ตอนที่ 26 ใครกระชากเสื้อของเ้ากับเหมียวเหมียว!
ไป๋เพ่ยเพ่ยพึงพอใจกับท่าทีของเซี่ยเหล่าเอ้อร์ เลยกล่าวชื่นชมเขาอย่างใจกว้างเซี่ยเหล่าเอ้อร์มีน้ำใจ เขาช่วยนางยกสัมภาระที่สะพายบนหลังลง
ตอนนี้นี่เองที่ไป๋เพ่ยเพ่ยเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองนั้นแบกตะกร้านี้ไว้อยู่นานแล้ว นางรีบร้อนจนไม่มีเวลาที่จะวางมันลงเลย
ต้องขอบคุณพละกำลังมากมายของนาง หากมีผู้อื่นมาจู่โจมจากด้านหลังเช่นนี้ เกรงว่าคนจะไม่เป็ไร แต่ของบนหลังคงได้พลิกเทกระจาดลงพื้นไปแล้ว
นางสบโอกาสหยิบสมุนไพรจากตะกร้าสะพายหลัง เรียกเซี่ยเหมียวเหมียวและเซี่ยเสี่ยวหย่ามา พูดกับพวกนางพลางทายาบนแผลถลอก
“วันนี้พวกเ้าคงกลัวมากใช่ไหม?”
เซี่ยเสี่ยวหย่าเอ่ย “ข้ากลัวแทบตายท่านแม่ ท่านไปทะเลาะกับหญิงบ้าผู้นั้นทำไมกัน นางกระโจนเข้ามาในบ้าน ทำเราผวาแทบแย่... ท่านไม่รู้อะไร ลูกชายของนางเคยกระชากเสื้อผ้าของข้ากับเหมียวเหมียวด้วยซ้ำ ต้ายาจึงพรวดพราดเข้ามาช่วยแม้นางจะาเ็”
“ใครกระชากเสื้อผ้าของเ้ากับเหมียวเหมียวนะ!”
“ซุนโก่วหวา เขาเป็คนนำ ยังมีลูกชายคนรองด้วย แต่ว่าคนโตใจกล้า กำเริบเสิบสานกว่า เขาแตะต้องเซี่ยเหมียวเหมียวด้วย...”
“ทำไมเ้าไม่บอกข้า”
“ข้า...” เซี่ยเสี่ยวหย่าพลันตาแดงเรื่อ
ไป๋เพ่ยเพ่ยพึ่งรู้สึกตัว ก่อนเอ่ย “ข้าขอโทษ ข้าใเกินไป ไม่ได้ตั้งใจจะว่าเ้า มันไม่ได้เป็ความผิดของเ้า ข้าไม่โทษเ้าหรอก เพียงแต่ข้าโมโหที่ตนเองปกป้องเ้าไม่ได้เท่านั้นเอง”
“ท่านแม่...” เซี่ยเสี่ยวหย่าโผกอดไป๋เพ่ยเพ่ย ร้องไห้โฮสะอึกสะอื้น
เซี่ยเหมียวเหมียวเองก็น้ำตารื้นเช่นกัน นางมองเซี่ยเสี่ยหย่าด้วยความอิจฉาเล็กน้อย
ทว่าในชั่วขณะนั้น เซี่ยเหมียวเหมียวก็ได้รับอ้อมกอดจากไป๋เพ่ยเพ่ย ขณะศีรษะถูกลูบ ไป๋เพ่ยเพ่ยพลางพูดปลอบใจนาง “ร้องออกมาเถิด หากเสียใจก็ร้องไห้ออกมา ร้องก็ไม่เป็ไร เ้าไม่ต้องกลัว มีข้าอยู่ด้วย ข้าจะปกป้องเ้าเอง หากเ้าไม่สบายใจข้าจะไปเอาคืนให้ ข้าจะหาทางแก้แค้นให้เ้าจงได้”
ซุนโก่วหวา ซุนเอ้อร์โก่วหรือ ข้าจะจำไว้!
เซี่ยเหล่าเอ้อร์กำหมัด และตั้งใจว่าจะจับอีกฝ่ายยัดใส่กระสอบในสักวันหนึ่ง เ้าพวกชั่ว! กล้าดียังมารังแกลูกสาวเขา หากไม่แก้แค้นก็ไม่นับว่าเป็คนสกุลเซี่ยแล้ว
ไป๋เพ่ยเพ่ยปลอบลูกสาวอยู่นานกว่าพวกนางจะสงบลงได้ นางเช็ดหน้าและหวีผมให้ทั้งสอง ก่อนจะทายาที่เหลืออยู่
“เอาล่ะ วันนี้ข้ามีข่าวดีมาบอก เ้าควรปิดปาก ห้ามนำไปบอกใคร”
เซี่ยเหมียวเหมียวกับเซี่ยเสี่ยวสบตากันหย่างฉงนใจ แน่นอนว่าเมื่อสายตาสบประสานกัน เซี่ยเสี่ยวหย่าพลันเบนหน้าหนีอย่างกระอักกระอ่วน
ทว่าในใจกลับรู้สึกว่าเซี่ยเหมียวเหมียวไม่ได้น่ารำคาญเสียทีเดียว ถึงอย่างไรลูกพี่ลูกน้องผู้นี้ก็ออกหน้าปกป้องนางในขณะเกิดเื่
เซี่ยเหมียวเหมียวยิ้มมุมปาก รู้สึกว่าอีกฝ่ายน่าเอ็นดูกว่าแต่ก่อน
“ทาด้า... ดูสิ นี่คืออะไร”
ไป๋เพ่ยเพ่ยยกตะกร้าขึ้นมาวางตรงหน้าพวกนาง แหวกชั้นสมุนไพร้าออก เผยให้เห็นของด้านใน
“ไข่หรือ!” เซี่ยเสี่ยวหย่าตกตะลึง
โชคดีที่นางจำคำกำชับของมารดาได้ จึงปิดปากแน่นและไม่ะโเสียงดังอีก
เซี่ยเหมียวเหมียวนับไข่ก่อนพูดเสียงค่อย “มีสิบเก้าใบ”
“เย็นนี้เรากินไข่กันดีไหม น้ำแกงไข่คนละถ้วย”
เซี่ยเสี่ยวหย่าพยักหน้าเริงร่าพลางขานรับ “อื้ม!”
เซี่ยเหมียวเหมียวเอ่ย “เช่นนั้นข้าต้องยกถ้วยหนึ่งให้ท่านแม่ได้ซด ไข่นี้ท่านแม่เป็คนนำกลับมา แถมยังต่อสู้กับคนอื่นมาอีก ยากลำบากนัก ข้าต้องชดเชยให้ท่านมากหน่อย”
ไป๋เพ่ยเพ่ยขบขัน ลูบศีรษะเซี่ยเหมียวเหมียวขณะเอ่ย “ขอบใจเ้า! แต่ข้าซดถ้วยเดียวก็อิ่มแล้ว เรากินด้วยกันเถิด ไข่สี่ฟองมีพอให้เราทุกคนได้กิน แล้วยังเหลืออีกตั้งสิบห้าฟอง หากเรากินวันละสามใบ จะมีกินไปได้อีกห้าวัน”
เมื่อคิดว่าจะมีไข่กินไปอีกหลายวัน สองพี่น้องก็ยิ้มแก้ปริอย่างมีความสุข
ไป๋เพ่ยเพ่ยสอนให้พวกนางจัดเก็บสมุนไพร ก่อนเข้าไปด้านในเพื่อดูอาการลูกชายฝาแฝด ตามด้วยเซี่ยต้ายาที่ยังนอนอยู่บนเตียง
เซี่ยต้ายาฟื้นแล้ว ดวงตาแดงก่ำเมื่อเห็นไป๋เพ่ยเพ่ย “ท่านแม่...”
“เจ็บมากหรือไม่? ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวข้าจะให้ยาคลายเจ็บ”
“ข้าจะหายดีหรือไม่? ข้าได้ยินคนเขาบอกว่าข้าเป็ภาระ...”
ไป๋เพ่ยเพ่ยส่ายหน้า เอื้อมมือไปปาดน้ำตาเซี่ยต้ายาพลางบอก “ไม่ต้องไปฟังคำพูดเหลวไหลพวกนั้น พวกเขาไม่รู้เื่วิธีการรักษา เห็นว่าเ้านอนก็คิดว่าตายแน่แล้ว ข้าบอกว่าเ้าอาการหนัก แท้จริงก็เพื่อข่มขู่พวกเขา เ้าาเ็สาหัสจริงแต่ไม่ได้ถึงแก่ชีวิต เพียงแค่ต่อไปนี้เ้าจะกลายเป็โหลยา ต้องกินยาบำรุงเป็ประจำ”
“ยาบำรุงราคาแพงลิบลิ่ว หากข้าต้องดื่มทุกวันจะไม่เป็ภาระท่านหรอกหรือ” เซี่ยต้ายาไม่เพียงแต่ไม่เชื่อ ซ้ำน้ำตายังยิ่งไหลพราก
ไป๋เพ่ยเพ่ยกล่าวอย่างจนใจ “ยามีหลายประเภท ยาบางตัวฤทธิ์แรงจึงมีราคาหลายตำลึง ยาบางตัวถูกมาก แค่ไปเก็บสมุนไพรบนเขามาก็พอแล้ว อย่างในกรณีของเ้า...”
“จริงหรือ ท่านแม่ไม่ได้โกหกข้าใช่ไหม” สายตาเซี่ยต้ายาทอประกายคาดหวัง
“อื้ม! จริงสิ ข้าไม่โกหกเ้า เพียงแค่เ้าต้องกินยาและดูแลตนเองให้ดีในระหว่างนี้ หลังจากนั้นเมื่อหายแล้วก็ต้องต้มยากินเอง ข้าจะสอนวิธีเลือกสมุนไพรให้เ้า เมื่อขึ้นเขาไปแล้วจะได้เก็บกลับมาต้มเองได้... ข้าจะได้หมดห่วง”
เซี่ยต้ายาหัวเราะก่อนบอก “ได้ ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วงข้า สิ่งใดที่ท่านสอนข้าแล้ว ข้าย่อมทำได้”
ไป๋เพ่ยเพ่ยยิ้มพลางบีบจมูกนาง “เ้าโตป่านนี้แล้วยังจะมาขี้แย ไม่อายหรือ?”
อีกฝ่ายละอายใจ “ท่านแม่...”
“เอาล่ะ ข้าไม่คุยกับเ้าแล้ว แต่เ้าจำต้องระวังคำพูดไว้ ต่อให้หายดีในภายภาคหน้า หากมีคนมาถามว่าเหตุใดถึงกินยาอย่างกับเป็โหลยา เ้าก็ต้องกินยาทุกวัน แม่สามีพูดอะไรก็ห้ามให้นางนำคำพูดเ่าั้มาเล่นงานเ้าได้”
“ท่านแม่ ไม่ต้องห่วง ข้ารู้ว่าถึงอันตรายของเื่นี้ดี”
เซี่ยต้ายาไม่กังขาในทักษะการแพทย์ของไป๋เพ่ยเพ่ยแม้แต่น้อย เนื่องจากเชื่อว่าหากเมื่อวานเ้าตัวสามารถห้ามเืนางได้ หากวันนี้บอกว่าสามารถรักษานางให้หายได้ก็ย่อมรักษาได้อย่างแน่นอน
หากต้องใช้เงินหลายตำลึงซื้อยาบำรุงกินทุกวัน นางคงทนไม่ได้ แต่หากเป็ยาที่ใช้สมุนไพรบนเขา นางก็หมดห่วง
อยู่ดีกว่าตาย ขอเพียงไม่ต้องถลุงเงิน นางเองก็ยังอยากมีชีวิตรอด ต่อให้จะยากลำบากเพียงใดก็ตาม
ไป๋เพ่ยเพ่ยหันไปเห็นว่าเสี่ยเหล่าเอ้อร์หายไปแล้ว นางจึงกลับไปช่วยเซี่ยเหมียวเหมียวและเซี่ยเสี่ยวหย่าจัดเก็บสมุนไพรอย่างไม่คิดมาก
บ้างต้องล้างโคลนออก บ้างต้องล้างน้ำ บ้างไม่สามารถล้างน้ำได้
หากต้องตากแห้งก็ตาก หากต้องต้มก็ต้ม ใช้เวลาทั้งบ่ายกว่าจะจัดการเสร็จ
นางยังหาหม้อใหญ่มาแช่มันสำปะหลัง กำชับเซี่ยเหมียวเหมียวไม่ให้มาแตะต้อง และจัดการแช่มันด้วยตนเอง
“ต้องแช่ไว้กี่วันหรือ?”
“หกวัน ช่วยข้าดูด้วยเล่า หากข้าลืมก็อย่าลืมเตือนข้า”
“อืม ข้าเข้าใจแล้ว”
กระทั่งตกเย็นเซี่ยเหล่าเอ้อร์ก็กลับมา
ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่ได้ถาม นางเองก็ไม่ได้อยากรู้ หลังมื้อเย็นเขาเลี่ยงคนในครอบครัว ก่อนกระซิบบอกไป๋เพ่ยเพ่ยว่าตนไปหาพวกอันธพาลในหมู่บ้าน และพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง
นางหันไปมองเขาด้วยแววตาตกตะลึง
อีกฝ่ายกล่าว “ข้าไม่ได้พูดอะไรมาก แค่ชื่นชมลูกชายตระกูลซุน บอกว่าถึงจะทำตัวเสเพลนอกบ้านแต่ก็ยังได้แต่งภรรยา...”