“เฮ้อ!”
“เฮ้อ!”
“เฮ้อ!” สามเฮ้อก็แล้วเถียนมีมี่ยังคงไม่สนใจนางอยู่ดี
“น้าซือ ท่านมีเื่ทุกใจอะไรนกหนา” เถียนมีมี่ให้ความสนใจแก่ซือเหมยเหนียงเมื่อนางสงบเงียบลง
“ข้านึกว่าเ้าจะไม่สนใจข้าเสียแล้ว”
“ข้ารอท่านเอ่ยวาจาอยู่เสียนาน ก็ยังต้องให้ข้าถาม” ใบหน้าสวยยังคงจดจ่ออยู่กับการปรุงกลิ่นเครื่องประทินโฉมของนาง เถียนมีมี่บัดนี้ได้กลายเป็นางคณิกาที่มีชื่อเสียงเลืองลือในเื่ของความงาม อีกทั้งยังเป็สตรีที่มารายได้มาหาศาลจากการค้าขายเล็กน้อยของนางอีก จะเรียกได้ว่าเป็สตรีที่รวยทั้งรูปและทรัพย์สินก็ว่าได้
“ม้าเร็วแจ้งข่าวว่ากิจการหอตัวโหวที่เมืองหลวงซบเซานัก ผู้ดูแลคนเก่าเพิ่งตายจากไป” มีมี่เองก็พอรู้ สถานเริงรมย์ที่ชื่อว่าหอตันโหวนั้น โดยหลักแล้วถูกเปิดที่เมืองหลวงเป็ที่แรก แล้วค่อยขยายออกไปตามหัวเมืองต่างๆ จนปัจจุบันมีมากมายกว่าสิบแห่ง
“อีกไม่กี่วันข้าต้องเดินทางไปเมืองหลวงเพื่อกอบกู้กิจการให้กลับมารุ่งเรือง”
“แล้วที่นี่จะทำเช่นไรเล่า” ดวงตาสวยมีแววสงสัยใคร่รู้
“คงต้องให้จิวเหลียงดูแลไปก่อน ที่สำคัญเื่กอบกู้กิจการหอตันโหวต้องพึ่งเ้าแล้ว”
“แต่ข้า...”
“มีมี่ มีเพียงเ้าที่จะช่วยเราได้” ท่าทีอ้อนวอนของซือเหมยเหนียงนั้น แม้จะดูไม้ชินตาแต่ก็น่าเห็นใจอยู่ มีมี่เหมือนตกอยูู่ในวัฏจักรสงสาร น้าซือแม้จะมีนิสัยเข้มงวด แต่กับมีมี่นางกลับเอ็นดูกว่าผู้ใด มีมี่นั่งนิ่งครุ่นคิดั้แ่เวลาเย็นจนดึกดื่น
ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูจากด้านนอกดังขึ้น ช่วยเรียกสติให้คืนสู่ร่าง
“เข้ามา” มือเรียวท้าวคางรับใบหน้าสวยที่มีสีหน้าเหนื่อยๆ
“ท่านมีเื่ลำบากใจ ข้ารินน้ำชาให้เ้าค่ะ”
“เ้ามีอันใดก็ว่ามา” แม้จะอยู่ด้วยกันมาแค่ปีเศษแต่นางก็ดูรู้ว่าอันหยงโกหกไม่เก่งนัก เด็กน้อยยกชาให้เ้านายแล้วรีบมานวดคลายเหนื่อยให้มีมี่
“เมื่อท่านไปเมืองหลวง พาข้าไปด้วยได้หรือไม่” ทั้งชีวิตของอันหยงก็นับว่ามีเพียงมีมี่แล้ว นางตั้งใจจะติดตามรับใช้ไปจนกว่าผู้เป็นายจะไม่้านางแล้ว
“แน่นอนว่าต้องพาไปอยู่แล้ว”
“ขอบคุณท่านพี่” สาวใช้ออกแรงนวดคลายเมื่อยให้ผู้เป็นายไปพลางยิ้มเริงร่า แม้จะเป็เื่น่ายินดีแต่มีมี่กลับมีสีหน้าเศร้า
“ท่านพี่ไม่ยินดีไปเมืองหลวงหรือ” ความกังวลมีมากจนอันหยงเดาได้ไม่ยาก
“ข้าไม่อยากจากแม่น้ำนอกเมืองไป” ตลอดเวลาปีเศษแม้จะไม่เคยพบชิ้นส่วนใดของเครื่องประดิษฐ์เครื่องนั้น แต่มีมี่ก็ยังอยากไปเยือนทุกครั้งที่ออกจากหอตันโหว
“แต่ข้าได้ยินมาว่าร้านทอผ้าที่ตลาดได้ย้ายไปทำการค้าที่เมืองหลวงแล้ว”
“เกี่ยวอันใดกับข้า” เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่นด้วยนึกสงสัย
“เด็กรับใช้ร้านนั้นก็ถูกขายมาพร้อมๆ กับท่าน ข้าก็คิดว่าอาจช่วยท่านรื้อฟื้นความทรงจำได้” เื่ราวใหม่ที่นางเพิ่งรู้ได้สร้างความขัดแย้งขึ้นในใจของนาง อยู่ที่นี่ไปก็ยังมิได้รู้อะไรเพิ่มขึ้น มิสู้ไปเมืองหลวงถามไถ่เอาความกับเด็กน้อยนั่น แม้ไม่ใช้เื่ของตน แต่กำไลหยกที่มีเหมือนกันนี่ มันช่างรบกวนจิตใจยิ่งนัก มีมี่ใช้เวลาตรึกตรองอยู่นานก็ได้ตัดสินใจยินยอมไปเมืองหลวงโดยไม่คิดหาข้อล้มเลิกอีก
“อะไรนะ! ทำไมจึงให้ไม่ได้” ผู้เป็นายเอ่ยถามบ่าวรับใช้เสียงดัง แม้จะได้ยินอยู่เนืองนิตย์แต่สาวใช้คนดังกล่าวก็ยังไม่เคยชิน นางยังคงกลัวจนตัวสั่นอยู่เช่นเคย
“แมะ แม่นางเถียนล้มป่วยเ้าค่ะ” นางตอบตะกุกตะกักซ้ำยังมิกล้าเงยหน้าสบตากับโจวฮูหยิน
“ล้มป่วยเช่นนั้นรึ เห็นทีข้าคงต้องไปเยี่ยมเยียนนางหน่อย”
หอตันโหว หน้าห้องพักของเถียนมีมี่
“ท่านพี่ เป็ดั่งท่านกล่าวไม่ผิด โจวฮูหยินบัดนี้มาเยือนหอตันโหวแล้วเ้าค่ะ” มีมี่รีบเก็บเครื่องปรุงกลิ่นหอมลงกล่องไม้ ใบหน้าถูกแต่งให้ดูซีดเผือด เป็คณิกาอยู่นานปีการแสดงแสร้งป่วยจึงไม่ได้ยากเย็นนัก
“น้องสาวข้า ดูเ้าซิ ซูบผอมซีดเซียวเช่นนี้ เจ็บป่วยด้วยโรคอันใด” โจวฮูหยินดูเป็ห่วงเป็ใยมีมี่ยิ่ง เพียงเพราะนางไม่อาจส่งมอบเครื่องประทินโฉมที่เรียกว่าครีมหน้าเด้งให้กับโจวฮูหยินได้ จึงเป็เหตุให้โจวฮูหยินต้องรุดมาเองถึงหอคณิกาแห่งนี้
แค่กๆๆ มือเรียวถูกใช้ป้องปากไอ น่าเวทนายิ่งนัก
“ข้าจะให้ท่านหมอมาดูอาการเ้า”
“เอ่อ! ช้าก่อนเถิดโจวฮูหยิน อาการป่วยของข้ายากจะรักษาให้หายได้ด้วยยา” มีมี่รีบเอ่ยปรามก่อนที่นางจะถูกตรวจพบว่าแสร้งป่วย
“เป็โรคร้ายแรงหรือ”
“ข้าหาได้เจ็บป่วยทางกาย เพียงแต่ข้ามีเื่ทุกข์ใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับจนล้มป่วยไปก็เท่านั้น”
“เ้าทักข์ใจด้วยเื่ใด บอกกับข้าเถิด หากช่วยได้ข้าย่อมไม่นิ่งนอนใจแน่” มีมี่แสร้งหลบตาโจวฮูหยินเล็กน้อย ทำทีไม่กล้าเอื้อนเอ่ยเื่ราวออกไป
“ท่านยังจำเื่ราวเมื่อหนึ่งปีก่อนได้หรือไม่” มีมี่ไม่เอ่ยต่อ วางท่านิ่ง นางอ่านสีหน้าของโจวฮูหยินออก
“หากเป็เื่นั้น เ้าไม่ต้องเป็กังวลไป ข้าย่อมต้องจัดการสามีข้า เขาจะไม่ให้สร้างความลำบากให้พวกเ้าแน่นอน”
“ขอบคุณท่าน หอตันโหวและท่านพี่ของข้าต้องฝากท่านแล้ว” มีมี่รู้สึกโล่งใจขึ้น นี่เป็อีกเื่ที่รั้งนางไว้ เพราะตาแก่นั่นทำให้นางไม่วางใจ กลัวว่าหากนางไม่อยู่แล้วหอตันโหวและพี่จิวเหลียงจะถูกรังแกจากเ้าเมืองตัณหากลับ
“นอกจากมาเยี่ยมดูอาการเ้าแล้ว ข้ายังมีอีกเื่ที่อยากถามเ้า”
“เชิญท่านถามมาเถิด”
“เมื่อเ้าไปเมืองหลวงแล้ว ความเยาว์วัยของข้าจะทำเช่นใด” นี่เป็เหตุผลหลักที่โจฮูหยินถ่อมาถึงนี่ เพราะมีมี่ไม่ได้ส่งครีมให้
“ข้ายังเหลืออยู่สามกล่อง คงยังพอใช้ไปได้อีกสามเดือน หลังจากที่ข้าถึงเมืองหลวงแล้ว ข้าจะให้ม้าเร็วเร่งส่งให้ท่านเพิ่ม ดีหรือไม่”
“เฮ้อ ค่อยโล่งใจหน่อย เมื่อเ้ากล่าวเช่นนี้ข้าก็วางใจ” โจวฮูหยินกลับจวนด้วยความสบายใจ
หน้าประตูเมืองโจว
“ไปคราวนี้ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้พบกันอีก ท่านรักษาตัวดีๆ นะ หากตาแก่นั่นรังแกท่าน ก็ให้ม้าเร็วไปแจ้งข่าวแก่ข้า ข้าจะกลับมาจัดการให้ท่านทันที”
“เสี่ยวมี่ เ้ากล่าววาจาน่าขัน ระยะทางพันลี้เ้าจะโดยสารพายุกลับมาหรือไร ไม่ต้องห่วงพี่ กุหลาบหนามแหลมเช่นเรา เมื่อเขาอยากเชยชมก็ไม่อาจทำได้ตามใจ เ้าเป็คนสอนข้าเอง ลืมแล้วหรือ”
“ข้าไม่ลืม เพียงแต่คงคิดถึงท่านมากแน่” สองพี่น้องต่างสายเืกอดร่ำลากันอยู่นาน จนแล้วจนรอดมีมี่ก็ต้องตัดใจบอกลา
“น้าซือ ท่านรักษาสุขภาพด้วย หนทางยาวไกลบางพื้นที่ทุรกันดารนัก อันตรายรอบด้าน ทั้งสองโปรดรักษาตัวด้วย”
“ฝากเ้าดูแลหอตันโหวด้วย”
“เ้าค่ะ” จิวเหลียงยืนส่งทั้งสองจนรถม้าเคลื่อนไปลับสายตา
“เ้าอย่าได้เศร้าเสียใจไปเลย มีพบก็ย่อมมีจาก” การเดินทางครั้งนี้มีเพียงซือเหมยเหนียง เถียนมีมี่ อันหยงและสาวใช้ไม่กี่คน หนึ่งรถม้าของหญิงงามนั่ง สองรถม้าของสาวใช้ สามรถม้าแพรพรรณเงินตรา และสี่รถม้าบรรทุกพืชพันธุ์สมุนไพรและตำราว่าด้วยเื่การใช้สมุนไพรของมีมี่
“หยุดพักริมแม่น้ำก่อนเถิด” ซือเหมยเหนียงเกิดอาการอ่อนเพลียจากการเดินทางหลายวัน อีกราวๆ ร้อยลี้ก็จะเข้าสู่เมืองฉางอันแล้ว หยุดพักสักหน่อยคงไม่ทำให้การเดินทางล่าช้าสักเท่าไหร่
อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำ
“ดีๆๆ” เสียงปรบมือดังสนั่นทั่วทั้งบริเวณ
“ขอบพระทัยเสด็จพ่อ” บุรุษรูปงามตำแหน่งรัชทายาทแคว้นถังโค้งคำนับน้อมรับคำชมจากฮ่องเต้
“รัชทายาทเก่งทั้งบุ๋นและบู้ การล่าสัวต์ก็มิได้เป็รองใคร”
“ขอบพระทัยเสด็จแม่”
“มีเื่ดีเช่นนี้ต้องจัดงานฉลองนะเพค่ะฝ่าา” สตรีผู้สูงศักดิ์หันไปกล่าวเชิงเป็การขอพระราชทานอนุญาติจากองค์ฮ่องเต้
“อีกฟากของแม่น้ำมีกลุ่มนางคณิกากำลังหยุดพักอยู่ หากทรงโปรด ให้กระหม่อมเรียกมาร่ายรำเพื่อเป็การเฉลิมฉลองให้รัชทายาทดีไหมพะยะค่ะ”
“เช่นนั้นก็จัดการตามที่เ้าว่าเถิด” เล่ากงกงโค้งตัวค่อยๆ ถอยหลังออกไปจัดการตามรับสั่ง เล่ากงกงและคนติดตามอีกสองคนเดินข้ามสะพานไม้มายังอีกฟากของแม่น้ำ เพื่อมาพบกับซือเหมยเหนียง
“น้าซือ มีคนจากวังหลวงมาขอพบเ้าค่ะ” ซือเหมยเหนียงมีสีหน้างุนงง นางเพิ่งมาถึงได้ไม่นาน แล้วคนจากวังหลวง้าพบนางด้วยเื่อันใดกันนะ
“ข้าเล่ากงกงบ่าวรับใช้ข้างกายฮ่องเต้"
“คาราวะเล่ากงกง” แม้จะแปลกใจอยู่มาก แต่ซือเหมยเหนียงก็ทำการเคารพเล่ากงกงอย่างนอบน้อม
“เล่ากงกงมาหาข้ามีธุระอันใดหรือเ้าค่ะ”
“ที่มาพบเ้าก็เพราะมีรับสั่งของฝ่าา เรียกเ้าและนางคณิกาไปทำการร่ายรำให้ความเริงรมย์ต่อหน้าพระพักต์ ที่ฟากฝั่งโน้นมีการจัดงานฤดูล่าสัตว์ ฮ่องเต้และเชื้อพระวงค์ต่างก็พำนักอยู่ด้วย” เล่ากงกงแจ้งจุดประสงค์แก่ซือเหมยเหนียงอย่างชัดเจน แต่นางกลับมีสีหน้าดูเป็กังวล เล่ากงกงจึงชิงเอ่ยก่อน
“หากเ้าจะขัดรับสั่งคงไม่เป็ผลดี” ข้อนี้ซือเหมยเหนียงเองก็รู้ดี นางได้แต่ถอนหายใจเบาๆ