หัตถ์อัสนีทลายฟ้า แค่นเสียงเฮอะ กล่าวว่า
“เ้ากลับรู้เื่ราวไม่น้อยจริง ๆ ...”
หลังทอดถอนใจเล็กน้อย กล่าวจึงต่อ
“ยี่สิบกว่าปีก่อน ยุทธจักรจงหยวนปรากฏ ‘หกภูตจันทรา’ ใช้วิชาฝีมืออำมหิตเข่นฆ่าชาวยุทธ์แทบหมดสิ้น ผู้ช่วยให้ยุทธจักร รอดจากการผู้กวาดล้างในครั้งนั้นคือบุรุษแซ่เซียว พลังฝีมือของท่าน นับว่าไม่อาจหยั่งคำนวณได้คัมภีร์ฝีมือซึ่งท่านทิ้งไว้ ย่อมเป็ที่หมายปองของผู้กล้าทั้งแผ่นดิน”
ทาคาโกะนิ่งครุ่นคิด ถึงเื่ซึ่งบิดาเคยเล่าให้ฟัง แล้วกล่าวว่า
“การประลอง จัดขึ้นมาแล้วสามครั้ง ทั้งสามครั้งที่ผ่านมาผู้ชนะคือประมุขตระกูลฟางและกงซุน...หรือพวกท่านหวังพึ่งดาบหงส์ฟ้าเล่มนี้เพื่อเป็ผู้ชนะในการประลอง!”
นางส่ายหน้า พลางกล่าวต่อว่า
“‘พิรุณคลุมฟ้า’ ‘วิถีดาราสัมพันธ์’‘เงาจันทร์รวมผสาน’ ‘ลมปราณซ่อนกระบี่’ ‘รัศมีคล้องวิวาห์’เป็ห้ายอดวิชาฝีมือของตระกูลใหญ่ทั้งห้า ทั้งห้าตระกูลครองความยิ่งใหญ่ในจงหยวนมาหลายสิบปี พวกท่านคิดว่าใช้อาวุธวิเศษ แล้วจะได้ชัยหรือ...”
หยุดนิดหนึ่ง แสร้งทอดถอนใจ แล้วกล่าวว่า
“ดาบหงส์ฟ้ามีเพียงเล่มเดียว พวกท่านกลับมีถึงสี่คน เมื่อนับปักจีวอนพี่ใหญ่ซือโหย่วิ ของพวกท่านก็รวมเป็หก พวกท่านจะแบ่งปันยอดศาสตราเล่มนี้กันอย่างไร”
หัตถ์อัสนีทลายฟ้าได้ยินคำถามนี้ ถึงกับหัวเราะกึกก้อง ไม่ตอบคำแต่กลับถามว่า
“เ้าทราบหรือไม่ว่า ศาสตราเล่มใดบ้างซึ่งเหล่าชาวยุทธ์ต่างให้การรับรองยกย่องว่า เป็สุดยอดศาสตราแห่งแผ่นดิน”
ทาคาโกะหยุดครุ่นคิดอีกครั้ง ค่อยกล่าวต่อ
“ในจงหยวนหากนับที่ดาบ...ว่ากันว่าหลายสิบปีก่อนคือ‘ดาบพราวน้ำค้าง’ ของจอมดาบชนะสิบทิศ ‘หงเสี่ยวเหวิน’ เป็เอกในยุทธจักรหากนับที่กระบี่ในปัจจุบันต้องนับ ‘กระบี่เหล็ก’ ของราชันย์กระบี่เหล็กเป็ศาสตราเลิศภพจบแดน”
หัตถ์อัสนีทลายฟ้า ผงกศีรษะเห็นด้วย พลางกล่าวว่า
“หากนับเฉพาะในจงหยวน ย่อมมิผิด ทว่า...ที่นอกด่านในแคว้นเหลียวตงยังมีสุดยอดดาบและกระบี่ ซึ่งตกทอดกันมา กระบี่มีนาม ‘กระบี่ไร้นาม’เป็ของเ้าหุบเขาหมื่นศาสตรา ดาบมีนาม ‘ดาบัร่อน’ เป็ของประมุขเรือนผสานวารีดาบกระบี่ทั้งสอง ต้องมิด้อยกว่า ดาบพราวน้ำค้าง และกระบี่เหล็กอันเลื่องชื่ออย่างแน่นอน”
มันหยุดนิดหนึ่ง แล้วกล่าวต่อว่า
“แต่...หากย้อนไป ในสมัยราชวงศ์ถัง ครั้งนั้นมีจอมดาบผู้มีพลังฝีมือล้ำเลิศ สูสีทัดเทียมกันสามท่าน ท่านหนึ่งเป็ชาวจงหยวนท่านหนึ่งเป็ชาวอาทิตย์อุทัย อีกท่านเป็ยอดฝีมือแคว้นแพกเจ...”
สายตาคมกริบของมัน จ้องกล่องใส่ดาบเขม็ง กล่าวช้า ๆ ว่า
“มีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมา ั้แ่สมัยราชวงศ์ถังว่า ครั้งกระโน้นจอมดาบทั้งสามได้ร่วมกันคิดค้น ตีดาบวิเศษขึ้นสามเล่ม ทั้งยังแลกเปลี่ยนคัมภีร์วิชาดาบกันหลังจากนั้นพวกท่าน นำดาบที่ตีขึ้นแต่ละเล่ม กลับสู่มาตุภูมิของตนไม่มีผู้ใดทราบว่า เหตุใดพวกท่านจึงกระทำเื่เหล่านี้...”
ทาคาโกะรับฟังถึงตรงนี้ ก็คาดเดาเื่ราว ได้แปดเก้าส่วนแล้วอุทานออกมาอย่างตื่นเต้น
“ดาบหงส์ฟ้าคือหนึ่งในสามนั้น! อย่างนั้นหรือคัมภีร์วิชาดาบซ่อนอยู่ในกล่องใส่ดาบ!”
หัตถ์อัสนีทลายฟ้า กล่าวด้วยเสียงอันดังว่า
“ถูกต้อง! ดาบวิเศษสามเล่ม! คัมภีร์วิชาดาบสามเล่ม!เพียงพอให้พวกเราแบ่งปัน โดยไม่ต้องแย่งชิง!”
หัตถ์อัสนีทลายฟ้ากล่าวสืบต่อ
“ดรรชนีพิรุณคลุมฟ้า กระบี่วิถีดาราสัมพันธ์ กระบี่เงาจันทร์รวมผสานฝ่ามือลมปราณซ่อนกระบี่ ห่วงรัศมีคล้องวิวาห์ เป็ยอดวิชาของห้าตระกูลใหญ่ก็จริงแต่ไม่แน่นักหรอกว่า จะล้ำเลิศในแดนดิน ชนชั้นพวกเราขอเพียงได้คัมภีร์วิชาฝีมือของจอมดาบสมัยราชวงศ์ถัง ใช้เวลาฝึกปรือเพียงไม่นานควรสำเร็จบรรลุ”
ทาคาโกะเอะใจ กล่าวขึ้นว่า
“หลังฝึกปรือสำเร็จ เป้าหมายแท้จริงของพวกท่าน คือบุกหมู่ตึกพันอักษร!”
หัตถ์อัสนีทลายฟ้า หัวร่อก้องกังวาน เอ่ยสุ้มเสียงทุ้มหนัก
“ใช่! ถึงเวลานั้นพวกเรา ไหนเลยต้องรอการประลองเจ็ดปีอันใดด้วยพลังฝีมือของพวกเรา ต้องชิงคัมภีร์ออกจากหมู่ตึกได้อย่างแน่นอน”
สุ้มเสียงนาคามูระ โยชิอิเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ข้าเคยได้ยินมาว่า กาลก่อนก็เคยมีชาวยุทธ์มากมาย คิดบุกหมู่ตึกชิงคัมภีร์แต่ถึงวันนี้ร่วมยี่สิบปีแล้ว หมู่ตึกพันอักษรยังดำรงอยู่ ผู้ที่บุกเข้าหมู่ตึกไม่มีใครสามารถรอดชีวิต แม้สักคนเดียว”
เป็ครั้งที่สองแล้ว ที่โยชิอิกล่าวจาวา...
ทั้งที่ต้องผนึกสมาธิ สร้างพลังสภาวะต้านยันกับหัวหน้าโจรผู้ใช้เกาทัณฑ์แขนเสื้อ ยามนี้ทั้งคู่ไม่มีผู้ใดสามารถขยับเคลื่อนไหวได้แต่โยชิอิกลับสามารถสดับเื่ราวรอบตัว ทั้งกล่าววาจาตอบโต้ซ้ำหัวหน้าโจรผู้ใช้เกาทัณฑ์แขนเสื้อ มิอาจฉวยจังหวะนี้จู่โจมเข้ามา
นั่นย่อมแสดงชัด ตบะสมาธิของบุรุษหนุ่ม เหนือล้ำกว่าอีกฝ่าย...
หัตถ์อัสนีทลายฟ้า เพียงแค่นเสียงเฮอะในลำคอ ไม่ตอบคำ
ทาคาโกะกลับประมวลเื่ราวอย่างเงียบงัน นางกำลังงุนงงสงสัยอย่างยิ่ง
เนื่องเพราะในกล่องใส่ดาบ ไม่มีคัมภีร์วิชาดาบอันใดซ่อนอยู่ที่ซ่อนอยู่ในฝากล่องชั้นใน กลับเป็วิชาเคลื่อนเท้าพิสดารของแดนอาทิตย์อุทัยซึ่งยอดฝีมือจงหยวนเหล่านี้ ล้วนไม่อาจฝึกปรือได้
หรือภายในกล่อง มีกลไกอื่นใด ซึ่งนางยังหาไม่พบ...
ทว่าอีกประการ ที่สำคัญยิ่งคือ หากยอดฝีมือเหล่านี้ ทราบแต่แรกว่าคัมภีร์วิชาดาบซุกซ่อนในกล่อง อย่างนั้นไฉนซือโหย่วิจึงไม่นำกล่องใส่ดาบไปแต่แรก
คล้ายพวกมันเมื่อได้ดาบหงส์ฟ้าไปแล้ว ค่อยพบว่าในดาบไม่มีเบาะแสคัมภีร์พวกมันค่อยฉุกคิดขึ้นว่า คัมภีร์อาจซ่อนอยู่ในกล่องใส่ดาบ...
หัตถ์อัสนีทลายฟ้าส่ายหน้า ทอดถอนใจ กล่าวว่า
“เป็ดรุณีน้อยอันฉลาดปราดเปรื่องจริง ๆ ช่างน่าเสียดายอย่างยิ่งจริง ๆ...”
“ช่างน่าเสียดาย เนื่องพราะคนฉลาด มักต้องตายเร็วใช่หรือไม่!”เป็สุ้มเสียงของนักพรตหัวหน้าโจร มันสามารถลุกขึ้นยืนได้แล้ว
“ผู้รู้เื่ราวมากเกินไป ย่อมต้องตายเร็วอย่างยิ่งใช่หรือไม่!”เป็สุ้มเสียงของหลวงจีนร่างอ้วนฉุ มันก็สามารถทะลวงชีพจรที่ตีบตันอาการาเ็ทุเลา จนลุกขึ้นได้เช่นกัน
รอจนหลวงจีนร่างอ้วนฉุมายืนด้านข้างหัวหน้าโจรสลัดผู้ใช้เกาทัณฑ์ค่อยผ่อนพลังสภาวะ มันสูญเสียพลังตบะสมาธิไปอักโขหยาดเหงื่อแม้ผุดเต็มใบหน้า ยังหัวร่อยิ้มเย้ยหยัน
“สนทนายาวนานปานนั้น พวกเ้ามีเวลาผ่อนพักฟื้นฟูพลังฝีมือหรือพวกเราไม่รู้จัก ใช้เวลานี้ให้เป็ประโยชน์ด้วย”
เมื่อครู่มันกับโยชิอิประลองพลังสภาวะกันพักใหญ่ บุรุษหนุ่มผู้นี้แม้พลังฝีมือไม่ฟื้นคืนสมบูรณ์ทว่ามีตบะสมาธิกล้าแข็งยิ่ง ไม่เปิดจุดอ่อนช่องว่าง ให้มันฉกฉวยแม้สักครั้งเดียว
กระนั้นบุรุษหนุ่ม ก็ไม่อาจ่ชิงจู่โจมเข้ามาเช่นกันผลการประลองพลังสภาวะ อาจกล่าวได้ว่ามันกับบุรุษหนุ่มเสมอกันแต่ด้วยสภาพร่างกายเช่นนี้ พลังสภาวะบุรุษหนุ่ม ย่อมถูกลดทอนลงอีกอักโขคล้ายดั่งเทียนไข ซึ่งใกล้เผาไหม้จนหมดแล้ว
หัวหน้าโจรผู้ใช้เกาทัณฑ์แขนเสื้อ หลวงจีนร่างอ้วนฉุ ต่างขยับเคลื่อนร่างแบ่งเป็หนึ่งหน้าหนึ่งหลัง ลอบโคจรลมปราณ ตระเตรียมลงมือจู่โจมโดยพร้อมเพรียง
ทั้งทาคาโกะและโยชิอิ ไหนเลยไม่ทราบว่า ขณะที่ฝ่ายตนชิงใช้่เวลาขณะสนทนาพักฟื้น เหล่ายอดฝีมือซึ่งรับาเ็ ย่อมใช้่เวลานี้ฟื้นฟูพลังฝีมือเช่นกัน
ทว่าทั้งสองไม่มีทางเลือกอื่นใด ร่างกายทั้งคู่อ่อนล้าจากการต่อสู้ั้แ่รุ่งเช้า ยามนี้เมื่อโหมต่อสู้สุดกำลัง ยังทำได้เพียงเสมอเมื่อไม่อาจเอาชนะสี่ยอดฝีมือ ทั้งสองจำต้องหยุดพักฟื้นฟูเรี่ยวแรง
มิเช่นนั้น หากโหมต่อสู้เนิ่นนานไป ย่อมต้องสิ้นเรี่ยวแรงก่อนยอดฝีมือทั้งสี่อย่างแน่นอน
จะอย่างไรจากการสนทนา ย่อมไม่สูญเปล่าทั้งสองทราบที่มาที่ไป เื้ัเื่ราวครั้งนี้แล้ว...
หัตถ์อัสนีทลายฟ้าตวาดกร้าว ถาโถมร่างซัดฝ่ามือ จู่โจมออกอีกครั้ง
“มอบกล่องใส่ดาบมา!”
พลังฝ่ามือหนักหน่วง ดั่งขุนเขาทลาย พุ่งจู่โจมจากด้านหน้าเงาฝ่ามือวูบวาบพร่างพราย มิอาจคาดคำนวณวิถีจู่โจมได้
แส้ปัดกราดเกรี้ยว ในมือนักพรตสะบัดฟาด ฉวัดเฉวียนดังขวับ ๆ จากด้านข้างแผ่พุ่งลมปราณหยุ่นยะเยียบ คอยสกัดหนทางหลบหนี
พลังลมปราณกล้าแข็ง จากฝ่ามือพุ่งปะทะเบื้องหน้า กดดันคุกคามทาคาโกะจนแทบหายใจไม่ออก ลมปราณหยุ่นยะเยียบ จากด้านข้างก็เหนี่ยวรั้งร่างทำให้มิอาจเคลื่อนไหวได้ดั่งใจ
นางกัดฟันฝืนโคจรลมปราณ ต่อต้านพลังกดดัน ทั้งสองกระแสอย่างยากเย็น
กระบี่ยาวในมือ พยายามจี้แทงตอบโต้ เงากระบี่วูบวาบ บัดเดี๋ยวปรากฏบัดเดี๋ยวจางหายดั่งภูตพราย เพลานี้นางมุ่งจี้แทงเฉียง ๆไปยังซีกร่างซ้ายของนักพรตตลอดเวลา
ทุกกระบวนท่าล้วนพุ่งเป้าไปที่นักพรต กลับไม่จู่โจมใส่หัตถ์อัสนีทลายฟ้าแม้สักกระบวนท่า
ทาคาโกะสลับสืบเท้ารุกไล่ ปลายกระบี่บัดเดี๋ยวจ่อจี้ศีรษะบัดเดี๋ยวจี้แทงจู่โจมขาทั้งสองไม่ว่าอย่างไรยังมุ่งเน้นจู่โจมเพียงร่างซีกซ้ายของนักพรต
กลยุทธ์เช่นนี้นับว่าขัดตา แปลกประหลาดอย่างยิ่งคล้ายปล่อยให้หัตถ์อัสนีทลายฟ้า โถมกระหน่ำฟาดฝ่ามือจู่โจมโดยไม่ต้านรับ กลับมุ่งต่อสู้กับนักพรตหัวหน้าโจรผู้เดียว
ทว่าทุกครั้งที่ทาคาโกะจี้แทงกระบี่ จู่โจมร่างซีกซ้ายของนักพรตฝ่ามือเปี่ยมลมปราณของหัตถ์อัสนีทลายฟ้า กลับต้องชะงักกระบวนท่าแต่กลางคัน
เพราะหากมันฟาดออก ฝ่ามือของมันต้องฟาดถูกร่างซีกขวา ของนักพรตอย่างถนัดถนี่!
ที่แท้ทุกครั้งที่ทาคาโกะ จี้กระบี่จู่โจมร่างซีกซ้ายนักพรตหัวหน้าโจรต้องเบี่ยงร่างซีกขวาต้านรับเนื่องเพราะแม้นักพรตสามารถถอนเข็มเงิน โคจรลมปราณรักษาาเ็ที่ฝ่ามือมือซ้ายมันรอดจากการพิการ ทว่าเวลาชั่วประเดี๋ยวประด๋าว ไหนเลยสามารถใช้งานได้ดั่งเดิม
ยามนี้มันจึงมิต่างจาก เหลือมือเพียงข้างเดียว ยามต้องผนึกกำลังกับหัตถ์อัสนีทลายฟ้า มือซ้ายเมื่อไม่อาจใช้ป้องกันหรือจู่โจมเท่ากับร่างซีกซ้ายเปิดโล่ง
แส้ปัดในมือขวา สั้นกว่ากระบี่ยาวมากมาย ยามต้องใช้แส้ปัดสะบัดฟาดป้องกันร่างซีกซ้าย จึงจำต้องเบี่ยงเอี้ยวตัวไปด้วย นั่นเท่ากับขัดขวางการจู่โจมจากอีกด้านของหัตถ์อัสนีทลายฟ้า
ทาคาโกะกลับยึดร่างนักพรตเป็เกราะโล่ ป้องกันพลังฝ่ามือเปี่ยมลมปราณของหัตถ์อัสนีทลายฟ้า
กระนั้น นางก็ต้องสูญเสียลมปราณแท้อักโข เพราะทุกครั้งที่แทงกระบี่จู่โจมจะถูกลมปราณหยุ่นเยียบของนักพรตต้านปะทะ กระแทกพลังกระบี่กลับมาส่วนหนึ่งจะอย่างไรเพลงกระบี่เผ็ดร้อนกราดเกรี้ยว ยังสามารถฉกฉวยช่องว่าง ทะลวงจู่โจมอย่างต่อเนื่อง
หัตถ์อัสนีทลายฟ้า ย่อมมองสภาพนี้ออก พานหงุดหงิดใจยิ่ง ตะคอกใส่นักพรตว่า
“ท่านถอยไป! เราจัดการเอง!”
นักพรตแค่นเสียงเฮอะ ตวาดกลับด้วยโทสะ
“เด็กน้อยผู้นี้ ให้เราจัดการเอง! ท่านอย่าได้เกะกะ!”
ทาคาโกะฉวยจังหวะเพียงวูบ ขณะมันสองถกเถียงกันครุ่นคิดหาทางเอาตัวรอดอย่างรวดเร็ว นางก็ทราบกลยุทธ์ที่ใช้นี้ทำได้เพียงประคองตัว ไม่อาจเอาชนะยอดฝีมือทั้งสองได้
เหลียวไปดูด้านโยชิอิเห็นหัวหน้าโจรผู้ใช้เกาทัณฑ์แขนเสื้อกับหลวงจีนร่างอ้วนฉุกักโยชิอิไว้ในวงล้อมอย่างรัดกุม แต่พวกมันยังไม่เปิดฉากจู่โจมมันสองกำลังรอโอกาสดีที่สุด
พวกมันย่อมสามารถรอคอยได้ เพราะทราบดีว่ายิ่งเนิ่นนานอาการาเ็ของโยชิอิจะยิ่งส่งผล เรี่ยวแรงจะยิ่งอ่อนล้าลงเรื่อย ๆ
เมื่อไหร่มันสองเปิดฉากจู่โจม นั่นจะเป็การตัดสินเป็ตายในพริบตา!
ประเมินสถานการณ์เวลานี้ นางทราบหนทางรอดเดียวของนางกับโยชิอิคือต้องกำจัดให้เหลือศัตรูเพียงฝ่ายละคน อย่างนั้นจึงสามารถเอาชนะได้หากจะจัดการกับพวกมันอย่างไร...
เพียงวูบเมื่อเสียสมาธิครุ่นคิด ฝ่ามือหนักหน่วงรุนแรงของหัตถ์อัสนีทลายฟ้ากระหน่ำฟาดจากด้านข้าง ลมปราณกล้าแข็งปัดปลายกระบี่นางพ้นห่าง
วิถีกระบี่ที่จี้แทง เบี่ยงเบนจากเป้าหมายไปวูบแต่เพียงพอแล้วที่นักพรตจะทะยานร่าง สะบัดแส้ปัดคุ้มครองร่างซีกซ้ายไม่ตกเป็เป้าจู่โจมอีกต่อไป
ทาคาโกะใจหายวาบ รีบสลับเคลื่อนเท้ากลับเข้าสู่ตำแหน่ง มิคาดครั้งนี้นักพรตกลับสลับเท้าถอยหลัง ทั้งไม่โต้กลับ และไม่สะบัดแส้ปัดป้องวิถีกระบี่
จังหวะนั้นหัตถ์อัสนีทลายฟ้า สะอึกร่างจากด้านข้างฝ่ามือทั้งคู่พุ่งแหวกอากาศ บังเกิดเสียงดังอื้ออึง ครืนครันน่าเกรงขามยิ่งกระแทกเข้ากลางลำกระบี่ของทาคาโกะ
ฝ่ามือยังไม่บรรลุถึง พลังลมปราณอัดกระแทก ลำกระบี่ยาวจนโค้งงอ!
ทาคาโกะหน้าซีดตื่นตระหนก ไหนเลยกล้าใช้ลมปราณกระบี่ปะทะอย่างหักโหม
พลันพลิกข้อมือวูบ หมุนร่างรั้งกระบี่กลับคืน โผพุ่งร่างถอยฉากทว่าฝ่ามือกราดเกรี้ยวกล้าแข็ง ยังโถมฟาดต่อเนื่อง แส้ปัดเปี่ยมลมปราณหยุ่นะเืก็สะบัดฟาดรุกไล่จากอีกด้าน ปิดสกัดหนทางถอยหนีหมดสิ้น
ตลอดทั้งร่างทาคาโกะตกอยู่ภายใต้ลมปราณกล้าแข็งสองกระแสสิ้นแล้ว