“ตามสบายได้เลยนะครับ”
“เดี๋ยวก่อน”
“ครับคุณชาย
“คุณชายมีอะไรรับสั่งครับ?”
เฉินอันหลานมองไปทางวัตถุดิบที่วางเรียงรายเต็มโต๊ะ แล้วเอ่ยถาม
“นายทำอาหารเป็นไหม?”
“นิดหน่อยครับ”
“แล้วอันนั้นต้องทำไง?”
หมิงจวงแปลกใจเล็กน้อย สายตามองไปตามนิ้วของเฉินอันหลานก็เจอเข้ากับปูทะเลหลายตัวที่วางซ้อนกันอยู่ในหม้อ จึงถามขึ้น
“คุณชายเฉินอยากกินแบบไหนครับ?”
“เอาแบบง่าย ๆ ก็พอ” เฉินอันหลานพูด
หมิงจวงครุ่นคิดสักพัก แล้วพูดขึ้น
“ต้มก็ได้ครับ หลังจากที่น้ำร้อนแล้ว ก็ใส่ปูลงไปต้ม ดีที่สุดก็ควรใส่ขิงลงไปดับกลิ่นคาวด้วยนะครับ”
“แค่นี้?”
“ยังมีอีกหลายวิธีครับ แต่นี่คือง่ายที่สุดแล้ว”
“ง่ายก็พอแล้ว”
เมื่อเฉินอันหลานพูดจบก็หยิบปูทะเลใส่ลงไปในหม้อ จากนั้นก็เดินมาตรงซิงค์ล้างจาน เขามองปูที่อยู่ในหม้อ สลับกับมองไปทางซิงค์ล้างจาน วินาทีต่อจากนั้นก็เทมันลงไป แล้วนำหม้อมาเติมน้ำก่อนวางลงบนเตาแก๊ส
หมิงจวงเห็นว่าที่นี่น่าจะไม่มีปัญหาอะไรแล้วจึงเดินออกไป เขาขับรถตรงไปยังโรงพยาบาลเพื่อถามเรื่องที่เกิดขึ้นกับเว่ยเชียนเฉินตามที่ลานเซลอตสั่งทันที
ระหว่างที่กำลังขับรถไปได้สี่สิบนาที เว่ยเชียนเฉินก็โทรศัพท์มาและถามว่าเขาอยู่ไหน ด้วยความรำคาญหมิงจวงจึงบล็อกเบอร์ของเว่ยเชียนเฉินเสีย เมื่อเขาขับมาถึงที่จอดรถของโรงพยาบาลแล้วเขาถึงได้ปลดบล็อกเบอร์อีกฝ่าย และในตอนที่กำลังจะโทรกลับไปบอกสายของเว่ยเชียนเฉินก็โทรเข้ามาพอดี
“ฉันถึงโรงพยาบาลแล้ว กำลังขึ้นไป”
(อยู่ไหน?)
“ที่จอดรถ”
(นายอย่าเพิ่งขึ้นมา เฉินหยินชิงเพิ่งลงไป ถ้าเจอนายก็รีบจัดการเขาให้ฉันที!)
“เขาไปหานาย?”
(ไม่ได้มาหาอย่างเดียวนะ ยังหาหมอนวดมาให้ฉันด้วย นวดจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด! นายอย่าเพิ่งขึ้นมา เขาทำร้ายฉัน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเขากับฉันคงจะอยู่ร่วมโลกด้วยกันไม่ได้แล้ว! ฮัลโหล ฮัลโหล ฮัลโหล เจ้าโง่หมิง นายยังฟังฉันอยู่ไหม?)
“เขาลงมาแล้ว”
เมื่อหมิงจวงพูดจบก็วางสายไปทันที จากนั้นก็เดินไปทางเฉินหยินชิงที่เดินออกมาจากลิฟต์พอดี
เฉินหยินชิงกำลังพูดคุยกับลูกน้องของเขาอยู่ และเมื่ออีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาก็ประสานสายตาเข้ากับหมิงจวงเข้าพอดี หลังจากที่จ้องมองกันอยู่หลายวินาที เขาก็หันไปสั่งลูกน้องของเขาอีกครั้ง เมื่อลูกน้องของเขาเดินไปที่รถแล้ว เฉินหยินชิงจึงค่อยเดินเข้าไปหาหมิงจวง
“คุณชายรอง”
“เรียกคนมาเร็วดีนี่?”
“คุณชายคงเข้าใจผิดแล้ว”
“คงจะอย่างงั้น” เฉินหยินชิงหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา จากนั้นก็เอื้อมมือเข้าไปในเสื้อสูทอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเร่งฝีเท้าเดินเข้ามาหาหมิงจวง วินาทีต่อจากนั้นก็ล้วงไปหยิบปืนมาจ่อศีรษะของหมิงจวงทันใด “แสดงฝีมือของนายให้ฉันดูหน่อยสิ”
หมิงจวงถูกเฉินหยินชิงบีบจนต้องถอยไปด้านหลัง จากนั้นเขาก็เลื่อนมือไปค้ำบนฝากระโปรงรถที่อยู่ด้านข้าง แล้วกระโดดขึ้นไป เขาเหยียบไปบนหลังคารถที่จอดเรียงไปเป็นแถวแล้ววิ่งข้ามไปอย่างรวดเร็ว
แววตาของเฉินหยินชิงเย็นยะเยือกลงเล็กน้อย จากนั้นก็ยกปืนขึ้นมายิงไล่หลังหมิงจวงไป
ปืนกระบอกนั้นติดตั้งที่เก็บเสียงไว้ ขนาดยิงออกไปก็ยังไม่ตกเป็นจุดสนใจของหน่วยรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลแต่อย่างใด บวกกับทักษะการยิงปืนที่แม่นยำของเฉินหยินชิงแล้วนั้น นัดที่หนึ่งไม่ได้ทำลายรถให้เกิดความเสียหาย นัดที่สองไม่ได้พุ่งเป้าไปทางจุดอ่อนของหมิงจวงแต่อย่างใด แต่ยิงไปยังตำแหน่งที่ไม่ได้คร่าชีวิตของหมิงจวงแทน แต่ระดับความเร็วของหมิงจวงนั้นก็เร็วไม่ใช่เล่น กระสุนที่เฉินหยินชิงยิงออกมาเขาสามารถหลบหลีกได้หมดทุกนัด
เมื่อกระสุนที่อยู่ในมูนคลิปถูกยิงออกไปหมดแล้ว เฉินหยินชิงก็เก็บปืนไว้ด้านหลัง ก่อนจะถอดเสื้อตัวนอกออกแล้วกระโดดขึ้นไปบนหลังคารถ และจะวิ่งตามหมิงจวงไป ในตอนที่หมิงจวงหมดหนทางหนี คุณชายรองก็ไม่มีทางอื่นให้ไล่ล่าแล้ว ทั้งสองคนจึงต้องหยุดลงพร้อมกัน
เขาจ้องเขม็งไปทางหมิงจวงที่ยืนอยู่บนหลังคารถคันตรงข้าม ไม่นานเขาก็กระโดดลงมาจากหลังคารถคันที่ตนยืนอยู่ แล้วกระโดดขึ้นไปบนกระโปรงรถคันที่หมิงจวงยืนอยู่แทน เขาค่อย ๆ เดินเข้าไปหาหมิงจวงทีละก้าว ๆ
“นายกับไอ้บ้าเว่ยเชียนเฉินเป็นอะไรกัน?”
“พี่น้อง”
“ถ้าเป็นพี่น้อง ก็ควรจะสั่งสอนมันให้ดี ๆ หน่อยว่าอย่ามาทำตัวเหมือนกับคางคกที่ริอยากกินเนื้อหงส์ฟ้า”
“เดี๋ยวผมนำคำของคุณชายขึ้นไปบอกเขาให้”
เฉินหยินชิงเหยียบไปบนหลังคา แล้วยืนประจันหน้ากับหมิงจวง
“ฉันขอถามหน่อย พวกนายมาเมืองอวิ๋นกังด้วยจุดประสงค์อะไร?”
หมิงจวงยิ้ม แล้วตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“คุณชายรองอาจจะแค่กังวลมากไปก็ได้นะครับ”
“แค่กังวลเกินไปก็อาจจะใช่” เฉินหยินชิงหรี่ตาลงเล็กน้อย จากนั้นก็จ้องเขม็งไปทางหมิงจวงแล้วพูดว่า “แต่ฉันก็กลัวว่าพวกนายกำลังคิดแผนการชั่ว ๆ อยู่น่ะสิ”
“คุณชายรองมีอะไรก็พูดมาตรง ๆ ดีกว่าครับ”
“โอดินสนใจอันหลานใช่ไหม?”
“ไหนบอกให้ฉันพูดตรง ๆ ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมไม่ตอบล่ะ?”
หมิงจวงยิ้ม หลังจากที่เงียบไปชั่วขณะเขาก็จ้องไปทางแววตาของเฉินหยินชิงก่อนเอ่ยขึ้น
“นั่นเป็นเรื่องของนายน้อย ผมไม่สามารถตัดสินได้ครับ ถ้าคุณชายรองอยากรู้ ไม่สู้เข้าไปถามนายน้อยดีกว่านะครับ”
เฉินหยินชิงยกยิ้มอย่างเย็นชา
“นายวางใจได้เลย ฉันไปหาโอดินแน่ ๆ และฉันจะไปคิดบัญชีทั้งเก่าและใหม่กับเขาในครั้งเดียวด้วย”
หมิงจวงยิ้ม โดยไม่พูดอะไร
“อันหลานมีคู่หมั้นแล้ว นายน้อยของนายรู้แล้วใช่ไหม?”
“...คู่หมั้น?”
“ดูเหมือนจะยังไม่รู้สิท่า” เฉินหยินชิงกระตุกยิ้มมุมปาก แล้วยักคิ้วไปทางหมิงจวง “งั้นฉันจะบอกให้เอาบุญละกัน อันหลานมีคู่หมั้นที่เหมาะสมราวกับกิ่งทองใบหยกแล้ว ดังนั้นรบกวนนายช่วยกลับไปบอกโอดินด้วยว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อยู่ให้ห่างจากอันหลานไว้ อย่าเสนอหน้าเข้ามา เดี๋ยวจะกลายเป็นมือที่สามโดยไม่รู้ตัว และทำให้ตระกูลเอสเตต้องเสียหน้า”
สีหน้าของหมิงจวงเปลี่ยนไปทันที แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“ตกใจมากเหรอ? กลับไปแจ้งข่าวของฉันด้วยละกัน”
เมื่อเฉินหยินชิงพูดจบก็กระโดดลงจากหลังคารถทันที จากนั้นก็ถอดหนังยางออกมาจากข้อมือมารวบผมไว้ด้านหลัง ก่อนจะเดินไปเก็บเสื้อขึ้นมาปัดเล็กน้อยและเดินตรงไปยังรถที่จอดอยู่
เมื่อเห็นแผ่นหลังของเฉินหยินชิงจากไปแล้ว หมิงจวงก็ค่อย ๆ ขมวดปมคิ้ว
※※※※※※※※※※
ในห้องผู้ป่วย
ทันทีที่ประตูห้องผู้ป่วยเปิดออก หมอนใบหนึ่งก็ลอยเข้ามาตรงหน้าของหมิงจวง เขายื่นมือออกไปรับก่อนจะหันไปปิดประตูลง
“ทำไมเพิ่งมาเอาป่านนี้?” เว่ยเชียนเฉินที่นั่งอยู่บนเตียงพูดขึ้นด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ว่าแต่ นายเจอเฉินหยินชิงที่โรงจอดรถ นายไม่ได้ซัดเขาให้ฉันเลยเหรอ?”
หมิงจวงกำลังคิดบางอย่างอยู่ในใจจึงไม่ได้ตอบคำถามของเว่ยเชียนเฉิน นอกจากลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่งลงข้างเตียงแล้วพูดขึ้น
“นายน้อยให้ฉันมาถามนายว่า นายไปเกี่ยวข้องกับเฉินหยินชิงได้ยังไง?”
“เวรเอ๊ย! ฉันถูกไอ้บ้านั่นเล่นงานน่ะสิ”
“เขาบังคับให้นายกินไวอากราเหรอ?”
“ใช่น่ะสิ ไม่อย่างนั้นฉันจะกินของบ้านั่นทำไม?”
“ฉันเห็นนายอยากจะได้เขาจะตาย ไหงมาถูกเขาเล่นงานซะได้”
เว่ยเชียนเฉินอยากจะโต้กลับไป แต่พออ้าปากแล้วก็ต้องหุบลงไปอีกครั้ง
หมิงจวงชำเลืองมองไปทางเว่ยเชียนเฉินแวบหนึ่ง
“เมื่อกี้เขาพยายามที่จะลองหยั่งเชิงฉันที่โรงจอดรถของโรงพยาบาลด้วย ถึงในสายตาฉัน ฝีมือของเขาอาจจะไม่ได้เก่งเท่านาย แต่หลังจากนี้ก็อย่าไปหาเรื่องเขาก็แล้วกัน”
“แล้วเรื่องนี้ล่ะ จะปล่อยไปแบบนี้เหรอ?” เว่ยเชียนเฉินชี้ไปทางจุดยุทธศาสตร์ที่เกือบถูกตัดไปของตัวเอง
“ฝีมือของคนที่บังคับให้นายกินไวอากราเหรอ?”
“ถ้าไม่ใช่เพราะนายอยากได้เขา เขาจะมาเล่นงานนายเหรอ?”
เว่ยเชียนเฉินหุบปากลงทันใด
“ว่าแต่นายไปหาเรื่องเฉินหยินชิงเขาได้ยังไงล่ะ?” หมิงจวงถามด้วยความสงสัย
“หาเรื่องได้ยังไง? ต้องขอบคุณแฟนเก่านายนั่นแหละ”
“หลินฉ่าวเจ๋อ?”
เว่ยเชียนเฉินพยักหน้า
“ฉันเอาเช็คเงินสดไปให้กับหลินฉ่าวเจ๋อตามที่นายน้อยสั่ง แล้วบังเอิญเจอกับเฉินหยินชิงและผู้ชายอีกคน พวกเขาไปดื่มเหล้าที่บ้านของหลินฉ่าวเจ๋อพอดี ฉันว่านะผู้ชายคนนั้นต้องมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับหลินฉ่าวเจ๋อแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่เลือกมากินเหล้าบ้านเขากลางดึกแบบนั้นหรอก ดังนั้นจึงพูดได้ว่า… ผู้ชายที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อเงินแบบหลินฉ่าวเจ๋อไม่สมควรที่จะมีคู่ครองด้วยซ้ำ นายออกมาจากเขาได้ถือว่าเป็นทางเลือกที่ถูกต้องแล้ว”
หมิงจวงเลิกคิ้วสูง
“นายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความรักตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“เมื่อกี้” เว่ยเชียนเฉินเปิดผ้าห่มดูตำแหน่งสำคัญของตัวเอง จากนั้นก็ปิดมันกลับไปด้วยสีหน้าที่ยากจะพรรณนาออกมาได้ “หมิงจวง นายว่าต่อไปหนูน้อยของฉันจะยังใช้การได้อีกไหมอะ?”
“แล้วหมอว่าไง?”
“บอกว่าไม่เป็นอะไรแน่นอน”
“แล้วนายจะกังวลอะไร?”
เว่ยเชียนเฉินอยากจะพูดออกมา แต่เมื่อนึกเรื่องอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงได้กวักมือเรียกหมิงจวง
หมิงจวงยืนขึ้นแล้วโน้มตัวเข้าไปหา
“ฉันอยากบอกนาย” เว่ยเชียนเฉินกระซิบข้างหูของหมิงจวงด้วยเสียงเบา ๆ “เมื่อก่อนเวลาที่ฉันเห็นเฉินหยินชิงฉันก็มักจะมีปฏิกิริยาตอบสนองเสมอ แต่เมื่อกี้ตอนที่เขายืนอยู่ตรงหน้าของฉัน และยื่นหน้าเข้ามาตักเตือนให้ฉันอยู่ห่างเขาไว้แบบนี้… แต่ฉันกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองแล้ว นายว่าฉันปกติไหม?”
“ไม่ปกตินิดหน่อย”
“คงจะไม่ได้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศไปนะ?”
“แล้วนายคิดว่าไงล่ะ?”
“อะไรคือฉันคิดว่าไง อย่าบอกนะว่าฉันไม่สามารถมีเซ็กซ์ได้แล้ว!” เว่ยเชียนเฉินโพล่งออกมาเสียงดัง หลังจากที่ตระหนักได้ก็รีบหยุดลงทันที ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วกระซิบข้างหูของหมิงจวงด้วยเสียงเบา ๆ “หาทางช่วยฉันที”
หมิงจวงเอื้อมมือไปตบหน้าที่ยื่นเข้ามาใกล้ของเว่ยเชียนเฉิน
“นายไม่เป็นไรหรอก แต่นายน้อยเป็นแน่”
“ทำไมถึงบอกว่าฉันไม่เป็นไร แต่นายน้อยเป็น?”
“เมื่อกี้เฉินหยินชิงพูดเรื่องหนึ่งกับฉันที่โรงจอดรถ มันเกี่ยวกับคุณชายเฉิน”
“เฉินอันหลาน? เขาทำไม?”
“เฉินหยินชิงบอกว่าเขามีคู่หมั้นแล้ว”
“ล้อเล่นน่า…” เมื่อชำเลืองตาไปเห็นแววตาของหมิงจวง เว่ยเชียนเฉินก็รีบปิดปากตัวเองทันที แล้วถามด้วยเสียงเบา ๆ “นายพูดจริงเหรอ?”
หมิงจวงกวาดตามองไปทางเว่ยเชียนเฉิน โดยไม่ได้พูดอะไร
“ไม่ใช่ว่า ตอนนี้เฉินอันหลานคิดจะทำอะไรอยู่นะ รู้ทั้งรู้ว่านายน้อยสนใจเขา แต่ก็ยังตั้งใจปกปิดความจริงที่ว่าตัวเองมีคู่หมั้นอยู่แล้วอ่านะ?”
“ถ้าเขาไม่ได้สนใจนายน้อยล่ะ?” หมิงจวงพูดขึ้นด้วยสีหน้าฉายแววสับสน “เพราะเขาไม่ได้คิดอะไรกับนายน้อย ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องบอกเรื่องนี้กับนายน้อย”
เว่ยเชียนเฉินตกใจขึ้นมาทันใด
“อย่างนี้นายน้อยก็ถูกต้มน่ะสิ?”
“นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ”
“แล้วตรงไหนถึงสำคัญ?”
“ถ้านายน้อยรู้แล้วจะคิดยังไง?”
“แล้วมันจะเป็นยังไงล่ะ เฉินอันหลานไอ้ไก่อ่อนนั่นก็ต้องซวยน่ะสิ”
เมื่อเว่ยเชียนเฉินพูดจบก็เห็นว่าหมิงจวงกำลังจ้องมองมาทางเขา รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าหุบลงในทันที และไม่กล้าเปล่งเสียงใด ๆ ออกมาอีก
เมื่อหมิงจวงเห็นเว่ยเชียนเฉินได้รับบาดเจ็บหนักอยู่แล้วจึงไม่ได้ตำหนิอะไรอีกฝ่ายมาก นอกจากยืนขึ้นแล้วบอกให้เปิดผ้าห่มออก เว่ยเชียนเฉินก็เชื่อฟัง เปิดผ้าห่มออกจนเผยให้เห็นจุดสำคัญที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลอย่างมิดชิด
“เจ็บไหม?”
“ตอนแรกเจ็บแทบขาดใจตายเลยแหละ แล้วไหนจะเจาะระบายเลือดออกอีก แต่ตอนนี้ไม่เจ็บเท่าไหร่แล้ว เพราะไม่รู้สึก”
“เจาะอีกสองครั้งก็ไม่เป็นไรแล้ว”
“ฉันเป็นกังวลว่าจะใช้การไม่ได้”
“วางใจเถอะน่า ไม่มีปัญหาหรอก” หมิงจวงลูบไปบนกระดูกอ่อน แล้วคลุมผ้าห่มให้เขา “ส่วนทำไมนายถึงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองกับเขานั้น… ถ้าไม่ฟื้นกลับมา นายก็อาจจะมีปัญหาด้านจิตใจแล้วแหละ”
เว่ยเชียนเฉินได้ยินก็เบิกตากว้างขึ้นมา
“หมายความว่ายังไง หลังจากนี้ฉันกับเฉินหยินชิงคงจะไม่...”
“นายยังคิดที่จะครอบครองเขาอีกเหรอ?”
“คิดสิ... ไม่ได้ ฉันไม่ยอม”
“ฉันว่าไม่ช้าก็เร็วนายคงจะพาตัวเองเข้าไปยุ่งอีกนั่นแหละ”
“ฉันปล่อยเขาไปไม่ได้ สักวันฉันจะทำให้เขาอ้อนวอนฉันให้ได้”
หมิงจวงไม่ได้สนใจเขา นอกจากกางที่นอนออกข้างเตียงก่อนจะเอนกายนอนลงไป นั่นทำให้เว่ยเชียนเฉินขมวดคิ้ว
“คืนนี้นายนอนนี่เหรอ?”
“คุณชายเฉินอยู่”
“เรื่องคู่หมั้นของเขานายจะบอกนายน้อยยังไง?”
“ฉันมอบหน้าที่นี้ให้นายละกัน”
“ไม่เอา”
“นายไม่ชอบหน้าคุณชายเฉินไม่ใช่เหรอ?”
“นั่นมันก็อีกเรื่อง ถ้าฉันบอกนายน้อยว่าเขามีคู่หมั้นแล้ว นายน้อยไม่มีวันปล่อยฉันไปแน่ นายเปิดหูเปิดตาหน่อยสิ นายไม่คิดจะแก้แค้นเฉินหยินชิงบ้างเหรอ?”
“คิด”
“งั้นนายก็จัดการเรื่องนี้ละกัน”