเอ่ยอย่างไม่พอใจ
“ไม่เห็นเป็ไรเลยพี่ดิน ให้เ้านี่มองดูขาของตัวเองถูกหักโดยที่ไม่รู้สึกก็น่าสนใจดีเหมือนกันนะครับ จะได้เห็นว่ามันสิ้นหวังมากแค่ไหน โดนหักขาตอนนี้ก็เท่ากับว่าเ้านี่ก็หมดสิทธิ์ไปสอบเข้าสถาบันเดือนหน้าพอดี” ลูกสมุนอีกคนออกความเห็นด้วยรอยยิ้มประจบ
พารันรู้สึกสิ้นหวังเป็อย่างมาก เขาเตรียมตัวอย่างหนักเพื่อที่จะสอบเข้าสถาบันพิทักษ์ไทยในเดือนหน้าที่กำลังจะมาถึง ขอแค่สอบชิงทุนในสถาบันได้เขาก็จะมีโอกาสเข้าทำงานและได้รับสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือครอบครัว แต่คนสารเลวพวกนี้กลับคิดจะทำลายอนาคตของเขาเพียงเพราะความขัดแย้งไร้สาระที่เขาไม่ได้เป็คนก่อเสียด้วยซ้ำ
ขณะที่มองดูคนเ่าั้เดินเข้ามาใกล้อย่างสิ้นหวัง สายตาของเขาก็มองเห็นเงาร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างรวดเร็วขวางหน้าคนเ่าั้เอาไว้ เพราะอีกฝ่ายหันหลังเขาจึงไม่สามารถมองเห็นใบหน้านั้นได้ เขารู้สึกคุ้นเคยกับเงาร่างของหญิงสาวตรงหน้าแต่เมื่อคิดแล้วเขาก็ปฏิเสธความคิดนั้นไปในทันที
‘จะเป็ไปได้ยังไง พี่สาวของเรายังนอนอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่เลย’
ไอรีนถอนหายใจเมื่อเห็นว่าน้องชายของเธอไม่ได้าเ็หนักอะไรเพียงแค่ถูกทำให้เป็อมพาตชั่วคราวเท่านั้น นับว่าโชคดีที่เธอมาได้ทันเวลา
“โอ้ สาวสวยคนนี้เป็ใครกัน?” ชายร่างท้วมอุทานออกมาอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นหญิงสาวที่งดงามปรากฏตัวขึ้นมา
“พวกแกคิดจะทำอะไรกับเขา?” ไอรีนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเ็า
“อะไรกัน นี่เธอก็เป็พวกผู้หญิงไร้สมองที่ชอบเ้านี่เหมือนกันงั้นเหรอ? น่ารำคาญฉิบ ขยะที่ไม่สามารถปลุกพลังอย่างมันมีอะไรน่าสนใจกัน” ชายร่างท้วมแค่นเสียงอย่างขุ่นเคือง “หลบไปซะ รอให้ฉันหักกระดูกไอ้เวรนั่นแล้วฉันจะพาเธอไปเที่ยวดีไหม?”
“หักกระดูกสินะ” ไอรีนทวนคำก่อนจะยกมุมปากเป็รอยยิ้มเย็นเยียบ
กร๊อบ!
“เอ้ะ” ชายร่างท้วมได้ยินเสียงอะไรบางอย่างหักจึงอุทานออกมาอย่างประหลาดใจ อึดใจต่อมาเขาก็ััได้ถึงความเ็ปที่แสนสาหัสจากขาข้างซ้ายของตนเอง
“อ้าก บ้าเอ้ย นี่มันเกิดเื่บ้าอะไรวะ” เขาทรุดตัวลงบนพื้นและมองดูขาของตนเองที่บิดเบี้ยวผิดรูปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว เขาไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ๆขาของเขาถึงได้หักผิดรูปอย่างน่าสะพรึงกลัวโดยที่เขาไม่ทันรู้ตัวเสียด้วยซ้ำ
“แย่แล้ว นังนี่เป็ผู้ปลุกพลัง” อีกสามคนแม้จะตื่นตระหนกและหวาดกลัวแต่พวกเขาก็สามารถตั้งตัวได้อย่างรวดเร็ว หนึ่งในนั้นยิงเข็มพิษเข้าใส่ไอรีนเพื่อหยุดเธอเอาไว้ ทว่าเข็มพิษนั้นกลับพุ่งผ่านอากาศไปอย่างไร้ความหมาย
พารันไม่สามารถหลบความเร็วของเข็มนี้ได้ แต่สำหรับไอรีนแล้วความเร็วเพียงแค่นี้ไม่อาจนับเป็อะไรได้
อีกสองคนที่เหลือเองก็เรียกใช้สกิลของตัวเองออกมาเช่นกัน ทว่าการกระทำของพวกเขาล้วนแต่ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง
ไอรีนตวัดขาของเธอเตะเศษอิฐที่กองอยู่ในซากตึกร้างโดยเล็งเป้าไปที่ขาของคนทั้งสาม ก้อนอิฐพวกนั้นเป็เหมือนะุปืนเมื่อพุ่งชนเข้ากับร่างของพวกเขาก็ทำให้กระดูกของคนเหล่านี้หักจนผิดรูปไม่ต่างจากชายร่างท้วมที่เป็หัวโจกเลยแม้แต่น้อย
“อ้าก!!” ไอรีนมองดูคนทั้งสี่กรีดร้องและดิ้นพล่านอยู่บนพื้นด้วยสายตาเ็าไร้ความรู้สึก คนทั้งสี่แม้จะเ็ปทรมานแต่เวลานี้ความกลัวของพวกเขากลับมีมากยิ่งกว่า เมื่อมองเห็นสายตาที่มองราวกับพวกเขาไม่ใช่มนุษย์แต่เป็แค่ขยะหรือเศษฝุ่นไร้ค่าก็ทำให้หัวใจของพวกเขาดิ่งลงด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง
“ไม่นะ พี่สาวปล่อยพวกเราไปเถอะ” เมื่อเห็นไอรีนเดินเข้ามาใกล้พวกเขาก็กรีดร้องออกมาพลางคลานหนีอย่างทุลักทุเล
“ปล่อย?” ไอรีนเอียงคอ “ตอนที่เขาบอกให้พวกแกหยุด พวกแกก็ไม่คิดจะหยุดเหมือนกันนี่”
“ผิดไปแล้ว พวกผมผิดไปแล้ว ปล่อยพวกเราไปเถอะครับ พวกเราไม่กล้ายุ่งกับเขาแล้ว” เวลานี้พวกเขาไม่สนใจความขัดแย้งหรือความเกลียดชังใดๆแล้ว แม้แต่คิดจะโกรธหรือล้างแค้นก็ยังไม่มี ความรู้สึกของพวกเขาในตอนนี้ไม่ต่างจากอยู่ต่อหน้าสัตว์ร้ายที่สามารถฉีกกระชากพวกเขาเป็ชิ้นๆได้ในพริบตา กระต่ายย่อมไม่คิดล้างแค้นพยัคฆ์เพียงแค่อยากหลบหนีไปให้ไกลเท่านั้น
“พี่… พี่ไอ” พารันที่เริ่มหายจากอาการอมพาตพยายามอ้าปากเพื่อเรียกหญิงสาวที่เข้ามาช่วยเขาเอาไว้ด้วยความรู้สึกสับสนและไม่มั่นใจ บางทีนี่อาจจะเป็แค่ความฝันตื่นหนึ่งเท่านั้น ไม่อย่างนั้นแล้วพี่สาวของเขาจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน